บทที่ 32 เ้ากล้าสังหารข้าหรือไม่?
เห็นดังนั้น จีเวิ่นเทียนและตวนมู่ฉางจึงได้ผ่อนลมหายใจ
แต่ครั้นแล้วใบหน้าของจีเวิ่นเทียนก็กลับมามีแววกังวลอีกครั้ง หากแคว้นอื่นคิดจะยกทัพมารุกราน พวกเขาก็คงไม่อาจต้านทานได้
เว้นเสียแต่ตระกูลเฉินจะมีความล้ำลึกซ่อนเร้นอย่างที่ตวนมู่ฉางกล่าวไว้...
จีเวิ่นเทียนครุ่นคิดพลางหันไปมองเฉินฉางอันที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
"ท่านพี่ฉางอัน ท่านไม่เป็ไรใช่หรือไม่" จีิเยว่เอ่ยถามด้วยความกังวล ก่อนจะก้าวเข้าไปกอดแขนเฉินฉางอันไว้
ในยามนั้น การกระทำและวาจาที่เฉินฉางอันปกป้องนาง ทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวอย่างยิ่ง
บัดนี้แม้แต่แววตาที่สั่นไหวก็ยังเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกมากมาย
ฝ่ายจีเวิ่นเทียนและตวนมู่ฉางที่ยืนอยู่ด้านข้าง เมื่อได้เห็นดังนั้นก็ยิ้มจนแก้มปริ
"ข้าไม่เป็ไรหรอก พระธิดาไม่ต้องกังวล" เฉินฉางอันเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
"เช่นนั้นก็ดี"
จีิเยว่ยกจมูกเล็กน้อย เผยรอยยิ้ม ดวงตาทั้งสองข้างโค้งขึ้นเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น
"ฮ่า ๆ เอ่อ... ข้าว่าอย่างนี้เถิด ิเยว่ เ้าพาฉางอันไปเดินเล่นในวังหลวงเถิด ข้าจะไม่รบกวนพวกเ้าสองคนแล้ว" จีเวิ่นเทียนเห็นสัญญาณจากตวนมู่ฉาง จึงพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ในท้องพระโรงเหลือเพียงเฉินฉางอันและจีิเยว่สองคน กับกลิ่นคาวเืที่ฟุ้งกระจายอยู่
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ดูรีบร้อนก็ดังมาจากข้างนอก จีชางซานนำกลุ่มทหารองครักษ์จำนวนมากมาด้วยความร้อนใจ
"ท่านพ่อ! องค์หญิงน้อย! พวกท่านเป็อย่างไรบ้าง!"
น้ำเสียงของเขาทั้งหวาดกลัวและร้อนใจ จีชางซานกวาดตามองไปทั่วท้องพระโรง พบว่าบิดาของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ มีเพียงจีิเยว่และเฉินฉางอันเท่านั้น
จีิเยว่รีบปล่อยมือที่กอดแขนของเฉินฉางอันเอาไว้ แล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นก็กลับมาสงบนิ่ง มองไปที่ผู้มาใหม่ "ท่านพี่ เหตุใดท่านถึงมาช้าเช่นนี้"
"องค์หญิงน้อย พวกเ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่? แล้วท่านพ่อเล่า? ขออภัย ข้ามาช้าไป!" จีชางซานมาถึงเบื้องหน้าของจีิเยว่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและกังวล
"ไม่มีอะไรแล้ว พวกเขากลับไปแล้ว ท่านพ่อ... ท่านพ่อกับท่านเ้าบ้านตระกูลต้วนจากไปแล้ว"
จีิเยว่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยความน้อยใจ ไร้ซึ่งความเบาใจแม้เพียงสักนิด
ราวกับไม่พอใจในตัวองค์ชายรัชทายาทผู้ประทับอยู่ตรงหน้า
มีคนบุกเข้าวังหลวงมาทำร้ายเสด็จพ่อถึงเพียงนี้ เหตุใดท่านพี่ใหญ่ถึงเพิ่งจะมา เห็นได้ชัดว่าจงใจมาช้า!
นางมิคาดคิดมาก่อน ว่าพี่ชายของนางจะขลาดถึงเพียงนี้!
"เอ่อ..."
จีชางซานชะงักไป สีหน้าฉายแววผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด เขาหวังจะได้แสดงความสามารถต่อหน้าพระพักตร์เสด็จพ่อสักหน่อย ทว่ากลับพลาดไปอย่างน่าเสียดาย
ทันใดนั้น มีองครักษ์คนหนึ่งมากระซิบข้างหูของจีชางซาน
ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมองเฉินฉางอัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็วาวโรจน์ด้วยโทสะ
ไม่นึกเลยว่า… เฉินฉางอันจะมาชิงตัดหน้าฉายแสงไปเสียก่อน!
เฉินฉางอันมองจีชางซานพลางยิ้มเยาะอยู่ในใจ… เ้าคนตรงหน้า ขณะที่ตงเหลียนเทียนและพรรคพวกยังอยู่ กลับไม่กล้าโผล่หัวออกมา...
หลบหน้าหลบตาเหมือนเต่าหัวหด พอพวกนั้นไปแล้วก็โผล่ออกมาทำอวดเก่ง... คงจะเป็แค่คนขลาดตาขาวสินะ!
“เฉินฉางอัน!”
ทันใดนั้น จีชางไห่เอ่ยเสียงเ็าใส่เฉินฉางอัน “เ้ากล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ สังหารทั้งตงเหลียนเทียนและจ้าวจื่อหาน!”
“เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าพวกเขาเป็ใคร?”
“เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าการกระทำของเ้าในวันนี้ จะนำภัยพิบัติมาสู่แคว้นต้าโจวของพวกเรามากเพียงใด?!”
“ท่านพี่ เขาช่วยพวกเรานะเพคะ!” จีิเยว่รีบเอ่ยแย้ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
“มิใช่เช่นนั้น น้องหญิง เ้าไม่รู้เื่นี้ เขาทำเช่นนี้เท่ากับผลักแคว้นต้าโจวของเราลงเหว!”
จีชางซานร้องเตือน “ท่านพ่อและน้องหญิงล้วนถูกเขาหลอกทั้งสิ้น หากเขาคิดช่วยเหลือจริง ก็คงไม่ลงมือสังหารท่านพี่รองเป็แน่!”
“บัดนี้ เขากลับไปสร้างความขุ่นเคืองให้แก่ทั้งแคว้นตงเสวียนและพันธมิตรวายุบูรพา เขา้าทำลายแคว้นต้าโจว!”
จีชางซานกล่าวพลางปรากฏประกายเ้าเล่ห์ในดวงตา แสร้งทำสีหน้ากังวลสุดขีด “ไม่ได้การแล้ว พวกเราต้องไประงับโทสะของแคว้นตงเสวียน มิเช่นนั้น าจะอุบัติขึ้น เป็หายนะแก่ชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน!”
"แปะ! แปะ! แปะ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เฉินฉางอันก็ตบมือเบา ๆ พลางหัวเราะเยาะว่า "โอ้! ช่างสมกับเป็องค์รัชทายาทแห่งต้าโจวของพวกเราจริง ๆ!”
“ก่อนหน้านี้ฝ่ายตรงข้ามมาอย่างดุดัน รังแกถึงท่านพ่อของเ้า แต่เ้ากลับหดหัวหนีเหมือนเต่าขี้ขลาด!”
“ตอนนี้กลับะโออกมาจะจัดการคนของตัวเอง?”
“แถมยังจะไปประจบประแจงศัตรูที่รังแกเ้าอีก?”
“จุ๊จุ๊... บารมีขององค์รัชทายาท... ช่างรังแกคนอ่อนแอแต่กลัวคนแข็งแกร่งเช่นนี้ ทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ!"
คำพูดไร้ความปรานีของเฉินฉางอัน ทำให้สีหน้าของจีชางซานหม่นหมองลงทันที
"เ้า!" เขาชี้นิ้วไปที่เฉินฉางอัน ในขณะที่กำลังจะะเิอารมณ์ แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงนิสัยดุร้ายของคนตรงหน้า ไม่แน่ว่าเขาอาจกล้าลงมือกับตนเองก็ได้
คิดได้ดังนั้น เขาจึงลดมือที่ยโสลงอย่างกระอักกระอ่วนและกลืนคำพูดกลับไป
รัชทายาทถูกดูิ่ แต่จีิเยว่กลับไม่พูดอะไร ตรงกันข้าม นางกลับรู้สึกว่าสิ่งที่เฉินฉางอันพูดนั้นมีเหตุผล
นางทำแก้มป่องใส่เขา "ท่านพี่ เหตุใดถึงได้ทำเช่นนี้ เฉินฉางอันกำลังช่วยพวกเรากำจัดความแค้นใจไม่ใช่หรือ!"
จีชางซานเอ่ยเสียงเ็า "น้องหญิง เ้ายังไม่รู้อะไร ตงเหลียนเทียนและจ้าวจื่อหานนั้นนับเป็อันใดไม่ได้ แต่เื้ัของพวกมัน... นั่นแหละน่ากลัวนัก!"
"การกระทำของเฉินฉางอันครั้งนี้ เท่ากับนำหายนะใหญ่หลวงมาสู่แคว้นต้าโจวของพวกเรา!"
"เหอะ!"
ในตอนนั้น เฉินฉางอันหัวเราะเยาะอย่างไม่ปิดบัง
“ทั้งสองคนนั้นไม่นับว่าเป็อะไร ั้แ่พวกมันก้าวเข้ามา ล้วนโอหัง ก้าวร้าว ไร้มารยาท... บัดนี้ข้าเข้าใจแล้ว เหตุใดจึงเป็เช่นนั้น!”
“ที่แท้ก็เป็เพราะองค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าโจว เป็ผู้ไร้ซึ่งกระดูกสันหลัง!”
“ไม่แปลกใจที่พวกมันถึงบังอาจรุกรานถึงที่นี่ แล้วยังหลบหน้าไม่ออกมา แถมตอนนี้ยังต้องไปประจบประแจงผู้อื่นอีก!"
คำพูดของเฉินฉางอันนับเป็การตอกย้ำจุดอ่อนในใจของจีชางซาน
ตำแหน่งรัชทายาทถูกเฉินฉางอันเหยียดหยามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความโกรธของเขาพลุ่งพล่านขึ้นมา จึงตวาดลั่นว่า
"เฉินฉางอัน เ้ามิใช่เชื้อพระวงศ์ จะรู้เื่อันใด!”
“เ้ามิรู้อะไรเลย!”
“เ้ามีสิทธิ์อันใดมาสั่งสอนข้า!”
“เ้ารู้หรือไม่ นี่เป็เื่ความเป็ความตายของประชาราษฎร์แคว้นต้าโจวนับล้าน!”
“เ้าปากเก่งไปอย่างนั้นหรือ พูดพล่อย ๆ ออกมา แล้วต่อจากนี้เล่า? ผู้ที่ต้องรับเคราะห์คือพวกเรานะ!"
จีชางซานหน้าแดงก่ำ ดูราวกับเป็ผู้ที่ยึดมั่นในคุณธรรมเพื่อแผ่นดิน
เฉินฉางอันใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน พลางยิ้มเยาะหยัน
"หึ จีชางซาน เ้ารู้หรือไม่ ศัตรูใช้คำพูดเช่น 'ยกทัพใหญ่มาปราบ' หรือ 'ทำลายแคว้นต้าโจว' เพื่อข่มขู่พวกเรา!”
“หรือเ้ายังคิดจะคุกเข่าเลียแข้งเลียขาพวกมันอีก? เข่าของเ้านี่ช่างอ่อนยวบเสียจริง!”
“ถ้าข้าคาดการณ์ไม่ผิด แคว้นต้าโจวควรจะมีบรรพชนผู้หลับใหลอยู่ และก็น่าจะเป็ขั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ครึ่งก้าวด้วยใช่หรือไม่?"
ในดินแดนตะวันออกเช่นนี้ ผู้ฝึกฝนบรรลุถึงขั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ครึ่งก้าวได้ นับว่าแข็งแกร่งที่สุดแล้ว!
"หากพวกมันกล้ามา แคว้นต้าโจวของพวกข้าจะระดมกำลังทั้งหมด ผลลัพธ์สุดท้ายต้องเป็การย่อยยับทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน!"
"เพราะฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุดสำหรับพวกมันคือการยึดแคว้นต้าโจวของพวกเราโดยไม่ต้องเสียเืเนื้อ!"
เฉินฉางอันกล่าวพลางจ้องมองจีชางซาน พร้อมกับหัวเราะเยาะ "องค์รัชทายาทผู้ไร้นำ วิธีรับมือที่ดีที่สุดสำหรับราชวงศ์ต้าโจวของเ้าก็คือแสร้งแสดงแสนยานุภาพ ตอบโต้ด้วยความแข็งกร้าว!"
"ยิ่งเ้าแข็งแกร่ง แคว้นตงเสวียนและพันธมิตรวายุบูรพาก็ยิ่งหวั่นเกรง หวาดระแวง แม้กระทั่ง้าหยั่งเชิงกำลังของเราให้แน่ชัดเสียก่อน จึงจะกล้าเปิดา!"
"ท้ายที่สุด การพัฒนาแคว้นต้าโจวมาเป็เวลาพันปี หากใช้ให้ดี ก็สามารถข่มขวัญผู้คนได้ไม่น้อย!"
"ยิ่งไปกว่านั้น ภายในแคว้นยังมีตระกูลใหญ่โตและสำนักน้อยใหญ่อีกนับไม่ถ้วน!"
"หากเ้าสามารถใช้สิ่งเหล่านี้ได้ มันจะเป็กำลังเสริมที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!"
"..." จีชางซานชะงักค้าง เขาอ้าปากค้าง แต่กลับพบว่าสิ่งที่เฉินฉางอันกล่าวมานั้น ล้วนมีเหตุผลทั้งสิ้น
ทว่า จีิเยว่ที่ยืนอยู่ข้างกาย กลับรับฟังทุกถ้อยคำจนหมดสิ้น สองตาของนางเป็ประกาย จ้องมองเฉินฉางอัน พลางเผยรอยยิ้มแห่งความปรีดา
เฉินฉางอันจึงค่อย ๆ ลูบไล้แก้มของจีชางซาน เอ่ยเย้ยหยัน "เ้าช่างไร้ค่า มิอาจเทียบเปรียบจีชางไห่ หากข้ามิได้ปลิดชีพเขาเสีย เสี้ยนราชบัลลังก์นี้ เ้าจะยังคงอยู่หรือ"
"เ้า... เ้า..." เมื่อถูกตบหน้าเช่นนั้น จีชางซานจึงได้สติ ปราดถอยหลังสองก้าว ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
เขาเป็ถึงองค์รัชทายาท ถูกผู้อื่นเหยียดหยามได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ
"บังอาจนัก เ้าคิดว่าข้ามิกล้าสังหารเ้ารึ!"
"หึ" เฉินฉางอันเย้ยหยันอีกครา ก้าวเข้ามาใกล้มือแตะใบหน้าของจีชางซาน "เ้ากล้า… สังหารข้าหรือไม่!"