ถึงแม้จิรกิตติ์จะไม่คาดคิดว่า เตชินีจะกล้าลดศักดิ์ศรีของตัวเอง ยอมมาเป็นางบำเรอของเขา แต่นั่นก็เป็ไปแล้ว ก็ในเมื่อเตชินียอมอย่างนั้น เขาก็จะลองเชื่อเตชินีดูสักครั้ง ดูว่าเตชินีจะดี จะเชื่อใจได้ อย่างที่ปากพูดหรือเปล่า
ก๊อกๆๆ......
แกร๊ก......
เสียงเคาะประตูทำให้จิรกิตติ์ที่กำลังคิดถึงคำพูดของเตชินี หยุดชะงักความคิดลง หันไปมองประตูห้องนอน ก็เห็นเตชินีเปิดประตู ก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับนักกายภาพบำบัด
“พี่กิตติ์ นักกายภาพบำบัดมาแล้ว เริ่มทำกายภาพเลยไหม?”
“อืม”
ั้แ่วันนั้น วันที่เตชินีร้องขอจิรกิตติ์ เธอก็ได้รับสิทธิ์เรียกจิรกิตติ์ว่าพี่ได้อย่างเมื่อก่อน นั่นทำให้เตชินีรู้โดยไม่ต้องพูด จิรกิตติ์ยอมตามที่เธอพูดก่อนหน้านั้นแล้ว และนับจากนี้ไปเธอจะทำอย่างสุดกำลัง เพื่อให้จิรกิตติ์อภัยให้พี่สาวของเธอ กลับมามองเธอในทางที่ดีเช่นเดิม
เตชินีมองดูการทำกายภาพบำบัด ที่ทำอย่างค่อยเป็ค่อยไป จากครั้งแรกที่ทำแล้ว จิรกิตติ์เหมือนจะเจ็บอยู่บ้าง แต่เขาก็อดทนอย่างหนัก พอทำกายภาพบำบัดหลายๆ วันเข้า จากคนที่เอาแต่นั่งๆนอนๆอยู่บนเตียงนอน เนื่องจากลุกเดินไม่ได้ ก็เริ่มเดินเหินได้ แต่ยังคงเป็ไปอย่างช้าๆ
“ทำกายภาพไม่นาน คุณกิตติ์ฟื้นตัวได้เร็วมาก อีกไม่นานก็จะกลับมาเดินได้ วิ่งได้ปกติแล้วค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
เมื่อเสร็จสิ้นการทำกายภาพบำบัดของวันนี้ นักกายภาพบำบัดพูดอย่างรู้เลยว่า จิรกิตติ์จะต้องเป็เช่นที่พูด จริงๆอาการาเ็ของจิรกิตติ์นั้นสามารถเดินได้นานแล้ว แต่ด้วยใจที่ไม่สู้จึงทำให้กายไม่สู้ตามไปด้วย
“ถ้ายังไง ฉันขอตัวเลยนะคะ”
“อืม ครับ”
กล่าวจบนักกายภาพบำบัดสะพายกระเป๋า เดินออกไปจากห้องนอนของจิรกิตติ์ โดยมีเตชินีเป็ผู้เดินออกไปส่ง พอเดินไปส่งนักกายภาพบำบัดเรียบร้อยแล้ว เตชินีก็กลับเข้ามาในห้องนอนของจิรกิตติ์อีกครั้ง เห็นเขาลุกเดินอย่างตั้งอกตั้งใจ
“พี่กิตติ์อย่าหักโหมนักสิ โอ๊ะ!”
O_O
เตชินีพูดยังไม่ทันขาดคำ ก็เห็นจิรกิตติ์กำลังจะล้ม เธอจึงรีบเข้าไปกอดประคองเอาไว้ไม่ให้ล้ม หรือหากจะล้มก็จะได้ไม่แรงมาก และจึงพากันล้มลงไปนอนอยู่บนพื้นห้องจริงๆ แต่หารู้ไม่ว่า นั้นเป็การจงใจของจิรกิตติ์
“.........”
O_O
เตชินีมองสบตากับดวงตาคมกริบในระยะห่างกันไม่ถึงคืบ แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อจิรกิตติ์พลิกกายแกร่งขึ้นคร่อมทาบทับร่างบาง ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดใบหน้าสวยหวาน ทำให้ภายในเรือนกายสาวเกิดอาการวาบหวาม ประหม่า จนไม่อาจสู้สายตาคู่นั้นได้อีก จึงหลุบสายตามองหน้าอกแกร่งแทน
“ตามที่เธอได้พูดเอาไว้ ถึงเวลาที่เธอจะต้องทำแล้ว”
อ๊ะ!!!!!!......
O_O
คำพูดของจิรกิตติ์ทำให้ดวงตากลมโตคู่สวยที่เบิกกว้างอยู่แล้ว ยิ่งเบิกกว้างตาโตเท่าไข่ห่านไปอีก ทั้งเผลออ้าปากค้าง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงรัวเร็ว จนแทบจะทะลุออกจากหน้าอกด้านซ้าย
“ตะ ตอนนี้เหรอ?”
เตชินีถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ขณะที่ถามใบหน้าสวยหวานก็พลันเห่อแดงเป็จุดๆ แล้วแตกกระจายออกกลายเป็แดงเปล่งปลั่งทั่วแก้มนวลเนียนใส
“ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะตอนไหนล่ะ”
จิรกิตติ์โน้มใบหน้าลงไปใกล้หูของเตชินี พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนอบอุ่น แต่การพูดใกล้ๆ หูเช่นนั้น ทำให้ขนอ่อนลุกซู่ชูชันไปทั้งเรือนร่างบาง ยังทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นหวิว วาบหวาม จนแทบทำอะไรไม่ถูก
ยิ่งตอนที่ปากอันร้อนรุ่มขบเม้มติ่งหู เตชินีถึงกับสะดุ้ง ราวกับถูกไฟฟ้าแรงต่ำช๊อตเข้าอย่างจัง ลมหายใจเข้าออกเริ่มมีอาการติดๆขัดๆ ใบหน้าสวยหวานที่แดงอยู่แล้ว คราวนี้แดงไปทั่วใบหน้าจนลามไปถึงใบหู ด้วยความกระดากเขินอายที่มีมาก
๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗
นี่พอเดินได้บ้างแล้วก็ทวงคำพูดจากนีเลยนะพี่กิตติ์ ช่างไม่ให้เวลานีบ้างเลย คิคิ...... ^_^ ถ้ายังไงมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ ดูสิว่าสองคนนี้จะไปในทิศทางไหนกัน และจะลงเอยกันยังไง ^_^