“ถ้าคิดจะมาขโมยก็ไม่น่าเลือกจวนโหวซุนหรอกนะขอรับเลือกไปส่องดูคฤหาสน์ใหญ่ๆ ไม่ดีกว่าหรือ?”
“จริงอย่างเ้าว่าคนทั้งเมืองต่างก็รู้กันว่าท่านโหวซุนตกอับ ทรัพย์สิน หร่อยหรอของมีค่าในจวนก็แทบจะไม่มีเหลือแล้ว"
ตระกูลซุนแม้จะเคยรุ่งเรืองแต่ก็เฉพาะในรัชกาลก่อนแต่ในยุคของิฮ่องเต้พวกเขาไม่เป็ที่โปรดปราน ฮูหยินของท่านโหวซุนล้มป่วยเป็โรคเรื้อรังใช้เงินรักษาไปมากมายแต่ก็ไม่ดีขึ้นภายในสกุลซุนมีการแย่งชิงสมบัติกันภายในค่อนข้างวุ่นวาย ยามนี้พวกเขาก็แค่อยู่สุขสบายแต่ไม่มีหน้าตาที่ทำให้คน ต้องเกรงอกเกรงใจอย่างแต่ก่อนแล้ว
“นี่ก็เย็นแล้วพวกเรารีบกลับกันดีกว่าประเดี๋ยวจะไม่ทันเวลาประตูเมืองปิดแวะตลาดซื้อกินติดมือกลับไปด้วยสักหน่อยไม่รู้ว่าท่านอาจารย์กับศิษย์พี่ใหญ่จะกินข้าวกันหรือยัง?”
เสี่ยวหยี่สีหน้าหม่นหมอง“เ้าค่ะ เอาไว้วันหน้าเราค่อยมาดูจวนที่อื่นอีกบัณฑิตพวกนั้นบอกว่ามีอีกหลายจวนมิใช่หรือเ้าคะ?”
“มีอีกสี่สกุลน่ะแคว้นิมีมาสองรัชกาลแล้วก็เป็ธรรมดาที่จะมีคนระดับโหวอยู่หลายตระกูลได้ยินว่าบางคนถูกแต่งตั้งขึ้นภายหลังที่ปฐมกษัตริย์แห่งแคว้นิขึ้นครองราชย์แล้ว”
ความทรงจำของเสี่ยวหยี่ในส่วนนี้ค่อยๆหลั่งไหลเข้ามา “ศิษย์พี่รอง ข้าจำได้แล้วข้าเคยเรียนประวัติศาสตร์ของห้าแคว้นมาก่อน”
กงเชายิ้มน้อยๆ“เ้าเป็ถึงคนในตระกูลใหญ่ พวกเขาก็น่าจะหาอาจารย์มาสอนเ้าถึงในจวนข้าดูแล้วเ้าคงมีความรู้ไม่น้อย จะว่าไปข้ายังไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำว่าเ้ามีอายุแค่สิบสองปี”
จินวั่งซูบอกให้ไป๋ซิงซวี่หยุดตามนักพรตสองพี่น้อง
“พวกเขากำลังจะออกจากเมืองหลวงแล้วเดี๋ยวข้าให้คนตามไปดีกว่า จะได้รู้ที่อยู่ที่ชัดเจนของพวกเขาด้วย”
คุณชายรูปงามเดินเข้าไปใกล้พ่อค้าผู้หนึ่งกระซิบกระซาบสองสามประโยคคนผู้นั้นก็รีบหันไปเข็นรถเข้าไปเก็บแล้วออกตามสองพี่น้องทันทีไป๋ซิงซวี่ที่เป็สายลับมานานรู้ว่าจินวั่งซูเลี้ยงคนไว้ไม่น้อยไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถขายข่าวทั้งเล็กทั้งใหญ่ได้ราคาดี
“เรากลับไปรอฟังข่าวในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
ครั้นขี่ม้าออกจากประตูเมืองกงเชาก็ต้องแปลกใจที่ด้านหลังของเขาเป็ม้าของนักพรตจูเิและซูเยว่
“พวกท่านก็เข้าไปในเมืองเหมือนกันหรือ?”
จูเิที่สวมเสื้อผ้าอย่างชายหนุ่มทั่วไปยิ้มน้อยๆ
“แน่นอนสิข้ากำลังไปหาแหล่งเงินแหล่งใหม่ คราวนี้น่าจะทำเงินได้ไม่น้อยเศรษฐีในเมืองหลวงล้วนแล้วชมชอบการดูดวงและทำพิธีเสริมชะตา”
“เป็เช่นนี้ก็หากินง่ายน่ะสิขอรับ?”
“แน่นอนหากินง่ายกว่าเดิมหลายเท่านัก วันนี้พวกเรากลับไปกินอาหารฉลองกันสักหน่อยดีกว่าข้าซื้อเนื้อแพะตุ๋นมาจากภัตตาคารบึงหงส์ภัตตาคารอันดับหนึ่งในเมืองิมาให้พวกเ้าได้ลองชิมกันด้วย เสี่ยวหยี่ข้ามีขนม ดอกกุ้ยฮวารสเลิศมาฝากเ้าด้วยนะ”
“จริงหรือเ้าคะ?ข้าเคยได้ยินว่าขนมดอกกุ้ยฮวาที่อร่อยที่สุดต้องเป็สูตรของภัตตาคารบึงหงส์”
จูเิขมวดคิ้ว“เ้าไปได้ยินจากที่ใดกัน?”
“ตอนที่ข้าเดินอยู่บนถนนได้ยินสตรีหลายนางพูดกันเ้าค่ะ”
คนทั้งสี่รื่นเริงยิ่งนักพวกเขารีบควบม้ากลับอารามอย่างเร่งรีบ แต่พอไปถึงกับต้องอ้าปากค้าง เรือนใหญ่ที่ปรับปรุงซ่อมแซมเพิ่งเสร็จถูกไฟไหม้เหลือเพียงตอตะโกส่วนเรือนเล็กด้านหลังสองเรือนถูกเข้าไปรื้อค้นทำลายข้าวของจนเละเทะ
“เกิดอันใดขึ้น?”นักพรตจูเิตกตะลึง
“ออกไปถามคนแถวนี้เถอะขอรับ”ซูเยว่รีบร้องขึ้น
ชาวบ้านสองสามเดินออกมาเมียงมองเมื่อเห็นว่าเป็เ้าของอารามจึงรีบเข้ามาหา“ท่านนักพรต! ทางนี้ขอรับ!”
พวกเขารีบชักบังเหียนมาเข้าไปหาคนกลุ่มนั้นด้วยความร้อนใจ
“เมื่อตอนสายหลังจากพวกท่านออกไปจากอาราม มีบัณฑิตกลุ่มใหญ่มาร้องด่าอยู่หน้าประตูจากนั้นพวกเขาก็พังเข้าไป ร้องเรียกพวกท่านแต่พอไม่เห็นก็พากันจุดไฟเผา พวกข้ารีๆรอๆ อยู่ข้างนอกไม่กล้าเข้าไปห้ามเพราะพวกเขากำลังโมโหพอพวกเขาออกมาคิดจะดับไฟช่วยแต่ก็ไม่ทันแล้วขอรับ”
“บัณฑิตพวกนั้นไปไหนแล้ว?”
“เห็นคนหนึ่งบอกว่าพวกเขาล้วนมาจากต่างเมืองเดินทางมาเมืองหลวงเพื่อสอบเคอจวี่ยามนี้สอบตกกันหมดทุกคนจึงได้ตามหาอารามของพวกท่านเพื่อ เผาระบายโทสะเมื่อพอใจแล้วก็แยกย้ายกันหนีกลับบ้านขอรับ”ชาวบ้านผู้นั้นไม่กล้าบอกกับนักพรตหนุ่มว่าบัณฑิตพวกนั้นร้องด่าว่านักพรตพวกนี้เป็พวกตุ้มตุ๋นพวกเขา้าเงินค่าเครื่องรางคืน
คนทั้งสี่ถึงกับชะงักในใจก็นึกว่าช่างโชคดีนักที่ไม่อยู่ ไม่เช่นนั้นคงโดนคนกลุ่มนั้นรุมซ้อมปางตายแน่ เสี่ยวหยี่รีบเข้าไปในห้องนอนของนาง
“ยังดีที่พวกเขาแค่รื้อของไม่ได้เอาสิ่งใดไป”
“มีห้องเ้าคนเดียวที่สภาพยังดีอยู่”กงเชากวาดตามองไปทั่วห้อง อาจจะเป็ห้องของเสี่ยวหยี่ตกแต่งด้วยสีชมพูดูเป็ห้องสตรีจึงไม่ถูกทำลายมากนัก
ประตูห้องของกงเชาพังไปบานหนึ่งส่วนของห้องของจูเิกับซูเยว่พังไปสองบาน
“ท่านอาจารย์มีสิ่งใดหายไปหรือไม่ขอรับ?”
“แย่ล่ะ! คัมภีร์ของข้าหายไปเล่มหนึ่ง”
“เล่มไหนหรือขอรับ?”
“เล่มที่มีคาถาเรียกลมเรียกฝนน่ะสิ”จูเิหน้าเสีย หากยังมีคัมภีร์เล่มนั้นอยู่เขายังพอจะใช้ทำมาหากินต่อไป
“ท่านอาจารย์จำคาถาไม่ได้หรือเ้าคะ?”
“จะจำได้อย่างไรยาวอย่างนั้น”
เสี่ยวหยี่ได้ยินคำตอบก็ชะงัก‘เฮ้อ! นี่ข้ามาอยู่ด้วยผิดคนจริงๆ เลย คนที่ช่วยชีวิตข้าไว้ก็น่าจะเป็ยอดคนสิชะตากรรมแบบไหนกัน?’
พวกเขาทั้งสี่มายืนเรียงแถวหน้ากระดานมองดูอารามที่ถูกเผาจนเหลือแต่เสาดำๆแล้วค่อยถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“ช่างมันเถอะน่าเอาไว้ค่อยหาเงินใหม่ ที่ถูกเผาก็ไหม้ไปหมดแล้วอย่างน้อยเรายังเหลือที่ซุกหัวนอนอยู่”นักพรตหนุ่มหันไปมองประตูห้องนอนของตนเองที่พังไปทั้งสองบาน“รีบกินแล้วรีบไปซ่อมประตูหน้าต่างกันเถอะ ของกินที่ซื้อมาแพงๆ อย่าให้เสียรสชาติ”
*************************
ไรท์แนะนำ อีบุ๊กให้โหลดฟรีทาง mebmarket เื่ จับนักฆ่ามาเป็ภรรยา

