เมื่อเต้ได้ฟังอย่างนั้นเขาก็พูดว่า"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมครับ" เต้ถามด้วยความอยากรู้เมื่อฟ้าได่ยินเต้พูดย้อนเธอเธอจึงพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เต้ด้วยความไม่พอใจแล้วก็พูดว่า
"นี้นายเต้นายกล้าพูดย้อนถามฉันเหรอนายไม่รู้เหรอว่าฉันเป็ใครแล้วนายเป็ใคร" คุณหนูฟ้าพูดด้วยความโกรธเมื่อเต้ได้ยินอย่างนั้นเขาก็พูดว่า
"เปล่าครับคุณหนูฟ้าผมแค่ถามดูเฉยๆครับ" เต้เอ่ยขึ้นเมื่อคุณหนูฟ้ากำลังจะกรีดเสียงดังท่านเ้าสัวบุญชัยก็พูดว่า
"เอาหละยัยฟ้าตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาอารมณ์เสียนะตอนนี้เป็่เวลาที่เราทุกคนต้องสามัคคีกันเพื่ิอที่จะสามารฝ่าฟันวิกฤตใหญ่ในครั้งนี้ไปให้ได้ไม่ใช่เอาแต่ด่ากันไปกันมายัยฟ้าพ่อขอหละนะพ่อกับแม่อาการไม่ค่อยจะดีและตอนนี้ธุรกิจของครอบครัวเราใกล้จะล้มละลายลงแล้วถ้าไม่ไปหาเงินมาใช้หนี้ธนาคาร100ล้านบาทตอนนี้ลูกต้องประหยัดเข้าใจใหมลูก" เ้าสัวบุญชัยพูดเตือนลูกสาวคนโตของเขาเมื่อฟ้าได้ยินอย่างนั้นแล้วเธอก็พูดว่า
"โอเครค่ะป๋าหนูจะเชื่อป๋าค่ะ!" ฟ้ากล่าวหลังจากฟ้าพูดจบเ้าสัวบุญชัยก็มองไปที่เต้ยแล้วก็บอกกับเขาว่า
"เต้! พรุ้งนี้ลื้อช่วยไปรับยัยหนูแอฟที่สนามบินหน่อยนะพอดีเธอพึ่งเรียนจบจากอเมริกาพอดีเลยจะกลับมาอยู่ไทยหนะ" ท่านเ้าสัวบุญชัยกล่าวเมื่อเต้ได้ยินว่าคุณหนูแอฟกลับมาจากอเมริกากลับมาที่ไทยแล้วพรุ้งนี้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากถึงแม้ว่าเต้จะไม่เคยเจอกับคุณหนูแอฟตอนที่เขาหนีออกจากบ้านเมื่อ10ปีที่แล้วเพราะว่าคุณหนูแอฟไม่กลับบ้านเลยตลอด10ปีที่ผ่านมา เขาเคยได้ยินว่าคุฯหนูแอฟเป็อัจฉริยะในทุกๆด้านแตกต่างจากคุณหนูฟ้าพี่สาวคนโตเป็อย่างมากโดยเฉพาะกิริยามารยาทเติ้ลได้ฟังจากป้าแม่บ้านอยู่ใกล้ชิดเล่าเื่ราวนี้ให้เขาฟังเขาเลยรู้สึกทึ่งมากเขาก็เลยตอบตกลงรับปากอาแปะไปว่า
"ครับอาแปะไม่ต้องเป็ห่วงนะครับเดี๋ยวพรุ้งนี้ผมจะขับรถไปรับคุณหนูแอฟเองครับอาแปะไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ" เต้เอ่ยเมื่อท่านเ้าสัวบุญชัยได้ฟังดังนั้นเขาก็รู้สึกโล่งใจเป็อย่างมากที่มีเติ้ลอยู่ข้างกายถ้าเขาเป็อะไรไปในอนาคตเขาก็คงฝากให้เติ้ลดูแลลูกสาวทั้งสองคนของเขาได้อย่างสบายใจ หลังจากที่เยี่ยมท่านเ้าสัวและคุณหญิงแล้วเต้ก็กลับไปพักผ่อนที่บ้าน
เช้าวันต่อมาเต้ตื่นแต่เช้าทำอาหารให้กับคุณหนูฟ้าไว้แล้วเขาก็ขับรถไปรับคุณหนูแอฟที่สนามบินสุวรรณภูมิ เขาใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาถึงที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อถึงแล้วเขาก็เดินลงมาจากรถเพื่อจะเดินตรงเข้าไปในสนามบินในสนามบินสุวรรณภูมิตอนนี้มีคนเยอะมากแต่เขารู้สึกว่าคุณหนูแอฟมาถึงแล้วเขาเดินเข้าไปยังตรงจุดที่นั้งรอญาติมารับเขามองหาคุณหนูแอฟตามรูปเขาจำคุณหนูแอฟได้แน่นอนเพราะเธอมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามปานเทพธิดาเขามองไปยังที่นั้งเขาก็ถึงกับตกตะลึงกับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาเธอมีหน้าตาที่สวยงามปานนางฟ้าจุติลงมาจาก์ก็มิปานถ้าให้เทียบคุณหนูฟ้าความสวยเท่ากันแต่คุณหนูแอฟนิสัยมารยาทดีกว่าสวยแบบละมุนสวยแบบมองยังไงก็ไม่เบื่อเต้เดินเข้าไปและเขาก็กล่าวทักทายกับคุณหนูแอฟว่า
"คุณหนูแอฟสวัสดีครับผมมารับคุณหนูแอฟกลับบ้านตามคำสั่งของท่านเ้าสัวบุญชัยครับ" เต้กล่าวเมื่อแอฟได้ฟังเช่นนั้นเธอก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมป๋ากับม๊าทำไมถึงไม่มารับเธอด้วยเธอจึงถามเต้ว่า
"ป๋ากับม๊าทำไมถึงไม่มารับฉันด้วยหละค่ะเกิดอะไรขึ้นกับป๋าและม๊าของฉันค่ะ" คุณหนูแอ็ฟกล่าวถามเมื่อเต้ได้ยินคุณหนูแอฟกล่าวถามถึงอาแปะกับคุณหญิงเขาก็เลยตอบไปว่า
"พอดีว่าท่านเ้าสัวกับคุณหญิงไม่ค่อยสบายครับและตอนนี้พวกท่านทั้งสองพักอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่ครับเลยไม่ค่อยสะดวกสำหรับท่านที่จะมาท่านเลยใช้ผมมารับคุณหนูแทนครับ" เต้ตอบไปตามความเป็จริงเมื่อแอฟได้ฟังดังนั้นเธอก็ใอย่างมากที่ป๋ากับม๊าเธอเข้าโรงพยาบาลเธอก็อดเป็ห่วงพวกท่านไม่ได้เธอก็ถามว่า
"นายชื่ออะไรหละฉันจะได้เรียกชื่อนายถูก?" คุณหนูแอฟถามเต้
"ผมชื่อเต้ครับคุณหนูแอฟ" เต้กล่าวเมื่อแอฟได้ฟังเธอก็พูดว่า
"นายเต้ช่วยพาฉันไปโรงพยาบาลไปหาป๋ากับม๊าหน่อยนะค่ะ" แอฟกล่าวเมื่อเต้ได้ฟังเขาก็บอกว่า
"แต่ท่านเ้าสัวบอกให้คุณหนูกลับคฤหาสน์ก่อนไม่ต้องเป็ห่วงพวกท่านมาก" เต้กล่าวให้แอฟสบายใจเพราะตอนนี้จิตใจทุกคนในบ้านอยู่ในจุดต่ำสุดเพราะวิกฤติสินชื่อซับไพรม์ในครั้งนี้มหาเศรษฐีทั้งไทยและต่างประเทศต่างก็กลายเป็คนล้มละลายทันทีกลายเป็คนไร้บ้านไม่มีเงินติดตัวบางคนก็กลายเป็ขอทานจากที่เคยมีทุกอย่างที่คนอื่นเคยอิจฉาต้องมีชีวิตที่ทนทุกข์ยากลำบากแสนสาหัสเขาจึงไม่อย
ากบอกตอนนี้กลัวคุณหนูแอฟรับไม่ได้