หลังจากสอบถามจนแน่ใจว่า ที่นี่ไม่มีนักเรียนชื่อเหอเยี่ยนฟาง และไม่เคยมีใครรู้จักคนชื่อนี้มาก่อน เซียวอี้เฟยกลับรู้สึกโหวงในอก หรือเธอไม่เคยมีตัวตนในโลกนี้มาก่อน ฉันเป็ใครกันแน่ ขณะที่ยังสับสนและไม่สามารถทำใจได้ เธอจึงบอกเพื่อนๆ ว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวไปพักผ่อนที่ห้องพยาบาลใน่คาบเรียนบ่าย
แทนที่จะไปที่ห้องพยาบาลอย่างที่บอกทุกคนไว้ เซียวอี้เฟยเลือกที่จะเดินขึ้นไปบนดาดฟ้า สถานที่นี้เปรียบเสมือนห้องลับส่วนตัวของเธอเมื่อชาติก่อน เธอมักจะหลบขึ้นมาที่นี่เวลารู้สึกเหงา หรือเครียดจากการเรียน การได้นั่งมองท้องฟ้า ปล่อยให้ลมพัดผมยาวสยายของเธอจนปลิวสะบัด หรือที่เธอเรียกว่า การขึ้นไปนั่งโง่ๆ ก็เป็การผ่อนคลายอย่างหนึ่ง
อี้เฟยเปิดประตูชั้นดาดฟ้า ก่อนจะก้าวเข้าไป เดินไปหยุดยืนตรงแผงกั้นที่สูงไม่ถึงเอว แล้วก็สูดอากาศเข้าเต็มปอด
“ถ้าะโลงไปตรงๆ เธอจะไม่ตายทันทีหรอกนะ อาจจะาเ็สาหัสหรือไม่ก็พิการ เพราะตรงชั้นสองมีกันสาดยื่นออกมา และด้านล่างยังมีพุ่มไม้ทึบอีกด้วย” เสียงทุ้มกังวานดังขึ้นด้านหลังของเธอ
เซียวอี้เฟยแทบจะสำลักอากาศบริสุทธิ์ที่เธอเพิ่งสูดเข้าไปเต็มปอด เธอหันขวับไปมองเ้าของเสียงทันที
“ใครว่าฉันจะทำอะไรโง่ๆ แบบนั้นกันล่ะ”
‘ใครจะไปฆ่าตัวตายให้โง่ ชาตินี้ฉันออกจะหน้าตาดี แถมยังรวยและฉลาดมากอีกด้วย ใครจะยอมตายง่ายๆ กันล่ะ เชอะ’ อี้เฟยคิดในใจ
“เอ๊ะ นึกว่าใคร หนุ่มน้อยนักวิ่งคนนั้นน่ะเอง ทำไมเธอถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะ”
“ยัยเด็กหน้าเหม็น เธอเรียกใครว่าหนุ่มน้อย ตรงนี้คือที่ประจำของฉัน เธอนั่นแหละ เข้ามาทำไม”
“ที่นี่เป็บริเวณของโรงเรียน ในเมื่อฉันเป็นักเรียนที่นี่ ฉันก็มีสิทธิ์ขึ้นมาที่นี่เหมือนกัน”
“เธอจะทำอะไรก็เื่ของเธอ แต่อย่าส่งเสียงดังรบกวนฉันก็พอ”
จางอี้เทียนพูดจบก็ก้มหน้ากลับไปสนใจกระดาษปึกหนาที่อยู่ในมือของเขาทันที
นั่นดูเหมือนรายงานตลาดหุ้นยังไงพิกล เด็กตัวแค่นี้ก็สนใจเื่ของตลาดหุ้นแล้วเหรอ น่าสนใจดีแฮะ เซียวอี้เฟยที่เคยเป็ถึงรองบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจให้กับสำนักข่าวใหญ่แห่งหนึ่งมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าข้อมูลในกระดาษที่หนุ่มน้อยคนนั้นกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านคือข้อมูลการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
ถึงแม้จะทำเป็ไม่สนใจ และกำลังจดจ่ออยู่กับรายงานในมือ แต่จางอี้เทียนกลับอ่านไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว เพราะตอนนี้ในหัวของเขามีแต่เด็กสาวแก้มใสที่ทำท่าทางลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงหน้าเขานี่เอง
เขาจำเธอได้ั้แ่เห็นเธอก้าวเข้ามาบนชั้นดาดฟ้านี้แล้ว และนั้นก็ทำให้ใจเขาเต้นแรงขึ้นมาทันที เด็กสาวที่เดินมาชนเขา เ้าของดวงตาใสแจ๋วเหมือนบ่อน้ำบริสุทธิ์ที่เขาไม่อาจสลัดภาพออกไปจากหัวได้ั้แ่เช้าเมื่อวาน
เขาสืบจนรู้แล้วว่าเธอคือเซียวอี้เฟย ลูกสาวคนเดียวของประธานเซียวอู่หลง หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในเครือตระกูลเซียว ไม่คาดคิดว่าเขาจะได้เจอเธออีกครั้งเร็วขนาดนี้
จางอี้เทียนผู้ไม่เคยสนใจเด็กผู้หญิงคนไหนมาก่อน ทำให้ลูกน้องคนสนิทต้องแปลกใจเมื่อเขาสั่งให้ไปสืบข้อมูลของเซียวอี้เฟย แต่พอเห็นรูปถ่ายของเธอจากข้อมูลที่หามาได้ก็เลิกสงสัยทันที เด็กสาวที่งดงามเพียบพร้อมขนาดนี้ นายน้อยจะไม่ตกหลุมรักั้แ่แรกเห็นได้อย่างไร
เซียวอี้เฟยเดินมาแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆ จางอี้เทียน ก่อนจะชวนเขาคุยอย่างสนิทสนม
“นี่ นายอ่านอะไรอยู่เหรอ ดูแล้วไม่น่าใช่เนื้อหาของนักเรียนม.ปลายเลยนะ”
ด้วยกลัวว่าเด็กสาวจะได้ยินเสียงหัวใจของตนที่กำลังเต้นตึกตักอย่างแรงเหมือนจะทะลุออกมานอกอก จางอี้เทียนที่พยายามไม่หันไปมองหน้าหญิงสาวที่ตนแอบชื่นชม กลับรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปจากดาดฟ้าทันที ปล่อยให้เซียวอี้เฟยนั่งงงเป็ไก่ตาแตก ว่าเธอไปทำอะไรให้เขารังเกียจได้ขนาดนี้
“นายขี้เก็กนี่เป็อะไรของเขานะ พูดจาดีๆ ด้วยไม่ได้เลยรึไง วิ่งหนีเรามาสองรอบแล้วนะ”
เธอก็แค่อยากเป็มิตรกับคนหน้าตาดีบ้างก็เท่านั้นเอง ที่สำคัญหากเขามีความรู้เื่ตลาดหลักทรัพย์ก็จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ้าง ประสาคนที่สนใจเื่เศรษฐกิจเหมือนๆ กัน
‘คนหล่อๆ นี่เล่นตัวชะมัดยาด’
...............
พอนึกถึงเื่ตลาดหุ้น เซียวอี้เฟยก็เกิดไอเดียขึ้นมาทันที เธอจำได้ว่าในชาติก่อนบริษัทของพ่อเธอประสบปัญหาล้มละลาย และพ่อก็ต้องติดคุก จนเซียวอี้เฟยต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็ตายร้ายดีอย่างไร
เธอจะยอมให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำเดิมไม่ได้เป็อันขาด ตอนนี้ธุรกิจของพ่อเธอยังดีอยู่ ทำกำไรได้มากโข ถึงได้ประเคนเงินให้เธอใช้เป็เบี้ยแบบนี้ เธอจะต้องหาทางรักษาธุรกิจของพ่อเอาไว้ให้ได้ หรือไม่ก็ต้องมีเงินของตัวเองให้มากพอ
ใช่แล้ว! เราจะต้องรวย!
ในเมื่อเธอตั้งปณิธานเอาไว้แล้วตอนที่ยอมรับกับตัวเองว่าต้องใช้ชีวิตเป็เซียวอี้เฟย เธอจะต้องรวย ต้องสวย และต้องเก่งที่สุดให้ได้ ฉะนั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ
เื่ความสวย ตอนนี้เธอคิดว่าอี้เฟยหน้าตาดีพอแล้ว จริงๆ คือหน้าตาดีเกินมาตรฐานไปแล้ว ไม่ต้องไปทำสวยเพิ่มเติมก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว
ต่อไปเื่ความเก่ง ระดับมันสมองของเด็กหัวกะทิเกียรตินิยมเหรียญทองสองปริญญาอย่างเธอ คงพอจะทำให้เธอสอบผ่านระดับมัธยมปลายไปได้โดยไม่ต้องเข้าเรียนก็ได้
เื่ที่เธอต้องจัดการโดยด่วนคือ ต้องรวย รวยด้วยเงินของตัวเอง ว่าแต่เด็กอายุ 15 นี่ทำธุรกิจอะไรได้บ้างนะ หลังจากคิดวิเคราะห์ในหัวอยู่ครู่หนึ่ง เซียวอี้เฟยก็คิดว่าเธอต้องจัดตั้งบริษัทนอมินีขึ้นมาให้จัดการด้านธุรกรรมต่างๆ แทนเธอ ว่าแต่เธอจะหาใครที่พอจะไว้ใจให้ดูแลบริษัทแทนเธอได้บ้างนะ
นึกออกแล้ว! เลขามู่ไงล่ะ!
#######