บทที่ 18 บังเอิญเจอกันเข้าพอดี
จั่วโยวหราน เลขานุการห้องลับของแผนกสืบสวนกิจการพรรคในจินหลิง เมื่อครึ่งเดือนก่อนเขาถูกตรวจพบว่าแอบติดต่อกับทางญี่ปุ่น หลังจากนั้นเขาก็หายตัวไปจากบ้าน
เมื่อเจ็ดวันก่อน มีคนเห็นเขาที่เป่ยผิง
คนของแผนกสืบสวนกิจการพรรคพยายามใช้ความสามารถทั้งหมดที่มี แต่ก็ยังไม่สามารถหาตัวหมอนี่พบ จึงคาดว่าน่าจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของคนญี่ปุ่นแล้ว
ดังนั้น ผู้อำนวยการสวี แห่งแผนกสืบสวนกิจการพรรค จึงตั้งใจเดินทางไปหาไต้เหลาป่าน ซึ่งถือเป็การยอมลดตัวลงมาเป็ครั้งแรก โดยหวังว่าไต้เหลาป่านจะสามารถสั่งการให้สถานีสาขาเป่ยผิงช่วยเหลือ เพื่อร่วมกันตามหาตัวคนผู้นี้ให้พบ
เนื่องจากเป็เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไต้เหลาป่านจึงสั่งการทันที ให้สถานีสาขาเป่ยผิงทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อจับกุมจั่วโยวหราน
"ในเมื่อเป็เื่จริงแบบนี้ ผมเห็นว่าควรส่งต่อให้ทีมสืบสวนพิเศษจัดการครับ..."
ตอนนี้เซี่ยเยี่ยนไหลกับรองหัวหน้าหน่วยซุนเป็พวกเดียวกัน เมื่อมีโอกาสสร้างผลงานเช่นนี้ รองหัวหน้าหน่วยซุนย่อม้าโยนงานนี้ให้เซี่ยเยี่ยนไหล เพราะหมอนี่ไม่ใช่แค่ผู้ร้ายหลบหนีธรรมดา แต่ต้องกุมความลับมากมายของแผนกสืบสวนกิจการพรรคเอาไว้ หากจับตัวได้ รางวัลจากไต้เหลาป่านจะน้อยได้อย่างไร?
หลายปีมานี้ สมาคมฟู่ซิงกับสมาคมลี่สิงสู้กันมานานแค่ไหนแล้ว? กว่าจะมีโอกาสแบบนี้สักครั้ง หากพวกเราสร้างชื่อได้ ไม่ว่าเื่ใหญ่หรือเื่เล็กในอนาคต พวกเราย่อมมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
"ผมคิดว่าทีมสืบสวนพิเศษเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจวิธีการทำงานของแผนกสืบสวนกิจการพรรคเท่าไหร่ ส่งมอบให้แผนกข่าวกรองของเราจะดีกว่า พวกเราติดต่อกับพวกเขามาไม่ใช่แค่วันสองวัน และยังรู้จุดนัดพบลับส่วนใหญ่ของพวกเขาในเมืองหลวงด้วย"
เจิ้งมู่เซินเองก็รู้ว่าโอกาสนี้หายาก หากปล่อยให้หลุดมือไป เกรงว่าในอนาคตพวกเขาจะตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบยิ่งกว่าเดิม ต่อให้ต้องเป็ศัตรูกับทีมปฏิบัติการโดยตรง ก็ต้องคว้าโอกาสครั้งนี้ไว้ให้ได้
ตามความคิดของผู้อำนวยการสถานีสาขา ควรให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติการร่วมกันเพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าฝ่ายไหนจะทำสำเร็จก็แบ่งความดีความชอบกันได้ แต่หลังจากเห็นสายตาของเจิ้งมู่เซิน ผู้อำนวยการสถานีสาขาก็รู้ว่าไม่ควรลำเอียงเกินไป เมื่อดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน การให้แผนกข่าวกรองรับ่ต่อน่าจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
สุดท้ายเื่นี้จึงถูกส่งมอบให้แผนกข่าวกรอง ส่วนเซี่ยเยี่ยนไหลยังคงสืบสวนเื่พ่อค้าฝักใฝ่ญี่ปุ่นที่กว้านซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่อไป
"ทำไมจู่ ๆ ถึงมีข้อมูลส่งมาเยอะขนาดนี้?"
ในคืนนั้น บนโต๊ะทำงานของเซี่ยเยี่ยนไหลมีข้อมูลกองพะเนินราวกับยกมาทั้งลัง เดิมทีพวกเขาถูกสั่งให้สะกดรอยตามคนเพียงไม่กี่คน แถมยังเป็แค่ปลาซิวปลาสร้อย แต่ตอนนี้คนทั้งแผนกข่าวกรองแห่กันไปไล่ล่าจั่วโยวหรานจนหมด ดังนั้นเื่การตามสืบพ่อค้าจึงถูกโยนมาให้ทีมปฏิบัติการพิเศษของพวกเขาโดยปริยาย
เ้าหน้าที่แผนกข่าวกรองที่นำข้อมูลมาส่งยิ้มบาง ๆ โดยไม่ได้พูดอะไร และเซี่ยเยี่ยนไหลก็ไม่ได้ทำให้คนที่มาส่งข้อมูลต้องลำบากใจ
"ลำบากหน่อยนะ"
เซี่ยเยี่ยนไหลหยิบบุหรี่คาเมลสองซองออกมาจากลิ้นชัก
ตอนนี้คนในสถานีสาขาเป่ยผิงแทบจะรู้กันหมดแล้วว่า ขอเพียงแค่มีเื่ติดต่อกับเซี่ยเยี่ยนไหล ก็จะได้ผลประโยชน์ติดมือกลับไปบ้าง แม้แต่แผนกข่าวกรองที่สู้กันแทบตายก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
หลังจากคนของแผนกข่าวกรองออกไป หลี่ต้าซานและหม่าหัวก็เดินเข้ามา ทั้งคู่รู้สึกถึงความผิดปกติ
"แผนกข่าวกรองใจกว้างั้แ่เมื่อไหร่ ถึงได้ส่งข้อมูลทั้งหมดมาให้เรา?"
หม่าหัวพูดด้วยความแปลกใจ การตามล่าพ่อค้าขายชาติพวกนี้คือโอกาสทองในการรีดไถผลประโยชน์มหาศาล ก่อนหน้านี้แผนกข่าวกรองให้มาแค่ปลาซิวปลาสร้อย แต่ตอนนี้กลับส่งมาให้หมดเลย พวกเขาคิดอะไรอยู่กันแน่?
"ยังต้องถามอีกเหรอ? ต้องมีเื่ที่สำคัญกว่านี้แน่นอน"
หลี่ต้าซานเป็คนเก่าคนแก่ของสมาคมฟู่ซิง เพียงประโยคเดียวก็มองออกถึงสาเหตุที่แท้จริงทันที
"เลิกเดาสุ่มได้แล้ว รีบกระจายงานออกไป พรุ่งนี้รวมตัวทุกคนให้ครบ แล้วตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี"
เซี่ยเยี่ยนไหลทำหน้าจริงจัง ดูราวกับว่าเขาทุ่มเททำงานเพื่อส่วนรวมอย่างจริงใจ แม้หลี่ต้าซานและหม่าหัวจะยังมีเื่อยากพูดต่อ แต่เมื่อเห็นลูกพี่เป็แบบนี้ จึงทำได้เพียงถอยออกไปมอบหมายงาน และในขณะที่ทั้งสองคนเพิ่งเดินออกไป โทรศัพท์ของฉินหลั่งก็ดังขึ้น
"น้องเซี่ย แผนกสืบสวนกิจการพรรค..."
ฉินหลั่งใช้โทรศัพท์สาธารณะด้านนอก และใช้ผ้าเช็ดหน้าหุ้มหูโทรศัพท์ไว้
"ขอบคุณครับพี่ฉิน"
ทั้งสองจบการสนทนาอย่างรวดเร็ว แต่เซี่ยเยี่ยนไหลแอบแค่นเสียงหึในใจ ดูเหมือนจะมาส่งข่าว แต่สิ่งที่พูดมาไม่มีประโยชน์เลยสักนิด ข้อมูลที่มีประโยชน์ทั้งหมดน่ะยังอยู่ในมือแผนกข่าวกรองของพวกคุณต่างหาก
จั่วโยวหราน? ไม่รู้จัก
เซี่ยเยี่ยนไหลรู้ดีว่าคนเราไม่ควรโดดเด่นเกินไป ในเวลาอันสั้นหากเขาสร้างผลงานใหญ่ติดต่อกันสองครั้ง เกรงว่าคงไม่มีใครยอมรับเขาได้
ตลอดสองวันที่ผ่านมา เซี่ยเยี่ยนไหลและลูกน้องตามสืบเื่พ่อค้าฝักใฝ่ญี่ปุ่น บางคนมีหลักฐานมัดตัวแ่า จึงถูกส่งเข้าคุกทันที
เป็คนดี ๆ ไม่ชอบดัน อยากไปเป็สุนัขรับใช้ญี่ปุ่น ก็อย่ามาโทษว่าพวกเราไม่เกรงใจแล้วกัน
เซี่ยเยี่ยนไหลและพวกเห็นคนของแผนกข่าวกรองบนท้องถนนเช่นกัน แต่ทั้งสองฝ่ายเพียงแค่พยักหน้าให้กัน แผนกข่าวกรองไม่ได้ขอให้พวกเขาร่วมมือ และยังใช้กำลังพลทั้งหมดจากกองร้อยที่หนึ่งและสอง พวกเขาจึงไม่สะดวกที่จะเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น
อย่างไรก็ตาม พ่อค้าฝักใฝ่ญี่ปุ่นเหล่านี้ก็มีผลประโยชน์ให้กอบโกยไม่น้อย ใน่สองวันนี้กวาดเงินไปได้มากกว่าสามพันหยวน ซึ่งแน่นอนว่ายังเป็แค่ปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้น ขอเพียงค่อย ๆ สืบสวนต่อไป ย่อมต้องจับตัวการระดับบนสุดได้แน่นอน
"พวกนายเฝ้าต่อไป เดี๋ยวฉันซื้อซาลาเปาเนื้อกลับมาฝาก"
เมื่อเห็นว่าใกล้จะเที่ยง เซี่ยเยี่ยนไหลจึงพาหม่าหัวและเกาฉิงไปซื้อของกิน ส่วนพี่น้องที่เหลือให้เฝ้าติดตามพ่อค้าแซ่หลิวคนหนึ่งต่อไป
ตื๊ด ตื๊ด...
[ข่าวที่สองของวันนี้ เ้าหน้าที่ห้องลับของแผนกสืบสวนกิจการพรรค จั่วโยวหราน ตัวตนที่แท้จริงคือองค์กรใต้ดินของฝ่ายแดง...]
ในขณะที่เซี่ยเยี่ยนไหลเดินออกมาบนถนนได้ไม่ถึงหนึ่งนาที จู่ ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัว และมีรถยนต์คันหนึ่งขับตรงมาด้านหน้า
ตื๊ด ตื๊ด...
[ข่าวที่สามของวันนี้ (ข้อมูลระบุตัวตน) สายลับาุโของหน่วยโทกุของญี่ปุ่น อุจิยามะ โมโตโมโตะ...]
ในรถมีคนทั้งหมดสามคน เพียงชั่วพริบตาเดียวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเซี่ยเยี่ยนไหล เนื่องจากเซี่ยเยี่ยนไหลไม่สามารถระบุเป้าหมายได้แม่นยำนัก จึงทำได้เพียงสุ่มเลือกคนหนึ่ง และไม่นึกเลยว่าหมอนั่นจะเป็คนที่เขาเคยเจอในบ่อนพนันวันนั้น
จั่วโยวหรานถูกคนญี่ปุ่นจับตัวไปงั้นเหรอ?
"หลีกไป! หลีกไป! มายืนขวางกลางถนนทำไมวะ? อยากตายหรือไงวะ ไอ้บ้าเอ๊ย!"
ในขณะที่เซี่ยเยี่ยนไหลกำลังครุ่นคิด จู่ ๆ คนขับรถก็ยื่นหน้าออกมาด่า
ถนนในเป่ยผิงยุคนี้ยังไม่กว้างนัก เซี่ยเยี่ยนไหลและพวกทั้งสามคนจึงยืนขวางไปเกือบครึ่งถนน
"แกว่าอะไรนะ? พูดอีกทีซิ!"
คนของสมาคมฟู่ซิงถนัดแต่ด่าคนอื่น ไม่เคยมีใครกล้ามาพูดกับพวกเขาแบบนี้ หม่าหัวอาจจะนอบน้อมต่อหน้าเซี่ยเยี่ยนไหล แต่แกเป็แค่คนขับรถกระจอก ๆ มีความกล้ามาจากไหนถึงมาพูดกับพวกเราแบบนี้?