ร้านเหล้าไอวี่ลีกพลันเงียบเสียงลงไปชั่วขณะ
ชายหนุ่มที่สวมชุดหรูหราไม่ลังเลใจที่จะสบถด่าใส่ทุกคนในร้านเหล้า อย่างไรก็ตาม ซุนเฟยรู้สึกได้ว่าทหารรับจ้างส่วนใหญ่นั้นโมโหมาก เพียงแต่ว่าไม่มีใครกล้าพูดออกมาเท่านั้น ราวกับว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นปีศาจที่น่ากลัว ส่วนคนที่พูดคุยกระซิบกระซาบกับชายหนุ่มคนนั้นซุนเฟยรู้จักดีเขาคือทหารยามที่เฝ้ารักษาประตูเมืองและยังคงสวมชุดเครื่องแบบของตัวเองอยู่
ซุนเฟยพอจะเข้าใจเรื่องราวต่างๆขึ้นมาทันที
ดูเหมือนว่าหัวหน้าคนนั้นน่าจะเป็นคนที่พาชายหนุ่มคนนี้มาเจอกับซุนเฟยและสองสาวเอง เหตุผลงั้นหรือ? ซุนเฟยพอจะเดาจากสายตาที่หื่นกระหายของชายคนนั้นยามที่จ้องมาทางแองเจล่าได้
เมื่อถูกเด็กหนุ่มชี้หน้าด่าต่อหน้าคนอื่น ยอร์กที่ร่าเริงก่อนหน้านี้ก็พลันหน้าแดงก่ำด้วยความรู้สึกอับอาย เขาไม่รู้ว่าควรจะถือแก้วเหล็กในมือต่อไปดีไหม และถึงแม้ว่าในดวงตาของเขาจะฉายแววโมโหมาก แต่เขาก็ลังเลอยู่สักพักก่อนจะก้มหน้าลงไม่พูดจาใดๆพร้อมทั้งฉุดลากเด็กหนุ่มขี้อายที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้เดินจากไป เห็นได้ชัดว่าเขารู้จักตัวตนของชายหนุ่มคนนี้
“ลุงยอร์ก รอเดี๋ยวก่อน”
แองเจล่าเอ่ยปากและยิ้ม ทำให้บรรยากาศในร้านเหล้าดูผ่อนคลายลง เธอยื่นมือขาวผ่องออกมาและคว้าแก้วเหล็กบนโต๊ะพร้อมทั้งพูดกับยอร์กว่า “ขอบคุณที่เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเราฟังนะเจ้าคะ ท่านเป็นชายที่กระตือรือร้นและซื่อตรงมาก ข้าขอดื่มให้กับท่าน”
พูดจบสาวน้อยก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซดเบียร์ในแก้วเหล็กลงไปจนหมดแก้ว เสียงกระดกเบียร์ดังก้องไปทั่วร้าน หลังจากดื่มจนหมดในรวดเดียวแองเจล่าก็ใช้มือปาดเบียร์บนริมฝีปากออก ท่าทางอันหยาบกร้านประกอบกับใบหน้าที่สวยงามของแองเจล่าทำให้เธอดูงดงามมากจนทุกคนในร้านเหล้าพากันตกตะลึง
ยอร์กดูตื่นเต้นมาก ตัวของเขาเริ่มสั่นเทิ้ม
เขาไม่คาดคิดเลยว่าสาวน้อยที่สวยราวกับนางฟ้าจะดื่มให้กับตัวเองในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ ความอับอายและความโกรธจากการโดนชายหนุ่มชุดหรูหราหยามหยันก็สูญสลายในทันที!
ยอร์กคว้าแก้วเหล็กที่เขาวางไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา แล้วกระดกแก้วดื่มเบียร์ของตัวเองด้วยความรู้สึกขอบคุณ เขาไม่สนใจสายตาข่มขู่ของชายหนุ่มชุดหรูหราคนนี้ เรื่องที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้นก็คือ เด็กหนุ่มผิวดำแสนขี้อายก็เดินเข้ามาอย่างเงียบๆ จากนั้นก็กระดกเบียร์เสียงดังอักๆ เป็นเพื่อนเขา
หลังดื่มเสร็จ ยอร์กก็พูดอย่างลังเลว่า “ระวังตัวด้วย”ก่อนจากไปด้วยสีหน้ากึ่งขอบคุณกึ่งอับอายพร้อมกับเด็กหนุ่มที่ชื่อว่าฟิลิปส์ ในไม่ช้า ทั้งคู่ก็หายลับไปจากถนนด้านนอกร้านเหล้า
ซุนเฟยลูบคางของตัวเองราวกับว่าเข้าใจอะไรบางอย่าง
ซุนเฟยยิ้มออกมาพร้อมทั้งแสดงสีหน้าชมเชยแองเจล่า เป็นครั้งแรกที่เขาพบว่าคู่หมั้นสาวผู้สุภาพนุ่มนวลของเขามีด้านที่ผ่าเผยแบบนี้เช่นกัน
ใบหน้าของชายหนุ่มชุดหรูหราพลันคล้ำลงราวกับเป็นผลส้มที่ถูกคั้นน้ำออกมา เขามองตามทางที่ยอร์กกับฟิลิปส์เดินจากไปอย่างดุร้าย จากนั้นก็หันมากวาดสายตามองซุนเฟยและถามห้วนๆ ว่า “บอกราคามาจะเอากี่เหรียญทอง?”
“หืม?” ซุนเฟยขมวดคิ้ว
“ฮิๆ ไม่เอาน่าไอ้น้องชาย ดูจากชุดที่เจ้าใส่แล้วข้าบอกได้ว่าเจ้าน่าจะมีฐานะอยู่บ้าง อย่ามาแกล้งโง่หน่อยเลยน่า? เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือว่าข้าหมายถึงอะไร?” ชายหนุ่มชุดหรูหรายิ้มอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหมุนตัวหันไปส่งสัญญาณให้กับลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง“บอกมันสิว่าข้าต้องการอะไร”
“ขอรับนายน้อย ฮี่ๆ ไอ้หนู ข้าจะบอกเจ้าเอง นายน้อยคูลอมบ์ต้องการผู้หญิงทั้งสองคนของเจ้า ถ้าฉลาดก็รีบบอกราคามา...”ชายร่างบึกบึนไว้เคราที่สวมชุดนักรบคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพลางยกนิ้วชี้ที่จมูกของซุนเฟย
“โอ้?” ซุนเฟยไม่เพียงไม่โกรธ กลับกันเขายังหัวเราะออกมาแทน “แล้วถ้าข้าไม่ยอมเล่า?”
“ถุย! ไอ้สุนัขตาบอด? มีใครในเมืองน้ำพุร้อนกล้าปฏิเสธนายน้อยคูลอมบ์กันเล่า?” ราวกับกระต่ายที่ถูกเหยียบหางชายคนนั้นโยนเงินสองเหรียญทองแดงลงบนโต๊ะและตะโกนดังลั่นว่า “ไอ้โง่บัดซบ รับเงินและไสหัวไปเสีย!”
“สองเหรียญทองแดง?” ซุนเฟยขมวดคิ้วอีกครั้ง
“มีอะไร? น้อยไปหรือ? ความจริงแล้วที่นายน้อยคูลอมบ์ยอมจ่ายเงินให้เจ้าก็ถือว่าเป็นของขวัญชั้นเลิศแล้ว!” ลูกสมุนไว้เคราคนนั้นหัวเราะ “นี่เป็นวิธีที่นายน้อยคูลอมบ์ใช้ซื้อของ ถ้าเจ้าไม่อยากได้สองเหรียญทองแดง งั้นข้าจะให้แค่เหรียญเดียว”
บนใบหน้าของมันเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะรีบหยิบหนึ่งเหรียญทองแดงกลับมาเก็บในกระเป๋าของมัน
ทุกคนในร้านเหล้าไม่กล้าพูดอะไรออกมาเนื่องจากกลัวคูลอมบ์ พวกเขาต่างมองไปที่ซุนเฟยกับแองเจล่าด้วยความสงสารและคิดในใจว่า “มันเลวร้ายเกินไปกับสาวสวยเช่นนี้ อีกคนแล้วที่ต้องไปตกอยู่ในเงื้อมมือของเจ้ามารร้ายนั่น”
“เจ้าก็พอจะมีดีอยู่บ้างล่ะนะ” ซุนเฟยถอนหายใจพลางส่ายหน้าเบาๆ “แต่น่าเสียดาย ในเมื่อเจ้าอยากจะไปเป็นสุนัขรับใช้ของคนอื่น ก็ไม่สมควรจะสวมเครื่องแบบของนักรบ มา ให้ข้าช่วยเจ้าถอดมันเอง”
ทันทีที่เขาพูดจบ ซุนเฟยก็โบกมือเบาๆ ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ตอบสนอง มือของเขาก็ตบลงบนหัวของผู้คุ้มกันไว้เคราคนนั้นอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
ผัวะ!
ทุกคนรู้สึกเหมือนสายตาของตัวเองฝ้าฟาง เมื่อพวกเขากะพริบตาก็พบว่าทหารคนนั้นถูกทุบจมดินด้วยมือข้างหนึ่ง ราวกับเป็นต้นแครอท ร่างกายทั้งหมดของมันฝังอยู่ในดินยกเว้นหัว เลือดไหลออกมาจากปากและจมูก เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีชีวิตอีกต่อไปแล้ว แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือ ชุดนักรบของมันกลับถูกถอดออกและวางไว้บนเหนือหัวของมัน ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นเหตุการณ์ที่แปลกมากๆ
“ฟืด...!”
เสียงหายใจเข้าดังไปทั่วร้านเหล้า ในขณะที่ทหารรับจ้างบางคนคางเกือบจะเกยกับโต๊ะแล้ว
“เจ้า...” ชายหนุ่มในชุดหรูหราโมโห เขาตะโกนลั่นว่า “กล้าดีอย่างไร! รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร? ที่เมืองน้ำพุร้อนแห่งนี้บิดาของข้าคือ...”
“หุบปาก...” ซุนเฟยขมวดคิ้ว และโบกมืออีกรอบเหมือนกับจะไล่แมลงวัน เพี้ยะ! เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับฟันสองสามซี่ที่ลอยไปในอากาศ ฟันพวกนั้นมีเลือดติดอยู่ด้วย จากนั้นชายหนุ่มนั่นก็กระแทกกับประตูร้านเหล้าเหมือนเป็นถุงทรายและพังโต๊ะกับเก้าอี้ไปสองสามตัวตลอดทาง มันนอนพะงาบๆ เหมือนพะยูนเกยตื้น รอยฝ่ามือประทับไว้บนใบหน้าของมันอย่างชัดเจน แก้มของมันแดงแปร๊ดราวกับตูดลิงดวงตาปิดสนิท เลือดไหลออกมาจากปาก ท่าทางดูย่ำแย่มาก...
ทุกคนที่ร้านเหล้าตะลึงจนอ้าปากค้าง พวกเขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น
ในขณะที่มอง 'ปีศาจ' ที่ถูกตบจนสลบอยู่บนพื้น บางคนก็เผลอยกมือลูบหน้าตัวเองและรู้สึกหนาวสั่นจนถึงกระดูกสันหลัง ใครจะไปคาดคิดว่า ชายหนุ่มผมดำที่ดูสุภาพและพูดจามีมารยาทคนนี้เมื่อลงมือแล้วจะไร้ความปรานีเช่นนี้...
ทุกคนตระหนักได้แล้วว่า ชายหนุ่มผมดำคนนี้เป็นยอดฝีมือที่ยากจะพานพบอย่างแน่นอน
สามารถทุบทหารไว้เคราที่เป็นถึงนักรบระดับหนึ่งดาวระยะปลายจนจมดินเหมือนกับทุบเสาเข็ม ต้องเป็นยอดฝีมือระดับสี่ดาวเท่านั้นถึงจะสามารถทำได้ขนาดนี้ นี่ทำให้ทหารรับจ้างทั้งหลายตะโกนและส่งเสียงดังลั่นออกมา
“เจ้า...กล้า...” ทหารยามที่นำชายหนุ่มในชุดหรูหรามาที่ร้านเหล้าก็เริ่มรู้ชะตากรรมของตัวเองแล้ว ขาของเขาสั่นระริกก่อนจะกรีดร้องแล้ววิ่งหนีไปเขาเห็นว่าเจ้าสัตว์ประหลาดนี่ทำร้ายนายน้อยคูลอมบ์ และรู้ดีว่ามันต้องทำร้ายเขาเช่นกัน
“เจ้าเองก็เป็นคนเลว ตอนนี้มันสายเกินไปที่จะหนีแล้ว!”
ซุนเฟยยื่นมือไปในอากาศและร่างของทหารที่กำลังดิ้นรนก็ลอยกลับมาหา ซุนเฟยทุบไปที่หัวของมันแล้วฝังลงกับพื้นจุดจบของเขาก็เหมือนลูกน้องที่ไว้เครา
ซุนเฟยไม่ออมแรงไว้เลยสักนิด
ทุกคนในร้านเหล้าต่างพากันตะลึง “ชายหนุ่มคนนี้ราวกับยมทูต เขาคร่าชีวิตพวกมันโดยที่ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งทหารยามของเมืองน้ำพุร้อนยังกล้าฆ่า เขาเป็นใครมาจากไหนกัน?ดูจะไม่เกรงกลัวกองกำลังของเมืองน้ำพุร้อนแห่งนี้เลย?”ทุกคนคิด
อีกด้านหนึ่ง ซุนเฟยยิ้มออกมาและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
สองวันที่ผ่านมา เขาได้ศึกษาวิธีการใช้พลังของคนเถื่อนได้ดีขึ้นกว่าเดิม และคุ้นเคยการใช้พลังของตัวเองด้วยทักษะชั้นสูง ถ้าเป็นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เขาคงทำได้เพียงฟาดสองคนนั้นให้กลายเป็นก้อนเลือดเนื้อ ไม่มีทางทุบจนจมดินแบบนี้ได้อย่างแน่นอน
“ไปกันเถอะ” ซุนเฟยยิ้มให้กับแองเจล่าในขณะที่โยนสามเหรียญทองลงบนโต๊ะเป็นค่าชดเชยให้กับเจ้าของร้านเหล้าจากการทำลายโต๊ะและสิ่งของ ซุนเฟยเดินออกไปพร้อมกับแองเจล่าและเจ็มม่าแต่เขาชะงักพร้อมกับหันกลับมาบอกกับทุกคนที่ยังคงอยู่ในอาการตกใจว่า “อ้อ มีอีกอย่างหนึ่ง ถ้าใครต้องการสืบสาวเรื่องนี้บอกให้คนพวกนั้นไปพบข้าได้ที่ค่ายของกองทัพเมืองแซมบอร์ดที่ตั้งอยู่นอกเมืองน้ำพุร้อน”
เมื่อพูดจบทั้งสามคนก็หายไปบนถนนที่แดดจ้าและสว่างใส
แต่ในร้านเหล้ายังคงเงียบสงัดจนน่ากลัว
หลังผ่านไปพักใหญ่ๆ ก็มีใครบางคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทาว่า “เขา...ชายคนนั้น...เขาพูดว่าอะไรนะ? กองทัพเมืองแซมบอร์ด...นอกเมืองน้ำพุร้อน? แซมบอร์ด...แซม...”
“หรือว่าเขาจะเป็น...เป็น...อเล็กซานเดอร์ ราชาของเมืองแซมบอร์ด?” บางคนพึมพำออกมา
“ชายหนุ่มคนนั้นคือ...ราชาอเล็กซานเดอร์ผู้เอาชนะอัศวินพระอาทิตย์สีทอง? เขาคือยอดฝีมือลึกลับที่ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับคริส ซัตตัน หนึ่งในสิบอัศวินผู้ตัดสิน?”
“เขายังหนุ่มขนาดนี้เลยหรือ?”
เวลานี้เอง ทุกคนที่ร้านเหล้าถึงได้มีการตอบสนองขึ้นมา และบรรยากาศข้างในนั้นก็เริ่มปะทุ
ทหารรับจ้างทั้งหมดกระโดดขึ้นมาจากเก้าอี้และไล่ตามไป ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะมีโอกาสได้พบกับยอดฝีมือลึกลับคนนั้นด้วยตาของตัวเอง รู้สึกราวกับกำลังฝันไปเมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าพวกเขาร่วมดื่มกับชายคนนี้
---------------------------