การร้องตะโกนของพยาบาลทำให้ผู้คนล้วนตกใจ
ทุกคนต่างหันไปมอง และจ้องไปที่ใบหน้าของต้วนหลิวเหนียน
และเห็นของเหลวสีดำหยดลงมาจากบนใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนทีละหยดดูแล้วน่าสะอิดสะเอียนมาก
“นั่นอะไร?”
“ของสกปรกสีดำนั่นคืออะไร?”
“จะไม่เกิดปัญหาอะไรใช่ไหม?”
………………..
เสียงพึมพำดังออกมาจากผู้คนที่อยู่รอบๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งห้องส่วนตัวดูอึกทึกครึกโครม
พวกไป๋เหวินหลิงมองเหตุการณ์นี้อย่างตึงเครียดเมื่อมองไปที่หน้าผากของเธออย่างละเอียด ก็พบเหงื่อบางๆ หนึ่งชั้น
ถึงเธอมีความมั่นใจต่อวิธีการฝังเข็มของซูฮ่าวแต่ครั้งนี้พัวพันถึงความเป็นความตายของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวดังนั้นเธอจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระวนกระวายใจ
ความสนใจของเฉินคายเหยียนกลับไม่ได้อยู่ที่ตัวของต้วนหลิวเหนียนแต่อยู่ที่ตัวของซูฮ่าว
เริ่มตั้งแต่ซูฮ่าวสำแดงเข็มจนถึงตอนนี้เขาก็จ้องอีกฝ่ายอยู่ตลอด
ทั้งกระบวนการรักษาซูฮ่าวดูสงบนิ่งมาก ไม่รีบเร่งไม่สนใจสิ่งใด อารมณ์มั่นคงเป็นอย่างยิ่ง
ระหว่างที่เคลื่อนไหวยิ่งมีเสน่ห์ที่ทำให้หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตนเองไม่ใช่เกย์แต่ท่าทางตอนที่ซูฮ่าวตั้งอกตั้งใจ มันช่างดึงดูดจริงๆ
ท่าทางนี้เกรงว่าจะมีแค่ตอนที่มั่นใจต่อกำลังของตนเองพอสมควรจึงจะเผยออกมาได้
“คุณต้วนสารที่มีพิษที่แทรกซึมอยู่บนใบหน้าของคุณผมขับออกมาแล้วตอนนี้ผมจะทายาบดที่ปรุงเป็นพิเศษให้คุณ อย่าลืมตานะครับ”
ซูฮ่าวพูดด้วยเสียงหัวเราะ “จริงสิ ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี อย่ากังวลเลยนะครับ”
“ได้ค่ะรบกวนคุณทำต่อเถอะ” ต้วนหลิวเหนียนพยักหน้า และหลับตาลง
ซูฮ่าวยักไหล่และหยิบยาบดชะลอวัยที่เตรียมไว้แล้วขึ้นมาจากข้างๆใช้ไม้พันสำลีทายาบดลงไปบนใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนอย่างสม่ำเสมอ
สักพักทั้งใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนก็ถูกปกคลุมไปด้วยยาบดชะลอวัยแล้ว
“ก๊อก ก๊อกก๊อก!”
ในเวลานี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
กู้เพ่ยหลิงที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดก็ตะลึงงัน หลังจากได้รับอนุญาตจากไป๋เหวินหลิงแล้วเธอก็เปิดประตู
“ท่านประธานประธานสถานีโทรทัศน์เมืองไห่เป่ยพาตำรวจมาที่นี่ครับ” พอประตูเปิดหัวหน้ายามของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวก็ตะโกนขึ้นมาอย่างร้อนรน
มองผ่านช่องว่างที่ตัวอีกฝ่ายทุกคนก็เห็นผู้ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเหลี่ยมคนหนึ่งเดินมาทางห้องส่วนตัวอย่างชัดเจนด้านหลังยังมีตำรวจติดตามอีกหนึ่งกลุ่ม
พวกกู้เพ่ยหลิงสีหน้าแปรเปลี่ยนทันทีไป๋เหวินหลิงขมวดคิ้วแน่น และมองซูฮ่าว พลางถามว่า “ซูฮ่าว นายจะใช้เวลาอีกเท่าไรถึงจะเสร็จ?”
“สามนาทีก็พอ”ซูฮ่าวตอบโดยไม่เงยหน้า
“ได้!”ไป๋เหวินหลิงมองเวลา และโบกมือให้พวกกู้เพ่ยหลิง “พวกเราไปด้านนอกถ่วงเวลาให้ซูฮ่าวหน่อย”
พวกโม่ลี่ฮัวเห็นอย่างนี้แล้วก็กลอกตาไปมา และพูดกับเฉินคายเหยียนว่า “คุณหมอเฉิน รบกวนดูแลหลิวเหนียนสักครู่นะคะ”
พอพูดจบพวกเธอก็เดินออกไปจากห้องส่วนตัวแล้ว
เวลานี้ในห้องส่วนตัวนอกจากซูฮ่าวกับต้วนหลิวเหนียนแล้วก็เหลือแค่เฉินคายเหยียนกับพยาบาลอีกสองสามคน
เฉินคายเหยียนอยากถามคำถามซูฮ่าวสองสามข้อแต่ติดที่ไป๋เหวินหลิงกับพวกโม่ลี่ฮัวอยู่ด้วย ดังนั้นจึงไม่กล้าถาม
ตอนนี้เมื่อเห็นพวกเธอออกไปจากห้องส่วนตัวหมดแล้ว เขาก็ถามขึ้นมาทันที “คุณซูฮ่าวการแพทย์แผนจีนตอนที่รักษาใบหน้า ไม่ใช่ว่าควรฝังเข็มบนจุดที่อยู่บนใบหน้าหรือครับ แต่ทำไมคุณถึงฝังเข็มบนจุดสะดือแทนล่ะ?”
เขาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังถึงแม้ส่วนใหญ่ที่ศึกษาวิจัยจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบันแต่ก็เคยอ่านตำราโบราณของการแพทย์แผนจีนมาไม่น้อย บางครั้งการรักษาคนที่มีใบหน้าเสียโฉมเล็กน้อยที่ใช้ก็คือวิธีการรักษาที่รับประกันความปลอดภัยของการแพทย์แผนจีน
แต่ว่า แต่ไหนแต่ไรมาการรักษาใบหน้าให้คนเขาก็ไม่เคยเห็นแพทย์แผนจีนฝังเข็มส่วนอื่นนอกจากใบหน้า
โดยเฉพาะแพทย์แผนจีนส่วนใหญ่จะใช้เข็มเงินหลายเล่มฝังตามจุด ไม่เหมือนกับซูฮ่าว ที่ใช้เข็มเงินแค่หนึ่งเล่ม
“วัฒนธรรมของการแพทย์แผนจีนกว้างขวางล้ำลึกวิธีการแท้จริงเมื่อห้าพันปีก่อนที่ถ่ายทอดมาซับซ้อนหลากหลายแต่หากมองมันในแง่มุมเดียวก็ถือว่าเป็นความผิดพลาด” ซูฮ่าวส่ายหน้าและพูดอีกว่า “ดูเหมือนว่าผมจะฝังเข็มแค่หนึ่งเล่มแต่พลังที่แฝงอยู่ในเข็มเล่มนี้ มันเกินร้อยเล่ม อย่างที่ว่าภูเขาถึงไม่สูง แต่มีเซียนก็มีชื่อน้ำไม่ลึก แต่มีมังกรก็ศักดิ์สิทธิ์”
เฉินคายเหยียนได้ฟังอย่างนี้แล้วก็ตัวสั่นอยู่นานหลังจากนั้นก็ยกมือคารวะ “คุณซูฮ่าวพูดถูกต้องผมเองที่ตาไม่มีแวว”
ซูฮ่าวโบกมือหลังจากที่เวลาผ่านไปสามนาทีแล้ว เขาก็เดินเข้าไปกระซิบข้างๆ หูของต้วนหลิวเหนียนว่า“คุณต้วน ผมต้องล้างยาบดบนใบหน้าของคุณออกแล้ว ตอนนี้คุณแค่พยายามทำใจให้สบายอย่าตึงเครียดเกินไป ไม่อย่างนั้นมันจะส่งผลกระทบต่อความยืดหยุ่นของผิวที่เกิดใหม่”
ต้วนหลิวเหนียนพยักหน้าเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกกระวนกระวายใจจริงๆ
สิ่งที่เป็นกังวลที่สุดในตอนนี้ก็คือใบหน้าของตนเองกลายเป็นแบบไหนแล้วจะเหมือนกับที่ซูฮ่าวพูดหรือไม่ว่ามันจะฟื้นฟูได้ดังเดิม
“วางใจเถอะคุณต้วนเรื่องที่คุณรอใกล้จะได้เห็นแล้ว” ซูฮ่าวราวกับมองความคิดที่อยู่ภายในใจของต้วนหลิวเหนียนออกก็เลยพูดปลอบใจเบาๆ และลงมือขจัดยาบดชะลอวัยที่อยู่บนใบหน้าของเธอออก
เฉินคายเหยียนกับพยาบาลสองสามคนต่างมองดูในดวงตามีอาการตื่นตระหนกและหวาดกลัว
“รอยแดงหายไปแล้วจริงๆหรือ?”
“นี่คือยาบดอะไรร้ายกาจเกินไปแล้ว?”
“ทำไมผมรู้สึกว่าผิวของคุณต้วนดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ความมันเงาสูงมากพระเจ้าช่วย!”
………………..
เสียงของพวกพยาบาลดังขึ้นไม่หยุดในน้ำเสียงแฝงด้วยความเหลือเชื่อ
เวลานี้ซูฮ่าวขจัดยาบดชะลอวัยที่อยู่บนใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนออกหมดแล้ว
เขาหยิบกระจกขึ้นมาหนึ่งบานวางไว้ตรงหน้าของต้วนหลิวเหนียน “คุณต้วน ลืมตาได้แล้ว!”
ต้วนหลิวเหนียนมีสภาพจิตใจตึงเครียดแน่นอนว่าเธอได้ยินเสียงที่ตกใจของพวกพยาบาล แต่เธอกลัวว่านั่นคือพวกพยาบาลจงใจเพียงแค่อยากปลอบใจเธอเท่านั้น
เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างรู้สึกกระวนกระวายใจ
แต่สิ่งที่เห็นนั้นกลับเป็นใบหน้าที่เหมือนกับน้ำแข็งเกลี้ยงเกลาเหมือนไขมันเกาะตัว
ผิวที่เนียนและเกลี้ยงเกลานั้นอยู่ภายใต้การส่องของแสงไฟก็ดูขาวใสเป็นอย่างยิ่งราวกับไข่ไก่ที่เพิ่งปอกเปลือก นุ่มนวล ราวกับตุ๊กตาเคลือบที่เป่าดีดก็แตกโดยเฉพาะงดงามมาก
“นี่… นี่คือใบหน้าของฉันจริงๆหรือ?” ต้วนหลิวเหนียนหยิกตนเอง เธอแทบไม่กล้าเชื่อทุกอย่างที่เห็นอยู่ตรงหน้า
เทียบกับใบหน้าเมื่อก่อนใบหน้าของเธอในตอนนี้ก็เกลี้ยงเกลาเหมือนไขมันเกาะตัว บางเหมือนปีกจักจั่นแล้ว
ผิวหน้าที่เกลี้ยงเกลาและผ่องใสนั้นขาวใสดั่งหยก ดูดีกว่าเมื่อก่อนร้อยเท่า
พูดได้ว่าแค่อาศัยใบหน้านี้ เธอก็ดึงดูดสายตาของผู้ชมได้นับไม่ถ้วนแล้ว
“เดี๋ยวนะ คางของฉัน… ” ต้วนหลิวเหนียนราวกับพบอะไรแล้วเธอส่องกระจกอย่างละเอียด ตัวเธอก็นิ่งไปราวกับถูกฟ้าผ่า
“ที่คุณต้วนพูดถึงน่าจะเป็นปานเล็กๆ ที่อยู่ตรงคางใช่ไหม?” ซูฮ่าวเห็นต้วนหลิวเหนียนอุทานออกมาครึ่งหนึ่งก็หัวเราะพลางพูดว่า “ผมรู้สึกว่าปานเล็กๆ นี้มีผลกระทบต่อรูปโฉมของคุณต้วนนิดหน่อยดังนั้นจึงถือวิสาสะลบออกให้ คุณต้วนคงจะไม่ถือสาใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ถือสาเลย!” ต้วนหลิวเหนียนส่ายหน้าหลังจากนั้นก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้นทันที
“คุณซู คุณคงไม่รู้อะไร ปานเล็กๆ ที่คางของฉันคือปมด้อยที่ไม่มีทางลบออกจากใจของฉันได้ทุกครั้งตอนที่ร่วมเฟรมกับคนอื่น ฉันต้องก้มหน้าเล็กน้อย เพื่อปกปิดปานนี้จึงทำให้คนบนอินเทอร์เน็ตจำนวนไม่น้อยใช้หัวข้อนี้มาพูดว่าฉันไม่มีความมั่นใจพอหรือใจฝ่ออะไรทำนองนั้น”
“ฉันไปที่โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามที่มีชื่อเสียงในประเทศมาหมดแล้วก็ยังหาคนแก้ไขปานที่คางของฉันไม่ได้ เดิมทีคิดว่าชีวิตนี้ไม่มีหวังที่จะกำจัดปานเล็กๆ นี้ได้แต่การปรากฏตัวของคุณทำให้ฉันเห็นความมหัศจรรย์ ขอบคุณคุณซูมากๆ ค่ะ!”
เธอพูดจบก็โค้งตัวคำนับให้ซูฮ่าวอย่างจริงใจหลังจากนั้นก็ส่องใบหน้าในกระจกไม่หยุด ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ
เดิมทีคิดว่าวันนี้ใบหน้านี้ถูกทำลายก็คือการเริ่มต้นที่สิ้นหวังแต่กลับคิดไม่ถึงว่ากลับกลายเป็นทุกขลาภ ไม่ใช่แค่ได้ใบหน้าที่งดงามมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถลบปานเล็กๆ ที่คางได้ด้วย
วินาทีนี้เธอรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งภายในใจไม่มีความเคียดแค้นใดๆ อีก
เฉินคายเหยียนกับพยาบาลสองสามคนต่างก็ตะลึงจนตาค้างแล้ว
เข็มหนึ่งเล่มกับยาบดแม้แต่ปานเล็กๆ ตรงคางก็ยังลบได้ นี่ก็มหัศจรรย์เกินไปแล้ว?
“คุณต้วนเกรงใจแล้วเรื่องนี้เป็นต้นเหตุมาจากบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวผมในฐานะพนักงานคนหนึ่งของบริษัท การแก้ไขปัญหาใบหน้าให้คุณก็สมเหตุสมผล” ซูฮ่าวส่ายหน้าและฉีกยิ้มเล็กน้อย
ราวกับคิดอะไรออกเขาถามอีกว่า “คุณต้วน ช่วยตอบผมสักข้อได้ไหมครับ?”
“ได้ค่ะคุณซูฮ่าวเชิญถามมาได้เลย” ต้วนหลิวเหนียนจิตใจดีมาก เธอพยักหน้าอย่างเต็มใจ
“ผู้จัดการโม่ลี่ฮัวของคุณมีความแค้นอะไรกับคุณหรือเปล่า?”
ต้วนหลิวเหนียนขมวดคิ้ว “ไม่ค่ะพี่โม่ดีกับฉันมาก ทำไมคุณซูฮ่าวถามอย่างนี้ล่ะคะ?”
“ในเมื่อเธอดีกับคุณมากทำไมต้องวางยาลงในไพรเมอร์ที่คุณใช้ด้วยล่ะ?”
“อะไรนะคะ?” ต้วนหลิวเหนียนผงะ แล้วก็พูดอย่างงงงันว่า “คุณซูฮ่าวคุณล้อเล่นใช่ไหม?”
“ผมไม่ได้ล้อเล่น”ซูฮ่าวสายตาแหลมคม เขาเดินเข้ามากระซิบข้างๆ หูของต้วนหลิวเหนียนเบาๆ
เธอหรี่ตาลง และสูดหายใจเข้า “ค่ะ ฉันจะทำตามที่คุณบอก”
“เช่นนั้นตอนนี้พวกเราก็ไปพิสูจน์กันเถอะ”ซูฮ่าวเดินออกไปด้านนอกห้องส่วนตัว ในขณะเดียวกันก็พูดกำชับว่า“คุณต้วน อีกสักครู่หากมีนักข่าวเข้ามาถามถึงใบหน้าของคุณรบกวนคุณพูดถึงเรื่องที่ปานเล็กๆ ตรงคางถูกลบด้วยได้ไหมครับ?”
“ทำไมหรือคะ?”
ซูฮ่าวหัวเราะเบาๆพลางพูดว่า “ก่อนหน้านี้ยาบดที่ผมให้คุณต้วนใช้คือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตัวใหม่ที่บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวใกล้จะผลิตคุณต้วนคือคนแรกที่ได้ทดลอง ถ้าคุณโฆษณาผลลัพธ์ให้หน่อย ผมคิดว่ามันก็เป็นการตลาดที่ดี”
เขาจะพูดเรื่องยาชะลอวัยกับไป๋เหวินหลิงพอดีวันนี้ก็ให้ต้วนหลิวเหนียนเป็นคนจุดประเด็นขึ้นมา พร้อมกับโฆษณาให้เล็กน้อย
“ฉันตกลงกับคุณได้แต่ก่อนที่ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่จะออกมา จะต้องขายให้ฉันก่อนล่วงหน้าสองสามชุดนะคะ” ต้วนหลิวเหนียนคิดๆดูแล้ว ก็เจรจาว่า “หากคุณตกลงฉันจะช่วยคุณโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของบริษัทพวกคุณในสถานีโทรทัศน์ฟรีๆ ด้วยนะคะ”
“เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาแน่นอนครับ ผมสัญญาว่าลูกค้าคนแรกของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ จะต้องเป็นคุณต้วนอย่างแน่นอน”
“จริงหรือคะ?” ต้วนหลิวเหนียนมองซูฮ่าวด้วยสายตาสงสัย และชี้พวกเฉินคายเหยียนพลางพูดอย่างจริงจังว่า “มีพวกคุณหมอเฉินเป็นพยานคุณอย่าหลอกฉันล่ะ!”
“คุณต้วนวางใจได้ผมรับประกันด้วยตัวของผมเอง” ซูฮ่าวตบอก และพูดด้วยรอยยิ้ม
ต้วนหลิวเหนียนได้ยินแล้วก็แสดงสีหน้าพึงพอใจออกมาแล้ว
“คุณซูฮ่าวให้ผมสั่งซื้อล่วงหน้าด้วยคนได้ไหมครับ?” เฉินคายเหยียนเดินมาหาซูฮ่าว และพูดขอร้อง
เขารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับยาบดชะลอวัยก่อนหน้านี้มาก หากมีของสิ่งนี้เป็นยาช่วยในการผ่าตัดเช่นนั้นเขาก็จะสร้างยุคสมัยใหม่ของการศัลยกรรมความงามได้
“ได้อยู่แล้วครับ แต่หากคุณหมอเฉินต้องการใช้ในการรักษาผมไม่แนะนำ เพราะเครื่องสำอางอย่างไรก็คือเครื่องสำอางในด้านผลลัพธ์ก็แทนที่ยาไม่ได้” ซูฮ่าวราวกับรู้ว่าเฉินคายเหยียนกำลังคิดอะไรก็เลยพูดเตือน
“เครื่องสำอางตัวใหม่ที่บริษัทของพวกผมจะผลิตในลำดับต่อไปผลลัพธ์ก็จะไม่ถึงกับตอนที่ผมรักษาใบหน้าให้คุณต้วนในก่อนหน้านี้ เพราะผมก็ใช้คู่กับวิชาการฝังเข็ม อีกอย่างวิชาการฝังเข็มชุดนั้นจนตอนนี้ก็มีแค่ผมคนเดียวที่ทำได้”
ที่เขาพูดไปนั้นก็ไม่ได้เกินจริงเลย ยาชะลอวัยที่ใช้ในเครื่องสำอางจะต้องผสมน้ำ และจัดการตามอัตราส่วน ลดปริมาณยาลงถึงหนึ่งส่วน มิฉะนั้นก็จะบรรลุไม่ถึงเป้าหมายของผลกำไร
สำหรับเข็มเทพเหลยหั่วนี่คือวิชาการแพทย์ที่ขาดการสืบทอด เขาได้มาจากระบบตอนนี้ก็มีแค่เขาคนเดียวที่ทำได้จริงๆ
ดังนั้นถึงนำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ให้เฉินคายเหยียนล่วงหน้า ผลการรักษาหลังจากที่อีกฝ่ายใช้ในด้านการรักษาก็มีไม่มาก
เฉินคายเหยียนได้ยินแล้วอาการตื่นเต้นบนใบหน้าก็หายไปไม่น้อย
เดิมทีอยากจะอาศัยยาบดชะลอวัยสร้างชื่อเสียงตอนนี้พอได้ยินซูฮ่าวพูดอย่างนี้เขาก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้แล้ว
จริงๆแล้วสิ่งที่เฉินคายเหยียนไม่รู้ก็คือ ซูฮ่าวก็แค่ไม่สนใจด้านนี้เท่านั้น มิฉะนั้นด้วยประสิทธิภาพของเตาปรุงยาอัตโนมัติกับเข็มเทพเหลยหั่ว ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะบรรลุถึงขั้นเซียนการแพทย์ระดับโลกไม่ได้
ตอนที่มาถึงหน้าประตูห้องส่วนตัว ซูฮ่าวมองต้วนหลิวเหนียนพลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณต้วนอย่าลืมเรื่องที่ผมพูดกับคุณเมื่อกี้นะครับ”
“วางใจเถอะค่ะ ฉันเข้าใจ”ต้วนหลิวเหนียนพยักหน้า ในสายตามีความเด็ดขาด
“เช่นนั้นผมจะเปิดประตูแล้วนะครับ?”
“เปิดเถอะค่ะ!”
ทันทีที่พูดเช่นนั้นออกมา ซูฮ่าวก็ผลักประตูห้องส่วนตัวออกทันที
ทันใดนั้น คนในห้องโถงของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวทุกคนสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของทางนี้ก็หันมามองทางหน้าประตูห้องส่วนตัวแล้ว
ตอนที่ต้วนหลิวเหนียนเดินออกมาจากห้องส่วนตัว ก็เผยใบหน้าที่งดงามนั้นคนทั้งห้องโถงก็อึ้งไปทันที
บรรดานักข่าวที่เบียดเสียดเข้ามาก็ยิ่งงงงันดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตะลึง
ก่อนหน้านี้ต้วนหลิวเหนียนเสียโฉมไปแล้วไม่ใช่หรือ?
แล้วทำไมตอนนี้… นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?