หยางโจว ดวงใจมหาเทพเทวะ

    ตอนที่ 30 ไปทวีปอสูรมังกรคราม

    ตอนที่ 30 ไปทวีปอสูรมังกรคราม


     " หยางโจวเองก็คาดไม่ถึงจะได้มาพบเจอท่านจอมเทพอสูรมังกรแดง จึงทำให้เขาไม่ได้เตรียมคำตอบที่จะตอบ ถ้าท่านจอมเทพอสูรมังกรแดงรู้ว่าเขาได้ซักนำจอมปีศาจมารมาทำร้ายคนของทวีปอสูรมังกรแดงแห่งนี้คงไม่ปล่อยเขาไปแน่ หยางโจวจึงจำเป็นต้องหลอกลวงจอมเทพอสูรมังกรแดงไปก่อน เพราะว่าถ้าท่านจอมเทพอสูรมังกรแดงรู้ความจริง ท่านจอมเทพอสูรมังกรฟ้าก็จะรู้ว่าตนเองนั้นโกหกหลอกลวงท่านเช่นกัน "


     " เออ ! คือว่าท่านผู้อาวุโสมังกรแดงคือว่าข้านั้นเป็นราชบุตรเขยของท่านจักรพรรดิอสูรมังกรแดง ได้มาสืบหาความลับของชนเผ่าอสูรพยัคเพลิงแห่งนี้ แต่ไม่รู้ทำไมทหารและประชาชนของเมืองนี้จึงหายไปหมด ตัวข้าเองก็ส่งสัยจึงได้แอบเข้ามาดูนะขอรับ ("ขอโทษจริง ๆ ท่านจอมเทพอสูรมังกรแดงที่ข้าต้องโกหกท่าน ถ้าข้าพูดความจริงไปท่านคงไม่ปล่อยข้าไปแบบตัวเป็น ๆ แน่นอน ") 


     " อย่างนั้นรึ ด้วยตัวเจ้านี้นะหรือที่จะมือสืบความลับของชนเผ่าอสูรพยัคเพลิง แต่มันก็น่าแปลกใจทำไมจึงไม่มีคนอยู่ภายในชนเผ่านี้เลย เมื่อสักครู่เหมือนข้าตรวจจับพลังอยู่ใต้ดินแห่งนี้อยู่หลายล้านคนแต่ตอนนี้พลังนั้นได้หายไปหมดแล้ว มันช่างน่าแปลกยิ่งนัก และข้ายังได้กลิ่นสาปของปีศาจมารที่รุ่นแรงมาก แต่ตอนนี้กลิ่นสาปก็หายไปหมดแล้วมันช่างน่าแปลกยิ่งนัก ถ้าอย่างนั้นมนุษย์เช่นเจ้าก็มีความน่าส่งสัยยิ่งนัก ตัวข้านั้นได้บำเพ็ญเพียรมาหลายหมื่นปีที่ใต้พื้นดินบริเวณนี้ ตั้งแต่ยังไม่มีชนเผ่าพยัคอสูรเพลิง ข้าไม่รู้ว่าจอมเทพอสูรมังกรแต่ละทวีปเป็นอย่างไรกันบ้างเป็นเพราะแรงระเบิดอะไรสักอย่างทำให้ข้าต้องออกมาจากการบ่มเพาะ ข้าอยากรู้ยิ่งนักใครเป็นคนทำ ตัวข้านั้นกำลังจะข้ามขั้นเป็นขั้นจอมเทพยุทธขั้นที่ 2 อยู่แล้วเซียว อย่าให้ข้ารู้นะว่ามันเป็นใครที่มาขัดขวางการบ่มเพาะของข้า แต่ เอ๊ะ ! ทำไมข้าจึงได้กลิ่นเจ้าอสูรมังกรฟ้าจากตัวเจ้ากัน เจ้ามานี้ซิ ข้าขอตรวจดวงจิตความทรงจำของเจ้าหน่อย "


     " มั๊บบ "


     " อ๊ะ ! ทำไมความทรงจำของเจ้าว่างเปล่าเช่นนี้ ข้าไม่สามารถรับรู้ความทรงจำเจ้าได้เลย ยะ แย่ แล้วทำไมพลังลมปราณที่ข้าบ่มเพาะจึงถูกดูดไปในตัวเจ้ากัน เวร ! เจ้ามนุษย์นี้มันมีทักษะอะไรสักอย่างสามารถดูดพลังลมปราณจากข้าได้ ข้าต้องออกไกลจากตัวมันแล้ว "


     " พรึ๊บบ "


     " ตัวหยางโจวเองก็ตกใจเช่นกันเมื่อจู่ ๆ พลังลมปราณของท่านจอมเทพอสูรมังกรแดงไหลเข้ามาในตัวของตนเอง เหมือนกับท่านจอมเทพอสูรมังกรฟ้าเคยบอกกับตนเองไว้ตอนที่ท่านจอมเทพอสูรมังกรฟ้ารักษาตนเองเมื่อท่านถูกตัวเขา ก็โดนเขาดูดพลังลมปราณหายไปหลายร้อยปีเช่นกัน แต่ด้วยตัวเองพลังลมปราณใด ๆ ที่ดูดเข้ามาในร่างกายเขา มันไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรกับตัวเขาเองมากนักเพราะทุกส่วนของร่างกายเขาคือจุดตันเที่ยน พลังที่เพียงพอที่จะให้เขาใช้บ่มเพาะได้ก็คือพลังลมปราณภายในดวงใจมหาเทพเทวะเท่านั้น "


     " เอ่อ ! ท่านผู้อาวุโสมังกรแดงท่านเป็นอะไรไปรึ ทำไมท่านไม่กลายร่างเป็นมนุษย์ก่อน ท่านเป็อะไรเปล่าขอรับ ทำไม่อยู่ ๆ ท่านจึงหน้าซีด มันเกิดอะไรขึ้นกับท่าน"


     " เจ้ามนุษย์ตัวน้อยเจ้ามีทักษะดูดพลังลมปราณของผู้อื่นได้ด้วยรึ มันช่างน่าแปลกยิงนัก ตัวของเจ้าเองก็มีหน้าตาที่ข้าคุ้นเคยยิ่งนักแต่ไม่รู้ว่าข้าเคยพบเจอคนที่หน้าตาเหมือนเจ้าที่ไหนมาก่อน ข้านึกเท่าไรก็นึกไม่ออก แต่ก็เอาเถิดข้าคงคิดมากไปจริง ๆ ข้าไปเยี่ยมเยือนเจ้ามังกรฟ้าก่อนดีกว่า ไม่พบกับมันมาหลายหมื่นปีแล้ว ข้าจะได้ถามข่าวคราวกับมัน ว่าช่วงที่ข้าบ่มเพาะอยู่มันเกิดเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างในสุริยะดวงดาวดาราจักร 12 นักษัตรแห่งนี้ แต่ก่อนข้าจะไปข้าต้องปิดพื้นที่ใช้บ่มเพาะใต้เมืองนี้ก่อนถ้ามีพวกโลภมากมาเห็นที่บ่มเพาะแหล่งแก่นธาตุเพลิงทมิฬนี้เข้าจะเกิดปัญหาตามมาที่หลัง จงปิดปากหลุมแก่นธาตุเพลิงทมิฬนี้ทั้งหมด "


     " บึ๊มม ! "


     " นี้เจ้ามนุษย์ตัวน้อยเจ้ามีชื่อว่าอะไร เจ้าจงปกปิดและห้ามบอกใครเป็นอันขาดว่ามีสถานที่แห่งนี้ เจ้ารับแหวนมิตินี้ไปในนั้นมีทรัพย์สมบัติมากมายรวมทั้งแร่ธาตุต่าง ๆ และแก่นธาตุเพลิงทมิฬหลายแสนก้อนเจ้าสามารถนำไปขายหรือทำอะไรก็ได้มันจะทำให้เจ้าสุขสบายไปทั้งชีวิต แต่ถ้าเจ้านำความลับนี้ไปบอกใครข้าจะตามไปสังหารเจ้าจงจำเอาไว้ "


     " ข้าทราบขอรับท่านผู้อาวุโส โปรดเชื่อใจข้าเถิด จะไม่มีใครหาสถานที่นี้เจอเป็นอันขาดนอกจากตัวข้าเท่านั้นขอรับ "


     " ดีมากลูกผู้ชายพูดแล้วห้ามคืนคำเป็นอันขาด เอ่อ แล้วเจ้ามีนามว่าอะไร "


     " เรียนท่านผู้อาวุโสมังกรแดงข้ามีนามว่าหยางโจวขอรับ "


     " อื้อ ชื่อหยางโจวรึ ก็ดีข้าจะจดจำชื่อเจ้าเอาไว้ การที่เราได้พบเจอกันก็ถือว่ามีวาสนาต่อกัน ในแหวนมิตินั้นมีหยกติดต่อข้าได้อยู่หนึ่งชิ้นถ้าเจ้าเจอปัญหาที่เจ้าไม่สามารถแก้ไขได้ จงติดต่อขอความช่วยเหลือจากข้าได้แต่จำไว้ ข้าจะช่วยเจ้าได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นถ้าเจ้าจะเลือกใช้จงคิดให้ดี ๆ ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากข้า ถ้าอย่างนั้นข้าไปละ "


     " พรึ๊บบ "


     " เฮ้อ ! โล่งอกไปที จอมปีศาจมารออกมาเถิดข้ารู้ว่าเจ้าหลบอยู่และได้ยินข้าพูดคุยอยู่ทั้งหมดแล้ว "


     " พรึ๊บ "


     " คาราวะนายท่าน ทำไม่นายท่านไม่ฆ่าเจ้ามังกรเฒ่านั้นทิ้งซะ เพียงนายท่านสะบัดมือไม่กี่ครั้งก็สามารถฆ่ามันได้อย่างง่ายดายแล้วหรือจะให้ข้าไปจัดการเจ้ามังกรเฒ่านั้นก็ได้นะขอรับ มันมีเพียงขั้นจอมเทพยุทธขั้นที่ 1 สูงสุดเท่านั้น เทียบกับตัวข้าที่มีขั้นจอมเทพปีศาจมารขั้นที่ 4 ข้าสามารถสังหารมันได้ภายในไม่กี่ชั่วยามเท่านั้นเองขอรับ "


     " เจ้านี้เห็นใครไม่ได้ก็จะสังหารทิ้งทั้งหมด ตัวข้านั้นอยากใช้ชีวิตธรรมดาด้วยพลังของข้านี้คงไม่มีใครในดวงดาวนี้ทำอะไรข้าได้ แต่ข้าก็อยากเรียนรู้เรื่องราวของดวงดาวดวงนี้ ข้าอยากรู้ว่าใครเป็นมิตรเป็นศรัตรูเพราะต่อไปภาคหน้าข้าจะต้องมีกองกำลังที่ข้าสามารถไว้ใจได้ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีกี่เอกภพกันแน่และเอกภพอื่น ๆ นั้นจะมีองค์มหาเทพอยู่อีกหรือเปล่าดีไม่ดีเอกภพที่เราอยู่นี้อาจจะอ่อนด้อยหรืออ่อนแอกว่าเอกภพอื่นก็เป็นไปได้ ส่วนที่ข้าไม่ทำอะไรท่านผู้อาวุโสมังกรแดงนั้น ข้ามีความรู้สึกอะไรสักอย่างที่ข้าไม่สามารถบอกได้และท่านผู้อาวุโสมังกรแดงเองก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรกับข้า แถมยังให้สิ่งของแก่ข้ามามากมายในแหวนมิติวงนี้ และยังจะให้ความช่วยเหลือข้าเมื่อข้ามีความเดือดร้อนอีก มีแต่ข้าที่คิดร้ายที่จะยึดเอาแหล่งธาตุแก่นเพลิงทมิฬที่เป็นสถานที่บ่มเพาะของผู้อาวุโสมังกรแดงไปเป็นของตัวข้าเองเสียอีก เอ่อ แล้วเรื่องทีข้าให้ไปจัดการเรียบร้อยดีหรือไม่ "


     " ข้าจัดการทั้งหมดแล้วขอรับนายท่าน และเมืองใต้ดินแห่งนี้ข้ายังได้พบเจอสมบัติแร่ธาตุโอสถสมุนไพรต่าง ๆ ยังมีอาวุธและคำภีร์ยุทธและแก่นอสูรมากมายขอรับ นายท่านจะจัดการกับสิ่งของเหล่านี้อย่างไรดีขอรับ "


     " ไม่เป็นไรให้มันอยู่สถานที่เดิมนั้นแหละคงไม่มีใครสามารถชิงสิ่งของเหล่านี้ไปจากข้าไปได้ เพราะอีกสักครู่มันก็จะไปอยู่ที่ตระกูลหยางของข้าแล้ว เจ้าก็กลับไปยังดวงดาวอันมืดมิดของเจ้าได้แล้ว ไปได้ "


     " กรึ๊มม "


     " คราวนี้ก้ถึงเวลาที่จะต้องดูดเอาเมืองของชนเผ่าพยัคเพลิงไปทั้งเมืองรวมถึงชั้นแก่นธาตุเพลิงทมิฬและเมืองใต้ดินทั้งหมดนี้แล้ว ข้าขออภัยแล้วกันท่านผู้อาวุโสมังกรแดงที่ข้าต้องยึดเอาสถานที่บ่มเพาะของท่านไปแล้ว ภายภาคหน้าถ้าข้ามีโอกาศข้าจะทดแทนคืนให้แก่ท่านหลายร้อยเท่า ข้าต้องดูดเมืองของชนเผ่านี้ไปไว้ที่ดวงดาวสีน้ำเงินของข้าก่อน แล้วค่อยเอาเมืองบนดินและใต้ดินนี้ไปให้ร่างแยกที่ดาวโลกของข้า พลังมหาเวทดูดดวงดาวจงดูดกลื่นสถานที่นี้ไปทั้งหมดรวมถึงแก่นธาตุเพลิงทมิฬใต้พื้นดินนี้ทั้งหมด "


     " กรึ๊มม กรึ๊มมม กรึ๊มมม "


     " อ้า ! ดูดง่ายกว่าดูดหุบเขาสมุนไพรและหุบเขาอสูรของท่านจอมเทพอสูรมังกรฟ้าเสียอีก ตอนนี้ภารกิจข้าก็เสร็จแล้วข้าจะกลับไปอณาจักรเทพอสูรมังกรแดงก่อนดีหรือไปทวีปอสูรมังกรครามก่อนดี ถ้าข้ากลับไปอณาจักรอสูรมังกรแดงหรือตระกูลหยางของข้าก่อนบรรดาภรรยาข้าคงไม่ปล่อยให้ข้าไปไหนเป็นแน่ ถ้าอย่างนั้นไปทวีปอสูรมังกรครามไปหาแม่นางที่แสนงดงามที่ถูกกักขังก่อนดีกว่าเผื่อตัวข้าจะช่วยเหลืออะไรนางได้บ้าง ไป "


    " พรึ๊บ "


                                                    ................................................................


     " ณ ทวีปอสูรมังกรคราม อณาจักรปีศาจมาร ดินแดนต้องคำสาปสถานที่กักขังหญิงสาวที่แสนงดงามที่หยางโจวมองเห็นจากความทรงจำของปีศาจมารที่จอมปีศาจมารจับไว้ก่อนหน้านี้ "


     " โคร๊มมม !! " 


     " มั๊บบ มั๊บบบ "


     " ว๊ายย !! "


     " เจ้าเป็นใครบังอาจยิ่งนักที่มาทับตัวข้า เอามือเจ้าออกไปจากหน้าอกข้าเดี๋ยวนี้ ช่างชั่วช้ายิ่งนัก "


     " เวรแล้ว ! ข้าก็คิดว่าอะไรมันนิ่ม ๆ ใหญ่ขนาดนี้มือของข้านี้กำไม่มิดเลย ทำไม่เหตุการแบบนี้ต้องเกิดกับข้าทุกครั้งที่ข้าวาร์ปไปยังสถานที่ข้าไม่รู้จักนะ แล้วที่นี้มันที่ไหนกันทำไมมันมืดมิดเช่นนี้ข้ามองอะไรไม่เห็นเลย "


     " เอ่อ ! แม่นางข้าขอโทษข้าไม่ได้มีเจตนา ว่าแต่แม่นางเป็นอะไรมากหรือเปล่า ข้ามองไม่เห็นแม่นางเลยทำไม่จึงมืดมิดเช่นนี้ "


     " เพี๊ยะ ! "


     " เจ้าไม่เห็นตัวข้าแต่เจ้านั้นทับอยู่บนตัวข้าและไอ้มือสกปรกของเจ้ายังจับหน้าอกข้าไม่ยอมปล่อยและยังบีบไม่หยุดอีก เจ้าสารเลวข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะสับมืออันโสโครกที่บังอาจมาจับหน้าอกข้า "


     " จงตายซะ "


     "ตู๊มมม !!! "


      " ข้าขอดูใบหน้าอันชั่วช้าของเจ้าซิ แสงสว่างจงเปิดขึ้น "


      " พรึ๊บบ "


      " เจ้าชั่วช้ามันหายไปไหน คงไม่ตายไปหลอกนะ ข้าเพียงซัดเพียงฝ่ามือเดียวเท่านั้นเอง ช่างอ่อนแอยิ่งนัก ว่าแต่มันเข้ามาในดินแดนต้องคำสาปนี้ได้อย่างไรกัน ถ้าเจ้ากึ่งเซียนปีศาจมารไม่ได้ส่งเข้ามาก็ไม่มีใครสามารถเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้ และทุกครั้งไม่ว่ามันส่งมนุษย์อสูรหรือปีศาจมารเข้ามามันจะสะกดพวกคนเหล่านี้ไม่ให้เคลื่อนไหวได้ เพื่อที่ข้าจะได้ดูดพลังลมปราณหยางของพวกมัน "


      " อูยยย ! เจ็บบ ๆ !! แม่นางที่แสนงดงามเช่นท่าน ทำไมมือจึงหนักเช่นนี้ ข้าไม่ได้มีเจตนาที่จะรวนรามท่านเลยข้าต้องข้าอภัยด้วยแม่นาง "


      " จะ เจ้าทำไมยังไม่ตาย เจ้าเข้ามายังดินแดนต้องคำสาปนี้ได้อย่างไร เจ้ามานี้ "


      " มั๊บบ "


      " อ้า ! แม่นางอย่าบีบคอข้า ข้าหายใจไม่ออกปล่อยข้าก่อน "


      " ในความเป็นจริงหยางโจวไม่ได้เป็นอะไรเลยเพียงแต่หยางโจวจะทดสอบแม่นางที่แสนงดงามนี้ ทำไมนางจึงถูกจับมายังดินแดนต้องคำสาปนี้ได้และหยางโจวยังได้ตรวจสอบพลังลมปราณและขั้นยุทธของนางแล้วนางมีพลังลมปราณและขั้นยุทธถึงขั้นเทพมารยุทธ ขั้นที่ 1 เลยแต่ดูเหมือนโดนพลังอะไรบางอย่างกดข่มไว้เหลือแค่ขั้นจักรพรรดิยุทธขั้นที่ 9 เท่านั้น หยางโจวเลยต้องตามน้ำทำเหมือนตัวเองไม่สามารถสู้นางได้ "


      " เจ้าเป็นมนุยษย์นี้ และยังมีอายุไม่มาก พลังลมปราณและขั้นยุทธใด ๆ ก็ไม่มี ทำไมเจ้าไม่เป็นอะไรเลยโดนฝ่ามือข้าซัดไปขนาดนี้ ถ้าใครที่มีขั้นจักรพรรดิยุทธถูกข้าซัดเพียงฝ่ามือเดียวก็ตายแล้ว เจ้ามนุษย์ เจ้าเป็นใครกันแน่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไรกันสถานที่แห่งนี้มีเพียงเจ้ากึ่งเซียนปีศาจมารเท่านั้นที่สามารถเข้ามาได้ เจ้าจงบอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าเจ้าเข้ามาได้อย่างไรกัน แล้วจะออกไปจากที่นี้ได้อย่างไร "