ตอนที่ 5: แผนตบตาใต้ผ้าห่ม
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารหลวงดังกระทบทางเดินหินขัดข้างนอกบีบกระชั้นเข้ามาทุกที ซ่งจื่อเหว่ย หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขามองซ้ายมองขวาหาทางรอด แต่ห้องตำราลับนี้ไม่มีทางออกอื่นนอกจากประตูกลไกบานใหญ่ที่กำลังจะถูกเปิดออก
"ท่านอ๋อง! ทำอย่างไรดี ชุดพระชายาก็วางอยู่ตรงโน้น ข้าใส่ไม่ทันแน่!" จื่อเหว่ยลนลานชี้ไปที่ฉากกั้นห้อง
ชินอ๋องหาน ดวงตาคมกริบทอประกายวับขัดกับใบหน้าหน้านิ่ง ทรงประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที ก่อนจะคว้าข้อมือของจื่อเหว่ยฉุดกระชากอย่างแรงจนร่างของคุณชายน้อยลอยหวือไปตกอยู่บนเตียงกว้างที่ตั้งอยู่มุมห้อง
"อ๊ะ! ท่านอ๋อง!" จื่อเหว่ยยังไม่ทันจะอ้าปากประท้วง ร่างสูงใหญ่ดุจกำแพงหินก็ทับดิ่งลงมาทันที
อ๋องหานใช้มือหนารวบดึงผ้าห่มผืนหนาสีแดงมงคลขึ้นมาคลุมทับร่างของทั้งสองไว้จนมิดชิด เหลือเพียงแผ่นหลังกว้างของท่านอ๋องเก้าที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา ทรงกึ่งนั่งกึ่งคร่อมกดร่างของจื่อเหว่ยไว้ใต้ล่างอย่างแนบชิด จนหน้าอกของทั้งคู่เบียดเสียดกันผ่านเนื้อผ้าบางเบา
"นิ่งซะ ถ้าไม่อยากหัวหลุดจากบ่า" อ๋องหานกระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากบาง แววตาเต็มไปด้วยกระแสความกดดัน
ปัง!
ประตูกลไกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการก้าวเท้าเข้ามาอย่างถือดีขององครักษ์เสื้อแพรผู้รับคำสั่งตรงจากองค์ชายรองในราชสำนัก
"ขออภัยท่านอ๋อง! กระหม่อมรับราชโองการด่วนให้มา... อ๊ะ!"
คำพูดของหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรหยุดกึกอยู่แค่นั้น ภาพเบื้องหน้าทำเอาทหารนับสิบนายถึงกับเบิกตาค้าง... บนเตียงกว้าง ชินอ๋องหานผู้ได้ชื่อว่าเป็ใบ้และขาพิการกำลังกอดฟัดนัวเนียอยู่กับ "พระชายา" อย่างเร่าร้อน ผ้าห่มสั่นไหวไปตามแรงขยับ และเสียงลมหายใจหอบกระเส่าที่ดังแว่วออกมา
จื่อเหว่ยที่อยู่ใต้ผ้าห่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของท่านอ๋องเก้าอยู่ห่างเพียงไม่ถึงเิเ ลมหายใจอุ่นผ่าวเป่ารดกันจนสับสน
"ครางเบาๆ ตบตาตามน้ำไปก่อน" อ๋องหานกระซิบพลางแกล้งโยกตัวกดน้ำหนักลงมาเพื่อให้ผ้าห่มขยับพริ้วไหวตบตาคนนอก มือหนาแกล้งสอดเข้าไปลูบไล้เอวบางของจื่อเหว่ยผ่านร่มผ้าเพื่อความสมจริง
จื่อเหว่ยหน้าแดงซ่านจนแทบจะะเิ ทั้งอายทั้งกลัวความแตก เขากัดฟันเค้นเสียงหลบเลี่ยงแกล้งทำเป็เสียงสตรีเลียนแบบพี่สาวฝาแฝดลอยลอดออกมาจากใต้ผ้าห่ม
น้ำเสียงหวานที่สั่นเครือบวกกับท่าทาง "พลอดรัก" อันดุเดือดของท่านอ๋องเก้า ทำเอาหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรหน้าถอดสี รีบก้มหน้าลงต่ำทันทีด้วยความอับอายและเกรงกลัวอาญา
"กะ... กระหม่อมขออภัย! ไม่คิดว่าท่านอ๋องและพระชายากำลัง... ทรงพระสำราญกันอยู่!"
อ๋องหานแกล้งหันใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยความดุดันและสายตาพิฆาตตวัดมองพวกทหาร แม้จะไม่ได้เอ่ยปากพูดสักคำ (เพื่อรักษามาดอ๋องใบ้) แต่รังสีสังหารและท่าทางที่กำลังฉุนเฉียวเพราะถูกขัดจังหวะบทรัก ก็ทำให้พวกทหารเสียวสันหลังวาบ
หัวหน้าองครักษ์รีบโบกมือสั่งทหารให้ถอยทัพกลับออกไปอย่างลนลาน ประตูห้องลับปิดลงพร้อมความเงียบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
ทว่า... แม้เสียงฝีเท้าของทหารจะห่างไกลออกไปจนลับตาแล้ว ชินอ๋องหานกลับยังคงนอนนิ่ง กักขังคุณชายน้อยไว้ใต้ร่างไม่ยอมขยับลุกไปไหน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของจื่อเหว่ยที่กำลังหอบหายใจถี่รัวเพราะความตื่นเต้น
"พวกมัน... พวกมันไปแล้ว ท่านลุกออกไปได้แล้ว" จื่อเหว่ยเอ่ยเสียงแ่ พยายามเอามือดันแผงอกแกร่งไว้ แต่ใบหน้าที่แดงก่ำราวกับผลแอปเปิ้ลสุกกลับทรยศความรู้สึก
อ๋องหานกระตุกยิ้มเ้าเล่ห์ แววตาเปลี่ยนจากดุดันเป็ร้อนแรงขึ้นมาทันที "พวกมันไปแล้ว... แต่ข้าว่า ตัวเลขบัญชีนั่นค้างไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้เรามาต่อเื่ที่ค้างไว้เมื่อครู่ใต้ผ้าห่มให้จบดีกว่าไหม... พระชายาของข้า?"
"ท่านอ๋อง! ท่านมันคนฉวยโอกาส!" จื่อเหว่ยโวยวายเสียงหลง แต่กลับหลบสายตาคมคู่ดวงนั้นไม่ได้เลย