บทที่ 2
ฉันมาทำอะไรที่นี่!! ฉันมาทำอะไรที่นี่!!
สามวันที่มาอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์ เป็ชื่อที่เธอตั้งขึ้นมาเอง มันไม่มีอะไรที่เข้ากับวิถีชีวิตเดิมของเธอได้เลย ทุกวันต้องโดนใช้แรงงานราวกับหุ่นยนต์พ่อบ้าน
“แกจะกินอะไรหนักหนา พอแล้ว” เสียงแหลมๆ ของคนเป็แม่เอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจ นี่เป็ครั้งแรกที่ได้ัักับสิ่งที่เรียกว่าโปรตีน ข้าวต้มที่หาเมล็ดข้าวแทบไม่มีใส่ไข่ที่ได้จากแม่ไก่สองฟองกับครอบครัวที่มีกันถึงสิบชีวิต
“กินไปก็ไร้ประโยชน์” คนอื่นๆ ไม่พูดอะไรก้มหน้าก้มตากินอาหารกันอย่างรวดเร็ว อาหารแต่ละมื้อมีจำกัด ถามว่าอิ่มไหม? ไม่อิ่มอยู่แล้ว แต่ต้องกินเพื่ออยู่ไง
“วันเสาร์ผมกับลี่ถังจะไปช่วยหัวหน้าฝ่ายผลิตสร้างรั้วบ้าน เขาให้ค่าแรงด้วย” คนเป็พี่ชายคนโตเอ่ยออกมา เนื่องจากเป็คนเอางานเอาการหัวหน้าฝ่ายผลิตเอ็นดูสองพี่น้องไป๋เป็อย่างมาก มีงานอะไรก็เรียกไปทำ ทำให้มีรายได้เข้ามา
เมืองฉางเต๋อไม่มีแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆเลย ไม่มีการจ้างแรงงานในตัวเมืองในเขตมณฑลหูหนานมีแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ที่นครฉางชา เมืองเหิงหยางและเมืองจูโจวเท่านั้น ทำให้ผู้คนในเมืองฉางเต๋อเน้นการทำเกษตรเป็หลัก ดีที่พื้นที่อุดมสมบูรณ์ ผลผลิตได้มากตามกำลังของแต่ละครอบครัว
นอกจากนี้ยังอยู่ติดทะเลสาบ มีแหล่งน้ำจืดจำนวนมาก ผู้คนอาศัยหาอาหารจากแหล่งน้ำและป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์นำมาแลกเปลี่ยนหรือไม่ก็นำมาแบ่งปันกัน อย่างการล่าสัตว์ ชาวบ้านก็จะจับกลุ่มกันไปล่าสัตว์บนูเา ล่ามาได้ก็จะนำมาแบ่งกันเป็สิ่งที่นิยมทำกันใน่ที่ว่างจากการลงแปลงนาทำงานเก็บสะสมแต้มจากส่วนกลาง
ส่วนน้องชายทั้งสองก็ไปทำงานที่ฝ่ายผลิตเช่นกัน สะสมแต้มตามกำลังของแต่คนละคน ถึงได้ไม่มากแต่ก็ดีกว่าไม่ได้สักแต้ม เก็บสะสมทุกวันก็มีแต่จะเพิ่มพูนขึ้น อย่าถามว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน คำตอบก็คือครอบครัวไม่มีกำลังพอที่จะส่งเสียได้ เรียนจบแค่ขั้นพื้นฐานพออ่านออกเขียนได้เท่านั้น
การศึกษาเป็สิ่งที่ครอบครัวมีเงินและร่ำรวยเท่านั้นที่จะสามารถส่งลูกหลานไปเรียนได้ เด็กในหมู่บ้านแถวๆ นี้ก็เป็แบบนี้ ทุกคน บางคนไม่ได้เรียนด้วยซ้ำ อายุ16-17 ปีก็แต่งงานมีครอบครัวกันแล้ว
ยิ่งมาในสถานการณ์ที่มีการปฏิวัติอีก ยิ่งเพิ่มความลำบากให้กับทุกคน สัญชาตญาณความเป็มนุษย์ไม่ว่ายุคไหนก็คือการเอาตัวรอด ทุกคนดิ้นรนให้ตัวเองอยู่รอด มีอาหารกินพอประทังความหิว แต่ด้วยที่ตั้งขอมณฑลที่อยู่ใต้ทะเลสาบขนาดไหน มีน้ำจืดจำนวนมาก มีูเาและที่ราบ นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำอีกหลายสายไหลผ่าน ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เลยเป็แหล่งอาหารที่มีมากที่สุด
แต่ความอยู่รอดไม่อาจจะอาศัยเพียงอาหารเท่านั้น ยังต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญอีก ทั้งเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านี้คนในหมู่บ้านแทบเข้าไม่ถึง การไปหาหมอหรือการไปที่โรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายที่ชาวบ้านหรือคนธรรมดาทั่วไปหลายครอบครัวจ่ายไม่ไหว ถ้าไม่จำเป็
ห่างออกไปราว ๆ 5 กิโลเมตร มีสหกรณ์และสถานที่พยาบาลตั้งอยู่ หมู่บ้านแถบนี้ก็ไปซื้อของและหาหมอที่นั่น แต่ก็มีเด็กอายุ 5-8 ปีไปรวมตัวกันทุกวันจันทร์และอังคารเพื่อเรียนหนังสือกับยุวชนที่ถูกส่งมาทำงานที่ฝ่ายผลิต พวกเขาขอแค่ให้ตัวเองอ่านออกเขียนได้ รู้หนังสือเพื่อที่จะได้ไม่ลำบาก นับว่าเป็โอกาสเดียวที่เด็กๆ ในหมู่บ้านแถวนี้มี
ไป๋ถิงถิงไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ แต่คิดว่าอีกนานหลายปีกว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลายกว่าจะถึงตอนนั้นมาคิดหาหนทางรอดของตัวเองก่อนดีกว่า หากทนอยู่บ้านไป๋ต่อไปคงได้ขาดสารอาหารตายไปอีกรอบอย่างแน่นอน
จากการสังเกตและเก็บข้อมูลมาสามวัน ั้แ่มาอยู่ที่ยุคนี้ พบว่าผู้คนมีวิถีชีวิตที่ยากลำบากไม่ต่างกัน มีกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อย่างการคบชู้ จะถูกลงโทษหนักมาก การค้าขายหากถูกจับได้ก็ต้องได้รับโทษเช่นกัน ความเป็อยู่ของชาวบ้านไม่ต่างกันมา ทุกบ้านมีความลำบากเหมือนๆกัน
การหย่าขาดหรือการเป็หม้ายของผู้หญิงจะถูกมองไม่ดี ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่ถูกสามีขอหย่าขาด จะโดนสังคมนินทา พูดจาไม่ดีใส่และไม่มีใครคบหา แม้แต่บ้านเดิมของตัวเองก็ไม่ยอมรับ ไป๋ถิงถิงโคตรจะไม่เข้าใจแค่การหย่าขาด มันน่ารังเกียจตรงไหน ก็เป็เื่ปกติของชีวิตคู่ที่ไปกันไม่รอดก็แค่หย่าขาดกันไป ต่างคนต่างเริ่มต้นใหม่ แต่ยุคนี้ผู้หญิงที่หย่าขาดแทบไม่มีบ้านไหนอยากจะรับไปเป็สะใภ้ เพราะครอบครัวของฝ่ายชายรับไม่ได้ที่ฝ่ายหญิงเคยผ่านการหย่าร้างและแต่งงานมาก่อนแล้ว
โคตรไม่เข้าใจ ในขณะที่ผู้ชายกลับแต่งงานใหม่ได้อย่างง่ายดาย ความเท่าเทียมอยู่ที่ไหน? ถิงถิงรับไม่ได้ แล้วไหนจะเื่แม่ผู้ให้กำเนิดจงเกลียดจงชังไป๋ถิงถิงราวกับไม่ใช่ลูกในไส้เพราะไม่มีลูกชายบ้านไหนมาสู่ของไปเป็ภรรยา
ไปทาบทามใครก็ไม่มีใครอยากรับไปเป็ภรรยา นำความอับอายมาให้ครอบครัวไป๋เป็อย่างมาก ก็ผอมแห้งขนาดนี้ แถมร่างกายยังดูอ่อนแอบ้านไหนก็ไม่อยากได้สะใภ้ที่ไร้ประโยชน์
ทางเดียวที่จะรอดก็มีแค่พึ่งตัวเองเท่านั้น ไป๋ถิงถิงได้ข้อสรุปกับอนาคตของตัวเอง เพราะไม่ได้ทำงานที่ฝ่ายผลิตหน้าที่ทุกอย่างจึงตกเป็ของไป๋ถิงถิง ั้แ่ทำความสะอาดบ้าน ดูแลแปลงผัก หาอาหารมาให้ไก่ ตักน้ำ ซักผ้า มีแต่งานใช้แรงงานทั้งนั้น ร่างกายไม่มีคาร์โบไฮเดรตให้เผาผลาญจะเอาพลังงานที่ไหนมาทำงาน
เมื่อเช้าได้กินแค่น้ำต้มข้าว ที่แทบจะไม่มีเมล็ดข้าวเลย จะให้พลังงานได้กี่แคลอรีกันเชี่ยว ก่อนที่จะเอาชีวิตรอดคงผอมแห้งตายไปเสียก่อน ปัญหาหลักๆ ที่ทำให้เธอคิดไม่ตกก็คือ อาหาร ซึ่งเป็พลังงานที่สำคัญ ดูจากสามวันที่ผ่านมาบอกเลยว่าแย่มาก แย่สุดๆไปเลย
ไม่ใช่แค่อาหารแต่วิถีการดำเนินชีวิตของคนในบ้านไป๋ก็ด้วย ตอนนี้ร่างกาย้าสารอาหารที่มากกว่าแป้ง อยากจะได้แหล่งโปรตีนและไขมัน ซึ่งไม่รู้เลยว่าจะหามันได้จากที่ไหน?
อาหารสังเคราะห์ โพชั่นเสริมพลัง โพชั่นรักษาและอีกมากมายอย่างที่ผลิตมาเพื่อช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรง เสริมสร้างทุกอย่างของร่างกายให้พัฒนาจนถึงขีดสุด คิดถึงร่างกายที่แสนแข็งแกร่งในทุกด้านของตัวเอง ถ้ามีความสามารถของยุคดวงดาวติดมาด้วยคงดีไม่น้อย แต่นี่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความทรงจำเท่านั้น
แต่มันแทบไม่มีประโยชน์เลย เพราะความแตกต่างของทั้งสองยุคต่างกันมากจนเกินไป ความรู้ที่มีใช้กับที่ยุคนี้ได้น้อยมาก แล้วที่คิดไม่ตกก็แหล่งอาหาร ใช่ว่าเดินเข้าป่าอย่างเดียวจะได้อาหารกลับมา
ต้องรู้ว่าอะไรกินได้ อะไรกินไม่ได้ จากความทรงจำของเ้าของร่าง เธอร่างกายอ่อนแอไม่ค่อยได้เข้าป่า นอกจากไปที่ปป่าด้านนอกที่มีลำธารไหลผ่าน ไปหาสิ่งที่เรียกว่า หน่อไม้
เป็ต้นอ่อนของพืชชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็ปล้อง คนที่นี่เรียกว่า ต้นไผ่ ต้นไม้แสนมหัศจรรย์ นอกจากต้นอ่อนจะกินได้ ลำต้นของมันยังมานำใช้ประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง อย่างเช่นตะกร้าที่เธอกำลังถือเข้าป่าในตอนนี้ก็สานมาจากต้นไม้ แคร่ที่หน้าบ้าน โต๊ะเล็กๆ ในห้องนอนแคบ ๆ เธอก็ด้วย
แม้แต่ที่ใส่น้ำดื่ม อย่างแก้วดื่มน้ำเ้าต้นไผ่ก็สามารถทำได้ มหัศจรรย์จริงๆ ยุคของเธอไม่มีแบบนี้ ทุกอย่างสังเคราะห์ขึ้นมา ใช้งานได้ยาวนาน ดูเหมือนตะกร้าไม้ไผ่ที่ถืออยู่จะถูกใช้งานมานานแล้วสภาพของมันเก่าและมีรู สีคล้ำ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวจำพวกรา เริ่มขึ้นมาเกาะเพราะได้รับความชื้น พวกมันชอบและทำให้เติบโตขึ้นมา
ไม่ต้องถามถึงความสะอาด เอาเป็ว่าทุกคนในบ้านมองข้ามไป มือเรียวเก็บผักป่า เดินทอดหน่องไปตามแนวชายป่า
โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ในหัวก็คิดถึงแต่สิ่งเหล่านี้ ชีวิตยังคงต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
บิงโก!!!
เนื้อสัตว์!! นอกจากไข่ของไก่ก็มีเนื้อสัตว์ แต่ไข่ไก่ที่ให้โปรตีนเธอไม่มีสิทธิ์ได้กินเพราะคนเป็แม่เก็บเอาไว้ทำอาหารให้พี่ชายคนโตและหลายชายกิน ลูกสาวอย่างไป๋ถิงถิงได้กินแค่แป้งย่างกับน้ำแก่งผักป่า บางมื้อก็ไม่มีส่วนของเธอด้วยซ้ำ แต่น้องชายทั้งสองคนและพี่สะใภ้รองมักจะเก็บเอาไว้ให้ แม้จะเป็แค่แป้งย่างครึ่งแผ่นก็เถอะ
ไป๋ถิงถิงหันหลังเดินกลับไปที่บ้านในทันที เธอเร่งรีบมาที่เล้าไก่ จับแม่ไก่ออกมาหนึ่งตัว มันส่งเสียงร้อง ที่ถูกเธอจับ ร่างผอมแห้งมองแม่ไก่ในมือ คำถามคือ กินเลยได้ไหม? ไม่ได้แน่ๆ
ต้องนำมาทำอาหารปรุงสุก แค่คิดก็ปวดหัว ค้นความทรงจำที่จำได้เลื่อนลางเหลือเกิน ว่าจะจัดการกับเ้าแม่ไก่อย่างไรดี
ค้นความทรงจำของเ้าของร่าง พอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง มันต้องทำให้แม่ไก่ตายก่อน คิดได้แบบนั้นก็คว้าก้อนหินที่อยู่ไม่ไกล น้ำหนักราวๆ หนึ่งกิโลกรัม ขนาดพอเหมาะมือ
กร๊อบ...
หักคอแม่ไก่ให้หมดลมหายใจในครั้งเดียว ดูโหดร้ายเป็อย่างมาก เธอไม่มีความสงสารแม่ไก่เลยแม้แต่น้อย สงสารตัวเองเถอะถิงถิง
ห้องครัวมีกุญแจจล็อกเอาไว้ แม่เป็คนถือกุญแจเพียงคนเดียว ทั้งห้องเก็บอาหารและห้องครัว ยามที่ออกไปทำงานที่แปลงนา แม่จะให้กุญแจห้องครัวไว้กับพี่สะใภ้รอง เพราะสะใภ้ใหญ่ต้องลงแปลงนาเหมือนกัน แต่ก็แบ่งของในห้องครัวไว้อย่างจำกัด
ร่างบางตรงไปที่ห้องเก็บฟืนหลังบ้าน เ้าของร่างเคยไปก่อไฟต้มอะไรไม่รู้สักอย่าง ก่อนอื่นต้องเอาขนมันออก ร่างบางสอดสายตามองซ้าย มองขวา ก่อนจะแอบเดินไปหยิบมีดออกมา ดูเหมือนพี่สะใภ้รองจะเปิดห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเที่ยง แล้วก็เดินไปเข้าห้องน้ำ
ตรงห้องเก็บฟืนมีครัวเล็กๆอยู่ แต่มันแทบไม่มีเครื่องครัวอะไรเลย มีกระทะเก่าๆ ใบหนึ่งที่ผ่านการใช้งานมานานมากๆ แต่สภาพยังพอใช้ได้อยู่ ถึงจะมีคราบอะไรไม่รู้เกาะอยู่ เธอล้างมัน ก่อนจะก่อไฟจากนั้นตักน้ำมาใส่กระทะ เอาแม่ไก่ลงไป รอให้น้ำเดือดพักหนึ่งเลยเอาแม่ไก่ขึ้นมา เทน้ำอุณหภูมิปกติใส่เพื่อทำให้แม่ไก่เย็นตัวลง
มือเล็กๆ เริ่มถอนขนแม่ไก่ ขนของมันไม่ใช่แหล่งพลังงานที่้า ต้องเอาขนมันออกให้หมด ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในที่สุดก็ทำสำเร็จ
“เอาละได้เวลาแยกเซลล์ ทำกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา พื้นฐานของร่างกายสิ่งมีชีวิต กระเพาะอาหาร หัวใจ อวัยวะภายใน ดูจากผิวขาวๆ ของแม่ไก่
เอามีดผ่ากลางลำตัว
ปั่ก ปั่ก
เืสีแดงกระเด็นไปทั่ว อวัยวะภายในของแม่ไก่เละไปหมด ไป๋ถิงถิง ตักน้ำมาล้างออก พบว่าข้างในตัวแม่ไก่มีช่องว่าง มีกระดูกแกนกลางลำตัว มือเรียวล้วงเอาสิ่งที่อยู่ข้างในออกมา เธอแบ่งแม่ไก่ออกเป็สองสวน ตามแนวกระดูกสันหลังของมัน เพื่อง่ายต่อการดึงอวัยวะภายในออกมา ใช้เวลาไม่นานในที่สุดก็ดึงอวัยวะภายในออกมาจนหมด ทำการล้างให้สะอาด โดยล้างหลายๆครั้ง ล้างจนกว่าน้ำที่ล้างจะใสสะอาดก็เป็อันว่าใช่ได้
ตัดส่วนคอแม่ไก่ทิ้งไป สรุปก็คือได้โปรตีนและไขมันของแม่ไก่มาสองส่วน ก่อนเอาลงหม้อ เอามาตัดแบ่งอีกส่วนละสองชิ้น ต้มน้ำให้ร้อน แล้วเอาแม่ไก่ลงกระทะไป
อย่าถามว่าใส่อะไรเพิ่มไหม? มีแค่ขิงที่ขุดมาจากส่วน สมุนไพรที่ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันคืออะไร รู้แค่มีกลิ่นหอม สังเกตุการพี่สะใภ้ใส่พวกมันทุกครั้งที่ปรุงอาหาร ทำได้แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว ต้มในน้ำเดือดนานนับชั่วโมง มือเรียวคอยเติมฟืนเพื่อรักษาอุณหภูมิของเตาให้ร้อนอย่างสม่ำเสมอ
กลิ่นของอาหารปรุงสุกครั้งแรกในชีวิต
“อินทรีสามต้องไม่เชื่อว่าฉันจะทำมันได้” ไป๋ถิงถิงพึมพำออกมาเบาๆ
มองกระทะที่มีแหล่งโปรตีนและไขมันอยู่ในนั้น
“มาเถอะ แม่ไก่ปรุงสุกจานแรกในชีวิต” ต้องบอกเลยว่านี้คืออาหารปรุกสุกที่มีขั้นตอนเยอะแยะมากมาย เป็อาหารปรุงสุกครั้งแรกในชีวิต ซึ่งถ้าเป็เธอคนก่อนคงไม่มีทางมาทำอะไรแบบนี้อย่างแน่นอน เพื่อความอยู่รอด ท่องเอา ไป๋ถิงถิงเพื่อความอยู่รอด
ร่างผอมบางยืนมองอาหารปรุงสุกอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกินมันเข้าไป
จืด!!
มีกลิ่นคาวอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะใส่ขิงเข้าไป แต่ไม่ได้กลิ่นแรงมากอย่างที่คิด มีกลิ่นของขิงกลบอยู่บ้างเพียงแต่มันจืดมาก ช่วยไม่ได้ห้องครัวล็อกอยู่ เธอไม่สามารถไปหยิบเครื่องปรุงรสมาใส่ได้เลย
แล้วก็จืดแล้วก็จืดไม่มีรสชาติอื่นเลย เนื้อไก่นุ่มและเปื่อยกำลังดี ถึงไม่อร่อยแต่จำต้องหลับตากลืนมันลงไป มือเรียวคว้ากระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำเอาไว้มาดื่ม กลั้นหายใจพักหนึ่ง แล้วก็กินส่วนที่เหลือลงไป การทำอาหารปรุงสุกที่ใช้เวลาไปเกือบห้าชั่วโมง หิวจนท้องร้องเสียงดังสนั่น กว่าจะได้แหล่งโปรตีนและไขมันที่ให้พลังงานมากกว่าข้าวต้มที่กินมาสามวัน
เพื่อเอาชีวิตรอดมนุษย์เราทำได้ทุกอย่างอยู่แล้วไม่ว่าอยู่ในยุคไหน นี่คือพื้นฐานความเป็จริงที่มนุษย์ทุกยุคเป็เหมือนกัน
กรี๊ดดดดดดดดด
อร๊ายยยยย
“นางถิงถิง”
“แกทำบ้าอะไร”
กรี๊ดดดดดดด
“คุณแม่ ถิงถิงกินแม่ไก่ในเล้า” เสียงของหนิงอ้ายร้องเสียงดังโวยวายราวกับว่าไป๋ถิงถิงไปฆ่าคนตาย
ก็แค่กินแม่ไก่ ร้องโวยวายเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน ไก่เดิมทีก็เป็อาหารประเภทโปรตีน ร่างกายผอมแห้ง้ามัน แม้รู้ดีว่าจะตามมาด้วยเื่ยุ่งยากอยู่บ้าง
“นางถิงถิง” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของคนเป็แม่วิ่งมาตามเสียงของลูกสะใภ้ ก่อนจะเห็นว่าลูกสาวไร้ประโยชน์ทำอะไรลงไป คนเป็แม่ก็โกรธจนตัวสั่น แม่ไก่ที่ออกไข่ให้ครอบครัว ลูกสาวไร้ประโยชน์กล้าดียังไงถึงได้กินมันคนเดียวทั้งตัว
“นางถิงถิง นางลูกไม่รักดี” พูดจบก็เข้าไปทุบตีลูกสาวอย่างไม่พอใจ
หนิงอ้ายเห็นแบบนี้ก็รีบวิ่งไปเอาไม้เรียวมาให้แม่สามี
ไป๋ถิงถิงเอาแขนมาปกป้องใบหน้าและลำตัวเอาไว้ ยายป้าเล่นทุบไม่ออมแรงเลย แถมเธอก็ไม่ทันได้ตั้งหลัก ทำเอาโดนยายป้าทุบไปสามทีเต็มๆ แรง บ้าจริงๆ ทำไมถึงต้องใช้ความรุนแรงในครอบครัว พูดคุยกันดีๆ ไม่ได้หรือไง
แต่เมื่อตั้งหลักได้ ยายป้าที่เรียกตัวเองว่าแม่ก็ไม่สามารถทำร้ายเธอได้อีก
แล้วทุกคนในบ้านก็คือยืนเฉยๆ ไม่คิดจะเข้ามาห้ามเลยหรือไง ปล่อยให้ยายป้ามันฟาดเอาฟาดเอา พี่สะใภ้ใหญ่ตัวดีก็รีบเสนอหน้าวิ่งไปเอาไม้เรียวมาให้
อยู่ให้ตีก็โง่เต็มทนแล้ว
“นางถิงถิงแกจะหลบไปไหน”
“นางลูกอกตัญญู วันนี้ฉันจะตีแกให้ตายคามือ”
“คุณแม่”
“แกไม่ต้องมายุ่งเ้ารอง พาเมียแกเข้าห้องไป ใครออกมาช่วยจะโดนทำโทษงดข้าวเย็น” เมื่อได้ยินก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของไป๋หลี่เยียนผู้เป็แม่ แม้กระทั่งคนเป็พ่ออย่างไป๋ชิงอี้
ถึงแม้ว่าิญญาในร่างจะเป็อดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษอินทรีดำ แต่ร่างกายในเวลานี้ก็คือไป๋ถิงถิง สาวอายุ 18 ปีที่รูปร่างผอมแห้ง แทบไม่มีเรี่ยวแรงจะมาสู้กลับ
สติของเธอดับวูบลง เพราะไม่อาจฝืนสังขารได้อีกต่อไป
ไป๋หลี่เยียนมองร่างของลูกสาวที่นางทุบตีจนหมดสติไปด้วยแววตาโมโห นางอยากจะตีให้ตายคามือ กล้าดียังไงถึงได้เอาแม่ไก่มากินคนเดียว แม่ไก่ในบ้านตอนนี้เหลือเพียงแค่สองตัวเท่านั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
“หนิงอ้าย ลากนางถิงถิงไปขังไว้ในห้อง ไม่มีคำสั่งฉันห้ามปล่อยมันออกมาเด็ดขาด” น้ำเสียงสั่งลูกสะใภ้ด้วยความจริงจัง หนิงอ้ายรับคำแม่สามี นำร่างหมดสติของไป๋ถิงถิงไปขังไว้ในห้องนอนแคบๆ เล็กๆ ของเ้าตัว เธอกวาดมองข้าวของในห้องน้องสามี เพื่อว่าจะฉกฉวยอะไรเอาไปได้ แต่ในห้องนี้มันไม่มีอะไรเลย
เธอทิ้งร่างของน้องสามีเอาไว้กับพื้นห้อง แล้วรีบนำแม่กุญแจมาล็อกตามคำสั่งของแม่สามี
ไม่รู้ว่าหมดสติไปนานแค่ไหน รู้แค่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็มีแต่ความมืด มองสิ่งรอบๆ ไม่เห็นเลย
ประสาทััของไป๋ถิงถิงรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น จำได้ว่าถูกไป๋หลี่เยียนผู้เป็แม่ฟาดจนเป็ลมหมดสติ เพราะร่างกายแสนอ่อนแอในเวลานี้ ไม่มีกำลังมากพอที่จะปกป้องตัวเอง
“โอ๊ย” มือจับที่ต้นแขน มันคงช้ำน่าดู โดนทุบไปตั้งหลายที คนที่เคยแข็งแกร่งเ็ปใจที่ไมาน้อยที่ไม่อาจปกป้องตนเองได้เลย ช่วยไม่ได้ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป
“เดี๋ยวนะ” ไป๋ถิงถิงเริ่มเพ่งมองรอบๆ ที่เธอหมดสติไม่ใช่เพราะยายป้าไป๋หลี่เยียน แต่เพราะเ้าสิ่งนี้!!
“หลุมดำ” มือเล็กๆ หยิกที่ต้นแขนของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง
“โอ๊ย” เจ็บ แสดงว่าไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ว่าเธอถูกทุบจนตาย แล้วมาอยู่ที่หลุมดำเฮงซวยนี้หรอกนะ
จับ คล้ำดูรูปร่างหน้าตาของตัวเองในเวลานี้ เธอยังคงเป็ไป๋ถิงถิง ไม่ใช่ซิ่วอิง หมายความว่ายังไง?
“ตายอีกรอบเหรอวะ แม่งเอ๊ย” ตายเพราะโทนทุบตีเนี่ยนะ คิดแล้วก็นึกโมโหยายมนุษย์ป้าไม่หาย เป็แม่ของไป๋ถิงถิงจริงๆ ใช่ไหม ทั้งๆ ที่รู้คำตอบดีจากความทรงจำ แต่มันอดคิดไม่ได้จริงๆ เป็ลูกเหมือนกันแต่ถูกปฏิบัติต่างกันราวฟ้ากับเหว
เหมือนว่ารอบๆ ตัวมีแรงโน้มถ่วงคงที่ มีแสงสว่างเริ่มส่องเข้ามา ให้มองเห็นพื้นที่รอบๆ แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเพราะมันคือความว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
ไอ้หลุมดำเฮงซวย!!!
......................