รามิรี่นั้นนั่งดูมองดูการฝึกของนอสในทุกๆ วันเพื่อมองดูพัฒนาการ เธอคิดว่ามันเร็วกว่าที่เธอคาดการไว้มากนอสสามารถฝึกเทคนิคนี้ทำเร็จได้ภายใน 1 เดือน เท่านั้น แต่ก็ยังขาดความชำนาญอยู่รามิรี่คิดว่าถ้านอสฝึกต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้เขาเก่งขึ้นอย่างแน่นอน
“ยินดีด้วยที่ฝึกสำเร็จ เสียดายที่พวกพี่ๆ ของลูกไม่ได้อยู่ดูตอนที่ลูกทำมันได้สำเร็จนะ”
รามิรี่พูดขึ้น
“ขอบคุณครับแม่ มันช่วยไม่ได้นี่น่า พวกพี่ๆ เขาบอกมีธุระกันเลยอยู่ไม่นานนี่นะ ฮ่าๆ”
นอสตอบคุณแม่ไป
แต่นอสรู้ว่าเหตุผลจริงๆ ของพวกพี่ๆ ตัวเองทำไมถึงรีบกลับไปโรงเรียนนั้น มันก็เป็เพราะพวกเธอไม่อยากฝึกกับคุณแม่นั่นเอง
‘เราก็ไม่อยากจะอยู่นานด้วยเหมือนกัน เราต้องรีบกลับไปที่ยูโทเปีย ั้แ่วันนั้นลิลิธก็ไม่ออกมาพูดกับเราเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ถ้ากลับไปที่ยูโทเปียเธอน่าจะออกมาคุยแน่ๆ’
นอสคิด
“ไหนๆ ผมก็ฝึกเสร็จแล้วงั้นผมกลับไปเตรียมตัวเพื่อเข้ายูโทเปียก่อนนะครับแม่”
นอสพูดหันไปพูดกับแม่
“ได้สิ ทำไมรีบไปจังล่ะ”
รามิรี่ถาม
“เอ่อ…ผมอยากลองวิชาใหม่น่ะครับ แฮ่ะๆ”
นอสยิ้มแห้งๆ ไปก่อนจะรีบตรงดิ่งกลับไปที่บ้านเพื่อเตรียมตัวกลับไปที่ยูโทเปีย
ตื๊ด!!!
ในตอนที่นอสกำลังเตรียมตัวอยู่นั้นก็มีสายเข้ามาเป็เฟิงที่โทรมาหาเขา ั้แ่เช้า
“ฮะโหลนี่ ทำไมไม่รับสายฉัน ฉันก็นึกว่านายเข้าเกทไปแล้วซะอีก”
เฟิงถามขึ้นด้วยความร้อนใจ
“ฉันฝึกอยู่เลยไม่ทันดูโทษที แล้วมีอะไร ฉันกำลังเตรียมตัวจะไปเข้าเกทแล้ว”
นอสเตรียมของพร้อมพูดกับเฟิง
“ฉันไปสืบเื่ของไอ้คนที่ชื่อหวังลิ่วมาแล้ว”
“แล้วเป็ไง”
“จากที่ฉันตามสืบวีรกรรมมันมา ไอ้หมอนี่มันแสบใช้ได้เลย เขาบอกว่ามันชอบใช้ประโยชน์จากคนอื่นถ้าใช้เสร็จมันก็จะฆ่าทิ้งแถมมันชอบทรมานเหยื่อด้วย เป็ไอ้บ้าโรคจิตของแท้เลยล่ะ ถ้านายเข้าเกทไปละก็ระวังตัวด้วยอย่าให้มันเจอนายนะ ไม่งั้นนายเละเป็โจ๊กแน่เพื่อน”
“โรคจิตตัวพ่อเลยแฮะหมอนี่ แสดงว่าคนที่มันจ้างคนอื่นๆ ตอนล่าหมีน่าจะตายเพราะมันหมดแล้ว คงมีแต่ฉันกับซิทสินะที่รอดมาได้… โอเค ฉันจะระมัดระวังตัวขอบคุณที่เตือน เดี๋ยวฉันต้องไปแล้วใกล้เวลารถไฟฟ้าจะมาเทียบแล้ว”
“งั้นหรอ ระวังตัวเองด้วยอย่าตายซะล่ะ”
เฟิงพูดทิ้งท้าย
“นายก็ด้วย”
นอสตอบก่อนจะวางสายเฟิงไป
นอสมาถึงเกทด้วยเวลาอันสั้นจากการนั่งรถไฟความเร็วสูง นอสเริ่มก้าวขาเข้าไปที่เกทขนาดใหญ่ มิติเริ่มบิดเบี้ยว เสียงรอบๆ ข้างเริ่มหายไปจากนอส แล้วในที่สุดนอสก็กลับมาโผล่ที่ห้องของเขาในยูโทเปีย
“เป็ห้องที่น่าคิดถึงจริงๆ ไม่ได้กลับมาเกือบเดือนเลย”
นอสเริ่มเก็บวางสัมภาระตัวเอง
ฟุบ!!
ในตอนที่นอสกำลังวางกระเป๋าจู่ๆ ลิลิธก็โผล่ออกมาโดนที่นอสไม่ทันตั้งตัว
“เหว๋อออ!! นี่เธอออกมาจากจิตใจฉันตามใจชอบได้ด้วยหรอเนี้ยใหมดเลย”
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งค่ะท่านนอส”
ลิลิธทักทายนอส
“นี่บอกมาเลยว่าเธอได้ยังไงทำไมเธอถึงออกมาเองตามใจชอบได้เนี้ย แล้ว่ที่ผ่านมาเธอไม่คุยกับฉันเลย”
นอสเริ่มยิงคำถามใส่ลิลิธอย่างรวดเร็ว
“ขออภัยค่ะท่านนอส ณ ตอนนี้ตอนที่ฉันต้องอยู่ข้างนอกยูโทเปีย มันกินพลังเวทย์เยอะมากทำให้ออกมาคุยกับท่านไม่ได้ ส่วนเื่ที่ฉันออกมาเองได้ไงนั้นบอกไม่ได้ค่ะยกเว้นแต่ท่านอยากจะปวดหัวเล่นๆ เหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรก”
ลิลิธพูด
“งั้นหรอไม่เอาดีกว่าจนถึงตอนนี้ฉันยังจำความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่สมองได้ดีเลย เป็ไปได้ฉันจะไม่เอาอีกแล้ว”
“เอาเถอะมาเข้าเื่เลย ตอนนี้เราอยู่ที่ยูโทเปียแล้ว เธอจะเริ่มสอนมันได้หรือยังการทำยุทธภัทฑ์ต้องสาปนั่นน่ะ ตอนนี้ฉันต้องหาดาบมาใช้แล้วล่ะ”
“ได้ค่ะ แต่ขั้นแรกท่านต้องไปซื้อพวกแร่มาก่อนค่ะ เอาเป็ของที่ท่านนอสเคยซื้อมาเมื่อครั้งก่อนที่ท่านเคยตีมีดขึ้นมาก็ได้ค่ะแต่ขอปริมาณที่เพิ่มขึ้นมา 1 เท่า”
“โอเค เดี๋ยวฉันจุดไฟในเตาไว้ก่อนแล้วกัน”
นอสเริ่มเดินตรงไปที่เตาแต่แล้วก็โดนลิลิธมาขวางไว้ นอสขมวดคิ้วงงกับสิ่งที่ลิลิธทำ
“นี่เธอจะมาขวางฉันทำไมเนี่ยแล้วฉันจะไปจุดเตาได้ยังไง”
“ค่อยจุดตอนกลับดีกว่า เพราะสิ่งที่ฉันจะสอนนี้มันใช้ไฟไม่เยอะขนาดที่ต้องก่อไว้ขนาดนั้นค่ะ”
ลิลิธอธิบาย
ถึงนอสจะสงสัยลิลิธว่าทำไมให้เขาทำอย่างนั้น แต่นอสก็อยากจะลองทำแบบที่เธอเสนอดู นอสจึงไม่ได้ไปก่อไฟแล้วหันไปซื้อพวกวัตถุดิบแทน
กริ้ง!!~
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังเป็สัญญาณว่ามีคนเข้าร้านมา
“ยินดีต้อนรับ- อ้าวไอ้เด็กคนนี้นายทำดาบพังอีกแล้วหรือไง แล้วหายไปเป็เดือนเลยฉันก็นึกว่านายตายไปแล้วซะอีก”
เสียงของเ้าของร้านนี้คือ คุณลุงแม็ค คนเดิมร้านประจำของนอส
“ผมกลับไปบ้านมาน่ะครับ”
นอสตอบกลับลุงแม็ค
“งั้นหรอแล้ววันนี้จะเอาอะไรล่ะ ที่มาคงจะไม่ได้มาแค่ทักทายฉันหรอกใช่ไหม”
“ก็แบบนั้นแหละ ผมขอพวกวัตถุดิบแบบเดิมๆ 2 ชุดนะครับ”
“โฮ่ะโฮ่ รอบนี้ซื้อเยอะจังนะ มีเงินใช้แล้วหรือไง”
“ก็นิดหน่อยจากการทำตามคำขอนิดหน่อยน่ะครับ”
“งั้นหรอ”
นอสนั่งรอแป๊บเดียวหลังจากนั้น ลุงแม็คก็เอาวัถุดิบออกมาให้กับนอส เมื่อได้วัตถุดิบมานอสก็ตรงกลับไปที่ห้อง
“ฉันต้องทำไงต่อลิลิธฉันซื้อมันมาแล้ว”
นอสถามลิลิธที่ลอยรอเขาอยู่ที่ห้อง
“เตรียมตัวแล้วมาเริ่มกันเลยค่ะฉันจะเริ่มอธิบายขั้นตอนให้ฟังแบบละเอียด”
เสียงของลิลิธนั้นเริ่มมีความหนักเน้นขึ้นมา นอสตื่นเต้นมากที่เขาจะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ สักอย่างสิ่งนี้มันเลยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของนอสสุดๆ นอสรีบจุดเตาไฟขึ้นทันที
เมื่อลิลิธเห็นว่านอสพร้อมที่จะฟังเธอแล้วเธอจึงเริ่มอธิบาย
“เอาละค่ะ ฉันจะเริ่มอธิบายอย่างแรก คือเทคนิคการสร้างยุทธภัทฑ์ต้องสาป เราเรียกมันว่า โอเวอร์เบิร์น มันเป็กรรมวิธีพิเศษที่จะเปลี่ยนพลังเวทย์เป็ไฟเพื่อหลอมวัตถุดิบ และใช้ค้อนทุบด้วยพลังที่คงที่และสม่ำเสมอตลอดทุกการตี ในการหลอมท่านจะต้องควบคุมปริมาณไฟจากพลังเวทย์ให้คงที่ตลอด แต่เพราะอยู่ที่่ที่ท่านฝึก ฉันก็เลยจะให้ท่านทำการหลอมด้วยการใช้ไฟปกติร่วมกับการใช้มานาค่ะ”
“ดูยุ่งยากจังเลย แต่ก็น่าสนุกเหมือนกันนะ”
นอสแสดงท่าทางตื่นเต้นออกมา
นอสเริ่มลงมือโดยมีลิลิธให้คำแนะนำเขาอยู่ข้างๆ ในการจะปล่อยพลังเวทย์ออกมาด้านนอกตัวนั้นเป็ไปได้ยากสำหรับคนที่อยู่ชั้นที่ 1 ของยูโทเปีย เพราะชั้นแรกนั้นส่วนใหญ่จะทำได้แค่ปล่อยพลังเวทย์ออกมาเสริมร่างกายกับอาวุธและอีกนิดหน่อยเท่านั้น ส่วนการจะปล่อยมันออกมาเป็อย่างอื่นนอกร่างกายของตัวเองจำเป็ต้องใช้สมาธิอย่างมากเหมือนกับการที่ต้องนั่งนับเม็ดข้าวหนึ่งกองด้วยความใจเย็น
สำหรับตัวนอสนั้นเพราะตลอดเดือนที่ผ่านมานอสต้องฝึกการปล่อยพลังเวทย์ออกมาเคลือบดาบให้สม่ำเสมอ ทำให้การควบคุมปริมาณพลังเวทย์นอสทำมันได้ดีแต่ยังติดตรงที่นอสยังเปลี่ยนพลังเวทย์เป็ไฟเพื่อหลอมวัตถุดิบยังไม่ค่อยได้
แต่เมื่อได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดของลิลิธทำให้นอสเริ่มจับจังหวะของมันได้หลังจากผ่านไปไม่นาน ส่วนในเื่ที่เป็ปัญหาของนอสมากที่สุดน่าจะตรงที่เขาต้องออกแรงตีวัตถุดิบที่หลอมมาแล้วให้ได้แรงที่พอดีและสม่ำเสมอนั้นมันยากสุดๆ นอสใช้เวลาเรียนรู้เื่พวกนี้หลายวันมากแต่นอสก็ยังไม่มีท่าทีจะท้อ เขารู้สึกได้ว่าเขาใกล้จะทำได้แล้ว
…………..
หลายวันต่อมา
เคร้งๆๆ!!
เสียงกระทบกันของโลหะและแร่ นอสใกล้จะตีดาบเล่มแรกด้วยเทคนิคที่ลิลิธสอนได้แล้ว
ผ่านไปไม่นาน นอสก็ทำมันได้ ดาบเล่มแรกที่ดูๆ เหมือนกับดาบทั่วๆ ไปไม่มีผิด
“อ่า เหนื่อยจนแทบขาดใจในที่สุดมันก็เสร็จสักที”
นอสนั่งลงกับพื้นด้วยท่าทางที่เหนื่อยจากการใช้แรงไป
“ยินดีด้วยกับความสำเร็จค่ะ แม้จะเป็ยุทธภัทฑ์ต้องสาปที่ไม่สมบูรณ์เพราะใช้ไฟทั่วไปร่วมด้วยแต่ครั้งหน้าท่านต้องสร้างมันออกมาได้แน่ค่ะ”
“ถึงมันจะไม่ได้เป็ของที่สมบูรณ์แต่มันก็ต้องมีดีอยู่ใช่ไหมล่ะลิลิธ”
นอสหันหน้าไปถามลิลิธ
“ถูกต้องค่ะ ถึงไม่ใช่ของที่สมบูรณ์แต่มันก็ถูกตีขึ้นด้วยกรรมวิธีพิเศษอยู่ดี การหลอมมันขึ้นมาด้วยไฟเวทย์นั้นทำให้ดาบเล่มนี้มีความยืดหยุนสูงพลังเวทย์ที่ถูกเสริมเข้าไปจะมีมากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นพร้อมกับความทนทานที่มากขึ้นด้วย”
“ฟังดูคุ้มค่ากับแรงที่เสียไปหน่อย ฮ่าๆ”
นอสยิ้มหัวเราะชอบใจ
“ยังเหลืออีกอย่างที่ต้องทำนะคะ ท่านนอสช่วยส่งพลังเวทย์มาที่ฉันหน่อยได้ไหมค่ะ”
“หือต้องทำ ทำไมหรอ?”
นอสถามลิลิธด้วยความสงสัย
“เพื่อปลุกจิตให้กับดาบเล่มนี้ค่ะ”
นอสฟังที่ลิลิธบอกก็เข้าใจ นอสจึงเริ่มส่งพลังเวทย์เข้าไปที่ตัวลิลิธ ตัวของลิลิธเริ่มมีออร่าสีม่วงหม่นออกมา มันให้ความรู้สึกสยดสยองอย่างบอกไม่ถูก เมื่อออร่าเริ่มเปล่งออกมาเรื่อยๆ ลิลิธก็เริ่มเปิดหน้าหนังสือตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดลงแล้วส่งออร่าทั้งหมดของตัวเองไปที่ดาบที่วางไว้
ฟุบ!!
หลังส่งออร่าไปที่ดาบลิลิธก็ล่วงลงจากอากาศเหมือนหนังสือปกติที่ล่วงลงมาตามกฏฟิสิกส์
นอสใจึงรีบเข้าไปรับลิลิธที่กำลังล่วงจากอากาศไว้
“เฮ้! ลิลิธเธอเป็อะไรหรือป่าว”
………………………………..