จวนตระกูลฟาง เสนาบดีฝ่ายซ้าย
ฟางเหม่ยหลิงคนใหม่ กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องของตัวเอง เธอใช้เวลาทั้งหมดที่มีในการศึกษาตำราที่ท่านปู่ให้มา ซึ่งเป็ของที่ตกทอดของมารดา ถึงแม้จะแปลกใจที่จู่ๆก็อ่านออก ทั้งๆที่ไม่ใช่ภาษาของที่ที่เธอจากมาก็เถอะ แปลว่าเ้าของร่างนี้อ่านหนังสือออก เขียนหนังสือเป็ ทำให้เธอโล่งใจไปเปราะหนึ่ง
'' คุณหนู นายท่านให้มาตามเ้าค่ะ ''
'' ข้าจะไปเดี่ยวนี้ละ ''
เธอเดินมาเรื่อยๆตามทางเดินที่ทำไว้อย่างดีปูด้วยหินเป็ทางยาว รอบๆบริเวณก็เต็มไปด้วยดอกไม้ที่ถูกนำมาปลูกเพื่อตกแต่งให้สวยงาม ส่งกลิ่นหอมขจร ดึงดูดฝูงแมลงมาบินวน ทำให้ดูสวยยิ่งนัก
'' ท่านปู่หลานมาแล้วเ้าค่ะ ''
'' เข้ามาหลานรัก ''
'' เรียกหลานมามีอะไรสำคัญหรือเ้าคะ วันนี้เห็นกลับมาแต่หัววันเชียว ปกติท่านปู่จะกลับจวนเสียค่ำ ''
''สำคัญจริงอย่างเ้าว่า วันนี้ฝ่าาตรัสเื่งานอภิเษก ว่าสมควรแล้วถึงเวลาที่ต้องแต่งเสียที''
'' งานอภิเษกของใครหรือเ้าคะ ''
''ขององค์ชายสี่ ''
'' ออ องค์ชายสี่ หลงเป่าเฟย นึกว่าใคร แล้วแต่งกับใครหรือเ้าคะ ''
'' แต่งกับเ้า ''
'' ห๊าาาาาา''
'' เ้ากับองค์ชายสี่เป็คู่หมั้นกัน ถึงเวลาต้องแต่งแล้ว ''
'' ตอนไหน เป็คู่หมั้นกัน ไม่เข้าใจ หลานไม่เห็นรู้
้ ไม่เห็นจำได้เลยเ้าคะ ''
'' เป็ั้แ่สมัยพ่อเ้ายังอยู่ ตอนนั้นพ่อเ้าทำความดี ความชอบเอาไว้มากจึงได้รับพระราชทาน งานหมั้นไว้ให้เป็รางวัล ตอนนั้นเ้ายังเด็กมาก ปู่ไม่ได้บอกเ้า ที่จริงปู่ก็ลืมไปแล้วละ มันนานมากแล้ว ตอนนี้เราไม่ได้รุ่งเรืองเหมือนกาลก่อน ปู่คิดว่าฝ่าาคงไม่ได้สนพระทัยแล้ว แต่ที่ไหนได้ พระองค์กลับจำได้ และยังรักษาค่ำมั่นสัญญา ''
'' ที่จริงแล้วทุกคนน่าจะลืมๆไปนะเ้าค่ะ แบบนี้หลานก็แย่นะสิ ต้องแต่งงาน ทั้งๆที่อายุแค่สิบแปด หลานยังมีอะไรต้องทำอีกมากมาย จะให้แต่งงานเลย หลานยังไม่พร้อม แล้วหลานก็ไม่ชอบองค์ชายสี่ ได้ยินว่าเขามี อนุตั้งหลายคนเต็มไปหมด แล้วท่านปู่จะให้หลานแต่งกับคนแบบนี้เนี่ยนะ ''
'' เ้าก็พูดแปลกส่วนมากเขาก็ออกเรือนกันั้แ่ สิบหกปี เ้าออกเรือนช้าไปดวยซ้ำ ส่วนเื่องค์ชายสี่มีอนุมากมายก็จริงอยู่ แต่เขาเป็องค์ชาย ก็เป็เื่ธรรมดา เ้าจะแต่งเป็ชายาเอก นะ ใหญ่ที่สุดในจวน ไม่ดีหรือ''
'' ไม่ ไม่ ไม่ หลานไม่ชอบ ไม่อยากแต่ง ชีวิตหลานยังมีอะไรอีกมากที่ต้องเรียนรู้ จะให้แต่งงานอยู่แต่ใจจวนจนแก่ตาย ไม่เอา ''
'' เอาละ เอาละ ถ้าเ้าไม่อยากแต่ง ก็ไม่ต้องแต่ง ปู่ไม่คิดที่จะบังคับเ้า ปู่ตามใจเ้าทุกอย่าง ปู่จะลองคุยกับฝ่าาดูพรุ้งนี้ ''
ฟางเฉินฟงเห็นหลานค้านหัวชนฝาเช่นนี้ ก็จนปัญญา ด้วยเมื่อก่อนหลานคนนี้ว่านอนสอนง่าย ให้ทำอะไรก็ทำ หัวอ่อน เชื่อคนง่ายและใจดีมีเมตตา อ่อนโยน แต่มาบัดนี้กลับรู้สึกว่าเปลี่ยนไปมาก ทั้งหัวแข็ง ดื้อรั้น เอาแต่ใจ และไม่ยอมใคร ง่ายๆ ดูท่าแล้วจะยาก ถ้านางไม่้าใครก็คงบังคับไม่ได้ รวมถึงตัวเขาเองที่รักและตามใจหลานคนนี้ทุกอย่าง
................................................
ณ ศาลาริมน้ำ
''คุณหนูทำไมทำหน้าตาบึ้งตึงแบบนั้นเล่าเ้าคะ ไม่งามเลยเ้าค่ะ ''
''ก็ข้ารู้สึกเซ็ง ที่จะต้องแต่งงานกับคนพรรค์นั้น พูดแล้วอารมย์เสีย''
'' ไม่เป็ไรเ้าค่ะ เดี่ยวนายท่านก็ไปขอยกเลิก กับองค์จักพรรดิ์ไงเ้าคะ คุณหนูก็ไม่ต้องแต่งแล้ว''
เลียงลี่ได้แต่คอยพูดปลอบใจนายของตน ถึงแม้ว่าบางคำพูดที่คุณหนู เอ่ยออกมา เป็ภาษาแปลกๆ ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ตาม บางทีนางก็ไม่เข้าใจ แต่ก็ เออ ออ ตามไป เพราะคิดว่าหลังจากตกน้ำครั้งนั้น คุณหนูของนาง คงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
'' ขอให้ยกเลิกสำเร็จทีเถอะ ข้านะกลัวว่าจะต้องไปเป็นางบำเรอ นะสิ คิดแล้วสยอง ''
'' ต้องสำเร็จแน่เ้าค่ะ ''
....................................................
ห้องทรงงาน ขององค์จักพรรดิ์
'' ใช่พะยะค่ะ ฝ่าา นางยังไม่อยากแต่งงาน ยังอยากศึกษาหาความรู้ คงจะศึกษาอีกนาน ไม่อยากให้องค์ชายรอ อยากให้องค์ชายได้แต่งชายาเอกที่ดีพร้อมมากกว่านาง พะยะค่ะ ''
ฟางเฉินฟงนั้นเข้ามาเพื่อบอกขอยกเลิกงานหมั้นของหลานสาวตนกับองค์ชายสี่ โดยให้เหตุผลด้านการศึกษาไป
'' อย่างนั้นรึ งั้นก็ตามใจนางเถิด เอาเป็ว่าเราจะถอนหมั้นให้ ทางเ้าก็เอา เสือหยก ซึ่งเป็ของหมั้นหมาย มาคืน ก็เป็อันจบ ถือเป็การยกเลิก งานหมั้นหมายโดยสมบูรณ์ ''
ทางด้านองค์จักพรรดิ์นั้นก็เบาใจเพราะองค์ชายสี่เองก็อยากถอนหมั้นแต่ไม่รู้ว่าเขาจะช่วยอย่างไรอยู่พอดี ประจวบเหมาะกับที่ทางฝ่ายหญิงมาขอถอนหมั้น เื่จึงจบด้วยดี
'' ขอบพระทัย พะยะค่ะ ฝ่าา ''
..................................................
ตำหนัก พระสนมไฉ่เหรียน
'' ว่าอย่างไรนะ เสด็จแม่ ทางนั้นมาขอถอนหมั้นแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข่าวดีจริงๆ นี่ลูกไม่ต้องแต่งกับนางอัปลักษณ์นั้นแล้ว ''
หลงเป่าเฟยนั้นหัวเราะร่าอย่างดีใจที่สุด
'' ใช่ เสด็จพ่อบอกมา ว่าเขามาขอถอนหมั้นเองไม่ได้มีใครบังคับเลยนะ ไม่น่าเชื่อ ว่าจะยังมีคนที่ไม่อยากแต่งกับองค์ชายอยู่เป็ไปได้หรือนี่ คนที่ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง เช่นนี้ ''
พระนางไฉ่เหรียนรู้สึกแปลกใจเป็อันมาก
'' เอ๊ะ แต่จะว่าไป ข้าก็รู้สึกแปลกๆ มันเสียความมั่นใจยังไงไม่รู้ เหมือนกับว่านาง ไม่อยากแต่งให้ข้า ถึงมาถอนหมั้น เหมือนว่าข้ายังไม่อยู่ในสายตานาง ไม่คู่ควรกับนางยังงั้นแหละ ''
พอคิดไปคิดมาเขากับรู้สึกว่าตัวเองโดนทิ้ง ฝ่ายหญิงไม่เอายังไงยังงั้นเลย
'' เ้าอย่าคิดมาก ยังไงก็ไม่ต้องแต่งแล้ว ดีจริงๆ ทีนี้เ้าก็สบายใจได้แล้วนะ แม่จะหา ชายาเอกที่เพรียบพร้อมให้เ้าเอง ''
'' ขอบพระทัยเสด็จแม่ ''