“หึกๆ ...!”
ทั่วทั้งตัวของเต่าัแตกเป็รอยโดยเฉพาะด้านหลังถูกเสากระบี่ใหญ่โตมโหฬารกระแทกใส่เกือบจะฉีกร่างของมันให้ขาดออกจากกัน อวี๋หนิงกับเยี่ยซวีร่วมมือกันไอกระบี่แต่ละกลุ่มก้อนลอยข้ามผ่านกลางอากาศ ปกคลุมบริเวณพันจั้งรอบๆ อย่างแ่า
“ค่ายกลกระบี่สายฟ้าแดนสรวงจงเปิด!”
เส้นผมดำขลับของอวี๋หนิงโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งต่อสู้เป็เวลานานแต่ยังเอาชนะไม่ได้ ทำให้สีหน้าของเขาย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆสองมือร่ายท่ามุทราอันลี้ลับออกมาไม่ขาดสายแสงกระบี่แต่ละลำแสงผุดขึ้นตรงด้านหลังของเขา
ยังมีแสงสายฟ้าเจิดจ้ามหาศาลกะพริบวูบวาบเลือนราง
“ไป!”
แสงกระบี่ราวสามร้อยกว่าลำแสงเปล่งเสียงหวีดหวิวพุ่งเข้าใส่ก่อตัวเป็ค่ายกลกระบี่กดลงบนตัวเต่าัในขณะเดียวกันก็ปิดล้อมเยี่ยซวีอยู่กลางค่ายกลกระบี่ด้วยเช่นกัน
“ศิษย์พี่อวี๋หนิงวางแผนไว้ดียิ่งนัก”เยี่ยซวีหัวเราะเยาะ กระบี่ยาวสีทองเข้มเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นบนมือขวามวลอากาศสีทองแผ่กระจายไปทั่ว
“ระลอกคลื่นแห่งทอง!”
ทันทีที่เยี่ยซวีแกว่งไกวกระบี่ยาวในมือราวกับกลางอากาศเกิดเป็ระลอกคลื่นออกมาเป็วงอากาศอันแหลมคมกลับกลายเป็ไอกระบี่สีทองเข้มแต่ละสายปกคลุมไปทั่วท้องนภาและผืนปฐีราวกับท้องทะเลอันกว้างใหญ่ในขณะที่ต้านทานค่ายกลกระบี่สายฟ้าแดนสรวงก็ไล่สังหารเต่าัที่หายใจรวยรินไปด้วย
“โฮกกกโฮกกก...!”
ทันใดนั้นเสียงร้องโหยหวนอันไร้สิ้นสุดดังไปทั่วผืนพิภพเต่าัแหงนหน้าแผดเสียงยาว ไอปีศาจแผ่กระจายไปหลายสิบลี้
ตูม!
ร่างของเต่าัขยายใหญ่ขึ้นทันทีเปลี่ยนเป็สูงหลายพันจั้งในชั่วพริบตา ราวกับยอดภูผาที่ทอดตัวอยู่ในกลางอากาศ กลิ่นอายของมันรุนแรงขึ้นร้อยเท่าพลังปีศาจอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงเข้ายึดครองทั่วหล้าอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
โครมเสียงสั่นะเืรุนแรงดังขึ้น เต่าัร้องโหยหวนแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น น้ำใต้ทะเลสาบเยียบเย็นม้วนตัวขึ้นกลายเป็หนามน้ำแข็งนับไม่ถ้วนโถมเข้าใส่ทั้งสองคนนั้น
อุณหภูมิโดยรอบพลันกลับกลายเป็หนาวสะท้านอย่างสุดแสนร่างใหญ่โตมโหฬารของเต่าัแหวกว่ายในกลางอากาศ ยืดศีรษะออกมาจากกระดองชนค่ายกลกระบี่สายฟ้าแดนสรวงจนแหลกลาญ
อวี๋หนิงแผดเสียงร้องลั่น“ไม่ได้การ เ้าสัตว์เดรัจฉานนี่ใกล้จะเลื่อนเป็สัตว์ิญญาขั้นห้าแล้ว!”
เยี่ยซวีสีหน้าย่ำแย่เช่นเดียวกันเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ศิษย์พี่อวี๋หากพวกเรายังต่อสู้กันเองอีก วันนี้คงจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้วละ”
เซียวอวี้มองทุกอย่างด้วยสายตาเ็ามุมปากผุดรอยยิ้มประหลาดสุดขีด
เต่าัปลดปล่อยร่างของมันเองอย่างสมบูรณ์พลังต่อสู้พุ่งทะยานสูงขึ้น หนามแต่ละหนามงอกออกมาอีกครั้งแหวกว่ายอยู่ในกลางอากาศราวกับเม่นขนาดใหญ่ยิงหนามเข้าใส่ทั้งสองคนไม่ขาดสายราวกับพวงไข่มุก เสียงแหวกอากาศแสบแก้วหู
“ค่ายกลกระบี่สายฟ้าแดนสรวง!”
“ระลอกคลื่นแห่งทอง!”
อวี๋หนิงและเยี่ยซวีคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้นลงมือโจมตีเต่าัพร้อมกัน
“โฮก!”
เต่าัร้องเสียงโหยหวนคลื่นเสียงถูกปล่อยออกมาจากปากของมัน ห้วงอากาศถูกปะทะพังทลายราวกับระลอกคลื่นใหญ่แต่ละระลอก สั่นะเืเลือนลั่นไปทั่วโลกา
คลื่นเสียงปกคลุมไปทั่วทั้งหล้าบดขยี้การโจมตีของพวกเขาจนแหลกลาญง่ายดายราวกับทลายขอนไม้ผุพัง เห็นรูปลักษณ์คลื่นเสียงแผ่ขยายไปทั่วสารทิศราวกับระลอกคลื่นปกคลุมห้วงอากาศหลายพันจั้ง
“เ้าเดรัจฉานนี่แข็งแกร่งนัก!”
รอบกายอวี๋หนิงและเยี่ยซวีมีไอกระบี่กลุ่มหนึ่งลอยอ้อยอิ่งไอกระบี่หมุนวนสกัดกั้นคลื่นเสียงอันไร้ที่สิ้นสุดแต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตกเป็รอง ที่จริงไม่ใช่คู่ต่อกรของเต่าัด้วยซ้ำไป
เต่าัโกรธตั้งนานแล้วร่างขนาดใหญ่โตมโหฬารแหวกว่ายในห้วงอากาศคลื่นเสียงที่มีรูปร่างปะปนกับธนูน้ำแข็งที่เกิดจากการก่อตัวของทะเลสาบเย็นเยียบหมายจะสังหารทั้งคู่ให้สิ้นซาก
วืดๆๆ...
ห้วงอากาศถูกเจาะทะลวงไม่ขาดสายอวี๋หนิงและเยี่ยซวีใส่ยาวิเศษเข้าไปในปากเพื่อเพิ่มปราณแท้อย่างต่อเนื่องทว่าอานุภาพของคลื่นเสียงร้ายแรงจนเกินไป แหวกทะลุห้วงอากาศรวมถึงกายเนื้อของพวกเขา
“ศิษย์พี่อวี๋กระบี่เขี้ยวัสามร้อยหกสิบเล่มของท่านล่ะ หากท่านยังไม่สู้จนสุดความสามารถอีกพวกเราคงต้องตายอยู่ที่นี่แล้ว” เยี่ยซวีเดือดดาลเขาได้รับาเ็ไม่น้อย แขนขวาถูกธนูน้ำแข็งเจาะทะลุ แค่อีกนิดเดียวแขนก็จะขาดออกจากตัวแล้ว
รอบกายอวี๋หนิงมีไอกระบี่สิบสามเล่มสกัดกั้นพลังโจมตีของเต่าัได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเยียบเย็น “ค่ายกลกระบี่มหาสุวรรณของศิษย์น้องเยี่ยก็ยังไม่ได้ใช้เลยนะข้าจะรีบไปทำไม”
“โครม!”
ในที่สุดเยี่ยซวีก็สกัดไม่อยู่ ตรงหว่างคิ้วเปล่งแสงสีทองแหลมคมออกมา กระบี่สีทองยาวแต่ละเล่มลอยออกมาจากตรงหว่างคิ้วกลายเป็ค่ายกลกระบี่ ทันใดนั้น ในห้วงอากาศเต็มไปด้วยไอทองคำไร้ฟากฝั่งอีกทั้งยังแหลมคมเหนือกว่าสิ่งใด
ค่ายกลกระบี่ปล่อยแสนยานุภาพอันแข็งแกร่งรุนแรงออกมาทำลายการโจมตีของเต่าัจนดับสูญในชั่วพริบตา ราวกับพลังแห่งสายฟ้าเข้ากำราบ
“ฟิ่วๆๆ...!”
อีกด้านอวี๋หนิงก็ออกแรงจนสุดความสามารถเช่นกัน ตรงหว่างคิ้วมีกระบี่สั้นสีขาวลอยออกมาทีละเล่มนี่คือกระบี่เขี้ยวัที่ทำจากฟันของัคะนองน้ำ แสนยานุภาพเหลือล้นพ้นประมาณ
กระบี่เขี้ยวัจัดเรียงเป็ค่ายกลกระบี่เขี้ยวัเข้ายับยั้งเต่าัด้วยเช่นกัน
ทั้งคู่ลงมือจนสุดความสามารถภายในรัศมีสิบกว่าลี้กลายเป็มหาสมุทรไอกระบี่ทั้งบริเวณร่างใหญ่โตมโหฬารของเต่าัมีละอองเืกระเด็นออกมาไม่ขาดสาย
“หึกๆๆ...!”
สองมนุษย์หนึ่งเต่าทุ่มตัวจนสุดความสามารถไอกระบี่กลายเป็ธารน้ำตก หมายมั่นจะสังหารเต่าั
เต่าัแผดเสียงร้องโหยหวนเซียวอวี้คลับคล้ายคลับคลาว่ามองเห็นไอหมอกสีเทาทะลักออกมาจากร่างของมันกลิ่นอายอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงแผ่กระจายออกมา
ปึ้ง!
ทันใดนั้นเต่าัร้องโหยหวนอีกครั้ง กระดองพลันแยกออกจากร่าง ปะทะการโจมตีของทั้งสองกลายเป็โม่หินกดทับลงไป
“ปึ้ง!”
“ไปตายซะ!”
กระดองเต่าพุ่งไปทางใดก็แหลกลาญราบคาบถึงแม้จะถูกไอกระบี่มหาศาลเจาะทะลุเป็พันแผลร้อยรู ก็ยังคงโจมตีใส่อวี๋หนิงและเยี่ยซวีไม่หยุด
กายเนื้อของพวกเขาทั้งสองพังทลายลงในทันทีกระเด็นถอยหลังออกไปหลายร้อยจั้ง ทั้งคู่แผดเสียงคำรามด้วยความเดือดดาลใช้พลังที่เหลือปลดปล่อยแสนยานุภาพของค่ายกลกระบี่ะเิสังหารกายเนื้อของเต่าั
“โครม!”
ทะเลกระบี่สีทองปะทะร่างของเต่าัจนแหลกลาญทันทีจากนั้นกระบี่เขี้ยวัแต่ละเล่มลอยสวนขวักไขว่ โจมตีิญญาปีศาจนิรันทร์ของเต่าั
มุกอสูรเม็ดหนึ่งร่วงลงมาจากห้วงอากาศแต่อวี๋หนิงและเยี่ยซวีต่างหายใจโรยแรง ตอนนี้ไม่มีเวลาไป่ชิง
“สวบ!”
ขณะนี้อวี๋หนิงและเยี่ยซวีมองด้วยความตกตะลึงระคนเดือดดาลเงาร่างหนึ่งะโออกมารวดเร็วประดุจสายฟ้าร่างกายแข็งแรงกำยำเต็มไปด้วยความปราดเปรียวและมีชีวิตชีวาะโไปถึงกลางอากาศ่ชิงมุกอสูรไป จากนั้นดีดตัวะโอีกหลายทีหนีจากไปอย่างรวดเร็วเสียจนคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว
ทั้งคู่เบิกตากว้างจนแทบจะถลนจากเบ้าคิดไม่ถึงเลยด้วยซ้ำว่าจะมีคนกล้าล้วงคองูเห่าแย่งชิงมุกอสูรไปใน่สำคัญตอนสุดท้าย แถมกลิ่นอายบนตัวของคนคนนั้นดูได้ไม่ยากยังเป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดคนหนึ่งเท่านั้น
เพียงแต่พวกเขาได้รับาเ็สาหัสทำได้เพียงเฝ้ามองดูมุกอสูรถูก่ชิงไปต่อหน้าต่อตา แถมร่างของพวกเขายังถูกกระแทกลอยละลิ่วไปไกลอีกหลายร้อยจั้งผ่านไปครึ่งชั่วยาม ปราณแท้ฟื้นคืนกลับมานิดหน่อยเซียวอวี้ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้ว
“ไปตายซะ!”
อวี้หนิงโกรธจัดเรือนผมดำปลิวไสว มวลอากาศรอบกายของเขาบิดเป็เกลียวไอกระบี่แต่ละกลุ่มก้อนลอยขวักไขว่ในห้วงอากาศ ยอดเขาลูกหนึ่งที่อยู่ข้างๆกลับกลายเป็ผุยผงในชั่วพริบตา
เยี่ยซวีเดินเข้ามาด้วยความเ็าสีหน้าของเขายังคงซีดขาว ถึงแม้เรี่ยวแรงจะกลับมาบ้างแต่เซียวอวี้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งนานแล้วไม่อาจสืบเสาะติดตามได้เลยด้วยซ้ำไป
“ศิษย์พี่อวี๋นั่นเป็ลูกศิษย์ของท่านสินะ? ฮึ ยังจะมาเล่นละครต่อหน้าข้ามุกอสูรนั่นข้าจำเป็ต้องแบ่งมาครึ่งหนึ่ง อย่าได้มาเล่นลูกไม้ต่อหน้าข้าเชียว”เยี่ยซวีหัวเราะเยาะพลางกล่าว
อวี๋หนิงกัดฟันแน่นกรอดเอ่ยขึ้นว่า“คนคนนั้นเป็แค่เหยื่อที่ข้าจับมาระหว่างทางหากเป็ลูกศิษย์ของข้าจริงๆ ข้ายังจะปล่อยให้เขารอดชีวิตไปได้หรือไง”
เยี่ยซวีจ้องมองเขาด้วยความคลางแคลงใจน้ำเสียงเคร่งขรึมถามว่า “ไม่ใช่ลูกศิษย์ของท่านจริงๆหรือ”
อวี๋หนิงสบถด้วยความเดือดดาล“ข้าจะหลอกเ้าทำไม ไม่มีมุกอสูรของเต่าัข้าต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุดเป็สิบปีกว่าจะสร้างิญญาต้นกำเนิดได้เื่แบบนี้ข้าจะโป้ปดไปเพื่ออะไร”
สีหน้าของเยี่ยซวีกลับกลายน่ากลัวขึ้นทันทีกล่าวด้วยน้ำเสียงโเี้ “ดีมากแค่เหลือบไรตัวเดียวก็กล้ามาล้วงคองูเห่า เขาเป็คนที่ไหน”
อวี๋หนิงตอบกลับด้วยความลังเลใจ“จากเสื้อผ้าอาภรณ์และสำเนียงน่าจะเป็คนแผ่นดินต้าถังแถมยังมาฝึกฝนอยู่ทีู่เาสองปฐี น่าจะมาจากเหลียงโจว”
“เมืองเหลียงโจวอย่างนั้นหรือ”ดวงตาของเยี่ยซวีฉายแววเยียบเย็น
อวี๋หนิงหัวเราะเย้ยหยัน“นั่นเป็ถิ่นของเซียวฉีสยง ทั้งยังมีกองทัพเขี้ยวหมาป่าสามแสนนายเฝ้ารักษาการณ์หากเ้าบุกเข้าไปจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย”
“ข้ามีวิธีของข้าพี่อวี๋ ลาก่อน” เยี่ยซวีทำหน้าเ้าเล่ห์พลางเหาะจากไปทิ้งให้อวี๋หนิงโมโหจนหน้าดำคล้ำเขียว
สีหน้าของเขาสองจิตสองใจผ่านไปนานถึงหัวเราะอย่างน่าสะพรึงกลัว “แย่งมุกอสูรของข้าไปไม่ว่าเ้าเป็ใคร ข้าจะทำให้เ้าต้องตายโดยไม่มีแม้แต่ที่กลบฝัง”
สวบ...
เขาขี่กระบี่ั์จากไปด้วยเช่นกัน
ส่วนเซียวอวี้ในขณะนี้ได้ออกจากูเาสองปฐีเป็ที่เรียบร้อย ใช้ท่าร่าง ‘นวจำแลงคุนเผิง’ จนถึงขีดสุดมุ่งหน้าสู่เมืองเหลียงโจวอย่างเต็มกำลัง
เขาคาดการณ์ได้แม่นยำเหมาะเหม็งเต่าัโจมตีจนสุดชีวิตในตอนท้าย ถ่วงเวลาสองคนนั้นได้ครึ่งชั่วยาม เวลาเท่านี้ก็เพียงพอให้เขาไปจากูเาสองปฐี
โชคดีที่หลายวันนี้ศึกษาท่า‘นวจำแลงคุนเผิง’ เขาพุ่งทะยานได้รวดเร็วเป็พิเศษไม่ด้อยไปกว่าการเหาะของนักพรตขั้นลูกกลอนนิลทั่วไป
ซ่อนมุกอสูรที่มีมูลค่ามหาศาลไว้ในสาบเสื้อเซียวอวี้พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งไปตลอดทาง หลังออกมาจากูเาสองปฐีก็ไม่ได้ชะล่าใจมีความระแวดระวังตัวเป็อย่างยิ่งสุดท้ายผ่านไปหกวันก็กลับมาถึงเมืองเหลียงโจวได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล
เมื่อเขายืนอยู่หน้าประตูเมืองเหลียงโจวความตึงเครียดขั้นสูงถึงค่อยๆ บรรเทาเบาบางลง ขณะนี้เส้นลมปราณทั่วร่างสั่นไหวเล็กน้อยปราณแท้ม้วนตัวหลั่งไหลอยู่ในเส้นลมปราณปราณแท้ภายในร่างแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าตัวในฉับพลัน
ขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้า!
การฝึกฝนในครานี้บรรลุผลในที่สุดเลื่อนขั้นกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้าใน่สำคัญตอนสุดท้าย