เสียงเพลงที่ไพเราะกับนางรำในท่วงท่าที่งดงามทำให้จ้าวลู่เสวียนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก หลังจากที่กดดันตัวเองมาหลายวัน
แม้จ้าวอิ้งเยว่จะไม่ใช่ยอดพธูแห่งเมืองหลวงแต่ก็นับว่ามีความงามอยู่ในอันดับต้น ๆ เมื่อยืนเทียบกับจ้าวลู่เสวียนที่หน้าตาธรรมดายิ่งทำให้จ้าวอิ้งเยว่ดูโดดเด่นขึ้นมา
ที่ผ่านมาล้วนเป็เช่นนั้น
แต่วันนี้บ่าวข้างกายของจ้าวลู่เสวียนที่งดงามราวกับหยกอันบริสุทธิ์ดึงดูดสายตาของชายหนุ่มทั้งหลายเป็อย่างมาก จ้าวอิ้งเยว่กำมือแน่นที่จุดเด่นในงานวันนี้ไม่ใช่ตน
หากเป็คุณหนูตระกูลอื่นก็แล้วไปเถอะแต่นี่ กลับเป็เพียงบ่าวผู้หนึ่ง จะให้นางยินยอมได้อย่างไรกัน
ซึ่งนั่นก็เป็ความตั้งใจของจ้าวลู่เสวียนที่้าให้จ้าวอิ้งเยว่ถูกแย่งความสนใจ
“พี่สาวดูเหมือนว่าบ่าวผู้นี้จะไม่ได้ดีอย่างที่คิดนะเ้าคะ ข้าเห็นนางชม้ายชายตาให้คุณชายหลายคน”
“เช่นนั้นหรือ”ว่าแล้วจ้าวลู่เสวียนก็หันหลังไปมองเสี่ยวซวน แล้วพูดต่อ“แต่ข้าก็ไม่เห็นว่านางจะทำเช่นนั้น”
“ท่านน่ะจะไปรู้อะไร ฮึ!” ยิ่งสายตาของกู้ฉีเซินที่มองมาทางนี้ นางแน่ใจว่าไม่ได้มองจ้าวลู่เสวียนแต่ไม่ได้มองนางเช่นกัน
นางจึงรู้สึกไม่ชอบใจนัก
จ้าวลู่เสวียนขบขันกับท่าทีของจ้าวอิ้งเยว่นางจึงแสร้งบอก “หึหึ เอาน่า ขอแค่นางไม่ทำให้ข้าขายหน้า ก็ปล่อยผ่านไปเถอะอันที่จริงนางก็ไม่ใช่บ่าวของจวนเรา ข้าจะตำหนิมากก็ไม่ได้”
“แต่...” จ้าวอิ้งเยว่อยากจะบอกให้ไล่เสี่ยวซวนไปตรงๆ แต่พี่สาวโง่ของนางก็ไม่เฉลียวใจเสียที
และเมื่อได้ยินประโยคถัดมาจ้าวอิ้งเยว่ก็ยิ่งร้อนใจ “อืม อันที่จริง นางก็งดงามอย่างที่เ้าว่าจริง ๆหากมีบุรุษผู้ใดสนใจนาง...”