ทันทีที่ชื่อของเขาถูกประกาศออกไป ลิเจก็กระตุ้นม้าของเขาเข้าไปยืนตรงช่อง พยักหน้าเป็สัญญาณให้กับคาวบอยซึ่งอยู่ข้างบน ประตูถูกดึงขึ้น วัวหนุ่มสีดำตัวหนึ่งวิ่งถลาออกมา ม้าสีน้ำตาลตัวนั้นโผนตามหลังมันออกไป ไดอาน่ามองเห็นขดเชือกในมือของ ลิเจ ที่เหวี่ยงออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนที่งูฉกจวัก คล้องลงบนคอวัวหนุ่มตัวนั้นอย่างสวยงาม และในลักษณะที่ถูกฝึกมาอย่างดี เ้าม้าสีน้ำตาลคล้ายจะทรุดนั่งลงบนตะโพก แรงดึงของเชือกทำให้เ้าวัวหนุ่มฝืนฝีเท้าของมันไว้ ลิเจเหวี่ยงตัวลงจากอานอย่างปราดเปรียว เขาเข้าไปถึงเ้าวัวตัวนั้นก่อนที่มันจะทันตั้งตัว โถมร่างมันล้มกลิ้งลงบนดินจับขาหน้าพันด้วยเชือกที่ถืออยู่ในมือ ดึงเชือกมาผูกกับสองขาหลังไว้ก่อนที่จะชูมือขึ้นเป็สัญญาณให้เ้าหน้าที่จับเวลารู้ว่าเขาแสดงเสร็จเรียบร้อยแล้ว
มีการรอเวลาเล็กน้อย เพื่อให้เ้าหน้าที่แน่ใจว่าวัวหนุ่มตัวนั้นไม่อาจเคลื่อนไหวได้โดยอิสระอีกแล้ว ลิเจเหวี่ยงตัวขึ้นหลังม้า และขี่ม้าออกไปข้างหน้าเพื่อให้เชือกที่ขึงตัวอยู่หย่อนลง ไดอาน่าร่วมปรบมือกับคนนับพันในสนาม เมื่อมีการประกาศว่าลิเจ มาสเตอร์สสามารถทำเวลาได้เร็วที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ และลิเจก็ถอดหมวกออกโค้งคำนับก่อนที่จะขี่ม้าออกไปนอกบริเวณมองเห็นเส้นผมสีน้ำตาลปลิวไสว
หัวใจของไดอาน่าแทบจะะเิ ขณะที่เขาขี่ม้าเข้ามาใกล้ตรงที่เธอนั่งอยู่....เขาจะเห็นเธอไหมนะ? ...หรือว่าเธอควรจะเรียกเขาดี? ....ไม่ได้....เธอจะทำเช่นนั้นไม่ได้เป็อันขาด สิ่งสุดท้ายในโลกนี้ที่เธอก็ยังไม่้าก็คือให้ลิเจคิดว่า เธอกำลังตามไล่เขาอยู่ หมวกปีกกว้างสีน้ำตาลใบนั้นครอบลงบนศีรษะอีกครั้ง เมื่อตอนที่เขาขี่ม้าผ่านไดอาน่า เงาของปีกหมวกที่ทาบทับอยู่บนดวงตาคู่นั้นทำให้เธอไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาเห็นเธอหรือไม่
รายการต่อจากนั้นคือการขี่ม้าที่ยังไม่ได้ฝึก ซึ่งลิเจมิได้เข้าแข่งขันด้วย ไดอาน่าไม่ได้เห็นเขาอีกเลยจนกระทั่งถึงการแสดงการปล้ำวัวกระทิง ซึ่งโฆษกได้อธิบายว่า เป็การแสดงที่รู้จักกันในแบบของการสู้วัวนั่นเองครั้งนี้ ลิเจ ขี่ม้าสีแดงตัวที่ขี่อยู่เมื่อตอนกลางวัน
ลิเจ มาสเตอร์ส เป็ผู้แข่งขันคนสุดท้ายในการแสดงครั้งนี้ โดยที่ในครั้งแรก ๆ เขาแสดงเป็ตัวล่อเพื่อให้วัวหนุ่มตัวนั้นวิ่ง ตรงไปในทิศทางของคู่แข่งของเขาสามารถะโลง จากหลังม้า และปล้ำกับวัวจนกว่ามันจะล้มลงบนดินได้ และดูเหมือนม้าตัวที่เขาขี่อยู่จะได้รับการฝึกฝนมาจนชำนาญแล้ว
และเมื่อมาถึงคราวของลิเจ ไดอาน่าไม่แน่ใจว่าจะเชียร์เขาหรือว่าจะกลั้นลมหายใจไว้ ความคิดที่ว่ากำลังกระโจนลงจากหลังม้าโผนเข้าใส่วัวซึ่งกำลังวิ่งอยู่ และจับเขามันบิดขณะที่วิ่งไปด้วยกัน ทำให้เธอเย็นไปทั่วทุกขุมขน แต่เธอไม่มีโอกาสจะได้รู้สึกเช่นนั้นนานนักเพราะดูเหมือนจะจบลงก่อนที่จะทันเริ่มต้นด้วยซ้ำ เพียงแค่สี่ก้าวที่โผล่พ้นออกมาจากประตู ลิเจก็โผนจากหลังม้าจับเขาวัวไว้ได้ กระชากให้มันหยุด และบิดจนมันกลิ้งลงกับพื้นได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับไดอาน่าในยามนี้ก็คือเมื่อเธอเห็นลิเจ ยืนขึ้นโดยมิได้รับอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น
และมันทำให้เธอใยิ่งนัก เมื่อสำนึกว่า ผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ กลายเป็ผู้มีความสำคัญสำหรับเธอไปจริง ๆ มันดูคล้ายกับมิใช่ความรู้สึกตามธรรมชาติ แต่กระนั้นเธอก็รู้สึกว่าเป็ธรรมชาติจริง ๆ ความวิตกห่วงใยความใส่ใจในตัวลิเจ มาสเตอร์ส คือความรู้สึกที่เป็ธรรมชาติที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในใจ มันคล้ายกับเธอได้รู้สึกเช่นนี้มาตลอด และอธิบายไม่ได้ด้วยว่าทำไมจึงต้องรู้สึกเช่นนั้น
ครั้งนี้ เมื่อลิเจ ขี่ม้าออกมาเขามิได้ขี่จนเลยออกไปจากบริเวณที่นั่งของผู้ชมเช่นในครั้งแรก เขาเดินม้าไปหยุดอยู่ข้าง ๆ คาวบอยคนหนึ่ง ที่ยืนเอนร่างพิงสแตนด์ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่นั่งของไดอาน่ามากนัก
“ถ้าแกขี่ไอ้แดงตัวนี้เมื่อไหร่ละก็ รับรองได้เลยว่าไม่มีพลาดหรอก” คาวบอยคนนั้นหัวเราะกับลิเจซึ่งกำลังลูบแผงคอมาเล่น
“ฉันก็ว่างั้นแหละ เลส...ซี่โครงเป็ไงบ้างล่ะ? ”
“แล้วจะเล่าให้ฟังหลังแข่งขันจับ กระทิงคืนนี้แล้วฉันจะลากไอ้ปิศาจนั่นให้ได้” คู่สนทนาของเขาตอบขรึมๆ “แล้วแกล่ะ? ”
“ฉันได้ไอ้สีเทา” ลิเจตอบ
“เออ.. จับตาไว้ให้ดีเถอะ มันชอบขวิดทางซ้ายของคนที่ตกจากหลังม้า” คาวบอยคนนั้นเตือนก่อนที่จะยกมือเป็การอำลาเดินกลับเข้าไปทางหลังช่องทางเดิน
ไดอาน่าไม่ใคร่เข้าใจ ในความหมายที่บุรุษทั้งสองสนทนากันเท่าไรนัก มันคล้ายกับเป็คำเตือนอย่างเอาจริงเอาจัง ดวงตาของเธอจับอยู่ที่ลิเจ และทันใดเขาก็เงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นเธอเข้า ลิเจ ก็แตะขอบหมวกเป็เชิงทักทายแบบตะวันตก ซึ่งไดอาน่ารู้สึกยินดียิ่งนักเขาขยับม้าเข้ามาใกล้
“สนุกไหมครับ? ” สำเนียงพูดของเขาออกจะไม่เหมือนกับที่ไดอาน่าเคยได้ยินนักมันมีความสงบ แสดงออกถึงได้รับการศึกษามาอย่างดี อยู่ในน้ำเสียงที่มั่นคงนั้นด้วย ลิเจ มาสเตอร์ส เป็บุรุษที่มีวาจาอ่อนโยนคนหนึ่ง
“มากเลยค่ะ” ไดอาน่าตอบ ขณะเดียวกับสเตลล่าก็มองเธออย่างประหลาดใจ “ฉันเคยชมการแสดงอย่างนี้จากในโทรทัศน์มาบ้างเหมือนกัน แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นจริงๆ ”
“ครับ ก็หวังว่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายนะ”
“ฉันไม่ค่อยเข้าใจสแลง ที่ใช้กันเท่าไหร่นักหรอกค่ะ แต่ก็รู้สึกว่ามันน่าดูมากจริง ๆ ” ไดอาน่ายิ้มรู้สึกประสาทหวั่นไหว ขณะที่รอให้เขาพูดอะไรต่ออีก
“ครับ มันมีอะไรหลายอย่างที่เกิดขึ้น หลังฉากโน่นที่คนดูไม่ได้เห็น เอาไว้เมื่อไหร่คุณมีเวลาว่างผมจะพาไปดูทั่ว ๆ ” ความห่างเหินในสีหน้าของเขา ทำให้ออกจะเป็การยากที่ไดอาน่าจะสันนิษฐานเอาว่าคำเชิญนั้นจริงใจหรือไม่เพียงไร
“ฉันก็อยากดูค่ะ” เธอว่า
“เห็นจะต้องขอตัวก่อนนะครับ ผมจะต้องเตรียมตัวสำหรับการแสดงรอบต่อไปแล้ว” เขายกมือขึ้นแตะอบหมวก กระตุกบังเหียนพาม้าออกไปจากตรงนั้น
“นี่..เธอรู้จักเขาหรือ? ” สเตลล่าถามออกมาทันที ที่ลิเจ ชักม้าออกไปแล้ว
“เพิ่งพบกันวันนี้เอง” ไดอาน่ามองตาม จนร่างของลิเจหายลับไป
“โอ้โฮ.. โชคดีจัง.. ไม่ถึงกับหล่อหรอกนะเธอนะฉันหมายถึงว่า หน้าตาของเขามันไม่ตรงความหมายเสียทีเดียวก็จริง แต่มันมีบรรยากาศที่ทำให้เธอต้องกลั้นใจได้ก็แล้วกัน เห็นจะไม่ต้องสงสัยแล้วว่า ทำไมเธอถึงอยากมาสนามโรดิโอนักคืนนี้”
“รายการต่อไปอะไรน่ะ? ” เมื่อเห็นว่าสเตลล่าจะฉลาดเกินการไปสักหน่อย ไดอาน่าจึงเปลี่ยนเื่พูดเสีย
“อ้าว.. จับกระทิงไง” สเตลล่าตอบหลังจากที่พลิกดูโปรแกรมที่พิมพ์ไว้ก่อนแล้ว
มันเป็รายการที่ไดอาน่าประหวั่นอยู่แล้ว ที่ลิเจ มาสเตอร์ส จะต้องร่วมแสดงด้วย รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องกับความรู้สึกในการแสดงสู้วัวกระทิง ที่เธอประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ยังจะดูน้อย ถ้าจะเปรียบเทียบกับความทุกข์ใจในสิ่งที่เธอจะต้องดูอยู่จนตลอดรายการนี้
“นี่....เธอจะทำจริง ๆ หรือ? ” สเตลล่าถามศีรษะที่คลุมด้วยเส้นผมสีดำเอี้ยวมาทางเพื่อนสาว
“ทำอะไร? ”
“อ้าว....ก็รับคำเชิญ ที่เขาบอกว่าจะพาเธอเดินดูอะไรรอบ ๆ ไง” สเตลล่าทำสีหน้ายิ้มอย่างขบขันเมื่อเห็นไดอาน่าแสร้งทำเป็ไม่เข้าใจ “ฉันคิดว่าคืนนี้หลังจากการแสดงเลิกแล้วน่าจะเป็เวลาที่เหมาะที่สุดนะ”
“จริงหรือ? ” ไดอาน่าถามอย่างกระตือรือร้นก่อนที่จะทันสังเกตเห็นแววล้อเลียนบนใบหน้าของเพื่อนจึงแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ “ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจเลย”
“แหม....นี่เธอ เราจะอยู่ที่นี่กันอีก แค่วันเดียวเท่านั้นนะน่าเสียดายจัง มันไม่มีเวลาจะอยู่ลองเล่นสักพักเสียดายจริง ๆ ได”
“แต่ฉันไม่อยากให้มันดูเป็ว่า ฉันกำลังตามล่าเขาหรอก” ไดอาน่าถอนหายใจ
“เอ๊ะ...ก็เขาเป็คนเสนอคำเชิญมาเอง มันขึ้นอยู่กับเธอต่างหากว่าจะรับหรือไม่รับ ฉันน่ะอยากได้เขาเป็เพื่อนกับฉันเสียด้วยซ้ำ” สเตลล่าพูดยิ้ม ๆ
“อ้าว....ถ้าอย่างนั้นเธอไปกับฉันสิ” ไดอาน่าตอบอย่างรวดเร็ว
“ โอ๊ย ... ฉันไม่ขัดคอหล่อนหรอกย่ะไม่เอาละขอบใจ” สเตลล่าสั่นศีรษะอย่างมั่นคง“ และถ้าเธอเกิดนจนไม่กล้ารับคำเชิญละก็บ้าแล้ว”
ไดอาน่าคิดว่าสเตลล่าพูดถูก และรู้ว่าตัวเองต้องรับคำเชิญนั้นแน่ แต่ใจคอก็ยังไม่สบายอยู่นั่นเองเมื่อครั้งที่ถูกผู้ชายจูบใหม่ ๆ ยังไม่ได้รู้สึก หวาดเสียวถึงขนาดนี้ สัญชาตญาณภายในบอกให้รู้ว่า ค่ำวันนี้มันจะต้องเป็ยามค่ำที่แสนจะสำคัญที่สุดในชีวิต แต่ก็ไม่เคยคุ้นกับความเป็อิสระอย่างที่สเตลล่าเป็อยู่