อาลักษณ์กรมธรรมการเปิดจดหมายที่ผนึกด้วยขี้ผึ้งสีชาดในมือของเขา หยิบกระดาษข้างในออกมาอ่านว่า “‘ประตูและหน้าต่างนับพันสว่างไสวท่ามกลางแสงอาทิตย์ ลูกท้อใหม่แทนที่ร่องรอยเก่าเสมอ’ ‘ลูกท้อใหม่’ ในที่นี้หมายถึงอะไร?”
“หนึ่ง: ดอกท้อที่ผลิบานเร็ว”
“สอง: ยันต์ไม้ท้อวันตรุษ”
“สาม: ท้ออายุยืนในวันตรุษ”
มู่อวิ๋นฮว่าในเวลานี้เห็นโจทย์บนจดหมายที่ส่งมาถึงตนเองแล้ว นางไม่เคยได้ยินหรือเคยเห็นบทกวีนี้มาก่อน!!
ทว่ามันก็ไม่ได้ขัดขวางความเข้าใจที่มีต่อความหมายของบทกวี ดังนั้น... นางจึงจุ่มพู่กันลงในหมึก แล้ววงกลมที่คำตอบข้อสอง
สำหรับคำถามนี้ ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองตอบถูก จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 300 คนมี 60 คนตอบผิด ดังนั้นผู้เข้าแข่งขันรวมถึงตัวนางเองจึงได้คะแนนรวม 61 คะแนน!!
หลังผ่านไป 10 คำถามนางก็เข้าใจกฎแล้ว โดยทั่วไปแล้วการแข่งขันรอบแรกนี้ไม่ได้แตกต่างจากงานประลองบทกวีแบบเดิมนัก!
ไม่นานก็ถึงคราวที่มู่อวิ๋นฮว่าที่จะขึ้นแข่ง
“เชิญผู้เข้าแข่งขันคนที่ 89 มู่อวิ๋นฮว่า และผู้เข้าแข่งขันคนที่ 90 จ้าวเหวินนั่งลงได้”
ทันทีที่มู่อวิ๋นฮว่าก้าวขึ้นมาบนเวที เสียง...โห่ร้องก็พลันดังกึกก้องไปทั้งลาน แน่นอนว่ามีเสียงแปลกแยกอยู่เสียงหนึ่ง
“มู่อวิ๋นฮว่า สู้ๆ จัดการพวกมันให้หมด! ข้าจะเลี้ยงไก่เจ้าเอง!” เยี่ยชิงทั้งร้องโหวกเหวกทั้งโบกมือเหมือนคนบ้า มีเพียงแม่นมที่ยังยอมยืนอยู่ข้างนาง ส่วนคนอื่นๆ นั้นรีบหนีไปไกลแล้ว
มู่อวิ๋นฮว่ายิ้มให้เยี่ยชิงแล้วหันมองแม่นม แม้หญิงชราจะไม่ได้ตะโกนเหมือนเยี่ยชิง แต่ก็กำมือสองข้างไว้แน่น แววตามีคำว่า ‘สู้ๆ’ เขียนไว้ชัดเจน
แม้จะอยู่ไกลแต่หญิงสาวก็ยังสบดวงตาคู่นั้น นางพยักหน้าแล้วยกกระโปรงนั่งลง
มู่อวี่ซีเห็นท่าทางของนางแล้วอดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้ มู่อวิ๋นฮว่า อย่าคิดว่าการแกล้งโง่จะเป็นสิ่งที่มองข้ามไปได้ เหอะ เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น นิสัยเหลวแหลกของเจ้าก็จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน!!
เกรงว่าพรุ่งนี้เจ้าคงได้จมอยู่ในคำเย้ยหยันของคนทั้งเมืองหลวง!
เมื่อถึงเวลานั้น คุณหนูใหญ่แห่งจวนมู่คงจะไม่กล้าแม้แต่จะออกจากประตูจวน
ถึงเจ้าจะกลายเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนมู่แล้ว แต่นาง มู่อวี่ซี ก็มีวิธีที่จะทำให้มันเป็นเพียงชื่อ!!
“หึ!”
ทันทีที่มู่อวิ๋นฮว่านั่งลง นางก็ได้ยินเสียงฮึดฮัดจากผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 90 ผู้เป็นคู่แข่งของนาง เมื่อหันขวับไปมองก็เห็นสีหน้ากระฟัดกระเฟียดของอีกฝ่าย
“ดวงซวยนักที่ต้องแข่งขันกับเจ้า!” หมายเลข 90 มองค้อนใส่นาง “มองอะไร นังคนเหลวแหลก กลับไปเล่นโคลนตมเถอะ มาก่อความวุ่นวายทำไม ถึงจะชนะเจ้าก็ไม่มีอะไรน่าดีใจเลย น่ารำคาญจริงๆ!”
มู่อวิ๋นฮว่าขมวดคิ้ว มือข้างหนึ่งควงพู่กัน “ไหนๆ เจ้าก็ว่าการชนะข้าไม่มีอะไรน่าดีใจอยู่แล้ว งั้นก็แพ้ให้ข้าไปเลยสิ สตรีเหลวแหลกเอาชนะศิษย์จากราชวิทยาลัยได้ ยังพอให้ข้าดีใจได้อยู่บ้าง”
ผู้แข่งขันหมายเลข 90 อยู่ในชุดเครื่องแบบราชวิทยาลัย
“เจ้า!” อีกฝ่ายไม่เคยได้ยินเหตุผลที่ไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน “คิดเอาชนะข้า ฝันไปเถอะ!”
“ผู้เข้าแข่งขันอย่าคุยกัน ตอนนี้เริ่มการแข่งขัน จริงจังหน่อย” อาลักษณ์กรมธรรมการกระแอมสองสามครั้งแล้วเริ่มแกะจดหมายที่ปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งสีชาดในมือ
มู่อวิ๋นฮว่าก็แกะจดหมายในมือของนาง
“‘กัดขุนเขาเขียวขจีไม่ยอมปล่อย รากหยั่งลึกลงสู่หินแตกร้าว เคี่ยวกรำนับพันนับหมื่นครั้งก็ยังแข็งแกร่ง ปล่อยให้ลมจากทุกสารทิศพัดผ่าน’ พรรณนาถึงพืชชนิดใด?”
“หนึ่ง: ต้นสน”
“สอง: ต้นเหมย”
“สาม: ต้นไผ่”
พู่กันที่มู่อวิ๋นฮว่าควงอยู่ในมือหยุดลง จุ่มลงในหมึก แล้ววงกลมที่คำตอบข้อสาม
หลังจากเก็บคำตอบของทุกคนแล้ว อาลักษณ์กรมธรรมการก็ได้รับผลการนับคะแนน ในจังหวะที่จะประกาศ เขาก็ต้องผงะไปเล็กน้อย ไม่ได้มองผิดไปใช่ไหม
โบกมือเรียกศิษย์จากราชวิทยาลัยมา ชี้โจทย์บนกระดาษแล้วถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อยืนยันอีกครั้ง
ปฏิกิริยาของอาลักษณ์กรมธรรมการในครั้งนี้ทำให้ผู้ชมด้านล่างเริ่มสงสัย
“เกิดอะไรขึ้น”
“ไม่รู้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า”
“หรือมู่อวิ๋นฮว่าสตรีเหลวแหลกจะตอบผิด”
“เหอะ นางต้องตอบผิดอยู่แล้ว มีอะไรให้พูดอีก”
“แล้วจะเอาอย่างไรต่อเล่า”
ไม่ได้มีเพียงผู้ชมด้านล่างที่รู้สึกแปลกใจ แม้แต่องค์หญิงหย่งเล่อบนอัฒจันทร์ยังนึกกังขา “เสด็จพี่ อาลักษณ์กรมธรรมการเป็นอะไรไป”
องค์ชายรัชทายาทไป๋หลี่หย่งหนิงส่ายหัว อาลักษณ์กรมธรรมการจัดงานเลี้ยง พิธีการ และงานอื่นๆ มามากมาย มีประสบการณ์โชกโชน งานประลองครั้งนี้นับเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเขา
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้อาลักษณ์กรมธรรมการต้องตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ระหว่างที่ทุกคนกำลังสงสัยกันอยู่ อาลักษณ์กรมธรรมการก็กระแอมสองสามครั้งแล้วเริ่มประกาศ “คำตอบที่ถูกต้องสำหรับคำถามนี้คือข้อสาม ต้นไผ่! ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 89 มู่อวิ๋นฮว่า และผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 90 จ้าวเหวินที่ตอบถูก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้คนเบื้องล่างก็เงียบกริบในทันใด!
พวกเขาได้ยินอะไรกัน มู่อวิ๋นฮว่าตอบถูกอย่างนั้นหรือ ไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่
“แม่นม ท่านได้ยินไหม ได้ยินไหมที่บอกว่ามู่อวิ๋นฮว่าตอบถูก” เยี่ยชิงถองข้อศอกใส่แม่นม
แม่นมซวนเซเล็กน้อย ทว่านางไม่มีเวลาแม้แต่จะมองเยี่ยชิง นางเองก็ได้ยินคำนั้น อาลักษณ์กรมธรรมการบอกว่าคุณหนูของนางตอบถูกอย่างนั้นหรือ คุณหนูตอบได้อย่างนั้นหรือ
นี่... เป็นไปได้อย่างไร
แม้แต่แม่นมที่รู้จักมู่อวิ๋นฮว่าดีที่สุดยังไม่เชื่อ ไหนเลยคนอื่นจะเชื่อได้ลง
“เจ้าตอบถูกได้อย่างไร” ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 90 ขมวดคิ้วมองมู่อวิ๋นฮว่า เหลือจะเชื่อว่าคู่แข่งจะตอบคำถามนี้ได้
มู่อวิ๋นฮว่าขมวดคิ้ว “เจ้าอยากรู้หรือ ข้าไม่บอกเจ้าหรอก”
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของหมายเลข 90 พลันแปรเปลี่ยนไป “หึ ตอบถูกได้แค่ข้อเดียว ต่อไปนี้ก็คอยดูไปเถิดว่าเจ้าจะโชคดีแบบนี้อีกไหม! ชิ!”
นางยักไหล่ไม่แยแส มองไปทางมู่อวี่ซีแล้วค่อยๆ ยกมุมปากยิ้มเยาะอย่างท้าทาย
มู่อวี่ซีประหลาดใจที่มู่อวิ๋นฮว่าตอบถูกเช่นกัน ทว่ามันก็เป็นเพียงคำถามเดียวเท่านั้น อาจตอบถูกโดยบังเอิญ
เป็นแค่แมวตาบอดที่ชนหนูตายได้ ต่อไปนี้คงจะไม่มีโชคดีแบบนี้อีกแล้ว
หัวเราะไปเถิด รีบหัวเราะตอนที่ยังมีความสุขได้อยู่
อีกประเดี๋ยวเกรงว่าคงร้องไห้ไม่ออกแล้ว!
ในขณะที่ทุกคนเตรียมจับตามองว่ามู่อวิ๋นฮว่าจะตอบข้อที่สองถูกได้อย่างไร เจ้าตัวกลับตอบคำถามได้อีกครั้งอย่างไม่คาดคิด!!
ตามด้วยคำถามที่สาม คำถามที่สี่ นางล้วนตอบถูกทั้งหมด!!
นี่มัน...
“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง นางต้องโกงแน่ๆ นางแอบดูคำตอบของข้า! ใช่ นางต้องแอบดูคำตอบของข้าแน่ๆ!” ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 90 เชื่อไม่ลงว่ามู่อวิ๋นฮว่าจะตอบถูกติดต่อกันสี่ข้อ
คนเหลวแหลกเป็นเช่นไร ควรจะไม่รู้อะไรเลยไม่ใช่หรือ ทว่าทำไมมู่อวิ๋นฮว่าถึงตอบคำถามทั้งสี่ได้ถูกต้อง
นี่...นี่มัน!
มันไม่อาจอธิบายได้เลย!
เมื่อนางพูดออกมาเช่นนั้น ผู้ชมด้านล่างก็ค่อยๆ เข้าใจถ่องแท้ ใช่แล้ว มู่อวิ๋นฮว่าคงเห็นคำตอบของผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 90 จึงตอบถูกถึงสี่ข้อ
นี่คือการโกง!