ตอนที่ 10
าเ็สาหัส
“บังอาจนักมันทำร้ายลูกข้าอย่างนี้เชียวเหรอ ไป๋เหอข้าไม่มีวันปล่อยเ้าไป” หลี่ย่งชางประกาศกร้าวมองดูสภาพลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกเ็ปที่เห็นลูกชายเป็แบบนี้เขาอยากจะจับคนที่ทำเฉือนเนื้อออกมาเป็ชิ้นๆ ให้ทรมานเจียนตาย
“ท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย” หลี่ต้าเหว่ยร้องไห้ออกมาแทบจะเสียสติเขาเ็ปทั้งร่างกายและจิตใจ ตอนนี้เหมือนคนไร้ค่าคนหนึ่งจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้
“โธ่ลูกพ่อ ข้าจะหาทางช่วยเ้าเองไม่ต้องร้องนะลูกพ่อจะหาอาจารย์ที่มีฝีมือมารักษาเ้าให้หาย” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาด้วยความเ็ปไม่น้อยกว่าคนที่นอนอยู่ เขาเจ็บแทบขาดใจจะต้องแก้แค้นแทนลูกชายให้สาสมและจะต้องหาคนมาช่วยลูกชายให้ได้
“เฟยเจินเ้าส่งจดหมายนี้ให้ข้าที”
บ่าวรับใช้คนสนิทเข้าใจว่านายท่าน้าให้ทำอะไรเขาไม่รอช้านำจดหมายที่หลี่ย่งชางเขียนนำไปมอบให้ผู้าุโทันที
เรือนตระกูลหลี่เมืองซีฮัน
“บังอาจนักกล้าทำกับหลานชายของข้าอย่างนี้เชียวเหรอ”หลี่ไท่เวินถึงกับบีบถ้วยน้ำชาแตกละเอียดคามือเมื่อได้อ่านจดหมายที่ลูกชายเขียนถึงตน
เขาโมโหเดือดดาลสุดขีดหลานชายที่เขาเลี้ยงมากับมือโดนทำร้ายย่อมจะรู้สึกเ็ปไม่ต่างจากคนโดนกระทำพอรู้ว่าคนที่กระทำเป็คนตระกูลเฉิน ความคับแค้นใจรุ่นสู่รุ่นก็ทำให้อารมณ์โกรธลุกโชนเป็ไฟแค้นนี้ต้องชำระไม่งั้นไม่อาจจะใช้ชีวิตให้มีความสุขไปได้
“ข้าจะทำลายตระกูลเฉินให้สิ้นซากให้สาสมกับที่ทำหลานรักของข้า”
ตระกูลเฉิน
“ไป๋เหอเ้าจะให้ข้าทิ้งเ้าไปได้อย่างไรกันข้าเป็ลูกหลานตระกูลเฉินข้าไม่มีวันให้เ้าสู้ไปตามลำพังแน่”
เสียงเอ่ยหนักแน่นมองดูหลานชายที่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อให้คนในตระกูลรอดเขาไม่อาจทำเช่นที่หลานชายกล่าวออกมาได้นั่นมันไม่ใช่นิสัยของเขา
“ท่านอาเื่ทั้งหมดเป็ความผิดข้าเองที่ไม่อาจทนเสียงยั่วยุนั้นได้เื่นี้ขอให้ข้าเป็คนจัดการเถอะพวกท่านอย่ามาเกี่ยวข้องเลย”ไป๋เหอได้เล่าเื่ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการต่อสู้ให้เจียวฉือฟังด้วยความที่เขาทำเช่นนี้ย่อมจะส่งผลกระทบร้ายแรงมายังตระกูลเฉินได้ การที่เขาให้ท่านอาหนีไปพร้อมกับคนตระกูลเฉินก็เพื่อป้องกันการถูกฆ่าตายจากคนตระกูลหลี่นั่นเป็ทางเดียวที่เขาคิดได้
“ข้าไม่เห็นด้วย” เสียงหนักแน่นเอ่ยตอบไม่มีทางที่เขาจะทิ้งหลานเพียงคนเดียวให้ต่อสู้เพียงลำพังได้ตายก็ตายพร้อมกันนี่แหละ
“ข้าก็ไม่เห็นด้วย” อู๋เจอกล่าวบ้างและตามด้วยเสียงบ่าวรับใช้คนอื่น ๆที่ซื่อสัตย์พักดีไม่ยอมจะให้สู้ลำพัง
“ข้าเป็บ่าวรับใช้ตระกูลเฉินมาั้แ่ข้ายังเด็กและตอนนี้ข้าก็แก่แล้วเตรียมจะเข้าโลงอยู่แล้วข้าไม่กลัวที่จะสู้พร้อมกับนายน้อย ขอทิ้งชีวิตที่เหลือไว้ที่ตระกูลเฉิน”
พ่อบ้านหลิวกล่าวอย่างไม่นึกเสียดายชีวิตแม้จะให้ตายแทนนายน้อยเขาก็ยอมศึกครานี้มันใหญ่นักไม่เหมือนกับที่ผ่านมาที่นายท่านยอมอ่อนข้อให้คนเ่าั้ด้วยคำนึงถึงคนในตระกูลเป็หลักแต่ครั้งนี้ลูกชายนายท่านไม่ได้คิดอย่างนั้นเขาก็พร้อมเคารพการตัดสินใจ
เฉินไป๋เหอมองดูบ่าวผู้ซื้อสัตย์ที่ยอมตายเพื่อตระกูลได้เขารู้สึกตื้นตันมากที่ได้เห็นแต่ก็อดเป็ห่วงพวกเขาเ่าั้ไม่ได้ ด้วยพลังที่มีในตอนนี้ใช่ว่าจะสู้ตระกูลหลี่ได้ แต่เขาจะทำยังไงดีเพื่อให้คนเหล่านี้รอดพ้นวิกฤติที่เขาเป็คนก่อเขาระบายลมออกมาอย่างที่จะต้องคิดหนัก
ข่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองเมื่อตระกูลหลี่้าจะทำลายตระกูลเฉินแทนลูกชาย บรรยากาศตอนรุ่งสางเป็ไปด้วยความเงียบลมที่เคยพัดให้ความสดชื่นกลับไม่มีแม้แต่ใบไม้ที่ปลิดปลิวทุกอย่างดูเงียบสงบราวกับไว้อาลัยให้ตระกูลเฉิน
บ่าวรับใช้ที่เคยมีใบหน้ายิ้มแย้มตอนนี้ไม่ปรากฏแม้แต่รอยยิ้มเฉินไป๋เหอรู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วยามตระกูลหลี่ก็คงจะพากันมาที่นี่ ความกลัดกลุ้มใจที่เขาตระหนักอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเป็ชีวิตของเขาแต่มันเป็ครอบครัวของเขาที่ยอมสู้เพื่อตระกูล
“ข้าจะทำอย่างไรดีตัวข้าตายไม่เสียดายแต่พวกเ้านี่สิที่ข้าเป็กังวล”
ชายหนุ่มครุ่นคิดว่าถ้าหากตัวเองตายในชาตินี้อีกครั้งแล้วิญญาจะดับสลายเหรอไม่ หรือจะไปสิงร่างของใครอีกเขาคงไม่ได้โชคดีเป็ครั้งที่สองแน่ดูท่าแล้ว ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วหายใจเล่าเมื่อเื่ที่ตัวเองกังวลกลับคิดไม่ตก
‘เ้าอย่าเป็กังวลไป’ เสียงปริศนาดังขึ้น
“ท่านช่วยบอกข้าให้สบายใจได้เหรอไม่ว่าท่านจะช่วยให้พวกเรามีชีวิตอยู่หรือมีวิธีการใดที่ข้าสามารถช่วยคนของข้าได้”
เขากลับไม่ได้ยินเสียงนั้นตอบกลับมีแต่ความเงียบปล่อยให้เขาเดาเองว่าเหตุการณ์จะเป็อย่างไร
ผ่านไป 1 ชั่วยามพลันสิ่งที่ทุกคนคาดเดาก็เกิดขึ้นหน้าประตูตระกูลเฉินมีคนนับสิบมายืนอยู่พร้อมกับได้ยินเสียงการะเิแตกเป็เสี่ยงๆ ของประตู เด็กเล็กน้อยใหญ่ในเรือนต่างขวัญผวามีเพียงใจที่แน่นิ่งของเฉินไป๋เหอที่ไม่สะทกสะท้าน
“เฉินไป๋เหอเ้าออกมาอย่ามุดหัวอยู่แต่ในเรือนวันนี้จะเป็วันตายของเ้า” เสียงหลี่ย่งชางะโเสียงดังลั่นไป๋เหอที่อยู่ด้านในห้องกลับรู้สึกเฉยๆ
“ถึงเวลาซะทีสินะ”
เขาเอ่ยมันออกมาก่อนที่ร่างกายจะขยับออกจากห้องด้วยความเร็วไปยืนประจันหน้ากับกลุ่มคนนับสิบที่มาจากตระกูลหลี่ ใบหน้าพวกนั้นล้วนแต่ยิ้มเยาะคิดว่าตัวพวกตนได้เปรียบ
“ยอมออกมาแล้วเหรอ เ้ากล้าที่จะทำร้ายลูกชายข้าวันนี้ข้าไม่มีวันปล่อยเ้า” สายตาประดุจเปลวไฟจ้องมองชายหนุ่มด้วยไฟโทสะ
“ลูกชายท่านมาหาเื่ข้าก่อน ข้าย่อมที่จะปกป้องตัวเองข้าไม่ผิดที่จะทำโทษเขา” เมื่อยืนประจันหน้าไม่ได้คิดกลัวเลือกที่จะตอบตามความจริง
‘หึ’ เสียงเค้นในลำคอจ้องมองคนที่เอ่ยพูดเขาไม่สนใจว่าลูกชายจะไปหาเื่ก่อนเหรอไม่ รู้แต่ว่าใครกล้าทำร้ายลูกชายมันผู้นั้นจะต้องเจ็บมากกว่าพันเท่า
“หลานชายข้าเ้ากล้าทำร้ายถือว่าเ้าทำผิดแล้ว”
ชายชราผมขาวอาภรณ์สีแดงกล่าวถ้อยคำธรรมดาแต่กลับมีพลังรัศมีอำมหิตที่ส่งมาหาชายหนุ่มและเขาเดาว่าคนผู้นี้น่าจะเป็าุโ1ใน 3
บ่าวรับใช้ของตระกูลเฉินวิ่งมายืนเคียงข้างนายน้อยพร้อมกับมือถือดาบเตรียมพร้อมเข้าฟาดฟัน
หลี่ย่งชางกระตุกยิ้มจ้องมองบ่าวพวกนั้นเหมือนเป็แค่มดตัวน้อยหันไปมองคนของตนที่รอรับคำสั่ง
“พวกเ้าฆ่าพวกมันให้หมดอย่าให้เหลือเล็ดลอดออกไปได้สักคน” สิ้นเสียงชายจำนวนนับสิบก็วิ่งกรูเข้าฟาดฟันบ่าวรับใช้ที่ยืนประจันหน้า
หลี่ย่งชางะโลอยตัวหมายใช้กระบี่ฟาดฟันไปที่ไป๋เหอแต่คนที่รับกระบี่นั้นกลับเป็เจียวฉือแทน
“ท่านอา!” เสียงเรียกมีความใเมื่อเห็นคนที่มายืนบังข้างหน้า
“วันนี้เรามาสู้ไปพร้อมๆ กัน” เจียวฉือหันมาบอกชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังก่อนจะหันไปโจมตีคู่ต่อสู้เต็มแรง “หลานข้าใครห้ามแตะ”
แม้ว่าเขาจะสู้ตระกูลหลี่ไม่ได้แต่เขาพร้อมจะทำสุดกำลังที่มีเพื่อปกป้องหลานชายและคนในตระกูล
“เจียวฉือเ้าไม่ดูกำลังตัวเองริอาจจะมาสู้กับคนอย่างข้างั้นเหรอ”
“เ้ากับข้าฝีมือก็อยู่ระดับเดียวกันข้าจะกลัวอะไรเล่า” เจียวฉือตอบโต้ไปบ้าง การต่อสู้กับหลี่หย่งชางนั้นฝีมือพอสูสีมีโอกาสชนะแต่กับาุโคนที่ยืนดูอยู่เขาไม่กล้ายอมรับว่าจะชนะได้แม้แต่ปลายเล็บเขาก็ไม่อาจจะโดนด้วยซ้ำ
“แม้ว่าข้ากับเ้าจะอยู่ระดับเดียวกันแต่าุโตระกูลหลี่มีคนที่เก่งกาจถึง3 คนอย่างนี้เ้าจะสู้ไหวเหรอ” ชายคนที่เอ่ยพูดกระตุกมุมปากแย้มยิ้มจ้องคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวแม้ว่าจะระดับเดียวกันก็ตามเถอะเพราะคนข้างหลังยังรออยู่
“ถึงข้าจะสู้ไม่ได้แต่ข้าก็จะสู้สุดกำลังพร้อมกับคนของข้า”น้ำเสียงหนักแน่นใบหน้าเคร่งขรึมวาดกระบี่ปะทะไปมาต่างคนต่างฟาดฟันกันด้วยความเร็วยากจะมองเห็นได้ทัน
“ดี เมื่อเ้ารนหาที่ตายข้าก็จะสนองความ้าของเ้า” หลี่หย่งชางตวัดแขนใช้กระบี่ฟาดฟัน
เจียวฉือหมุนตัวหลบเหวี่ยงกระบี่จู่โจมกลับคืนเสียงกระบี่เสียดสีกันจนแสบแก้วหูพลังทั้งสองสูสีกันต่างก็ไม่มีใครจะชนะได้
ไป๋เหอเห็นว่าพลังทั้งสองคนสูสีกันเขาไม่รอช้ารีบเข้าไปช่วยท่านอาทันที
“2 รุม 1 เหรอ ข้าไม่กลัว” หลี่ย่งชางพูดด้วยเสียงเยือกเย็นมองไปที่บิดาของตนหมาย้าให้ช่วยเหลือ
หลี่ไท่เวินรู้ความคิดลูกชายเหาะลอยมาประชิดตัวเจียวฉือก่อนจะใช้พลังฝ่ามือปะทะเข้าไปที่ร่างเจียวฉือเต็มแรง
เจียวฉือกระเด็นลอยละลิ่วกลางอากาศก่อนร่างจะตกลงมาสู่พื้นจนพื้นแตกเป็รอยและกระอักเืสดออกมาเต็มปากด้วยพละกำลังที่ห่างกันมากทำให้แค่ฝ่ามือเดียวก็ทำลายอวัยวะภายในเขาจนได้รับาเ็สาหัส
หลี่ไท่เวินหันไปหาไป๋เหออีกคนก่อนที่จะใช้ฝ่ามือฟาดไปที่กลางหลังของเขาเต็มแรงมีฝีมือแค่นี้คิดจะมาสู้กับคนตระกูลหลี่ที่มีอำนาจล้นฟ้าช่างไร้สาระยิ่งดี เด็กน้อยไม่รู้จักเจียมตัวที่บังอาจมาทำร้ายหลานรักของเขามันต้องได้รับผลการกระทำนั้นอย่างสาสม เขามองร่างนั้นลอยลิ่วก่อนจะตกลงสู่พื้นอย่างรู้สึกสะใจ
ด้วยความเร็วไม่ทันจะหลบหลีกร่างไป๋เหอก็ลอยละลิ่วกลางอากาศความแรงที่โดนนั้นทำให้เขาเจ็บเจียนตายรอยแตกที่พื้นบ่งบอกว่าพลังนั้นรุนแรงแค่ไหน เขากระอักเืออกมาราวกับว่าภายในร่างกายแหลกละเอียดร่างนั้นยังคงนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นพยายามฝืนที่จะขยับร่างกายก็แทบทำไม่ได้เขาจึงต้องนอนอยู่อย่างนั้นพร้อมกับมองเห็นภาพที่บ่าวรับใช้ได้รับาเ็สาหัสไม่ต่างกัน เสียงร้องไห้ระงมของสตรีและเด็กเล็กที่นั่งกอดชายคนรักอยู่ในอ้อมกอด ไป๋เหอเห็นแล้วเศร้าใจนักหันไปอีกด้านเห็นท่านอาเจียวฉือที่ได้รับาเ็สาหัสเขาเห็นแล้วถึงกับเ็ปรวดร้าวที่ไม่อาจจะเป็ที่พึ่งให้พวกเขาได้ แหงนหน้าขึ้นมองฟ้าเพื่อไล่น้ำตาที่มันจะไหลรินเ็ปทั้งร่างกายและจิตใจเช่นนี้เขาควรจะทำยังไงดี
รอบกายที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนพังยับมีไฟลุกโชนหลายจุดและเสียงหัวเราะเยาะที่ดังเป็ระรอกจากคนตระกูลหลี่ ความคับแค้นความโกรธทวีความรุนแรงขึ้นเขาหยัดกายลุกขึ้นให้ได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายที่ตัวเองมีบังคับร่างกายให้ยืนหยัด
ยื่นแขนไปที่บ่าวรับใช้หลายคนที่นอนอยู่พลันแสงจ้าที่แหวนก็ปรากฏได้ดูดร่างพวกเขาเ่าั้เข้ามาภายในแล้วหันไปหาท่านอาก่อนจะยื่นแขนไปอีกครั้ง
“เื่ทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับพวกเขามาสู้กับข้านี่” ไป๋เหอทั้งโกรธทั้งเกลียดคนตระกูลหลี่นักแม้พลังมิอาจจะต่อกรพวกเ่าั้ได้แต่เขาจะพยายามปกป้องคนของเขาให้ได้แม้ว่าตนเองจะต้องตายก็ตามเถอะ
สิ้นเสียงไป๋เหอเขาก็รวบรวมพลังไปที่ฝ่ามือพร้อมกับนึกถึงกระบี่ไม้เล่มนั้นที่อยู่กับตัวพลันแสงสีฟ้าก็ปรากฏวิ่งไหลไปทั่วร่าง เขาใช้วิธีเดียวกับตอนแรกที่จัดการหลี่ต้าเหว่ยแม้ไม่รู้ว่ากระบี่จะมีพลังแค่ไหนแต่ตอนนี้หวังพึ่งมันเป็หนทางเดียวร่างกายที่ได้รับาเ็สาหัสตอนนี้กลับมาเป็ปกติและดูเหมือนว่าจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“นี่มันอะไรกัน!!พลังนี้ทำไมรุนแรงขึ้นกว่าเดิม เขาไม่ใช่อยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่ 8 เหรอจะมีพลังเช่นนี้ได้อย่างไรกันพลังที่ปล่อยออกมานั้นมันรุนแรงกว่านั้น” หลี่ย่งชางที่เห็นแบบนั้นและััได้ว่าพลังมีความรุนแรงจนเขานึกกลัว
แต่คนข้าง ๆอย่างหลี่ไท่เวินกลับไม่สะทกสะท้าน “มันจะแน่แค่ไหนเชียวเป็พลังสำรองเท่านั้นอาจจะดึงออกมาใช้ได้ไม่นานก็คงหมดฤทธิ์” ชายชราหายตัววับไปปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆไป๋เหอเงื้อมือขึ้นหวังฟาดไปที่หน้าเต็มแรง
แต่ปรากฏว่าไป๋เหอสามารถรับหมัดนั้นได้น่าตาเฉยเผยรอยยิ้มร้ายกาจ
“อะไรกัน!! ทำไมเ้ารับหมัดข้าได้” หลี่ไท่เวินมีสีหน้าใเมื่อเห็นการเปลี่ยนไปของร่างกายเด็กหนุ่มพลังที่เด็กน้อยถืออยู่ช่างรุนแรงนักเขาไม่สามารถมองออกได้ว่าอะไรทำให้เด็กน้อยผู้นี้ถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้ต่างราวกับไม่ใช่คนเดียวกันก่อนหน้านั้น
“ไม่ต้องใข้ายังมีพลังอีกเยอะที่ท่านไม่รู้” ชายหนุ่มยิ้มเยาะเพราะเขายังไม่ได้ใช้พลังเท่าที่มี สิ้นเสียงไป๋เหอก็ปล่อยพลังลำแสงสีฟ้าเข้าหาตัวคนตรงหน้า แรงกระแทกของพลังทำให้หลี่ไท่เวินถอยหลังไปถึง 3 ก้าวและกระอักเืออกมา
เืสีแดงที่ถูกพ่นออกมาหลี่ไท่เวินถึงกับนึกโกรธไม่เคยมีใครทำร้ายเขาได้ในรอบหลายปีเขาไม่เคยมีคำว่าแพ้แต่มาบัดนี้หนุ่มน้อยตรงหน้ากลับทำให้เขาเืออกมาได้ ทั้งที่พลังของเด็กหนุ่มที่เขามองเห็นไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น อาศัยพลังลึกลับนี้ก็ทำให้เขาถึงกับเืออกเขาประมาทคู่ต่อสู้เกินไป
“นี่มันอะไรกัน!!เ้าเด็กนี่มัน”
“ท่านพ่อ!” หลี่ย่งชางรีบเข้าไปประคองผู้เป็บิดาใบหน้ามีความวิตกถึงอาการาเ็ของบิดาที่พึ่งเคยเห็น
“ไม่ง่ายอย่างที่ข้าคิดไว้ซะแล้ว” หลี่ไท่เวินหยัดกายตั้งตรงวาดแขนขึ้นปรากฏกระบี่สีทองอยู่ในมือ ะโลอยตัวถือกระบี่ชี้ไปที่ร่างไป๋เหอรอบตัวปรากฏพลังสีทองที่หน้ากลัวไม่ต่างกัน เมื่อกี้เขาไม่ได้ใช้พลังเต็มที่พอเจอเหตุการณ์นี้เข้าเริ่มที่ไม่ประมาทคู่ต่อสู้ดึงพลังที่แท้จริงออกมาเพื่อสยบเด็กน้อยผู้นี้ในรอบหลายปีเขาไม่เคยได้ใช้พลังนี้ เด็กน้อยผู้นี้ช่างกล้านักที่ทำให้เขาต้องแสดงฝีมือ
ไป๋เหอเห็นภาพนั้นก็ต้องถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อรอตั้งรับยื่นฝ่ามือไปข้างหน้ารวบรวมพลังทั้งหมดไปที่ฝ่ามือรอเข้าปะทะกับกระบี่เล่มนั้น
ชายชราขยับร่างกายด้วยความเร็วชี้กระบี่ไปที่ตัวไป๋เหอพลังทั้งหมดรวมตัวไปที่กระบี่เล่มนั้นเขา้าจัดการเพียงแค่ครั้งเดียวให้มันจบๆ ไป
พลังรุนแรงที่ส่งมามันทำให้ไป๋เหอรู้สึกอึดอัดดันร่างกายเขาให้ถอยหลังทีละก้าวแม้ว่าฝ่ามือกำลังตั้งรับกระบี่เล่มนั้นห่างกันเพียง1 ชุ่น ก็สามารถทิ่มแทงเขาได้แล้วหากเขาพลาดพลั้ง
‘พลังช่างรุนแรงนักข้าเกรงว่าจะรับมันไม่ไหว’ เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีต่อต้านกระบี่นั้นเต็มแรงพลางนึกถึงเสียงปริศนาวอนให้ช่วยเพิ่มพลังที
สายตาที่มองปากที่ยิ้มเหี้ยมของหลี่ไท่เวินมองดูไป๋เหอที่คิดสู้พลังที่มีรุนแรงเกินกว่าที่ร่างกายไป๋เหอจะรับได้เขากระอักเืมาครั้งแล้วครั้งเล่าเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าประปรายมองคนตรงหน้าหวังเอาชีวิตเขาสู้
“อย่ามัวเสียเวลาเลยเป็แค่ขี้มดควรจะจบลงตรงนี้” หลี่ไท่เวินเมื่อรู้ว่าตัวเองได้เปรียบไม่อยากจะเสียเวลาให้นานเขาดึงกระบี่กลับและแทงเข้าหาตัวไป๋เหออีกครั้งด้วยเต็มกำลังหวังว่ากระบี่จะเข้าปักในร่างกายเด็กน้อยได้
ในขณะที่ไป๋เหอกำลังจะสิ้นหวังคิดว่าตนเองไม่อาจจะสู้ชายชรานั้นได้พลันปรากฏกระบี่ไม้เล็กจิ๋วพุ่งออกมาจากตัวเข้าขวางกระบี่นั้นมันเหมือนเป็กระบี่ไม้ธรรมดาแต่พลังอานุภาพร้ายแรงกว่ากระบี่ที่หลี่ไท่เวินถือนัก
หลี่ไท่เวินถึงกับตกตะลึงไม่เคยพบเคยเห็นกระบี่เล่มนี้มาก่อนไม่คิดว่าตระกูลเฉินจะมีของดีไว้หากเพียงเขาสามารถเอามันมาเป็ของตนได้ย่อมทำให้เขาไม่แพ้ใครในยุทธภพ ความคิดนี้ทำให้เขาได้ใจรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเข้าต่อกรหวังจะจับดาบเล่มนี้มาเป็ของตน
แต่มันไม่ง่ายเลยหากไม่ใช่เ้าของที่แท้จริงย่อมที่จะไม่สามารถมันได้ ไม่ว่าชายชราจะปล่อยพลังมาแค่ไหนกระบี่ไม้เล่มนั้นก็ไม่สะทกสะท้านกลับต้านรับได้อย่างง่ายดาย
เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มีหวังจะสยบมันแต่มันกลับกลายเป็ว่าเขาเสียท่าโดนกระบี่นั้นดูดพลังจากตัว
เมื่อเห็นว่าไม่ได้การเขาจึงต้องถอยห่างออกมาไม่งั้นร่างกายเขาคงหมดพลังแน่
“นี่มันกระบี่อะไรกันทำไมมีความร้ายกาจเช่นนี้เกรงว่าข้าจะสู้ไม่ไหวแน่” แค่เพียงโดนดูดพลังชั่วครู่จากชั้นแก่นแท้จิตขั้น 3 ตอนนี้เขาตกมาอยู่ขั้น2 นั่นมันทำให้เขาแทบอยากจะบ้าคลั่ง
“แล้วจะเอายังไงดีท่านพ่อ” หย่งชางเห็นสีหน้าผู้เป็บิดาเขาถึงกับเกิดหวาดกลัวภายในใจบิดาไม่เคยมีสีหน้าเช่นนี้มาก่อนในรอบหลายปีดูท่าแล้วกระบี่เล่มนี้คงจะมีพลังทำลายรุนแรงมาก
“งั้นพวกเราต้องรวมพลังทั้งหมดที่มีสยบกระบี่เล่มนั้นน่าจะพอช่วยได้แล้วเอามันมาเป็ของเราซะ ต่อไปก็ไม่มีใครกล้าต่อกรกับเราได้หากเรามีกระบี่ไม้เล่มนี้” หลี่ไท่เหวินออกความคิดก่อนจะรวบรวมพลังอีกครั้งวาดไปที่กระบี่ไม้เล่มนั้นที่ลอยอยู่เหนืออากาศดูเหมือนว่ากำลังประคองร่างาเ็ของไป๋เหอไว้
แต่เมื่อพลังทั้งสองพุ่งไปที่กระบี่ไม้นั้นพลันก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับพลังที่ย้อนพุ่งกลับมาปะทะเข้ากับสองร่างพ่อลูกคู่นั้น
ร่างหลี่ไท่เวินกระเด็นลอยละลิ่วตกลงพื้นเต็มแรงจนเกิดรอยแตกร้าวเป็หลุมขนาดใหญ่ที่ปากมีเืออกจำนวนมากร่างกายมีรอยไหม้เกิดจากเพลิงสีม่วงที่พุ่งย้อนกลับมาจากกระบี่นั้น ร่างกายชายชราผู้นั้นไม่ไหวติงทำให้หลี่หย่งชางที่สามารถหลบพลังย้อนกลับได้ทันใรีบเข้าไปประคองร่างนั้นทันที
“ท่านพ่อ!!ท่านพ่อท่านอย่าเป็อะไรนะ”
หลี่หย่งชางเห็นบิดานอนแน่นิ่งแบบนั้นเขาก็ทนไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดเหวี่ยงเข้าร่างไป๋เหอที่มีพลังสีม่วงปกคลุมนั้นอย่างเอาเป็เอาตายแต่นั่นไม่ได้ทำอะไรไป๋เหอให้เป็อันตรายสักนิดมีแต่เขาที่โดนพลังจู่โจมย้อนกลับ
สติที่เกือบจะเลือนลับของไป๋เหอมองเห็นการกระทำนั้นและเห็นว่าร่างหลี่หย่งชางได้รับาเ็สาหัสไปนอนแน่นิ่งใกล้ๆ หลี่ไท่เวิน ก่อนที่ร่างกายของเขาจะดับวูบไร้การรับรู้ใดใดทั้งสิ้น
เราจะทำการปลดล๊อกให้อ่านฟรีวันละ 1 ตอน หากใครสายรออ่านฟรีสามารถกดติดตามอ่านได้วันละ 1 ตอนได้เลย
หากแต่ใครที่ไม่อยากรออ่านวันละ 1 ตอนสามารถที่จะกดเหรียญซื้ออ่า่นล่วงหน้าได้เลยแบบไม่ต้องรอช้าให้เสียอารมณ์อยากอ่านต่อเนื่อง