64.....
ที่ร้านอาหาร..สิปปกรพร้อมด้วยลิลลี่มาถึงที่ร้านก็พบว่าไปรยานั่งสั่งอาหารมารับประทานก่อนแล้วทั้งสองจึงเข้าไปสมทบและสั่งอาหารที่ชอบมาหลายอย่าง ทั้งลิลลี่และไปรยาสังเกตเห็นว่าสิปปกรมีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก แต่ทั้งสองก็ไม่กล้าที่จะซักถามอะไรมากต่างก็คิดว่าสิปปกรคงเหงาเพราะคิดถึงนัฏนรีมากกว่า
“อีกสองวันดรีมก็จะกลับแล้วล่ะปอนด์อย่าทำหน้าเศร้านักเลย”
ลิลลี่เป็นคนพูดปลอบใจเพื่อนเพราะเธอรู้ดีว่าสิปปกรนั้นห่วงใยนัฏนรีเพียงใด และบัดนี้ลิลลี่ สามารถตัดใจจากสิปปกรได้บ้างแล้วอาจจะเป็นเพราะว่าหัวใจของเธอเริ่มมีเงาของผู้ชายอีกคนเข้ามาช่วยลบเงาของสิปปกรนั่นก็ได้ แต่ลิลลี่ก็ยังอยู่ในสภาพแอบรักแอบชอบผู้ชายอยู่นั่นเองเธอได้แต่น้อยใจโชคชะตาที่ทำให้ต้องเกิดมาอาภัพรักเช่นนี้ คิดจะรักจะชอบใคร เขาก็ไม่สนใจไยดีสักคนผู้ชายทั้งสองคนที่เธอแอบชอบก็หันไปสนใจเพื่อนรักอย่างนัฏนรีกันหมด ไม่เหลือมาชายตามองเธอให้ชื่นฉ่ำใจสักคนเลย
นัฏนรีช่างมีเสน่ห์เหลือเกินที่มีแต่ผู้ชายรุมรักนับตั้งแต่หนุ่มๆ ที่มหาวิทยาลัยทั้งชวิน ทั้งสิปปกร ไม่เว้นแม้แต่อีตาเจ้านายของเธอที่ริลงสนามแข่งรักกับสิปปกรด้วย จนลิลลี่รู้สึกหัวใจเสียวแปล๊บ ๆ ทุกครั้งที่ต้องรับรู้ว่าปัญจพลชื่นชมนัฏนรีให้เธอฟัง ส่วนไปรยาตอนนี้ก็มีผู้ชายมาสนใจอย่างจริงจังแล้วเหลือก็แต่ตัวลิลลี่นี่เองที่ค้างเติ่งอยู่บนคานคนเดียว ลิลลี่ไม่เคยอิจฉาเพื่อนแต่น้อยใจชะตาชีวิตตัวเองมากกว่าเมื่อไหร่หนอจึงจะมีผู้ชายตาถึงสักคนมาตกหลุมรักเธออย่างเพื่อนสองคนนั้นบ้าง
“นั่นสิ..ดรีมกลับมาเราก็วางโปรแกรมเที่ยวด้วยกันสักสองสามวันดีไหม”
ไปรยาเสนอ หวังว่าจะทำให้สิปปกรมีสีหน้าดีขึ้นแต่พวกเธอกลับเห็นสีหน้าระทมทุกข์ของเพื่อนชายแทน
“ปอนด์มีอะไรกลุ้มใจหรือเปล่าดูหน้าตาไม่ค่อยสดใสเลยนะ” ลิลลี่ช่างสังเกต
“ถึงว่าสิ..คงไม่ใช่เพราะคิดถึงดรีมมากจนอาการหนักหรอกนะ” ไปรยาพูดให้ดูตลก
สิปปกรฝืนยิ้มให้กับเพื่อน ๆเขาอยากจะระบายความอัดอั้นตันใจที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขาให้เพื่อนทั้งสองรับรู้ใจจะขาดแต่เมื่อนึกถึงความเสียหายที่จะเกิดกับเอมี่ เด็กสาวที่น่าสงสารคนนั้นแล้ว เขาก็ได้แต่เก็บความทุกข์กลัดกลุ้มไว้ในอกดังเดิม สิปปกรได้แต่เฝ้าภาวนาขออย่าให้เอมี่ท้องเลยหากท้องขึ้นมา เขาคงจะยิ่งทุกข์หนักกว่านี้ แต่หากไม่ท้องเขาก็คงจะเหมือนยกภูเขาออกจากอกและคงจะหาทางออกด้วยการรีบเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศให้เร็วที่สุด
“ไม่มีอะไรหรอก พอดีช่วงนี้เครียดๆ น่ะก็เลยต้องนัดเธอสองคนมาทานข้าวพูดคุยกันแก้เซ็งไงล่ะ”
สิปปกรบอกและพยายามฝืนยิ้มให้เพื่อนหายสงสัย
“สั่งอะไรมาดื่มแก้เครียดไหมเหล้าหรือเบียร์ดี”
ลิลลี่ถามสิปปกรทั้งที่รู้ว่าเพื่อนคนนี้ไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์
“เหล้าเบียร์แก้เครียดได้ที่ไหนล่ะ..มีแต่จะทำให้ชีวิตเครียดกว่าเดิมล่ะไม่ว่า”
สิปปกร ทำหน้าตาเหมือนจะหวาดกลัวต่อสิ่งที่เพื่อนเสนอแต่สองสาวไม่มีวันเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงกลัวเหล้าเบียร์ไปได้
“เครียดเรื่องอะไรเหรอปอนด์..”ไปรยาเอ่ยถาม
“ก็...เรื่องเรียนต่อน่ะแหละ ต้องเตรียมตัวเรื่องภาษาเรื่องการปรับตัวในการไปต่างประเทศ”
เขาพูดปดเพื่อนไป
“โธ่เอ๊ย..นึกว่าอะไรไม่เห็นจะน่าเครียดตรงไหนเลยภาษาปอนด์ก็ดีอยู่แล้ว เรื่องปรับตัวก็ไม่ต้องไปกังวลล่วงหน้าหรอก ถึงเวลามันก็ปรับได้เองแหละ.”ไปรยาบอก
“นั่นสิ..กว่าจะไปก็อีกตั้งนานไม่ใช่หรือเห็นดรีมบอกว่าปอนด์เลื่อนไปปีหน้าเพื่อรอดรีมไปด้วยกันนี่” ลิลลี่ว่า
สิปปกรพยักหน้าหงึก ๆไปตามเรื่อง เขาปกปิดความทุกข์เอาไว้ แล้วก็พูดคุยในเรื่องที่สนุกสนานแทนจนเพื่อนทั้งสองเริ่มหายสงสัยในสีหน้าท่าทางของเขาไปได้ ทั้งสามคนพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาตจนไม่ได้สังเกตว่าเอมี่กำลังเดินเข้ามาหา
“สวัสดีค่ะพี่ลิลลี่ พี่ไปรยา”
เสียงทักทายพร้อมยกมือไหว้ด้วยท่าทางอ่อนหวานของเอมี่ทำให้สองสาวเงยหน้าไปมอง แต่คนที่ตกใจคือ สิปปกร ในขณะที่เอมี่รู้สึกดีใจที่เห็นว่าสิปปกรไม่ได้อยู่ตามลำพังกับลิลลี่ อย่างที่ปัญจพลบอกเอมี่รีบขอนั่งข้าง ๆ สิปปกรทันทีด้วยท่าทางที่สนิทสนมเกินพอดีจนสองสาวมอง
ด้วยความงงๆ
“น้องเอมี่รู้ได้ไงว่าพี่อยู่ที่นี่”
สิปปกรตั้งสติได้แล้ว จึงเอ่ยถามขึ้นเบา ๆ เขามีสีหน้าอึดอัดไม่น้อยเพราะสถานภาพระหว่างเขากับเอมี่ได้เปลี่ยนแปลงไปเพียงชั่วข้ามคืน จนเขาเองก็ยังปรับตัวไม่ทันเขาอุตส่าห์หนีหน้าเอมี่ ยังไม่พร้อมที่จะพบหน้าเธอในช่วงนี้แต่เอมี่ก็ยังตามเขามาจนได้
“อ๋อ..พอดีพี่พีเจ.โทรมาหาเอมี่น่ะค่ะก็เลยรู้จากพี่เขาว่าเห็นพี่ปอนด์แวะไปรับพี่ลิลลี่ที่ทำงาน”
“เอ๊ะ..คุณพีเจ.ไปเที่ยวต่างประเทศกับดรีมไม่ใช่หรือ”
สิปปกร ถามด้วยความแปลกใจ เอมี่ รู้ว่าตัวเองพลาดไปถนัดที่บอกไปเช่นนั้นทั้งๆ ที่เคยพูดกรอกหูสิปปกรเอาไว้ว่าปัญจพลไปเที่ยวกับนัฏนรี
“ใครบอกล่ะว่าเจ้านายของลิลลี่ไปเที่ยวเขาไปติดต่องานที่ออสเตรเลียโน่นไปก่อนยัยดรีมไปเที่ยวซะอีก แล้วนี่ก็เพิ่งกลับมา”
ลิลลี่บอกความจริงสิปปกรสบายใจขึ้นมาเป็นกองที่รู้ความจริงเช่นนั้น
“ยัยดรีมไปเที่ยวที่มัลดีฟคนละที่กับคุณพีเจ.เลยนะ”
ไปรยาพูดต่อ ช่วยย้ำให้สิปปกรสบายใจมากขึ้นแต่ก็คงจะไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะเขาได้ทำผิดพลาดในเรื่องที่น่าอายเอาไว้เสียแล้วเขาได้แต่หวังว่านัฏนรีจะต้องไม่รู้เรื่องนี้
“อุ๊ย..ตายจริงเอมี่คงเข้าใจผิดน่ะค่ะก็เลยบอกพี่ปอนด์ผิด ๆ ได้ยินเลขาพี่พีเจ.บอกว่าพี่เขาไปต่างประเทศ เอมี่ก็เลยเดาว่าไปเที่ยวกับพี่ดรีมน่ะค่ะ”
เอมี่รีบรับสารภาพเพื่อให้สิปปกรไม่สงสัยในตัวเธอ
“เมื่อกี้น้องเอมี่บอกว่าคุณพีเจ.บอกงั้นหรือว่าพี่มากับปอนด์” ลิลลี่ยังรู้สึกข้องใจอยู่
“ค่ะ..พอดีพี่พีเจ.ทำมือถือหล่นน่ะค่ะก็เลยทดสอบเครื่องลองโทรหาเอมี่แล้วเอมี่ก็เลยถามหาพี่ลิลลี่ พี่เขาก็บอกว่าเห็นพี่ปอนด์แวะไปรับพี่ลิลลี่ที่ทำงาน”
เอมี่แจงละเอียดยิบราวกับเขียนสคริปต์เอาไว้แล้วแต่ลิลลี่ฉุนจี๊ดขึ้นสมอง ลิลลี่คิดว่าปัญจพลหาเรื่องที่จะโทรไปจีบเอมี่มากกว่า ผู้ชายหลายใจ แค่เพื่อนของเธอไปเที่ยวมัลดีฟไม่กี่วันก็คิดนอกใจเสียแล้ว แต่จะว่าไปถึงนัฏนรีจะอยู่เมืองไทย อีตาพีเจ.นั่นก็ไม่เห็นจะเกรงใจสักนิดจีบอีกคนหน้าตาเฉย แต่ทำไมลิลลี่จะต้องทุกข์ร้อนใจขนาดนี้ด้วยนะเธอชักไม่แน่ใจตัวเองว่าทำไมถึงต้องหมั่นไส้ยัยน้องเอมี่กับปัญจพลด้วย แต่..ทำไมเอมี่ถึงได้ทำท่าทางสนิทสนมกับสิปปกรมากผิดปกติแบบนี้ด้วยนะลิลลี่คิดด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับที่ไปรยาก็รู้สึกแปลกตาแปลกใจที่เห็นเอมี่เอาอกเอาใจสิปปกรจนผิดปกติทั้งเอียงคอซบไหล่ทั้งตักโน่นตักนี่ป้อนให้จนสิปปกรเขินหน้าแดงไปหมด
“เดี๋ยวก่อนค่ะ..คุณพีเจ.เขารู้ได้ไงคะว่าพี่มาร้านนี้”
ลิลลี่ยังไม่หายข้องใจอยู่ดี
“เอ..อันนี้เอมี่ ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะถ้าพี่ลิลลี่อยากรู้ต้องถามคุณพีเจ.เองนะคะ”
เอมี่ ทำหน้าตาใสซื่อ ลิลลี่ เม้มปากนึกเข่นเขี้ยวไปถึงปัญจพลไม่ต้องบอกหรอก พรุ่งนี้เจอหน้าเขา ลิลลี่จะต้องถามแน่นอน
“แล้วน้องเอมี่มายังไงคะเนี่ย”
ไปรยาอดถามไม่ได้
“มาแท็กซี่ค่ะ..ความจริงเอมี่ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาหรอกค่ะแต่เอมี่เหงา อยู่ที่คอนโดคนเดียว คุณป้าก็ยังไม่กลับเอมี่ก็เลยคิดว่ามาหาพี่ปอนด์ดีกว่าค่ะจะได้กลับพร้อมกับพี่ปอนด์”
เอมี่พูดเสียงอ่อนหวานหันไปยิ้มหวานให้กับสิปปกรที่ทำหน้าปุเลี่ยน
“ถ้าอย่างนั้นฉันไปส่งเธอที่บ้านเองก็แล้วกันนะลิลลี่”
ไปรยาบอกเพื่อนให้สบายใจ
“ไม่เป็นไรหรอกเราไปรับลิลลี่ก็ต้องไปส่งเอง” สิปปกรรีบบอก
“แหม..ให้พี่ยาไปส่งพี่ลิลลี่น่ะดีแล้วค่ะพี่ปอนด์ขา..เราจะได้ไม่ต้องกลับดึกไงคะ”
เอมี่พูดขึ้นแต่สิปปกรอึดอัดใจ
“ไม่เป็นไรหรอกเอมี่ เดี๋ยวพี่ไปส่งเอมี่ที่คอนโดก่อนแล้วค่อยไปส่งลิลลี่ ส่วนพี่ก็จะกลับที่บ้านสวน” สิปปกรหันไปบอกลิลลี่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“งั้นให้เอมี่ไปค้างที่บ้านสวนด้วยนะคะ”
เอมี่ทำเสียงออดอ้อนเกาะแขนซบไหล่เขาอย่างไม่แคร์สายตาของสองสาวที่กำลังมองตาโต
“ไม่ได้หรอกเอมี่” สิปปกรพยายามพูดเสียงอ่อนทุ้ม
“ทำไมจะไม่ได้คะในเมื่อพี่ปอนด์กับเอมี่เป็น...”
เอมี่แกล้งพูดค้างคาเอาไว้ให้สองสาวคิดเอาเองแต่คนที่หน้าซีดตกใจคือสิปปกร เขาไม่คิดว่าเอมี่จะกล้าพูดออกมาต่อหน้าเพื่อน ๆของเขาเช่นนี้
“น้องเอมี่ครับ..”
สิปปกรกลัวเอมี่พูดสิ่งที่เขาไม่อยากให้พูดออกมา
“พี่ปอนด์จะปิดบังเรื่องของเราไปถึงไหนคะ”
เอมี่พูดออกมาถึงขนาดนี้แล้ว คงจะเดาอะไรไม่ยากนักสิปปกรรู้สึกหน้าชาวูบ แต่ทั้งไปรยาและลิลลี่ ทำหน้าตาปกติจนสิปปกรก็ไม่แน่ใจว่าเพื่อนทั้งสองคนกำลังคิดอะไรอยู่
“น้องเอมี่พูดให้พวกพี่เซอร์ไพรส์อะไรหรือเปล่าจ๊ะ”
ไปรยาเอ่ยถามเสียงเรียบ
“ตอนนี้ยังไม่เซอร์ไพรส์เท่าไหร่หรอกค่ะ..แต่อีกไม่นานก็อาจจะเซอร์ไพรส์มากกว่านี้ก็ได้ค่ะถ้าเกิดว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเอมี่”
คำพูดปริศนาเป็นนัยให้ผู้ฟังขบคิดเอาเองสร้างความอยากรู้ให้กับสองสาวขึ้นมาทันที ต่างก็หันไปมองหน้า สิปปกรพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
“เราสองคนตกข่าวอะไรไปหรือเปล่าปอนด์”
ไปรยาสบตาสิปปกรด้วยความอยากรู้
“มีอะไรจะบอกพวกเราไหม”ลิลลี่ถามซ้ำ
สิปปกรนิ่งอึ้งแววตาที่ตกใจเปลี่ยนเป็นเศร้าสลด
“ไม่มีอะไร..ก็แค่..น้องเอมี่พูดเล่นให้เธอสองคนเซอร์ไพรส์ก็เท่านั้นเองใช่ไหมจ๊ะเอมี่”
สิปปกรหันไปมองหน้าเอมี่ คล้ายจะขอร้องให้เธอเออออห่อหมกตามไปด้วยเอมี่กำลังชั่งใจว่าจะเปิดเผยความสัมพันธ์ให้สองสาวรู้ให้หมด หรือว่าจะทำตามแววตาอ้อนวอนของสิปปกรดี
“ว่าไงจ๊ะน้องเอมี่..ระหว่างปอนด์กับเอมี่มีอะไรงั้นหรือ”ไปรยาหันมาถามเอมี่แทน
“น้องเอมี่จะพูดอะไรก็ขอให้คิดถึงตัวเองมากๆ”
สิปปกรพูดเตือนขึ้นมา เอมี่ หน้างออยากจะเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของเธอให้เพื่อนเขาฟังจะแย่อยู่แล้วแต่เมื่อเขาพูดเช่นนี้เธอจึงจำต้องเงียบเอาไว้ก่อน
“ก็ได้ค่ะ..ไม่ให้เอมี่พูดก็ไม่เป็นไรเอาไว้ให้เกิดปรากฏการณ์พิเศษขึ้นกับเอมี่ก่อนแล้วค่อยเปิดเผยก็ได้ค่ะแต่ตอนนั้นพี่ปอนด์คงไม่คิดจะปัดความรับผิดชอบหรอกนะคะ”
คำพูดปริศนาเป็นนัย ๆของเอมี่ทำให้ลิลลี่หันไปมองหน้าไปรยาด้วยแววตาฉงน
ในขณะเดียวกัน สิปปกร ก็เริ่มหาทางที่จะให้เอมี่หยุดพูดให้ได้เขาเห็นหนทางเดียวเท่านั้นคือต้องรีบพาเธอกลับบ้าน ซึ่งสองสาวก็เห็นดีด้วย