
แดดยามบ่ายเริ่มอ่อนแสง รอบกายกงจักรถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบเขาเดินไปตามทางแคบที่ปูด้วยหมอนรถไฟ มีกรวดขาวโรยแทรกระหว่างท่อนด้านข้างปลูกหญ้าคลุมดิน เขาทรุดกายลงนั่งที่โขดหินก้อนใหญ่สุด มีต้นแว่นแก้วใบกลมชูก้านรายรอบหินขนาดต่างกันซึ่งตั้งห่างทิ้ง่เป็ระยะ
กงจักรนึกใคร่ครวญถึงเหตุการณ์เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน สงสารผู้เป็ยายยิ่งนักแต่สุดท้ายเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย หนำซ้ำมันกลับดูแย่กว่าเก่าเสียอีก
หลังจากเขาไปส่งคุณยายกลับเข้าห้องนอนซึ่งแยกห้องกับคุณกำธรมาหลายปีแล้ว คุณยายก็เปรยขึ้นว่าอยากอยู่คนเดียวและยังย้ำคำสอนทิ้งท้ายแบบเดียวกับชั่วโมงก่อนหน้า
‘จักรต้องเข้มแข็งไว้นะ เหมือนดั่งไม้ยืนต้น’
ระหว่างที่ทบทวนเื่ราวบางอย่างเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“คุณกงจักร วันนี้จะกลับเข้ามาตอนไหนคะมีเอกสารสำคัญที่ฉันต้องให้คุณเซ็นด่วน”กมลารีบพูดขึ้นเมื่อชายหนุ่มกดรับสาย
“เอาไว้เซ็นพรุ่งนี้ไม่ได้รึไง”
“ไม่ได้ค่ะ” กมลาเน้นเสียง “เพราะโครงการสร้างโรงแรมแห่งใหม่ที่หัวหินท่านประธานให้คุณเป็คนรับผิดชอบ”
ชายหนุ่มตัดสายทิ้งเอาดื้อๆเมื่อเลขาฯตัวดี อ้างชื่อท่านประธานมาขู่...ไม่รู้เมื่อไหร่เขาจะหลุดพ้นจาก อำนาจของคุณตาเสียที
กงจักรลุกพรวดแล้วก็บึ่งรถกลับไปยังโรงแรมอีกครั้ง ใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ด้านหน้าตึกสูงระฟ้าทรงโค้งเป็รูปครึ่งวงกลม รูปแบบการตกแต่งร่วมสมัยเรียบหรูผสมผสานกับธรรมชาติอันเงียบสงบ ด้วยการใช้พื้นที่รอบข้างโรงแรมหลายสิบไร่ปลูกต้นไม้นานาพันธุ์ เน้นไปที่ไม้ยืนต้นให้ร่มเงา และสร้างบรรยากาศเชิงธรรมชาติคล้ายป่าล้อมเมือง เสมือนมีป้อมปราการที่ปกป้องความวุ่นวายจากภายนอกจึงเป็ที่โดดเด่นและเลื่องชื่อแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงเทพฯ
พนักงานต้อนรับที่ยืนตรงประตูค้อมศีรษะให้รองประธานหนุ่มรวมถึงบรรดาพนักงานที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับแขกสามคนต่างยกมือขึ้นไหว้เขากงจักรยิ้มบางๆปรายตามองคนเ่าั้อย่างที่เคยทำจนทุกคนต่างรู้ถึงบุคลิกส่วนตัวข้อนี้ของเขาเป็อย่างดี พอลับหลังเ้านายหนุ่มจึงมีเสียงซุบซิบนินทาจากพนักงานสาวบางคนพูดถึงเขา ในบางแง่มุม
“ฉันว่าเ้านายของเราเป็คนที่หล่อ แล้วก็สมาร์ทที่สุดเลยนะ”
พนักงานสาวอีกคนรีบแย้ง“เื่บุคลิกหน้าตา ข้อนี้ฉันไม่เถียงย่ะแต่เื่นิสัยส่วนตัวนี่สิ ฉันคนหนึ่งล่ะ ที่รับไม่ได้”
“ยังไงเหรอ” พนักงานสาวที่มาใหม่ซึ่งไม่รู้จักลึกซึ้งถึงนิสัยชายหนุ่มเอ่ยขึ้น
“เธอไม่รู้หรอกว่าตัวจริงของคุณกงจักรน่ะ ทั้งหยิ่งทั้งขี้เก๊กที่สำคัญนะเวลามองใครแต่ละที ฉันเห็นเขามองแค่หางตาอยู่เรื่อย เหมือนดูถูกคนอื่น”
คนที่นินทารีบเอามือป้องปากแล้วพูดต่อ “แต่ขนาดไม่เอาใครนะเธอก็ยังมีสาวสวยมาติดตั้งเยอะแยะ ฉันเห็นทั้งพวกไฮโซไฮซ้อไม่ก็พวกนางแบบดาราเต็มไปหมด”
เมื่อเริ่มสนุกปากบรรดาพนักงานสาวก็จับกลุ่มคุยกันคิกคัก ให้ความสนใจกับประเด็นของเ้านายหนุ่ม “แล้วคุณกงจักรเขาสับรางกันยังไงยะ”
เมื่อคุยถึงตรงนี้เสียงแหวก็แหวกอากาศลอยมา ทำให้สามสาวต้องหยุดชะงักหนึ่งในนั้นหันมาเห็นต้นเสียงก็อุทานเสียงอ่อย
“คุณกมลา”
“ทีหลังถ้าฉันรู้ว่าใครนินทาเ้านาย ฉันจะสั่งให้ตัดเงินเดือนจะได้เข็ดหลาบ ไม่มีงานทำรึไงกัน ถึงได้สุมหัวคุยเื่ชาวบ้าน”
พูดจบหล่อนก็เดินหน้าเชิดคอตั้งย่างกรายช้าๆด้วยความมั่นใจเดินไปหน้าลิฟต์เพื่อกดหมายเลขไปยังชั้นที่เป็สำนักงาน โดยมีชมพูรักกับนิดาเดินรั้งท้าย
พอถึงหน้าห้องทำงานของรองประธานกรรมการซึ่งกั้นเป็แนวยาวอยู่มุมด้านในสุด กมลาหยิบแฟ้มเอกสารสำคัญที่เตรียมจะให้กงจักรเซ็นส่งให้สองสาวนักศึกษาฝึกงาน
“แบ่งกันถือนะ แล้วตามฉันเข้าไปในห้องฉันจะได้แนะนำให้เธอสองคนรู้จักกับคุณกงจักรซึ่งเป็เ้านายเธอ”
นิดาแอบกระซิบเสียงเบากับเพื่อนเมื่อรับแฟ้มมาไว้ในมือ“แกแน่ใจแล้วนะ ว่าจะย้ายมาฝึกงานกับฉันที่นี่”
ชมพูรักพยักหน้ารับอีกครั้งและแอบถอนหายใจไปพร้อมกัน เมื่อกมลาหันหน้ามาติงด้วยการทำท่าจุปากให้เงียบ
กมลาเปิดประตูเข้าไปก็พบว่ากงจักรยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาหันหลังให้โดยมองไปที่ด้านนอกของตัวโรงแรม
เลขาฯจอมจุ้นรีบเสนอหน้าพูดเสียงแปร๋น“คุณกงจักรคะ ฉันเอาแฟ้มเอกสารมาให้เซ็น”
“เอาวางไว้บนโต๊ะนั่นล่ะ”
กมลาทำหน้าพยักพเยิดให้สองสาวเอาแฟ้มเอกสารทั้งหมด วางลงบนโต๊ะเ้านาย “ฉันพานักศึกษาฝึกงานสองคนมาแนะนำตัวกับคุณกงจักรค่ะ”
ชายหนุ่มนึกฉุนในใจที่กมลาพูดไม่รู้เื่“ผมบอกคุณแล้วไง ว่าจะรับใครมากี่คนก็ไม่ต้องมาถามผมให้เสียเวลา”
เขาหมุนตัวกลับมาตั้งท่าจะตวาดต่อ แต่พอเห็นชัดว่านักศึกษาฝึกงานทั้งสองคนก็คือผู้หญิงที่วิ่งชนเขาเมื่อเช้า เขาก็พ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“อ่อ...ที่แท้ก็เธอสองคนนั่นเอง”
เขารับไหว้หญิงสาวทั้งคู่และจ้องจับไปยังชมพูรักเป็พิเศษ มองไปที่ดวงตาแสดงความหยิ่งอวดดีเล็กๆเขาก็เหยียดปากในที
“แค่เดินยังซุ่มซ่าม แล้วจะทำงานเป็เหรอ ท่าทางจะเป็พวกสาวๆที่วันๆเอาแต่เสริมสวยแต่งหน้าทาปากซะล่ะมั้ง”
“คุณอย่ามองคนอื่นแค่ภายนอกสิคะ”
กมลาหันไปจิกตาใส่“เธอไม่มีสิทธิ์เถียงเ้านายนะยะ”
“พูดอย่างนี้แปลว่าเธอมั่นใจงั้นสิ ว่าตัวเธอไม่ได้เป็พวกที่เอาแต่กรีดกรายนวยนาดอยู่แต่หน้ากระจก ในมือถือแต่ลิปสติก”
คำค่อนขอดของฝ่ายชายทำเอาชมพูรักจ้องตอบไม่ลดละ จนนิดาที่ก้มหน้ากลัว แอบหยิกเข้าที่แขนเพื่อนเบาๆ “แกไปมองเขาแบบนั้นไม่ได้นะ”
กงจักรเห็นท่าทางอวดดีของชมพูรักเขาจึงนึกอยากเอาชนะขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้นผมจะให้เธอมาฝึกงานเป็เลขาฯส่วนตัวของผมหน้าห้อง” เขาทำท่านึกบางอย่างออก “เอ๊ะ!ไม่ดีกว่า ผมจะให้เธอทำงานอยู่ในห้องเดียวกับผม”
กมลารีบพูดแทรกทั้งที่ยังไม่ทันจบประโยคดี“ทำไมต้องให้น้องคนนี้มาทำงานอยู่ในห้องด้วยคะคุณกงจักรน้องเป็แค่นักศึกษาฝึกงาน ก็ต้องไปอยู่หน้าห้องกับฉัน ถึงจะถูก”
“ผมสั่งให้ทำยังไง คุณก็ทำตามพรุ่งนี้ให้คนเอาโต๊ะทำงานมาตั้งไว้มุมโน้นเป็โต๊ะของเธอ เข้าใจหรือเปล่า”
เขาออกคำสั่งเสียงห้วนเฉียบขาดในท้ายประโยคมองไปยังชมพูรัก เมื่อเห็นหล่อนยังคงนิ่งเฉยไม่รับคำ เขาจึงพูดย้ำอีกครั้ง“เข้าใจที่ผมพูดไหม”
“แต่...” กมลาตั้งท่าจะพูดแต่ก็เงียบเสียงลงอย่างไม่พอใจ
“ส่วนอีกคนคุณกมลาก็ดูแลไป หวังว่าคงไม่ต้องให้พูดซ้ำอีกครั้งหรอกนะ” กงจักรขยับเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่แล้วทรุดกายลงนั่ง “หมดธุระแล้วก็ไปสิ”
กงจักรพยักหน้าเป็เชิงไล่แต่พอทั้งสามคนกำลังจะเดินออกนอกห้อง เขาก็พูดขึ้น “เดี๋ยวก่อนเธอน่ะอย่าเพิ่งไป”
ชายหนุ่มชี้ไปที่ชมพูรักหญิงสาวขมวดคิ้วแล้วชี้ไปที่ตนเอง “ฉันเหรอคะ”
กมลาปั้นหน้าหงิกงอใส่เ้านายก่อนจะมองค้อน แล้วก็หันไปสั่งชมพูรักแทน “เธอนั่นล่ะ จะใครที่ไหน” พูดจบก็สะบัดสะบิ้งเดินนำนิดาออกไป
“ผมยังไม่รู้เลยว่าคุณกับเพื่อนชื่ออะไร”
“เพื่อนฉันชื่อนิดา ส่วนฉันชื่อชมพูรักค่ะ”
กงจักรเดินมายืนใกล้หญิงสาวแล้วใช้สายตาสำรวจมองหล่อนั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า “หน้าตาท่าทางเธอก็ไม่เลวนะ ติอยู่อย่างเดียว...”
ชายหนุ่มไม่พูดต่อให้จบประโยคกลับส่งเสียงฮึเบาๆ “พรุ่งนี้เธอมาฝึกงานในห้องของผมถ้าเก่งจริงก็อย่าหนีไปก่อนล่ะ”
ในใจนึกดูถูกหล่อนไม่น้อยโดยตีความเอาเอง ว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้ หาใครดียากคงมีแค่เพียงคุณยายของเขาเท่านั้น...ผู้หญิงอื่นทั้งหมดไม่ว่าใครก็ตามล้วนมีข้อตำหนิข้อเสียเต็มไปหมด จนเขานึกชัง
ยิ่งความทรงจำของความเกลียดชังผู้หญิงมาจากการถูกกรอกหูถึงมารดาเขาที่มีแต่แง่ลบ นั่นยิ่งทำให้เขาเชื่อสนิทใจและมองผู้หญิงอื่นทั้งหมด ตีค่าไม่ต่างจากกลีบเกสร มารดาของเขา
..............................................จบตอนที่ 2