"แย่แล้ว มีซอมบี้ไล่ตามมา รีบไปเร็ว!"
เพิ่งจะได้พักหายใจแค่แป๊บเดียว ฉินจงก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาเจอกับฝูงซอมบี้ ดูเหมือนพวกมันจะสังเกตเห็นเขากับเซียวอิ่งหย่งแล้ว ถึงได้พากันเดินลากขากะเผลกพุ่งตรงเข้ามาหา
นาทีนี้ลืมเื่พักไปได้เลย ทั้งสองคนสับตีนแตกพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต ขณะที่กำลังวิ่งตะบึงอยู่นั้น สิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า อาศัยแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์มองจากระยะไกล จึงพอจะเห็นตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนเอาไว้ว่า ‘พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเล’
ก่อนวันสิ้นโลกฉินจงไม่เคยมาที่นี่หรอก แต่จำได้ว่าตอนเปิดตัวครั้งแรกมันค่อนข้างโด่งดัง ถึงขั้นมีนักข่าวมาทำสกู๊ปพิเศษ ว่ากันว่าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ครองแชมป์ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ดีไซน์ภายนอกจำลองมาจากเกลียวคลื่น ผนังกระจกทรงโค้งเคยส่องประกายระยิบระยับล้อแสงแดดได้อย่างงดงาม
ภายในไม่ได้มีแค่สัตว์ทะเลนับไม่ถ้วนเท่านั้น แต่ยังมีสวนน้ำในตัวด้วย ถือเป็โปรเจกต์ั์ใหญ่ระดับประเทศ ทว่าหลังวันสิ้นโลกผ่านไปไม่ถึงครึ่งปี ผนังกระจกที่เคยหรูหรากลับเต็มไปด้วยรอยร้าว บางส่วนแตกละเอียด เผยให้เห็นโครงสร้างอันมืดมิดและน่าขนลุกที่ซ่อนอยู่ข้างใน
บริเวณทางเข้า ป้ายโฆษณาที่เคยมีสีสันสดใสบัดนี้ซีดจาง ประตูกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น เหลือเพียงโครงเหล็กที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดยามถูกลมพัดผ่าน
ฉินจงจูงมือเซียวอิ่งหย่งพุ่งพรวดเข้าไปข้างใน ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเขาก็พบว่าพื้นทั้งหมดเจิ่งนองไปด้วยน้ำ น่าจะเป็เพราะตัวอาคารชำรุด พอเจอฝนตกหนักติดกันหลายครั้งก่อนหน้านี้ ระบบระบายน้ำก็เลยพังจนท่วมขังอย่างที่เห็น
ทั้งคู่ไม่มีเวลามาสนใจเื่หยุมหยิม รีบจ้ำอ้าวลุยน้ำมุ่งหน้าลึกเข้าไปข้างใน ขณะที่ซอมบี้หลายสิบตัวด้านหลังก็ส่งเสียงคำรามพุ่งพรวดตามเข้ามาติด ๆ
ยิ่งเดินลึกเข้าไป ระดับน้ำก็ยิ่งสูงขึ้นจนเกือบถึงเอว เซียวอิ่งหย่งทนไม่ไหวจนต้องร้องถาม "พี่ฉิน ทำไมที่นี่น้ำเยอะจังคะ?"
"พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ถ้าน้ำไม่เยอะสิถึงจะแปลก"
ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ฉินจงก็ยังไม่ทิ้งลายกวนประสาท เขาก้าวเดินต่อไปพลางชี้ให้ดูเพดาน้า ซึ่งไม่รู้ว่าไปโดนอีท่าไหนถึงมีรูโหว่ขนาดใหญ่มหึมา ดูเหมือนจะถูกอะไรบางอย่างพุ่งชนจนทะลุลงมา
รอยโหว่นี้ช่วยอธิบายได้ชัดเจนว่าทำไมน้ำถึงท่วมขังหนักขนาดนี้ ลองนึกสภาพฝนตกหนักหลายระลอกในยุควันสิ้นโลกที่ไม่มีใครมาคอยซ่อมแซมท่อระบายน้ำดูสิ น้ำมันก็เลยสะสมทะลักท่วมไปทั่วทั้งพิพิธภัณฑ์อย่างเลี่ยงไม่ได้
"แบบนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าใต้น้ำนี่มีตัวบ้าอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า เราลองไปดูตรงโซนนั้นกัน"
หลังจากประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ฉินจงก็ชี้ไปที่ร้านค้าภายในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งน่าจะเป็จุดขายของที่ระลึก จากนั้นทั้งสองก็รีบตะลุยน้ำพุ่งตรงไปที่นั่นทันที
โชคดีที่ฝูงซอมบี้ด้านหลังถูกมวลน้ำหนืด ๆ ดึงรั้งเอาไว้ ทำให้ส่วนใหญ่ก้าวตามไม่ทัน มีเพียงไม่กี่ตัวที่หลุดรอดมาได้ ซึ่งก็ถูกเซียวอิ่งหย่งงัดหน้าไม้ออกมาระดมยิงเจาะกะโหลกทิ้งอย่างแม่นยำ
ทั้งคู่พุ่งพรวดเข้าไปในร้านค้า ก่อนจะเหลือบไปเห็นเรือคายัคลำหนึ่งแขวนประดับติดอยู่บนผนัง ดูจากสภาพแล้วแม้จะเป็แค่ของตกแต่ง แต่ก็น่าจะพอเอามาใช้งานได้จริง
ฉินจงตาลุกวาว รีบสั่งให้เซียวอิ่งหย่งคอยระวังหลังไว้ ส่วนตัวเองก็ออกแรงกระชากเรือคายัคที่ยึดติดกับผนังลงมาอย่างทุลักทุเล จากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันลากเรือออกมานอกร้าน
ตอนนี้ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว บรรยากาศในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมืดสลัวราวกับก้นบ่อน้ำลึก เมื่อมองผ่านรูโหว่บนเพดานออกไปก็เห็นเพียงเมฆดำทะมึนปกคลุม ไม่รู้ว่าดวงจันทร์หนีไปหลบซ่อนอยู่ที่ไหน เรียกได้ว่ามืดมิดจนแทบจะมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเองด้วยซ้ำ
หลังจากปีนขึ้นมานั่งบนเรือคายัค ฉินจงก็เริ่มออกแรงพายไปข้างหน้า พลางใช้ไฟฉายแรงสูงส่องกราดไปรอบ ๆ ท่ามกลางเศษข้าวของที่ลอยตุ๊บป่องอยู่บนผิวน้ำ เขามองเห็นหัวซอมบี้สิบกว่าหัวกำลังลอยคอผลุบ ๆ โผล่ ๆ ตามกระแสน้ำ
ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็พวกซอมบี้ บางตัวโผล่มาแค่ลูกตา บางตัวก็จมหายไปใต้ผิวน้ำ ทันทีที่ลำแสงไฟฉายสาดไปกระทบ ซอมบี้เ่าั้ก็จะส่งเสียงโหยหวนของศพดังสะท้อนก้องออกมาเป็ระยะ
"ทำไมพวกนี้ถึงไม่จมน้ำตายกันสักทีล่ะคะ?" น้ำเสียงของเซียวอิ่งหย่งเต็มไปด้วยความสงสัย
ฉินจงถอนหายใจพลางยิ้มขื่น "ก็พวกมันตายไปแล้วน่ะสิ ในเมื่อเป็คนตาย จะให้โดนน้ำจมตายซ้ำสองได้ยังไงล่ะ?"
เซียวอิ่งหย่งพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาเล็กน้อย "งั้นก็แปลว่าพวกมันเป็ะ อายุยืนหมื่นปีเลยสินะ ถ้าหนูเป็ะแบบนั้นได้บ้างก็คงดี"
ได้ยินคำพูดใสซื่อประสาเด็กของเซียวอิ่งหย่ง ฉินจงก็แอบคิดตามอยู่ในใจ บางทีในอนาคตหากเวลาผ่านไปนานกว่านี้ แล้วพวกซอมบี้เกิดพัฒนาสติปัญญาขึ้นมาได้ พวกมันก็อาจจะกลายเป็สิ่งมีชีวิตชั้นสูงสายพันธุ์ใหม่ที่ยึดครองโลกใบนี้แทน
ถ้าพูดกันตามตรรกะ มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มีสติปัญญา และในเมื่อซอมบี้ก็วิวัฒนาการมาจากมนุษย์อีกที ดังนั้นจะบอกว่าพวกมันไม่ได้ด้อยไปกว่ามนุษย์เลยก็คงไม่ผิดนัก
ทั้งคู่พายเรือคายัคคืบหน้าไปได้อีกไม่กี่เมตร พลางกวาดไฟฉายส่องทางไปเรื่อย ๆ แม้ฉินจงจะจำตำแหน่งทางออกเป๊ะ ๆ ไม่ได้ แต่ตอนเข้ามาเขาแอบเหลือบมองแผนที่นำเที่ยวหน้าประตูไว้แล้ว จึงพอจะเดาทิศทางแล้วพายมุ่งหน้าไปตามสัญชาตญาณ
หากหลุดพ้นประตูทางออกไปได้ เดินต่ออีกแค่ไม่ไกลก็น่าจะถึงูเาลิง ถึงตอนนั้นเขาก็น่าจะหาสิ่งยืนยันตัวตนที่ซุนเสี่ยวเหยียนส่งมาให้เจอเสียที
ขณะที่เรือคายัคค่อย ๆ แหวกว่ายไปตามกระแสน้ำ ทั้งสองก็ใช้ไฟฉายสาดส่องไปบนผิวน้ำ หากเจอซอมบี้ขวางทางเมื่อไหร่ก็ใช้หน้าไม้สอยทิ้งทันที พวกซอมบี้ที่ลอยคออยู่แทบจะไม่มีแรงต้านทานใด ๆ พอเห็นมนุษย์ก็พยายามจะตะเกียกตะกายเข้ามาหา แต่ยิ่งดิ้นรนมากเท่าไหร่ หัวก็ยิ่งจมดิ่งลงใต้น้ำไปเองเท่านั้น
หลังจากสอยซอมบี้ร่วงไปหลายตัว ฉินจงและเซียวอิ่งหย่งก็พายเรือลึกเข้าไปอีก พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้กว้างขวางมาก กินอาณาเขตหลายหมื่นตารางเมตร การลอยเรือฝ่าดงขยะและซากศพในที่แบบนี้ ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการพายเรือลัดเลาะเข้าไปในป่าดิบชื้นที่ทั้งแฉะและอับทึบ
ทว่ารอบกายที่มืดมิดสนิท กอปรกับเสียงโหยหวนของศพที่ดังก้องระงมชวนขนหัวลุก ก็เริ่มทำให้ทั้งคู่เกิดอาการหวาดระแวง และในจังหวะนั้นเอง... ขณะที่ฉินจงกำลังกราดไฟฉายไปมา เขาก็สังเกตเห็นผิวน้ำแยกตัวเป็ทางยาว พุ่งตัดผ่านข้างเรือไปอย่างรวดเร็ว!
"ตัวบ้าอะไรวะนั่น!"
ความรวดเร็วของมันทำเอาฉินจงถึงกับหน้าถอดสี ไม่ทันตั้งตัวเลยว่ามันคือสัตว์ประหลาดชนิดไหน กระแสน้ำนั้นพุ่งตรงดิ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะม้วนตัวเลี้ยวโค้ง แล้วพุ่งย้อนกลับมาทางเดิม!
เมื่อเห็นเส้นน้ำนั้นพุ่งกระโจนเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ฉินจงก็ไม่รอช้า เงื้อไม้พายในมือฟาดเปรี้ยงลงไปบนผิวน้ำอย่างแรง!
ตูม!
ผิวน้ำแตกกระจายม้วนตัวเป็วงคลื่น ก่อนที่ปลาตัวเขื่องความยาวเกือบหนึ่งเมตรจะกระเด็นลอยขึ้นมาเหนือน้ำ
พอเห็นว่าเป็แค่ปลาตัวใหญ่ เซียวอิ่งหย่งก็เบิกตากว้างพลางยกมือขึ้นตบอกตัวเองเบา ๆ "ใหมดเลย โชคดีที่เป็แค่ปลานะคะ ถ้าเป็ตัวอื่นล่ะก็... เราคงแย่แน่"
ทันทีที่คำพูดซื่อ ๆ ของเซียวอิ่งหย่งหลุดจากปาก รูม่านตาของฉินจงก็หดวาบลงทันที!
เขาะโลั่น "ฉิบหายแล้ว! เสี่ยวอิ่ง พายกลับเดี๋ยวนี้! ห้ามเข้าไปข้างในเด็ดขาด ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนี่มันมีจระเข้!"
แต่มันสายไปเสียแล้ว... แรงกระแทกมหาศาลจากใต้น้ำพุ่งจู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน เรือคายัคเอียงวูบราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นผลักอย่างป่าเถื่อน จนเกือบจะพลิกคว่ำลงสู่ห้วงน้ำลึกอันมืดมิด
วินาทีต่อมา กลิ่นคาวคลุ้งรุนแรงก็พุ่งเข้าปะทะจมูก สิ่งมีชีวิตลำตัวหนาเตอะและยาวเหยียดราวกับเสาต้นั์ พุ่งทะยานแหวกว่ายขึ้นมาจากใต้น้ำ ทำลายความเงียบสงบของผิวน้ำจนพินาศย่อยยับ
"เวรเอ๊ย!"
"แม่จ๋า!"
ฉินจงและเซียวอิ่งหย่งแหกปากลั่นพร้อมกัน ภายใต้แสงไฟฉาย ทั้งคู่มองเห็นร่างของงูั์สีน้ำตาลเข้มได้อย่างชัดเจนเต็มสองตา ลำตัวของมันหนาเท่าปากชาม เกล็ดบนตัวเต็มไปด้วยลวดลายสีดำเรียงตัวเป็ระเบียบ ดูน่าเกรงขามราวกับทูตจากนรกที่กำลังแผ่กลิ่นอายความตายออกมา
ณ วินาทีนี้ ดวงตาเรียวเล็กทรงสามเหลี่ยมคว่ำอันลึกกลวงของมันกำลังจ้องเขม็งมาที่พวกเขา แววตาอันเ็าและสัญชาตญาณดิบเถื่อนของสัตว์ป่าที่แผ่ซ่านออกมา ทำเอาทั้งคู่ถึงกับขนลุกซู่ หนาวสันหลังวาบไปยันก้นกบ
บ้าเอ๊ย! พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนี่นอกจากจะมีจระเข้แล้ว ยังเสือกมีงูั์อีกเหรอวะ!
ท่ามกลางเสียงแหกปากโวยวาย ทั้งคู่พร้อมใจกันลั่นไกหน้าไม้ในมือโดยสัญชาตญาณ ลูกดอกและลูกเหล็กพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ากระแทกร่างงูั์อย่างจัง ความเ็ปทำให้มันมุดตัวหนีลงน้ำอย่างเกรี้ยวกราด ลำตัวบิดสะบัดอย่างรุนแรงจนคลื่นน้ำซัดสาดแตกกระจาย
ตอนนี้ทั้งสองคนใจนแทบจะิญญาหลุดออกจากร่าง ฉินจงกัดฟันตัดสินใจเด็ดขาด ะโลั่น "เร็วเข้า พายกลับเดี๋ยวนี้!"
นาทีนี้ฉินจงนึกอยากจะเขกหัวตัวเองที่บุ่มบ่ามลุยลึกเข้ามาขนาดนี้ เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่แสนจะธรรมดาในยุคก่อนวันสิ้นโลก จะกลายสภาพเป็รังนรกที่น่าสยดสยองได้ถึงเพียงนี้
ทั้งคู่รีบจ้วงไม้พาย ช่วยกันออกแรงพายจ้ำอ้าวหนีตายอย่างสุดชีวิต แต่พอพายถอยร่นออกมาได้แค่สิบกว่าเมตร พวกเขาก็ต้องเบรกหัวทิ่ม เมื่อพบว่ามีซอมบี้หลายสิบตัวกำลังลอยคอขวางทางอยู่เบื้องหน้า...
และนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็ฝูงผีดิบที่ตามกัดไม่ปล่อยมาั้แ่ตอนแรกนั่นเอง!