"ท่านเ้าสำนัก~~~ว๊าย!โอ๊ย~~~"
ฟางเหนียงที่วิ่งตามหลังเพราะกลัวจะไม่ทัน ต้องชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างแรงเมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็หยุดกะทันหัน
ตุ๊บ!
เสียงร่างของหญิงสาวล้มไปกองที่พื้นอย่างแรง เมื่อร่างหนาหลบและไม่มีท่าทีว่าจะคว้าหญิงสาวเพื่อช่วยนางเลยแม้แต่น้อย หนิงเฟิ่งเอามือไขว้หลังและเหม่อมองไปทางอื่นด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อน ทำให้ร่างเล็กที่ล้มไปที่พื้นหน้าแดงระเรื่อด้วยความโมโห แต่ก็ทำอันใดมิได้เพราะเขาเองก็ไม่ได้ผิดอันใด
"แล้งน้ำใจชะมัด!"
ฟางเหนียงพึมพำออกมาเบาๆ กับตนเอง แต่เช่นไรด้วยความสามารถของชายหนุ่มก็ได้ยินอยู่ด้วย มุมปากของหนิงเฟิ่งยกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะกลับมาทำสีหน้าเ็าเช่นเคย ฟางเหนียงลุกขึ้นปัดเศษดินเศษหญ้าอย่างลวกๆ
"มีอันใดก็พูดมา"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างรำคาญ
"เหตุใดวันนี้ข้ามักได้ยินแต่ผู้อื่นเอ่ยถามว่า ท่านมิได้ช่วยรักษาข้าเช่นนั้นหรือ"
หญิงสาวเอ่ยถามออกไปตรงๆ นางพอจะเดาได้ว่าเขามีความสามารถที่จะช่วยรักษาาแของข้าที่ได้รับาเ็แต่เพราะเขาคงเกลียดข้า และคงอยากให้ข้าตายๆ ไปเป็แน่ถึงปล่อยให้ข้าทรมานอยู่เช่นนี้ หนิงเฟิ่งเงียบมิได้เอ่ยอันใด และความเงียบนี้เองก็พอจะทำให้หญิงสาวรู้คำตอบอยู่แล้ว ว่าสิ่งที่นางเอ่ยนั้นเป็สิ่งที่ถูก
"มีแค่นี้ใช่หรือไม่ที่เ้าจะเอ่ยกับข้า"
ความเงียบก่อตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่หนิงเฟิ่งจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ฟางเหนียงที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับน้ำตาคลอด้วยความเสียใจ ความเสียใจที่ก่อตัวขึ้นมิใช่น้อยใจที่เขามิรักษาให้แต่เสียใจที่เหตุใดถึงมีคนที่เกลียดนางมากมายถึงอยากที่จะให้นางตาย หรืออยากที่จะให้นางทรมานเพราะความเ็ป ทั้งที่นางในตอนนี้ก็มิได้ก่อเื่หรือทำอันใดมิดีไม่ได้คิดร้ายกับใครเลยแม้แต่น้อย มันชั่งโดดเดี่ยวไม่มีที่พึ่งทางใจให้นางรู้สึกอบอุ่นเลยแม้สักคน ก่อนที่น้ำตาจะเอ่อล้นออกมามือบางกำแน่นอย่างหักห้ามใจไม่ให้ร้องให้ต่อหน้าเขา
"หากท่านมิเต็มใจหรืออยากเห็นข้าตายเหมือนครั้งอดีตก็แล้วแต่ แต่ข้าขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะเ้าคะว่าข้า ฟางเหนียงคนใหม่คนนี้ไม่มีทางยอมแพ้อะไรง่ายๆ ถึงแม้จะเป็ความตายข้าก็ไม่ยอมตายง่ายๆ เป็แน่"
หญิงสาวะเิอารมณ์มาในที่สุดแต่กลับไม่มีหยาดหน้าตาสักหยดให้เขาเห็น หนิงเฟิ่งยังคงเงียบไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาเช่นเคย สายตาของชายหนุ่มมองเลยออกไปไม่แม้แต่มองหน้าหญิงสาว แต่ภายใต้แขนเสื้อที่ถูกบดบังกลับกำเข้าหากันแน่อย่างอดกลั้นอารมณ์ตนเองไม่ให้ใจอ่อน
"อีก 2 วันท่านต้องฝึกให้ข้า มิต้องห่วงนะเ้าค่ะระหว่างการฝึกข้าจะมิกวนใจเหมือนอย่างที่เคยทำเมื่อก่อน"
ฟางเหนียงเอ่ยจบก็ทำท่าคารวะและหันหลังเข้าไปที่หอตำรา หนิงเฟิ่งที่นิ่งเงียบฟังก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะห้ามนางอันใด ที่เขายังไม่ได้รักษาให้นางไม่ใช่เพราะเขาเกลียดนาง แต่เพราะพิษที่นางได้รับด้วยนั้นเขาได้ให้ผู้ช่วยส่งยาสมุนไพรที่ผสมไปกับยาทาเมื่อวานแล้ว นางจะต้องใช้ยาตัวนั้นทาเข้าไปที่รอบๆ าแ เพื่อดึงพิษให้รวมตัวกัน เขาจึงสามารถใช้พลังิญญาดึงมันออกมาและรักษานางต่อได้ ดูจากฝ่ามือและดวงตาของนางเมื่อสักครู่ที่ล้มไปกับพื้น นางคงมิได้ใช้ยาทาเป็แน่ หนิงเฟิ่งส่ายหัวให้กับความดื้อดึงของนางและเดินกลับตำหนักของตน
ณ ตำหนักหลิวรุ่ย
ปับ!
เสียงของกระดาษปึกหนึ่งกระทบเข้าหากัน และตามมาด้วยเสียงถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด ั้แ่กลับจากหอตำราหนิงเฟิ่งก็รู้สึกไม่มีสมาธิ ไม่ว่าจะทำอันใดก็เหมือนมีอันใดติดอยู่ในใจตลอดเวลา "หากท่านมิเต็มใจหรืออยากเห็นข้าตายเหมือนครั้งอดีตก็แล้วแต่ แต่ข้าขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะเ้าคะว่าข้า ฟางเหนียงคนใหม่คนนี้ไม่มีทางยอมแพ้อะไรง่ายๆ ถึงแม้จะเป็ความตายข้าก็ไม่ยอมตายง่ายๆ เป็แน่" คำพูดของหญิงสาวยังดังก้องในหัวของเขาไม่หยุด และสิ่งนี้ทำให้เขาเองไม่มีสมาธิมาตลอด 2 ชั่วยาม
"เฮ้อ~~"
เสียงถอนหายใจดังออกมาอีกครั้ง ก่อนที่จะลุกขึ้นออกไปนั่งโต๊ะม้านั่งบริเวณสะพานไม้หน้าน้ำตก มือขาวเอื้อมไปหยิบสมุนไพรและทำการบดมันเองกับมือด้วยความตั้งใจ อาเหยาที่พึ่งเดินเข้ามามีท่าทีมึนงงเล็กน้อยให้กับเ้านายของตน
"คิ้วผูกเป็ปม และยังคงตั้งใจบดยาด้วยท่าทีสงบนิ่งเป็อันใดของเขากัน" อาเหยาเอ่ยกับตนเองในใจก่อนที่จะเดินเข้าไปหาผู้เป็นายใกล้ๆ
"เ้าสำนักให้ข้าทำเองเถอะขอรับ"
"ไม่ต้อง"
เสียงทุ้มเอ่ยสั้นๆ ขณะที่มือยังบดสมุนไพรไปเรื่อยๆ อาเหยาเมื่อได้ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ได้ทันทีว่า นกไฟที่เป็พลังิญญาของชายหนุ่มกำลังปะทุพร้อมที่จะพ่นไฟออกมาในอีกไม่ช้า ใครกันนะที่ช่างกล้าหาญมาแหย่นกไฟตัวนี้ ใช้เวลาไม่นานก็เป็อันเสร็จ อาเหยาที่รู้หน้าที่ก็รีบเข้าไปจะรับตัวยาเพื่อเอาไปให้แม่นางฟางเหนียงทันที แต่ก็ทำได้เพียงยื่นมือไปกลางอากาศเท่านั้น เมื่อผู้เป็นายถือถ้วยยาบดและลุกขึ้นเดินออกไปเอง
"จะไปทำอันใดก็ไป"
เอ่ยเพียงสั้นๆ ก็พุ่งตัวขึ้นเหนือกลางอากาศออกไปในทันที เพียงเวลาไม่ถึงเค่อก็มาถึงจุดหมาย หนิงเฟิ่งมองบานประตูที่ปิดสนิทแต่ยังคงมีแสงไฟที่สอดส่องออกมาตามช่องลม
ก๊อกๆ
มือหนาเอื้อมไปเคาะประตูเพียง 2 ครั้งโดยที่ไม่ได้เอ่ยอันใด
"เข้ามาได้เลย ประตูมิได้ลงกลอน"
เสียงอนุญาตดังออกมาจากอีกด้านของบานประตู ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือไปเปิดและเดินเข้าไปด้านใน โดยที่จะไม่ลืมที่จะปิดมันไว้เช่นเดิม
"จ้าวเย่ววันนี้เ้ามีอันใดหรือ เหตุใดถึงมาหาข้าดึกกว่าทุกวัน"
ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นเมื่อรับรู้ว่ามีคนเข้ามาด้านในห้องแล้วและสายตาก็ยังไม่ละจากตำราเล่มหนาตรงหน้า หญิงสาวยังคงไล่สายตาอย่างจริงจังและคำพูดเมื่อสักครู่ดูเหมือนจะเป็คำทักทายที่นางเอ่ยเป็ประจำกับเพื่อนสาว แต่เวลาผ่านไปครู่หนึ่งแล้วกับไม่มีเสียงตอบรับจากเพื่อนสาวของตนเมื่อเช่นทุกครั้ง เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงค่อยๆ เงยหน้าจากตำราและมองไปด้านหลังของตน
"เ้าสำนัก!"
หญิงสาวอุทานออกมา พร้อมลุกขึ้นยืนตัวตรงด้วยความใ หนิงเฟิ่งไม่ได้สนใจท่าทีแต่เดินตรงเข้ามาหน้าหญิงสาวที่ยังคงมีท่าทีใที่หน้าโต๊ะอ่านตำรา มือหนาเอื้อมไปทางหญิงสาว แต่ยังไม่ถึงตัวหญิงสาวก็ถูกมือบางคว้าไว้ซะก่อน
"ท่านเ้าสำนักคิดจะทำอนาจารข้าหรือเ้าคะ ข้าไม่คิดเลยนะเ้าคะว่าท่านจะเป็คนเช่นนี้"
ร่างบางสั่นเล็กน้อย หากเป็โลกใบเก่านางสู้ตายแน่ แต่ในโลกใบนี้ที่พลังพิเศษอะไรก็ไม่รู้มากมาย นางไม่มีทางสู้ได้เป็แน่
"ปล่อย~~~ ข้าบอกให้ปล่อยมือ"
เสียงทุ้มเอ่ยเสียงดุใส่คนตัวเล็ก และนั้นยิ่งทำให้นางยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยเขาใช้พลังเกิดแสงสีแดงที่ฝ่ามือเพียงพริบตาฟางเหนียงก็ไปนั่งอยู่ที่เตียงเรียบร้อยแล้ว
"ฮื่อ~~~ ท่านเ้าสำนักปล่อยข้าไปเถอะ เื่เมื่อตอนกลางวันที่ข้าเอ่ยไม่ดีไป ขอท่านอย่าเก็บมาใส่ใจ สงสารหญิงสาวตัวน้อยๆ หน้าตาน่ารักน่าชังเช่นข้าถือว่าทำบุญเถอะนะเ้าคะ"
ฟางเหนียงปล่อยโฮออกมาในที่สุดเมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาหาที่เตียงช้าๆ ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
"เหลวไหล"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจให้กับความคิดของนาง ทีแต่ก่อนอยากเข้าใกล้เขาทุกทีเมื่อมีโอกาส พอครั้งนี้กลับกลัวเขาซะงั้น ชายหนุ่มเข้าไปนั่งที่ด้านหลังของหญิงสาว และเอื้อมมือไปเพื่อเลิกเสื้อของหญิงสาวออกจากทางด้านหลัง
"อยู่นิ่งๆ"
ชายหนุ่มเอ่ยดุหญิงสาวอีกครั้ง เมื่อนางมีท่าทีไม่ให้เขาถอดมันออก แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงยอมให้ถอดออก เผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียนของหญิงสาว กลึก! เสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่มาจากคนตัวโตที่นั่งอยู่ด้านหลัง ส่วนร่างเล็กทำได้เพียงอยู่นิ่งๆ หากนางขยับไปมากกว่านี้เกรงว่าผ้าที่ใช้ปิดกายด้านหน้าจะหล่นล้วงจนเห็นอะไรต่อมิอะไร มือหนาเอื้อมไปััที่าแบนหลังเนียนด้วยความสงสาร าแดูจะร้ายแรงกว่าที่เข้าคิดเสียอีก เดิมทีาแนี้คงเล็กน้อยเท่านั้น แต่คงเป็เพราะพิษจึงได้กัดกินจนกลายเป็แผลที่ใหญ่ขึ้น เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงนำยาที่ตนตั้งใจบดมากับมือทาเข้าไปที่าแ
ซี๊ด~~~
หญิงสาวส่งเสียงออกมาด้วยความเ็ปเมื่อยาัักับาแ ใบหน้าของนางแดงกล่ำมือบางจิกเข้าหากันอย่างอดทน เมื่อเห็นเช่นนั้นชายหนุ่มจงใช้พลังเกิดแสงสีฟ้าส่งไปที่าแ ไม่นานสีหน้าที่แทบดูไม่ได้ของหญิงสาวก็ดีขึ้น เมื่อััได้ถึงความเย็นจากแสงสีฟ้า
"ดีขึ้นหรือไม่"
"อื้ม"
ร่างเล็กตอบเพียงสั้นๆ เมื่อหนิงเฟิ่งเห็นว่ายาซึมเข้าสู่ร่างกายแล้วจึงทำการเปลี่ยนจากพลังที่เป็แสงสีฟ้ากลายเป็สีแดง
กรี๊ด~~~
สิ้นเสียงของหญิงสาว ปรากฏโลหิตสีดำไหลออกมาจากาแ เพียงไม่นานาแก็สมานกันสนิทเหมือนกลับว่าบนหลังของหญิงสาวไม่เคยมีาแเกิดขึ้นเสียอย่างนั้น
"เสร็จแล้ว"
"เ้าคะ?"
ฟางเหนียงที่เมื่อสักครู่หลับตากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นและใช้มือคล่ำไปที่าแแต่กลับไม่พบ "เป็ไปได้เช่นไรเมื่อสักครู่ข้ายังเ็ปเพราะาแอยู่เลย เหตุใดถึงได้หายไปอย่างรวดเร็วไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็เลยสักนิด" หญิงสาวเอ่ยกลับตนเองในใจด้วยความสงสัยและรีบสวมเสื้อผ้าด้วยความรวดเร็ว
"อันใดหรือเ้าคะ"
หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มเมื่อหันมาเห็นสิ่งที่ลอยอย่ในอากาศ เป็เหมือนหยดเืและเป็สีดำสนิท
"พิษพยัคษ์ เป็พิษที่ไม่ได้ร้ายแรงแต่หากัักับาแมันจะกัดกินเนื้อจนรามไปทั่วร่างกาย"
"คล้ายน้ำกรดหรือเ้าคะ"
หนิงเฟิ่งไม่ได้เอ่ยอันใดแต่ปล่อยสัตว์ิญญาฟินิกซ์เพลิงวิหคออกมา มันอ้าปากกลืนกินพิษพยัคษ์เข้าไปในทันที
"ท่านรองเ้าสำนักหยงอี๋บอกกับข้าว่าร่างกายของคนเชื่อมต่อกับสัตว์ิญญา ฟินิกซ์เพลิงวิหกของท่านกลืนกินพิษเข้าไปจะไม่มีผลอันใดหรือเ้าคะ"
ร่างบางเอ่ยออกไปด้วยความสงสัย ชายหนุ่มเก็บพลังิญญาก่อนที่จะหันมาทางหญิงสาว
"สัตว์ิญญาทุกตัวมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตนเพิ่มเติมจากความสามารถเดิมที่มี ฟินิกซ์เพลิงวิหคมีความสามารถต้านพิษ ไม่ว่าจะพิษชนิดใดเมื่อยู่ที่กระเพาะมันจะลูกย่อยสลายหายไป"
"แล้วของข้าล่ะเ้าคะ"
"ฟินิกซ์ขาววิหคเหิน เป็สัตว์ิญญาชั้นสูงในตำนานที่หาพบได้ยาก ยังไม่มีบันทึกเกี่ยวกับมันเ้าจะต้องฝึกและค้นหามันให้พบ"
"ข้าจะตั้งใจฝึกเ้าค่ะ"
ฟางเหนียงรับคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับเท่านั้นก่อนที่จะลุกและเดินตรงไปทางประตูเพื่อจะกลับ
"เดี๋ยวสิเ้าคะ"
หญิงสาวเอ่ยขึ้นพลางเดินไปดักหน้าหนิงเฟิ่งไว้
"มีอันใดอีก"
"เื่วันนี้เมื่อตอนกลางวัน ข้าขออภัยที่พูดตัดพ้อออกไปนะเ้าคะ และก็ขอบคุณสำหรับเื่รักษาถึงแม้ข้าจะเอ่ยไม่ดีกับท่านไปแต่ท่านก็ยังมารักษาให้ข้าอีก "
"อืม"
ร่างสูงเอ่ยเพียงสั้นๆ และเดินออกไปในทันที หลังจากหนิงเฟิ่งออกไปแล้วร่างเล็กก็ล้มตัวลงนอนบนที่นอนด้วยความสบายใจ เื่เหลือเชื่อที่นางไม่เคยเห็นวันนี้มันช่างวิเศษจริงๆ หากวันหนึ่งนางสามารถกลับไปที่โลกใบเก่าได้ นางจะเขียนเื่ที่พบเจอในโลกที่นี่ขาย คงไปทำหนังดีๆ สักเื่ได้เป็แน่ เมื่อหัวลงถึงหมอนเพียงไม่นานดวงตางามก็ค่อยๆ ปิดลงช้าๆ ด้วยความอ่อนเพลียและหลับไปในที่สุด
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว