3.ฟื้นคืน
ณ. บ้านหลังน้อย ในหมู่บ้านซีซวน
“ฮือ ฮือๆๆ เหมยเอ๋อร์ลูก ไยเ้าจากแม่ไปเร็วเช่นนี้ แม่จะทำใจได้อย่างไร”
“ฮือ ฮืออออ พี่รองขอรับ พี่รองฟื้นสิขอรับ ข้าจะทำงานเยอะๆ หาของกินอร่อยๆ มาให้พี่รองเองขอรับ” เสี่ยวเฉิงตัวน้อยร้องไห้ไปพร้อมทั้งเขย่าร่างพี่สาวไป ส่วนบิดาและพี่ชายคนโตก็ได้แต่ยืนร้องไห้เงียบๆ อยู่ข้างเตียงของชิงเหมย
“เฮ้อ พวกเ้าทำใจซะเถอะนะ แม่หนูชิงเหมยสิ้นลมแล้วจริงๆ” หมอโจว หมอประจำหมู่บ้านได้เข้ามาตรวจรักษาอาการให้เหอชิงเหมยนับั้แ่ครอบครัวนี้ย้ายมาอยู่หมู่บ้านนี้ั้แ่วันแรก จนตอนนี้ก็ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วแต่อาการเหอชิงเหมยไม่ดีขึ้นมีแต่จะแย่ลงๆ จนกระทั่งวันนี้ร่างกายคงจะทนไม่ไหวแล้วจึงไปจากไปอย่างสงบ
เหอชิงเทียนค่อยๆ ประคองจางลี่ลี่ขึ้นยืน “ลี่ลี่เ้าทำใจเถิดลูกจากเราไปอย่างสงบแล้ว เรานำร่างเหมยเอ๋อร์ไปทำพิธีเถอะ” เอ่ยพร้อมทั้งประคองจางลี่ลี่ออกไปจากห้อง แต่ขณะที่ท่านพ่อและท่านแม่กำลังจะเดินออกจากห้อง เสี่ยวเฉิงก็ร้องขึ้นมา
“อ่ะ พี่รองบีบมือข้า ฮึก ฮือ ฮืออออ ท่านพ่อ ท่านแม่พี่ใหญ่ พี่รองบีบมือข้าขอรับ พี่รองยังไม่ตาย ฮึก พี่รองฟื้นแล้วแน่ๆ เลยขอรับ” เด็กน้อยพูดไป สะอื้นไปด้วยความดีใจ ส่วนคนที่เหลือในห้องก็ได้ยินหยุดชะงักไม่กล้าขยับตัวหรือแม้แต่หายใจได้แต่จ้องมองไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกลุ้นจนหัวใจแทบจะหลุดออกมา
“อืม นะ น้ำ ขอน้ำ” เสียงระโหยโรยแรงดังออกจากปากบางซีดแตกเป็ขุยของร่างน้อยบนเตียงดังขึ้น แม้จะเบามากๆ แต่ทุกคนที่อยู่ในห้องกลับได้ยินอย่างชัดเจน จางลี่ลี่ถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้นด้วยความดีใจแล้วรีบถลาตัวไปที่เตียงหาลูกสาวของนางด้วยความรวดเร็ว
“เหมยเอ๋อร์ ลูกแม่ เ้าฟื้นแล้ว” พูดทั้งสะอื้นพร้อมทั้งเอื้อมมือไปกุมมือเล็กไว้
“ทะ ท่านหมอ ช่วยดูลูกข้าหน่อยเถิดขอรับ” หลังจากได้สติเหอชิงเทียนรีบเอ่ยข้อร้องกับท่านหมอโจวทันทีเพื่อให้ช่วยตรวจดูอาการลูกสาว
“ได้ๆ ข้าจะรีบดูนางเดียวนี้แหละ” ท่านหมอโจวก็มีอาการตื่นเต้นไม่แพ้กันด้วยทั้งชีวิตยังไม่เคยเจอคนที่หมดลมหายใจไปแล้วจะสามารถฟื้นคืนขึ้นมาได้อีกครั้งนับว่าเป็ปาฏิหาริย์โดยแท้
ส่วนพี่ใหญ่ชิงเว่ยหลังได้ยินน้องรองบอกหิวน้ำ ก็รีบวิ่งออกไปเอาน้ำอุ่นๆ มาให้น้องสาวทันที
เหมยเอ๋อร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ อา! นี้เรากลับมายังอดีต และเข้าร่างชิงเหมยแล้วใช่มั้ย เหมยคิดไปและปวดหัวไปทั้งยังรู้สึกไม่สบายตัวปวดไปหมดทั้งตัว น่าจะเพราะพิษไข้จากาแที่ศีรษะที่ยังไม่หายดี และร่างกายที่อ่อนแอ จึงทำให้เหมยรู้สึกทรมานอ่อนเปลี้ยเพลียแรงมากขนาดนี้
“น้องรอง นี่น้ำพี่เอาน้ำมาให้เ้าแล้ว” เหอชิงเว่ยประคองถ้วยใส่น้ำอุ่นๆ เข้ามาและส่งต่อให้ท่านแม่ป้อนน้องสาวต่อ หลังจากนั้นเมื่อท่านหมอได้ตรวจอาการของเหอชิงเหมยละเอียดดีแล้ว ก็บอกว่าไม่เป็อะไรมากแล้วแค่มีไข้และร่างกายยังอ่อนแออยู่จึงจัดเทียบยาลดไข้และยาบำรุงให้กินติดต่อกัน7 วันและจะคอยหมั่นมาดูอาการให้ ท่านหมอโจวคิดค่ารักษาค่ายา 2 ตำลึงเงิน แต่ตอนนี้ที่บ้านยังไม่มีเงินพอจ่ายค่ารักษา ท่านหมอก็เข้าใจดีจึงไม่ได้ว่าอะไรบอกว่ามีเมื่อไหร่ค่อยเอาไปให้ หลังจากนั้นท่านหมอโจวก็ขอตัวกลับก่อน
ผ่านไปได้ 1 เค่อ (15 นาที) เหมยก็สามารถลืมตาตื่นได้เต็มที่
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ น้องเล็ก"เหม่ยเหมยเอ่ยเรียกพร้อมน้ำตารื้อขึ้นมาคลอหน่วยจวนเจียนจะหยด จ้องมองคนในครอบครัวด้วยความรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาเจอ และคิดถึงสุดหัวใจ ท่านแม่เองก็น้ำตาไหลแล้วรีบกอดนางไว้แนบอก ส่วนท่านพ่อก็เดินมาลูบหัวพร้อมน้ำตาคลอทั้งเอาแต่พูดว่า
“ดีแล้ว ดีจริงๆ ที่เ้ากลับมาเหมยเอ๋อร์”
ส่วนพี่ใหญ่ไม่ได้พูดอะไรแต่ดวงตาแดงก่ำทีเดียวบ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักและเอาแต่จับมือนางไว้ ส่วนเ้าตัวน้อยน้องเล็กเสี่ยวเฉิงก็ทำท่ากลั้นสะอื้นทั้งยิ้มทั้งร้องไห้ไปด้วยและเอาแต่พูดว่า
“พี่รอง พี่รองกลับมาแล้ว พี่รองกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วนะขอรับ” ใครได้เห็นก็ชวนให้รู้สึกน่าเอ็นดูยิ่งนัก
ตอนนี้ทุกคนมีแต่รอยยิ้มดีใจที่ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ด้วยความที่ยังเพลียอยู่ชิงเหมยจึงหลับต่อเพราะฝืนร่างกายไม่ไหวจริงๆ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคิดต่อว่าจะทำยังไงต่อไป มีหลายอย่างเหลือเกินที่นางอยากทำอยากจะบอก อยากจะคุยกับท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่และน้องเล็กของนาง ตอนนี้ขอพักก่อนแล้วกัน รอก่อนนะชีวิตใหม่ของข้าและครอบครัว.........