ลานหมู่บ้านสกุลหลิวถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศแปลกประหลาด เสียงซุบซิบดังลอดออกมาจากทุกเรือน... เต็มไปด้วยความตกตะลึงและความหวาดกลัว
หลิวซาน หัวหน้าหมู่บ้าน นั่งอยู่ในห้องโถงหลักด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาฉายแววหวาดกลัวอย่างชัดเจน เมื่อได้ยินรายงานจากกลุ่มลูกน้องผู้รอดชีวิตมาจากการล่าสัตว์
"ดี! ในเมื่อเ้าอยากกู้หน้า... เ้าต้องทำเอง!"
หลิวซานตบโต๊ะไม้เสียงดังใส่บุตรชาย
"ไปท้าประลองกับมันต่อหน้าทุกคน! ใช้พลังปราณระดับ 3 ของเ้าให้เต็มที่! ข้า้าให้ความหวาดกลัวนี้มันจบลงเสียที!"
หลิวเปา ยืนคุกเข่าต่อหน้าบิดา ใบหน้าซีดเซียว แต่ความอับอายทำให้เขาจำต้องรับคำท้า
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เสียงระฆังไม้ขนาดใหญ่สำหรับเรียกประชุมถูกตีดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เย่เฉิน... ผู้กำลังนั่งบ่มเพาะพลังในกระท่อมลืมตาขึ้นช้าๆ เขารู้ดีว่าการตอบโต้กำลังจะมาถึง
เมื่อเย่เฉินมาถึงลานหมู่บ้าน ทุกคนก็มารวมตัวกันแล้ว ทั้งชาวบ้านและ ผู้าุโหลิวเจิ้ง ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้สูงอย่างสงบ
หลิวเปาก้าวออกมาข้างหน้าอย่างผยอง ท่ามกลางสายตาบิดาและชาวบ้าน
"เย่เฉิน! เ้าได้ใช้พลังแปลกประหลาดสังหารสัตว์อสูรในป่า! ข้าไม่เชื่อว่าพลังนั้นเป็ของจริง! ในฐานะนักรบของหมู่บ้านสกุลหลิว! ข้าขอท้าเ้าประลองต่อหน้าผู้าุโทุกคน! เพื่อพิสูจน์ว่าเ้า... คู่ควรกับการยืนอยู่บนพื้นดินนี้หรือไม่!"
เย่เฉินมองหลิวเปาอย่างเ็า เขาพยักหน้าเล็กน้อยอย่างสงบ
"ได้..."
หลิวซานถอยหลังไปยืนข้างผู้เฒ่าหลิวเจิ้งอย่างตึงเครียด ชาวบ้านนับสิบต่างจับจ้องมายังลานประลองอย่างไม่กะพริบ หลิวเปายืนประจันหน้ากับเย่เฉิน
"เย่เฉิน! อย่ามาโทษข้าที่ทำรุนแรง! นี่คือการประลองที่เ้าเลือกเอง!"
ฟุ่บ!
หลิวเปาไม่รอช้า เขาโคจร "พลังปราณระดับ 3" ทั้งหมดไปที่ฝ่ามือ จนเกิดเป็ไอสีขาวจางๆ พุ่งออกมา เขาใช้กระบวนท่าแข็งแกร่งที่สุดของตระกูลหลิว... "หมัดกระทิงดุ" พุ่งเข้าใส่เย่เฉินราวลูกธนูหลุดจากแล่ง
เย่เฉินยืนนิ่ง...
สิ่งที่เขาทำมีเพียงอย่างเดียวคือ... การหายใจ
เย่เฉินควบคุมลมหายใจเข้าออกตาม "ลมหายใจอสูรเทวะ" ทันทีที่กระแสลมเข้าสู่ร่างกาย พลังงานสีทองดำถูกบังคับให้กระจุกตัวอยู่ที่ฝ่าเท้าและลำตัวส่วนล่าง ทำให้ร่างกาย หนักอึ้งดุจภูผาหิน อันหยั่งรากลึกลงไปในพื้นดิน
ปัง!
หมัดกระทิงดุอันรุนแรงของหลิวเปา ปะทะเข้ากลางอกเย่เฉินเต็มแรง!
เสียงปะทะดังสนั่นราวค้อนทุบแท่นเหล็ก ชาวบ้านผู้เคยส่งเสียงเชียร์ ต่างพลันนิ่งเงียบกริบ
หลิวเปาััได้ถึงแรงต้านทานรุนแรงเกินกว่าจินตนาการ หมัดของเขาเหมือนถูกดูดเข้าไปในมวลหินแข็งแกร่งที่สุด แขนสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเกิดอาการชาขึ้นมาทันที!
"อ๊า!" หลิวเปาร้องออกมาด้วยความเ็ป
เย่เฉินยังคงยืนอยู่ ณ จุดเดิม... ไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว!
เสื้อผ้าขาดๆ บนหน้าอกฉีกขาดเล็กน้อย แต่ิัด้านในไม่ปรากฏรอยฟกช้ำใดๆ เลยแม้แต่น้อย
‘หลิวเปา... เ้าใช้พลังปราณโจมตีข้า... แต่กายาเทพอสูรของข้า... ถูกสร้างมาเพื่อต้านทานและดูดซับวิถีแห่งเทพของพวกเ้าอยู่แล้ว!’
หลิวเปาไม่สนใจความเ็ปที่แขน เขารีบตั้งหลักและโจมตีซ้ำเข้าใส่เย่เฉินด้วยกระบวนท่ารวดเร็วและรุนแรงอีกหลายครั้ง แต่ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม... เขาเหมือนกำลังทุบเข้าใส่ภูผาอันไม่มีวันสั่นคลอน!
หลิวเปาโจมตีเย่เฉินอย่างบ้าคลั่ง เขาทั้งถีบ ทั้งซัดฝ่ามือ และใช้หมัดกระทิงดุซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เย่เฉินยืนหยัดอย่างมั่นคงดุจภูผาหิน
"ทำไม! ทำไมแกไม่ล้มลงสักที!" หลิวเปาหอบหายใจอย่างหนัก แขนชาจนไร้ความรู้สึก
เขาตัดสินใจใช้พลังทั้งหมดที่มีเป็ท่าสุดท้าย
"ตายซะ! ฝ่ามืออัสนีบาต!"
หลิวเปาปล่อยหมัดสุดท้ายอันรวบรวมพลังปราณมาทั้งหมด พุ่งเข้าใส่เย่เฉินด้วยความเร็วรุนแรงที่สุด
เย่เฉินเงยหน้าขึ้นมองหมัดพุ่งเข้ามาอย่างเยือกเย็น
เขาใช้เพียง ข้อมือ ข้างเดียวปัดมือหลิวเปาเบาๆ เพื่อ "เบี่ยงทิศทาง" ของหมัด และในจังหวะนั้นเอง "พลังสะท้อน" อันเกิดจากการดูดซับแรงโจมตีทั้งหมด ก็ถูกปล่อยออกมาจากกายาเทพอสูรอย่างฉับพลัน!
เปรี้ยง!
คลื่นพลังสะท้อนที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าปะทะร่างหลิวเปาอย่างจัง ร่างของเขาที่ไร้การป้องกันพลันลอยละลิ่วออกจากพื้น!
"อ๊ากกก!"
หลิวเปาร้องอย่างเ็ป ร่างกายกระเด็นไปไกลนับสิบศอกก่อนจะชนเข้ากับเสาหินประดับลานอย่างแรง
โครม!
เสาหินถึงกับสั่นะเื ร่างหลิวเปาทรุดลงกับพื้นทันที เืไหลซึมจากมุมปาก เขาาเ็หนักจนไม่อาจขยับได้
ลานหมู่บ้านพลันตกอยู่ใน ความเงียบงันอันแทงลึก ยิ่งกว่าเสียงหัวเราะใดๆ!
เย่เฉินไม่เหยียบซ้ำ แต่เขาก้มลงมองหลิวเปาผู้นอนาเ็ด้วยสายตาเต็มไปด้วย "ความดูถูกเหยียดหยาม"
‘หลิวเปา... นี่คือความแตกต่างระหว่างพลังปราณที่ไร้รากฐาน... กับวิถีเทพอสูรอันแข็งแกร่งดุจปฐี!’
เย่เฉินหมุนตัวกลับอย่างช้าๆ แล้วเริ่มเดินออกจากลานหมู่บ้าน ทิ้งความพ่ายแพ้ของหลิวเปาไว้เื้ั
ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานหมู่บ้านอย่างสมบูรณ์ ภาพหลิวเปานอนกระอักเือยู่ที่โคนเสาหิน เป็ภาพทำลายความเชื่อมั่นของชาวบ้านทุกคนลงอย่างราบคาบ
"เปาเอ๋อ!" เสียงร้องของหลิวซานดังขึ้นทำลายความเงียบ เขารีบวิ่งถลันเข้าไปดูอาการบุตรชายด้วยใบหน้าซีดเผือด
"ข้าไม่ได้ทำอะไร..." เย่เฉินเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันกลับมามอง "ลูกชายของท่านอ่อนแอเองต่างหาก... เหมือนที่ท่านเคยบอกข้าไม่ใช่รึ? ว่าโลกนี้ไม่มีที่ยืนให้คนอ่อนแอ"
เย่เฉินก้าวเดินต่อไป ฝูงชนเคยยืนขวางทางต่างพากันแหวกทางให้อย่างรวดเร็วราวฝูงแกะหลีกทางให้ราชสีห์
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ผู้าุโหลิวเจิ้ง ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ สายตาฝ้าฟางจับจ้องไปที่แผ่นหลังเย่เฉินอย่างไม่วางตา
เขาเห็น "เงาสีแดงฉาน" จางๆ แผ่ออกมาจากร่างเย่เฉิน... มันคือกลิ่นอายของ "ัผู้เพิ่งตื่นจากนิทรา"
‘เด็กคนนี้... เขาไม่ใช่คนของโลกใบเล็กๆ นี้อีกต่อไปแล้ว’ หลิวเจิ้งคิดในใจ มือจับไม้เท้าสั่นระริกเล็กน้อย
‘หมู่บ้านสกุลหลิว... เล็กเกินไปที่จะกักขังัตัวนี้ไว้...’
ผู้เฒ่าถอนหายใจยาว
รัตติกาลมาเยือนหมู่บ้านสกุลหลิวอีกครั้ง แต่ค่ำคืนนี้มีเพียงความเงียบงันแฝงไปด้วยความหวาดระแวง
ภายในกระท่อมซอมซ่อที่ปลายหมู่บ้าน เย่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่หน้า "แผ่นศิลาสีเื" วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ
เขาจ้องมองมันด้วยสายตานิ่งสงบ ชัยชนะเหนือหลิวเปาในวันนี้ไม่ได้ทำให้เขาหลงระเริง แต่มันกลับยืนยันความจริงข้อหนึ่งซึ่งคัมภีร์เคยบอกไว้
เย่เฉินยื่นมือไปััแผ่นศิลาเบาๆ เพื่อกระตุ้นมัน ตัวอักษรโบราณบนแผ่นศิลาพลันเรืองแสงสีแดงโลหิตขึ้นมา!
ข้อความค่อยๆ เรียงตัวเป็ประโยคดุดันและทรงพลัง:
"ผู้ถูกเหยียบย่ำ... พลังของเ้าคือภูผาหิน..."
"และทางเดียวที่ภูผาจะเคลื่อนไหว... คือการทุบทำลายให้สิ้นซึ่งผู้กล้าก้าวขึ้นมา!"
‘ทุบทำลาย...’ เย่เฉินคิดในใจ
เขาเข้าใจความหมายแฝงอยู่... การเอาชนะหลิวเปาเป็เพียงแค่การ "ปัดป้อง" แมลงวันเท่านั้น หากเขา้าจะก้าวเดินในวิถีเทพอสูรอย่างแท้จริง เขาต้อง "ทุบทำลาย" ระบบที่กดขี่เขาในโลกกว้าง
‘หมู่บ้านสกุลหลิว... เล็กเกินไปสำหรับข้าแล้ว’
เย่เฉินปิดแผ่นศิลาลง
เขาเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง สู่โลกกว้างอันเต็มไปด้วยอันตรายที่แท้จริง
‘หลิวเปา... หลิวซาน... พวกเ้าคือบทเรียนแรกของข้า...’
‘แต่ตอนนี้... ถึงเวลาที่ข้าต้องออกเดินทาง... เพื่อตามหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่า ที่จะทำให้ทั่วหล้าต้องสยบแทบเท้า!’
เย่เฉินเป่าตะเกียงให้ดับลง...
ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้อง แต่ในใจเด็กหนุ่มกลับลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น
[จบตอนที่ 12]