ASTERRA
ภาค I — ดาวดวงแรกแห่งเซเลสเทรีย
ตอนที่ 11 — ชื่อที่มาก่อนตัวเขา (1)
วงแสงวงที่สี่สว่างขึ้นในความพยายามครั้งที่หก
ไม่มีพลังเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่มีแรงกระแทกหรือประกายแสงพวยพุ่งออกจากลูกแก้วฝึกเวท มีเพียงเส้นแสงสีขาวอมฟ้าที่ไหลจากฝ่ามือของลูเซียนผ่านผิวแก้วเข้าสู่อักขระวงแรก ก่อนเคลื่อนต่อไปยังวงที่สองและสามอย่างสม่ำเสมอ
จากนั้นมันแตะวงที่สี่
อักขระรอบขอบลูกแก้วสว่างขึ้นทีละตัว
หนึ่ง
สอง
สาม
จนเต็มวง
ลูเซียนมองผลตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ถอนมือออก
แสงทั้งสี่วงดับลงตามลำดับ
“อีกครั้ง”
ผู้ควบคุมการฝึกที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่ได้แสดงความยินดี เพียงยกมือไปทางลูกแก้ว
ลูเซียนเหลือบมองเขา
“ข้านึกว่าท่านจะชมเสียหน่อย”
“ถ้าทำได้อีกครั้ง ข้าจะพิจารณาขอรับ”
“มาตรฐานสูงดี”
“ท่านเป็บุตรของดยุกเวลมอนต์”
ลูเซียนถอนหายใจเบา ๆ
“นั่นดูเหมือนจะเป็คำตอบสำหรับหลายเื่”
ชายวัยกลางคนไม่ยิ้ม แต่มุมปากกระตุกเพียงเล็กน้อย
ลูเซียนหันกลับมาหาลูกแก้ว
ลานฝึกด้านหลังคฤหาสน์ยังมีหิมะเกาะอยู่ตามขอบกำแพง แม้พื้นที่ตรงกลางถูกกวาดจนเห็นแผ่นหินสีเทาด้านล่าง อากาศเย็นจัดจนลมหายใจกลายเป็ไอทุกครั้งที่ผ่อนออก
ชายโครงยังตึงอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับเจ็บ ตราบใดที่เขาไม่ทำอะไรซึ่งหมอเรียกว่า โง่เกินความจำเป็
คำจำกัดความนั้นกว้างจนน่ารำคาญ
เขาวางมือบนลูกแก้วอีกครั้ง
ตอนเริ่มฝึก ลูเซียนเคยพยายามส่งพลังเข้าไปเหมือนเทน้ำลงภาชนะ ยิ่ง้าให้มันไปไกลก็ยิ่งเพิ่มแรง
ผลคือพลังส่วนหนึ่งไปถึงปลายทาง
ส่วนที่เหลือสูญหายระหว่างทาง
เขาใช้เวลาหลายวันกว่าจะยอมรับว่าปัญหาอาจไม่ใช่ปริมาณพลัง
ลูเซียนหลับตา
กระแสอุ่นเริ่มจากกลางอก ผ่านหัวไหล่ ลงมาตามแขน
คราวนี้เขาไม่ผลักมัน
เพียงประคองทิศทาง
วงแรกสว่างขึ้น
วงที่สองตามมา
ตรงจุดที่กระแสเคยแตกออกด้านข้าง เขาลดแรงลง ปล่อยให้พลังเคลื่อนผ่านเส้นทางที่แคบกว่าเดิม
วงที่สามสว่าง
เหงื่อบาง ๆ ซึมตามไรผมทั้งที่อากาศเย็น
วงที่สี่กะพริบ
หนึ่งครั้ง
แล้วติดขึ้นเต็มวง
ลูเซียนลืมตา
คราวนี้ผู้ควบคุมการฝึกเดินเข้ามาตรวจอักขระรอบฐาน ก่อนเงยหน้าขึ้น
“ผ่านขอรับ”
ลูเซียนรอ
ไม่มีอะไรต่อ
“นั่นคือคำชมของท่าน?”
“ขอรับ”
“น่าประทับใจมาก”
“ขอบคุณขอรับ”
ลูเซียนหลุดหัวเราะ
เขาถอนมือออกแล้วขยับนิ้ว ความชาตรงปลายนิ้วชัดกว่าครั้งก่อน แต่ยังไม่ถึงขั้นควบคุมไม่ได้
สายตาของผู้ควบคุมการฝึกตกลงบนมือเขา
“พักก่อนเถิดขอรับ”
“ข้ายังทำได้อีก”
“ข้าทราบ”
“แล้วเหตุใด—”
“เพราะถ้าท่านฝืนจนแผลเปิด ข้าคงต้องเป็คนอธิบายกับท่านหญิงเซลีน”
ลูเซียนเงียบ
มองลูกแก้ว
แล้วมองอีกฝ่าย
“พักก็ดี”
คราวนี้ผู้ควบคุมการฝึกยิ้มจริง ๆ
ลูเซียนเดินไปยังม้านั่งใต้ชายคา หยิบผ้าขึ้นเช็ดเหงื่อตามหน้าผาก ก่อนมองกลับไปยังลูกแก้ว
สี่วง
เมื่อหลายวันก่อน แค่รักษาวงที่สามไม่ให้ดับก็ใช้สมาธิแทบทั้งหมด
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ปริมาณพลัง
เขาเพียงสูญเสียมันน้อยลง
ความคิดนั้นน่าสนใจกว่าผลทดสอบเสียอีก
ถ้าพลังเวทมีเส้นทาง มีจุดที่สูญหาย และตอบสนองต่างกันตามวิธีควบคุม แสดงว่ามันไม่ได้ไร้เหตุผล
มันมีกฎ
เพียงแต่เขายังไม่รู้กฎเ่าั้ทั้งหมด
ปัญหาคือหนังสือที่วางรออยู่ในห้องอ่านหนังสือดูจะตั้งใจพิสูจน์ว่า การเรียนรู้กฎทั้งหมดอาจเลวร้ายกว่าการไม่รู้อะไรเลย
✦
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ลูเซียนกำลังแพ้ให้กับคำศัพท์คำที่สิบเจ็ด
เขาอ่านข้อความตรงหน้าเป็ครั้งที่สาม
การเชื่อมต่อเมอริเดียนระดับรองภายใต้โครงสร้างอักขระประสานสามชั้นจะต้องคำนึงถึงความสอดคล้องของแกนพลังตามหลัก—
ปับ
ลูเซียนปิดหนังสือ
ความเงียบในห้องอ่านหนังสือดีขึ้นทันที
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้
บนโต๊ะมีหนังสือเปิดอยู่ห้าเล่ม อีกสามเล่มกองอยู่ด้านข้าง กระดาษจดบันทึกเต็มไปด้วยตัวอักษร ลูกศร และเส้นเชื่อมระหว่างคำศัพท์ซึ่งดูเหมือนนักวิชาการของโลกนี้ตั้งใจตั้งชื่อให้คล้ายกันมากที่สุดเท่าที่มนุษย์จะทนได้
เขาเข้าใจว่าอักขระทำอะไรเมื่อเห็นมันทำงาน
แต่ถ้ามีใครถามว่าอักขระนั้นอยู่ในหมวดใด เกิดขึ้นในยุคไหน หรือถูกจัดประเภทใหม่หลังข้อถกเถียงของนักเวทคนใดเมื่อสองร้อยปีก่อน—
เขาคงต้องอาศัยโชค
ลูเซียนเปิดหนังสืออีกครั้ง
ข้อความเดิมยังอยู่
น่าเสียดาย
เขาหยิบกระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมา แบ่งออกเป็สามช่อง
สิ่งที่ต้องจำ
สิ่งที่ต้องเข้าใจ
สิ่งที่ไม่ควรเสียเวลาจำจนกว่าจะจำเป็
ลูเซียนมองช่องสุดท้าย
แล้วขีดเส้นใต้สองครั้ง
“ข้าคิดว่าอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยคงไม่เห็นด้วยกับช่องสุดท้าย”
เสียงจากประตูทำให้เขาเงยหน้า
เอเลนายืนอยู่ตรงนั้น
วันนี้นางไม่ได้สวมชุดเดินทาง เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มถูกถอดออก เหลือชุดที่เรียบกว่าวันก่อน เส้นทองตามขอบแขนยังบอกฐานะของผู้สวม แต่ถ้าไม่นับหญิงรับใช้ที่ยืนรออยู่ด้านนอก นางดูเหมือนคนที่เดินเข้าห้องอ่านหนังสือเพราะอยากอ่านอะไรสักอย่าง มากกว่าเ้าหญิงผู้เดินทางมาในฐานะผู้แทนราชสำนัก
สายตาสีทองเลื่อนจากเขาไปยังกองหนังสือ
แล้วกลับมา
“เ้ากำลังอ่านทั้งหมดนี่หรือ”
ลูเซียนมองสภาพโต๊ะตัวเอง
“ข้ากำลังพยายามต่อรองให้เหลือครึ่งหนึ่ง”
“หนังสือต่อรองกับเ้าไม่ได้”
“นั่นคือปัญหาของมัน”
รอยยิ้มหลุดจากเอเลนา
นางเดินเข้ามา หยิบหนังสือเล่มบนสุดจากกองขึ้นดูชื่อ
“พื้นฐานโครงสร้างเวท”
“คำว่า พื้นฐาน ของคนเขียนกับของข้าดูจะหมายถึงคนละอย่าง”
“เล่มนี้ใช้เรียนก่อนเข้าชั้นปีแรก”
ลูเซียนมองนาง
“นั่นไม่ได้ช่วยให้ข้ารู้สึกดีขึ้น”
เอเลนาวางหนังสือลง
แล้วสายตาก็พบกระดาษสามช่อง
“สิ่งที่ไม่ควรเสียเวลาจำจนกว่าจะจำเป็?”
“หมวดสำคัญที่สุด”
“เ้าตั้งใจสอบเข้าโดยไม่เรียนสิ่งที่อยู่ในข้อสอบหรือ”
“ไม่”
ลูเซียนเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งให้นาง
“ข้ากำลังแยกสิ่งที่ต้องเข้าใจออกจากสิ่งที่แค่ต้องจำ”
เขาชี้อักขระที่วาดอยู่กลางกระดาษ
“ถ้าข้ารู้ว่าอักขระนี้เปลี่ยนทิศทางกระแสพลังอย่างไร ข้าก็ใช้มันได้”
ปลายปากกาเลื่อนไปยังข้อความอีกบรรทัด
“แต่หนังสือยัง้าให้ข้าจำว่าใครเสนอการจำแนกแบบปัจจุบัน”
“อัลเดรน วีร์”
ลูเซียนเงยหน้า
เอเลนามองกลับอย่างสงบ
“เ้ารู้?”
“เด็กอายุสิบสี่ก็รู้”
ความเงียบกินเวลาอยู่หนึ่งจังหวะ
“ข้ารู้สึกได้รับกำลังใจอย่างยิ่ง”
เอเลนาหัวเราะออกมาจริง ๆ
เสียงนั้นทำให้ลูเซียนหยุดมองกระดาษ
เมื่อคืนเขาเห็นนางยิ้มแล้ว
แต่เสียงหัวเราะต่างออกไป
มันทำให้ความเป็เ้าหญิงซึ่งติดอยู่กับท่าทางของนางตลอดเวลาบางลงเพียงเล็กน้อย และบางอย่างในตัวเขารู้สึกว่าเสียงนี้ไม่ควรเป็สิ่งแปลกใหม่
ความรู้สึกมา
แล้วผ่านไป
ไม่มีภาพตามมา
ลูเซียนปล่อยมันไป
เอเลนาวางกระดาษคืน
“เ้ากำลังเตรียมสอบจริง ๆ”
“ข้านึกว่าหนังสือพวกนี้ตอบแทนข้าไปแล้ว”
“ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
ลูเซียนรอ
เอเลนามองบันทึกที่กระจายอยู่เต็มโต๊ะ
“เมื่อก่อนเ้าไม่เคยนั่งอ่านอะไรพวกนี้นานขนาดนี้”
“ข้าเคยสอบอย่างไร”
“เ้าเก่งพอจะผ่านสิ่งที่สนใจ”
นางหยุดเล็กน้อย
“ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้คะแนนของสิ่งนั้นชดเชย”
ลูเซียนพิจารณา
ฟังดูเป็กลยุทธ์ที่ไม่เลว
ถ้าเขายังรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร
“ดูเหมือนข้าจะไม่มีสิทธิ์ใช้วิธีเดิม”
“เพราะจำไม่ได้?”
“เพราะข้าไม่รู้ว่าตัวเองเก่งอะไรในข้อสอบ”
เอเลนาเงียบ
ลูเซียนเปิดหนังสือกลับไปยังหน้าที่ค้างไว้
“ดังนั้นคงต้องเริ่มจากสิ่งที่ไม่รู้ก่อน”
“นั่นอาจใช้เวลานาน”
“ข้ามีเวลาหลายสัปดาห์”
“และเ้าเพิ่งถูกแทง”
ลูเซียนเงยหน้าช้า ๆ
“ทุกคนดูจะชอบนำเื่นั้นกลับมาใช้ในบทสนทนา”
“เพราะเ้าดูจะชอบลืม”
คำตอบออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ
แล้วเอเลนาก็ชะงัก
ลูเซียนเลิกคิ้ว
นางคงรู้ตัวแล้วว่าพูดอะไร
“ข้ายอมรับว่าประโยคนั้นค่อนข้างไม่ยุติธรรมกับคนความจำเสื่อม”
เอเลนาเม้มริมฝีปาก
รอยยิ้มยังหลุดออกมา
“ข้าไม่ได้หมายถึงความทรงจำ”
“ดี”
ลูเซียนพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องประท้วง”
เอเลนาดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วนั่งลง
ลูเซียนมองนาง
“เ้าจะอยู่หรือ”
“ข้ามาหาหนังสือ”
เขากวาดตามองชั้นหนังสือรอบห้อง
จากนั้นมองเ้าหญิงซึ่งเลือกนั่งลงตรงโต๊ะเดียวกับเขา
“แน่นอน”
“อย่าทำหน้าแบบนั้น”
“ข้ายังไม่ได้พูดอะไร”
“เ้าไม่จำเป็ต้องพูดทุกครั้ง”
ประโยคนั้นลื่นไหลเกินกว่าจะเป็คำตอบที่เพิ่งคิดขึ้น
เหมือนสิ่งที่นางเคยพูดกับเขามาแล้วหลายครั้ง
ลูเซียนสังเกตเห็น
แต่ไม่ได้ถาม
เอเลนาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากกอง เปิดผ่านไม่กี่หน้า
แล้วหยุด
“ตรงนี้ผิด”
“อะไร”
นางหมุนหนังสือมาทางเขาและชี้ข้อความที่เขาขีดไว้
“เ้าจัดอักขระประสานชนิดนี้ไว้กับอักขระส่งผ่าน”
“มันส่งผ่านพลัง”
“แต่หน้าที่หลักคือรักษาความเสถียรระหว่างจุดเชื่อม ถ้าเจอในข้อสอบ ให้จัดอยู่ในกลุ่มประสาน”
ลูเซียนมองอักขระ
หยิบปากกาขึ้นแก้
“นี่เป็เหตุผลที่ข้าไม่ชอบการจัดหมวดหมู่”
“เพราะเ้าจัดผิด?”
“เพราะมันทำได้มากกว่าหนึ่งอย่าง แต่ข้ากลับต้องจำว่าคนอื่นเลือกเรียกมันจากหน้าที่ไหน”
เอเลนามองเขา
ลูเซียนเขียนต่อได้สองคำ ก่อนเงยหน้า
“อะไร”
“ไม่มีอะไร”
“นั่นไม่ใช่สีหน้าของคนที่ไม่มีอะไร”
สายตาของนางเลื่อนไปตามหนังสือและกระดาษบนโต๊ะ
“เ้ายังเป็เหมือนเดิมเวลาสนใจอะไรสักอย่าง”
ลูเซียนเอนหลังพิงพนัก
“นั่นฟังดูเหมือนคำชม”
“ข้ายังไม่ได้ตัดสิน”
“่นี้ข้าได้ยินคำนี้จากเ้าบ่อยเหลือเกิน”
เอเลนาเลิกคิ้ว
“คำไหน”
“ยังไม่ตัดสิน”
คราวนี้นางไม่หลบสายตา
“ก็่นี้เ้ามีเื่ให้ข้าต้องคิดใหม่อยู่หลายเื่”
ลูเซียนเงียบ
ไม่มีความจำเป็ต้องถามว่านางคิดใหม่เื่อะไรบ้าง
อย่างน้อยไม่ใช่ตอนนี้
เขาเหลือบมองรอยแก้บนกระดาษ
“อย่างน้อยเื่นี้คงง่ายกว่า”
“เื่ไหน”
“ข้าจัดอักขระผิด”
เอเลนามองรอยแก้นั้น
“เื่นั้นข้ายืนยันได้”
ลูเซียนหัวเราะเบา ๆ แล้วหยิบหนังสือกลับมา
เอเลนาเปิดหนังสือของตัวเอง
ไม่มีใครพูดถึงเื่เมื่อคืนอีก
เขาไม่ถามว่านางคิดอย่างไรกับการหมั้น
นางไม่ถามว่าเขาตัดสินอะไรเกี่ยวกับอดีตแล้วหรือยัง
มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษสองชุดดังสลับกันอยู่บนโต๊ะเดียวกัน
และหลังจากผ่านไปพักหนึ่ง—
ความเงียบระหว่างพวกเขาก็ไม่ได้กว้างเท่าตอนแรกอีกแล้ว
✦
• • •