รอรัก รอแค้น

    บทที่ 6 รักคนบ้า

    “โอ๊ยยยย”เสียงครางเบาๆ บ่งบอกว่าคนที่นอนหมดสติมาหลายชั่วโมงรู้สึกตัวแล้ว เวทิศไม่รอช้ารีบพุ่งตัวเข้าไปดูเธอ“เป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหม อยากได้อะไรหรือเปล่า”“ฉันไม่อยู่ที่นี่ได้ยังไง” เธอนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “อ่อจำได้แล้วฉันขับรถชนต้นไม้ ใครเป็นคนพาฉันส่งโรงพยาบาลและครอบครัวฉันรู้เรื่องหรือยัง”“ผมเป็นคนพาคุณมาส่งโรงพยาบาลเองผมขับรถตามคุณมาเห็นคุณขับรถชนต้นไม้พอดี ส่วนครอบครัวคุณยังไม่มีใครรู้หรอกผมไม่รู้จะติดต่อพวกเขายังไงโทรศัพท์คุณก็พัง”“ถ้างั้นฉันขอยืมโทรศัพท์คุณหน่อย ฉันจะโทรบอกคุณพ่อกับคุณแม่พวกท่านจะได้มารับฉันกลับกรุงเทพด้วย” ศศิธรแบมือขอยืมโทรศัพท์มือถือเวทิศนิ่งไม่ยอมหยิบโทรศัพท์“คุณจะไปจริงๆ หรอ”“ฉันอยู่ไม่ไหวแล้ว ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังเจอกับอะไร แต่ฉันสู้มันไม่ได้ทำได้อย่างเดียวคือหนี”“ถ้างั้นผมจะช่วยคุณเอง เราจะหาทางแก้ไขด้วยกัน” เวทิศจับมือเธอศศิธรดึงมือออก“มีสองเหตุผลที่ฉันไม่บอกคุณ หนึ่งบอกคุณก็ไม่เชื่อฉันและสองถ้าคุณเชื่อฉันก็ไม่ไว้ใจคุณ”“ผมอยากช่วยคุณจริงๆ นะ” เขายืนยันเสียงเข้ม“ถ้าคุณอยากช่วยฉันจริงๆ แค่ให้ฉันยืมโทรสักสองสามนาทีมันยากนักหรอ”“ถ้าแค่นั้นมันไม่ยากหรอก มันยากตรงที่อาจจะไม่ได้เจอคุณอีกนั่นแหละที่ยาก”“ฉันเห็นคุณทำแบบนั้นแล้ว จะให้ฉันเชื่อใจคุณหรอ”“แล้วคุณเห็นอะไรล่ะคุณบอกผมสิ” สีหน้าเขาคาดคั้นจะเอาคำตอบ“เห็นคุณกับผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงสวมชุดไทยที่ตามหลอกตามหลอนฉันในฝันทุกคืนกำลังนัวเนียกันไง”“ไอรักผมว่าคุณฝันร้าย เรื่องแบบนี้มัน…มันเป็นไปไม่ได้ผีมีจริงที่ไหน”“ก็ได้ ฉันออกไปยืมโทรศัพท์ข้างนอกโทรก็ได้” ว่าจบแล้วเธอก็สะบัดผ้าห่มออกจะลุกจากเตียง เวทิศดันไหล่บางให้ลงนอนเหมือนเดิมแล้วส่งโทรศัพท์ตัวเองให้เธอศศิธรต่อสายหาที่บ้านบอกว่าเธอประสบอุบัติเหตุอยากให้ทุกคนช่วยมารับเธอกลับไปกรุงเทพฯ อย่างน้อยซักระยะนึงและแน่นอนคุณพ่อผู้คิดถึงลูกสาวสุดหัวใจก็ดีใจดี๊ด๊าจะมารับเดี๋ยวนี้ให้ได้ แต่กว่าทุกคนจะเดินทางมาถึงก็คงเป็นพรุ่งนี้ จะนั่งเครื่องบินมาเลยที่นั่งก็เต็มทุกที่หลังจากวางสายศศิธรส่งโทรศัพท์คืนให้เวทิศแล้วหันหน้าหนีไปทันที เวทิศไม่อยากเซ้าซี้อะไรเธอไปมากกว่านี้จึงยอมนั่งมองเธอที่โซฟาเงียบๆ ผ่านไปหลายชั่วโมงจนในที่สุดทั้งสองคนก็เผลอหลับไป กระทั่งศศิธรตื่นเพราะปวดเบา หญิงสาวค่อยๆ พยุงตัวขึ้นจากเตียงเดินไปที่ห้องน้ำ หลังจากทำธุระเสร็จแล้วเธอไปล้างมือ เธอมองสภาพตัวเองในกระจกก็ได้แต่ถอนหายใจผิวพรรณขาวเนียนเธอเต็มไปด้วยรอยบาดเล็กๆ จากเศษกระจกที่แตกหัวเธอก็มีผ้าพันอยู่รอบหัว“สภาพแย่จังไอรักเอย”“หึ เพียงแค่นี้มึงว่าแย่หรือ” ผู้หญิงในชุดไทยปรากฏตัวขึ้นในกระจกตรงหน้าศศิธร “มึงดูกู ผิวหนังเธอมีริ้วรอยจากการถูกทำร้ายจากนั้นบาดแผลนั้นค่อยๆ เริ่มเขียวช้ำผิวหนังบริเวณรอบๆ เริ่มเปื่อยยุ่ยเหมือนบาดแผลทั้งหมดกำลังเน่าเปื่อย“ไม่” ศศิธรส่ายหน้าหนีอย่างเดียวไม่ยอมมองภาพสยดสยองตรงหน้า“ในเมื่อมึงไม่ยอมดูมึงก็รู้สึกเองแล้วกัน”มือของศศิธรกระชากเข็มน้ำเกลือที่ปักอยู่ในแขนออกยกมันขึ้นปักกรีดลงไปบนแขนที่เธอเพิ่งดึงเข็มออก แล้วทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นจนแขนเรียวสวยเต็มไปด้วยรอยฉีกขาดเลือดสีแดงฉานไหลนองเต็มแขน เธอพยายามจะห้ามมือตัวเองแต่ทำไม่ได้เลยเหมือนร่างกายนั้นไม่ใช่ของเธอ“กรี๊ดดดด...เจ็บ..ฮือออ….ปล่อยฉัน”“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..มึงเจ็บรึ แค่นี้ยังน้อยหายเทียบกับที่มึงทำกับกู”เสียงหัวเราะของหญิงคนนั้นดังกังวานไปด้วยความร่าเริงและความสาใจที่เห็นเธอเจ็บปวด“ไอรักคุณเป็นอะไร” เวทิศสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงร้องของศศิธรเวทิศรีบวิ่งไปเปิดประตูน้ำแต่ปรากฏว่ามันล็อกเขาพยายามทุบเรียกหญิงสาวแต่ก็ได้ยินเพียงแค่เสียงร้องกรี๊ดเท่านั้นเขาตัดสินใจพังประตูเข้าไปและภาพที่พบทำให้เขาตกใจแทบสิ้นสติ เขาพบกับเธอกำลังยืนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวมือเธอก็ยังคงใช้เข็มกรีดแขนตัวเอง เขารีบตรงเข้าไปล็อกแขนเธอออกดึงเข็มนั้นให้ออกจากมือเธอ“ไอรักคุณเป็นอะไรคุณทำร้ายตัวเองทำไม”เวทิศกดแผลห้ามเลือดให้“ฉันไม่ได้ทำผู้หญิงคนนั้น…ผู้หญิงคนนั้นทำ…ฮือ…ช่วยด้วยฉันกลัว…ฮืออออ”หญิงสาวส่ายหน้าร้องไห้พูดพร่ำไม่รู้เรื่อง จนในที่สุดสติของเธอดับลงไปเพราะอาการเสียเลือดมากเวทิศอุ้มเธอกลับไปที่เตียง กดเรียกพยาบาลให้เตรียมอุปกรณ์ทำแผลมาให้หลังจากทำแผลเสร็จเขาก็นั่งจ้องหน้าเธอ“มีผีทำร้ายเธอจริงๆ หรือว่าเธอเป็นบ้ากันแน่”จะให้เขาเชื่อว่าสมัยนี้มีภูตผีปีศาจมันก็ยากจะเชื่อแต่ถ้าไม่อย่างนั้นก็หมายความว่าเธอเป็นบ้า“ฉันคงไม่ได้ไปรักคนบ้าเข้าใช่ไหม”เขารักเธอตั้งแต่แรกเห็นจริงๆ อย่างที่เคยพูดเอาไว้มันไม่ใช่พบกันแล้วรู้สึกเหมือนโลกเป็นสีชมพู หรืออารมณ์แบบพึงพอใจผู้หญิงตั้งแต่แรกเห็นเหมือนที่เคยเป็นมา มันเป็นความรู้สึกเหมือนคุ้นเคย ผูกพัน โหยหาคิดถึงสุดหัวใจเหมือนกับคนรักที่พลัดพรากจากกันมานานแสนนานมากกว่า“พรุ่งนี้ค่อยว่ากันแล้วกัน”ว่าไปแล้วเขาล้มตัวลงนอนต่อพักผ่อนเอาแรงเพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องรบกับอะไรบ้างวันต่อมาช่วงสายวันต่อมาเขามองศศิธรชะเง้อคอมองประตูจนจะเป็นนกกระเรียงของยาวอยู่แล้วก๊อก…ก๊อก….ก๊อกเขาถอนหายใจแล้วเดินไปเปิดประตู เป็นอย่างที่คาดเป็นครอบครัวของศศิธรจริงๆ“โห…น้องสาวฉันยับเยินยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้ว” ธีรวิชญ์มองน้องสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าหัวเธอมีผ้าพันเอาไว้แน่นหนา แขนข้างหนึ่งก็มีผ้าพันเอาไว้แน่นแถมมีรอยจางๆ ของเลือดบ่งบอกว่าแผลสาหัสเอากัน ถ้าแผลหายแล้วคงทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ให้รำคาญลูกตาแน่“งานนี้หมอศัลยกรรมรับเงินบานเลย ขับรถยังไงวะให้ชนต้นไม้ไอรัก”“แล้วพี่ล่ะขับรถยังไงให้ชนคน” น้องสาวช้อนตาเขียวมองพี่ชาย“เอาละ เอาละไม่ต้องทะเลาะกันลูกวันนี้พ่อมารับลูกกลับบ้าน พ่อคุยกับโรงพยาบาลเอาไว้เรียบร้อยแล้วทางโรงพยาบาลจะให้หนูออกจากโรงพยาบาลตอนบ่ายวันนี้เลย” ผู้เป็นพ่อสรุปเสร็จสรรพศศิธรนั่งยิ้ม เธอจะไม่ต้องเจอผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว เธอจะกลับบ้านกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม มีความสุขกับครอบครัวที่แสนอบอุ่นของเธอ“เป็นอะไรลูกท่าทางหนูดูเป็นทุกข์มากเลยนะ” ไอลดาลูบหัวลูกสาวเพราะดูอออกว่าใต้รอยยิ้มนั้นมีความทุกข์อยู่“แม่คะ ไอรักไม่อยู่ที่นี่ ไอรักเจอหลายเรื่องมากไอรักไม่รู้จะบอกจะอธิบายยังไง ไอรักกลัวมากค่ะแม่” พูดไปแล้วน้ำตาของเธอร่วงออกจากดวงตาเป็นสายไอลดาเข้าไปกอดปลอบลูก“ไม่เป็นไรลูกเราจะกลับบ้านนะ แม่สัญญาว่าจะไม่ให้ใครหรืออะไรมาทำร้ายลูกของแม่ได้”“พ่อก็สัญญา” ผู้เป็นพ่อเข้าไปกอดภรรยาและลูกพี่ชายเห็นน้องแล้วก็สงสาร เขาลูบหัวให้กำลังใจน้องเวทิศมองเหตุการณ์ทุกอย่าง เงียบๆ เขาอยากจะพูดอยากจะห้ามไม่ให้เธอไป เหลือเกินแต่ในฐานะอะไรล่ะตอนนี้เขาก็เป็นได้แค่คนที่เธอเกลียด“เป็นเวรเป็นกรรมอะไรของมึงนักหนาวะ อยู่มาจะ 30 ปีจีบผู้หญิงคนก็ติดหมดแต่พอเจอคนที่รักจริงเสือกไปทำให้เขาเกลียด แถมไม่รู้ด้วยว่าไปทำอะไรให้เขาเกลียด”