บทนำ
ริน สาวไทยเ้าของดวงหน้าคมมีเสน่ห์ใครเห็นเป็ต้องแอบชายตามอง แต่ ณ เวลานี้สีหน้าและแววตาของหญิงสาวกลับดูไร้ชีวิตชีวา เธอกำลังนั่งเหม่อมองดูผู้คนเดินผ่านไปมาด้วยสายตาที่สุดแสนจะว่างเปล่าสนามบินเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียแห่งนี้ มีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกสัญจรเข้ามาไม่ขาดสายแม้จะมีคนรอบกายเต็มไปหมด แต่เธอกลับรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างเหลือเกิน นั่นเป็เพราะเธอพึ่งถูกผู้ชายทิ้งมาทิ้งแบบไร้เยื่อใย ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า เกิดมาจนตอนนี้อายุก็ใกล้จะถึงเลขสามแล้ว จะมีโอกาสอกหักเป็กับเขานี่สินะรสชาติของคำว่า ‘เราไม่ใช่สำหรับเขา’ มันจุกและอึดอัดจนพูดไม่ออก ผู้ชายคนนี้เป็คนที่ทำให้รินรู้ตัวว่าตัวเธอเองไม่มีค่าอะไรเลย ทำอะไรก็ล้มเหลวไปหมด เมื่อนึกย้อนกลับไปดูตัวเองอีกครั้ง...
กรุงเทพมหานครฯ ประเทศไทย
“เฮ้อ! ฉันอยากลาออกแล้วว่ะ เบื่อพวกประสาทแดก!”รินโพล่งขึ้นมาด้วยความอึดอัด ขณะนั่งรับประทานอาหารกลางวันอยู่กับเพื่อนสาว เป็เพราะเมื่อเช้านี้เธอทำงานของเธออยู่ดีๆ ก็ถูกยายผู้จัดการมนุษย์ป้านั่นวีนแบบงงๆ รินรู้มาอีกทีว่า นางถูกหัวหน้าด่าก็เลยมาลงที่เธอต่อเธอก็เป็คนที่มีความรู้สึกเหมือนกันนะไม่ใช่สนามอารมณ์ แต่คนผู้น้อยอย่างเธอก็ไม่กล้าตอบโต้อะไรกลัวตกงานน่ะสิ
“แหม! บ่นว่าอยากลาออกทุกวันจนจะ4 ปีแล้ว ก็ยังอยู่ที่เดิมนะ” นิกกี้เพื่อนสาวหนึ่งเดียวของเธอตอบกลับทันควันก่อนจะตักข้าวผัดคำโตเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยรินได้แต่ยิ้มเยาะให้กับตัวเอง ก็ถูกของเพื่อน
“ก็มันไม่รู้จะทำอะไรต่อนี่เฮ้อ!” รินถอนหายใจออกมาอีกรอบพลางเขี่ยลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยวเล่นแม้แต่โรงอาหารในบริษัท เธอก็เริ่มเบื่อแล้วเช่นกัน ทว่าถึงจะอยากลาออกมากขนาดไหนเธอก็ไม่กล้าอยู่ดี จริงอยู่ที่สภาพแวดล้อมการทำงานทำให้เธอไม่มีความสุข แต่เื่รายได้และความมั่นคงของบริษัทนี้เป็ปัจจัยหลักที่ดึงรั้งเธอเอาไว้จนทนมาได้ตั้งหลายปี
“หาผัวฝรั่งดูดิมีแต่ได้กับได้นะเว้ย!” นิกกี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดวงตาของเธอเป็ประกายแวววาวเหมือนพึ่งนึกอะไรบางอย่างออกได้
“ยังไง”รินขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางถามแบบขอไปที
“ลูกพี่ลูกน้องฉันนางไปเจอกับผู้ชายออสซี่ในแอปหาคู่คุยกันได้ไม่กี่เดือนก็แต่งงานย้ายไปอยู่ด้วยกัน ตอนนี้คืออยู่ที่นั่นแบบถาวร เป็แม่บ้านเลี้ยงลูกสวยๆ ให้ผัวเป็คนหาเงินชีวิตดี๊ดีอ่ะแก!” นิกกี้จีบปากจีบคอเล่าอย่างออกอรรถรส
“ทำไมรีบแต่งงานขนาดนั้นน่ะ?”ถึงรินจะไม่เคยมีแฟน แต่เธอก็อดคิดไม่ได้ว่า มันดูเร็วเกินไปหรือเปล่า
“ก็จะได้วีซ่าเร็วๆไง เื่แบบนี้มันต้องไขว่คว้าเอาเอง”
คำพูดของนิกกี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวรินทั้งวัน เอาไงดี เธอไม่อยากทนทำงานอยู่ในบริษัทนรกแห่งนี้แล้ว
หลังจากกลับมาถึงคอนโดหญิงสาวทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงด้วยความอ่อนล้า เธอลืมตามองเพดานห้องอย่างไร้จุดหมายพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปคนเดียวเอาจริงๆ แล้ว หาแฟนฝรั่งดูจะเป็ทางเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียวนะ...
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโหลดแอปพลิเคชันหาคู่ชื่อดังเธอจมจ่อมอยู่กับแอปนั้นหลายชั่วโมง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเป็ประกายแวววาวจากที่นอนอยู่ถึงกับดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันใด เมื่อมีฝรั่งหนุ่มหล่อตอบเธอกลับมา หัวใจของเธอเต้นถี่รัวรู้สึกประหม่าแต่ก็ตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน เธอพิมพ์ตอบและแนะนำตัวกับเขาด้วยมืออันสั่นเทาได้ความมาว่า ตอนนี้เขามาเที่ยวที่เมืองไทย แม้ว่า โชคจะไม่เข้าข้างเธอเท่าใดนักเพราะเขากำลังจะบินกลับประเทศพรุ่งนี้เช้า แต่นั่นก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกดีใจราวกับถูกหวยไม่เป็ไร เธอไม่รีบ!
ที่น่าปลาบปลื้มใจไปกว่านั้นคือพวกเขาคุยกันถูกคอเสียด้วยสิ รินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับหน้าจอมือถืออยู่นานเธอกวาดสายตาไปมองดูนาฬิกา ก็ต้องสะดุ้งทันใด นี่มันตีสี่แล้วหรือเนี่ย! ทางด้านชายหนุ่มเองก็ใไม่แพ้กัน สงสัยพวกเขาคงคุยกันเพลินไปหน่อยหลังจากนั้นทั้งสองจึงได้บอกลา แยกย้ายกันไปนอน หน้าเธอต้องดูโทรมไปทำงานพรุ่งนี้แน่ๆแต่ช่างมันเถอะ! แม้กายจะอ่อนล้า แต่หัวใจอันอิ่มฟูคงจะช่วยบรรเทาความเพลียนี้ได้ดีหญิงสาวคิด ก่อนจะเผลอหลับไปทั้งที่ยังมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้า
*******************************
“ถึงเวลาที่ฉันต้องสารภาพกับแกแล้วล่ะนิก”รินเอ่ยขึ้นพร้อมกับใบหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ส่งให้เพื่อน นั่นทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหารต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยนิกกี้วางช้อนส้อมในมือลง ก่อนจะเท้าศอกทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะ มือประสานกันพลางหรี่ตามองเพื่อนด้วยความสงสัย
“อะไรเหรอแก” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นปนระแวงเล็กน้อย
“ฉันมีแฟนแล้วค่ะ! เป็ฝรั่งด้วย” รินตอบไปยิ้มไปรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนผ่าวขึ้นมากะทันหัน
“ว้าย!” นิกกี้อุทานออกมาดังลั่น ก่อนจะเอามือมาปิดปากตัวเองไว้เมื่อสายตาตำหนิกว่าสิบคู่มองมายังเธอพร้อมเพรียงกัน นิกกี้ค้อมตัวเล็กน้อยพร้อมยิ้มแห้งๆเป็การขอโทษขอโพย แล้วหันกลับมาถลึงตาใส่เพื่อนต่อ ปากก็อมยิ้มไปด้วย
“หล่อนมันแอบร้ายนะคะ บอกมาให้หมดค่ะ อายุเท่าไหร่มาจากประเทศไหน ทำงานอะไรอยู่ ไปเจอกันได้ยังไง ที่สำคัญคือ เขาหล่อไหมแก?!” คำถามยาวเป็หางว่าวของเพื่อนทำเอาคนถูกถามหัวเราะชอบใจ
“อุ๊ย ก็ไม่อะไรมากหรอกแก! เขาชื่อ อีธานอายุ 33 ปี เป็ชาวออสเตรเลีย ทำงานเป็วิศวกรโยธาก็เจอกันในแอปที่แกแนะนำนั่นแหละ ถามว่าหล่อไหม ก็...พอตัวอยู่” รินทำทีเป็เขินอาย หัวเราะคิกคักในลำคอทำเอาเพื่อนส่งเสียงกรี๊ดเบาๆ อย่างหมั่นไส้
“จ้า! อิจฉาเด้อ แล้วจะไปหาเขาที่ออสเตรเลียหรือเปล่า” ท่าทีของนิกกี้เองก็ตื่นเต้นไม่น้อยตอนนี้เพื่อนสาวของรินแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้ว
“เื่นี้ฉันก็คิดไว้อยู่เหมือนกัน ติดอยู่ว่าพึ่งคุยกันได้แค่ 3 เดือนเองแล้วจะไปหาเขาเลยนี่ มันไม่รีบไปหน่อยเหรอแก” รินถามคำถามที่ค้างคาใจมานานอย่างน้อยก็จะได้ความเห็นจากเพื่อนมาช่วยตัดสินใจ
“มารีบเริบอะไร บางคนไปั้แ่เดือนแรกก็มีอย่าปล่อยให้โอกาสมันหลุดมือไป” สีหน้าและน้ำเสียงของนิกกี้เริ่มจริงจังขึ้น สำหรับรินแล้วในใจลึกๆ เธอก็คิดแบบเพื่อนเหมือนกัน
“แต่ฉันก็ต้องทิ้งงาน ทิ้งทุกอย่างไปหาผู้ชายแบบนี้เลยเหรอ”นี่คือสิ่งที่รินกำลังกังวลที่สุด อีกใจหนึ่งก็กลัวว่า ถ้าไปหาเขาแล้วเกิดเข้ากันไม่ได้ล่ะ จบเลยนะ
“ยิ่งเดิมพันสูง ก็ยิ่งคุ้ม จับผู้ชายไว้แน่นๆ สำเร็จแน่นอน!” นิกกี้พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สีหน้ามั่นใจ
“ขอบใจมากแก” กำลังใจจากเพื่อนสาวพาให้รินรู้สึกเบาใจไปได้เปราะหนึ่งใช่แล้วล่ะ นิกกี้พูดถูก เธอจะเดินหน้าเต็มสูบจนกว่าจะได้มาซึ่งความสุขสบายนี้
*******************************
วันนี้เป็วันสุดท้ายของรินในการทำงานที่บริษัทแห่งนี้ รินมองไปยังนาฬิกาข้างฝาก่อนจะยิ้มบางๆเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ก็จะได้บอกลาโรงงานนรกแห่งนี้เสียที แต่ยังไม่ทันได้ยิ้มกับความคิดตัวเองได้เต็มที่เสียงบาดหูของใครบางคนก็ดังขึ้นมาขัดเสียก่อน
“ไหนๆ วันนี้ก็วันสุดท้ายของเธอแล้ว ช่วยสรุปรายงานผลดำเนินการเดือนนี้ให้พี่หน่อยนะ”คุณป้าผู้จัดการสั่งเธอเสียงห้วนๆ พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะของเธอเสียงดังปึ้ง
“วันนี้มันพึ่งจะครึ่งเดือนเองไม่ใช่เหรอคะ? ปกติเราก็ทำ่ใกล้สิ้นเดือนนี่”รินเอ่ยขึ้นเสียงเรียบพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย อีกอย่างเอกสารนี่กว่าจะทำเสร็จต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเลยทีเดียว
“เอ๊ะ! บอกให้ทำก็ทำสิ จะมาถามอะไรเยอะแยะนี่มันวันสุดท้ายของเธอแล้ว ช่วยงานบริษัทนิดๆ หน่อยๆ ก่อนไปไม่ได้เหรอ!” ยายป้านั่นกระแทกเสียงดังลั่นจนเหล่าพนักงานคนอื่นๆหันมามอง ทุกคนต่างแอบส่ายหน้ากันด้วยความเอือมระอา
“ที่ผ่านมาก็โขกสับจนหนูกลับบ้านดึกทุกวัน ทำงานคุ้ม จนไม่รู้ว่าจะคุ้มยังไงแล้ว!” รินลุกขึ้นยืนตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนยายป้าสะดุ้งโหยง
“นี่แก! ฉันจะหักเงินเดือนแก!” ยายป้ามหาภัยเอ่ยเสียงสั่นด้วยความโกรธจนสีหน้าบูดเบี้ยวนิ้วมือเหี่ยวย่นยกขึ้นมาชี้หน้าเธอ
“ถ้ากล้าหัก ก็เตรียมตัวคุยกับหัวหน้าได้เลย!” รินเถียงกลับด้วยความเหลืออด ไหนๆวันนี้ก็วันสุดท้ายแล้ว ไม่จำเป็ต้องทนอีกต่อไป
“อีนี่! อย่าให้ได้กูเจอหน้าอีก! อย่ามากอดขาขอร้องกูล่ะ” สติของยายป้าผู้จัดการเหมือนจะขาดผึงไปแล้วหลังตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราดเสร็จจึงหาที่ลงด้วยการปัดเอกสารบนโต๊ะของรินจนมันตกกระจัดกระจายเต็มพื้นรินยืนตัวแข็งทื่อมองไปยังเหตุการณ์ตรงหน้า พนักงานคนอื่นๆ ต่างก็พากันตกตะลึงไม่แพ้เธอ
“ค่ะ ทำอะไรไว้ก็เตรียมตัวรับผิดชอบได้เลยนะคะ กล้องวงจรปิดก็มีเต็มห้องถ้าเกลียดขี้หน้ากันขนาดนี้ หนูก็ขอกลับบ้านเลยละกัน”รินก้มหยิบของใช้จำเป็ใส่กล่องด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นก่อนจะถอดป้ายพนักงานออกจากคอโยนทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างไม่ไยดีเธอเดินผ่านยายป้านั่นด้วยใบหน้าเรียบนิ่งก่อนจะหยุดชะงักหันหน้ากลับไปหาผู้จัดการอีกครั้ง เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้
“รู้สึกยินดีที่เคยทำงานด้วยกันนะคะ คุณทำให้หนูได้ฝึกความอดทนไปเยอะเลยค่ะแต่ก็อยากจะฝากอะไรไว้เล็กๆ น้อยๆ ด้วย...คุณป้าควรรู้จักคำว่า วุฒิภาวะไว้บ้างก็ดีนะคะ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ขอบคุณค่ะ”รินแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะเชิดหน้าหมุนตัวเดินออกจากบริษัทแห่งนั้น โดยไม่ได้สนใจเสียงตะคอกโวยวายหยาบคายของยายป้าขี้โมโหอีก
เหอะ! จบแล้วสินะ จบแล้วต่อกันกับบริษัทและผู้จัดการเฮงซวยนี้ ต่อจากนี้เธอจะกลายเป็มาดามที่ต่างประเทศแล้วใครมันจะโง่กลับมาง้อที่นี่อีกล่ะ ฝันไปเถอะ!
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ยายผู้จัดการ ก็นะ...-_-
อย่าลืมไปติดตามเพจ พิศสราญ กันนะคะ ^3^