“บางทีนางอาจจะไม่คิดว่าเ้าจะจริงจังกับนางก็ได้ ด้วยฐานะบุตรสาวขุนนางขั้นสี่ระดับล่าง หากแต่งกับซื่อจื่ออย่างเ้าอย่างมากสุดนางก็เป็ได้แค่ชายารอง ตัวเลือกของเ้ายังมีอีกมากมายนัก”
หลิงเจาเหว่ยหัวคิ้วย่นเล็กน้อย “ท่านพ่อ เช่นนั้นข้าคงต้องแสดงความสนใจนางให้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิมขอรับ”
“เ้าบอกว่านางบอกปัดที่จะเข้าจวนอ๋องเพราะเกรงจะถูกครหามิใช่หรือ?”
“ขอรับ ข้าว่าคงต้องจัดการเพื่อเชิญให้ว่าที่เ้าสาวของข้ามาแสดงตัวกันเสียหน่อย สตรีทะเยอทะยานอย่างกู้เยว่ฉีอาจจะทนไม่ไหวอยากแสดงตัวเอาชนะผู้อื่นก็เป็ได้”
หลิงอ๋องได้ยินบุตรชายพูดจบก็หัวเราะออกมา “เ้ามีแค่สาวใช้ข้างห้องเพียงคนเดียว เหตุใดจึงเข้าใจสตรีได้ลึกซึ้งเช่นนี้เล่า?”
หลิงเจาเหว่ยยิ้มน้อยๆ “ล้วนเป็เพราะมีท่านพ่อผู้ชาญฉลาดเป็ต้นแบบขอรับ”
“ดีๆ เ้าไปแจ้งมารดาของเ้าให้ดำเนินการเลยก็แล้วกัน”
“ขอรับท่านพ่อ”
หลิงเจาเหว่ยค้อมศีรษะรับคำ ความจริงเขาเติบโตมาท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบของสตรีทั้งหลายของบิดา แม้หลิงอ๋องจะมีภรรยาที่มีตำแหน่งเพียงสี่คน แต่บรรดาผู้ที่ไร้ตำแหน่งมีเข้ามาไม่ขาดสาย ใน่ที่หลิงเจาเหว่ยเติบโตเขาสังเกตดูพวกนางที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อแย่งชิงความโปรดปรานอยู่เนืองๆ
ทว่าผู้ที่เก่งกาจที่สุดในเรือนหลังแห่งจวนอ๋องก็คือมารดาของเขาผู้ดำรงตำแหน่งหวางเฟยหรือพระชายาเอก แม้จะมีบุตรชายคือเขาเพียงคนเดียว แต่กลับสยบสตรีทั้งจวนมิให้กล้าคิดใช้กลอุบายใดๆ กับนางได้ แม้บิดาจะโปรดปรานชายาเอกแซ่ม่านผู้เป็มารดาของหลิงคุนมากกว่า แต่หวางเฟยก็ทำให้ หลิงเจาเหว่ยขึ้นเป็ครองตำแหน่งซื่อจื่อได้อย่างราบรื่น
ชายาเอกของหลิงอ๋องนาม ‘ม่านเหมย’ มองเห็นหลิงเจาเหว่ยออกจากห้องทำงานของสามีก็หันไปหาบุตรชาย “เ้าไม่ได้ไปหารือกับท่านพ่อหรือ?”
“มิได้ขอรับ ข้ามิได้รับอนุญาตให้เข้าไป”
นางได้แต่ถอนหายใจ บุตรชายของนางมีวรยุทธ์และความสามารถพอตัวแต่การวางแผนและเล่ห์กลยังห่างชั้นกับซื่อจื่อ ก็คงเช่นเดียวกับนางที่ไม่อาจสู้หวางเฟยได้ ตำแหน่งทายาทสืบทอดบรรดาศักดิ์นั้น บุตรชายของนางจึงเอื้อมไม่ถึง
“เมื่อวานได้ยินว่าซื่อจื่อมีแขกหน้าใหม่มาเยือนหรือ?”
“ขอรับ พี่เจาเหว่ยเชิญคุณชายรองกู้มาเรือนริมน้ำ”
“ใต้เท้ากู้มิได้เข้านอกออกในจวนอ๋องอยู่บ่อยๆ เหตุใดซื่อจื่อจึงได้สนิทกับคุณชายกู้?”
“ข้าได้ยินว่าคุณชายรองกู้พาคนไปช่วยท่านพี่เอาไว้ตอนที่ถูกลอบสังหารในเทศกาลซีซีขอรับ”
“คนอย่างซื่อจื่อน่ะหรือถูกลอบสังหาร?”
“ทำไมท่านแม่ถึงได้ทำสีหน้าเหมือนกับไม่เชื่อล่ะขอรับ?”
“ปกติผู้ติดตามซื่อจื่อล้วนเป็ยอดฝีมือและตัวเขาเองก็เป็ผู้มีวรยุทธ์สูง การที่จะมาลอบสังหารในงานเทศกาลเช่นนี้ มีหรือพวกมือปราบจะไม่แห่มาช่วย เหตุใดต้องเป็คุณชายรองกู้ด้วย?” ชายาเอกม่าน ทำสีหน้าไม่เชื่อเื่ที่บุตรชายเล่า นางคิดว่าเื่นี้ต้องมีลับลมคมใน
“ที่ท่านแม่กล่าวมาก็ถูกต้องนะขอรับ ข้าเองก็มิได้สอบถามให้ละเอียด เมื่อวานเขาให้คนไปเชิญข้ากับน้องๆ ไปร่วมดื่มสังสรรค์ที่เรือนริมน้ำก็เลยมา ท่านพี่พยายามมอบนางระบำคนงามให้กับคุณชายรองกู้ แต่เขาเมามากก็เลยไม่ได้นางกลับไป”
“เอ๋? คุณชายกู้ไม่อยากได้นางหรือ?”
“เห็นว่าสกุลกู้ไม่ยอมให้นำสตรีเข้าจวนโดยไม่ได้รับอนุญาตขอรับ”
“เหตุใดซื่อจื่อจึงอยากสนิทสนมกับคนสกุลกู้?”
“เื่นี้ข้าก็ไม่ทราบเช่นกันขอรับท่านแม่”
“เ้าคอยจับตามองคนสกุลกู้ให้ดี บางทีเื่นี้อาจจะมีเื้ัที่เราคาดไม่ถึง ถึงเ้าจะเคารพเชื่อฟังซื่อจื่อเพียงใด เ้าก็ต้องหูตาไวบ้าง ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันเล่ห์กลของคนอื่น”
หลิงคุนนิ่วหน้า แม้จะคิดว่ามารดาระแวงบิดากับพี่ชายเกินไป แต่หลายๆ ครั้งสิ่งที่มารดาของเขาบอกมักจะกลายเป็ความจริง เขาจึงต้องก้มหน้ารับคำ ชายาเอกม่านเห็นบุตรชายสีหน้าครุ่นคิดตามคำพูดของตนก็พอใจ
“ถึงซื่อจื่อจะเอ็นดูเ้า แต่อย่าลืมว่ายังมีอี้เฉิงอยู่อีกคน เ้าต้องแสดงความสามารถให้ท่านอ๋องได้เห็นอยู่บ่อยๆ เข้าใจหรือไม่?”
“อี้เฉิงเอาแต่เขียนบทกลอนและวาดภาพ เขาไม่เห็นจะเข้าหาท่านพ่อกับท่านพี่เลยนะขอรับ”
หลิงอี้เฉิงเป็บุตรชายลำดับสามของหลิงอ๋อง มารดาคือชายารองเหริน ชายาเอกม่านรู้ว่าเหรินฮุ่ยผู้นั้นฉลาดและทันคน นางจึงได้รักษาครรภ์บุตรชายให้รอดพ้นจากการกำจัดของหวางเฟยมาได้
“เสี่ยวคุน บางทีสิ่งที่เราเห็น อาจมิใช่สิ่งที่เป็ความจริง เ้าเองก็อย่าวางใจในตัวซื่อจื่อให้มาก ถึงอย่างไรหวางเฟยก็อยู่เื้ับุตรชาย หากเข้าตาจนบางทีหวางเฟยอาจจะผลักพวกเราเข้ากองไฟแทนพวกนางสองแม่ลูก”
หลิงคุณขมวดคิ้ว “ข้าจะระวังตัวขอรับท่านแม่”
“ที่แม่เตือนเ้าก็เพราะเจอกับเล่ห์เหลี่ยมของหวางเฟยมามาก หากพลาดท่าให้กับนางั้แ่คราวนั้น เ้าสองพี่น้องก็คงไม่มีโอกาสได้เกิด”สีหน้าของชายาเอกเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น
หวางเฟยผู้ที่มักจะยิ้มน้อยๆ แสดงท่าทางมีไมตรีกับสตรีทุกนางที่ท่านอ๋องรับมาเพิ่ม แต่ลับหลังกลับหาหนทางมิให้พวกนางได้มีโอกาสให้กำเนิดบุตรธิดาให้กับหลิงอ๋อง ตอนที่ม่านเหมยแต่งเข้ามา นางกับหมัวมัวและสาวใช้ที่ติดตามมาจากจวนเดิมต้องคอยระวังทุกฝีก้าว ยิ่งนางได้รับความโปรดปรานจากสามี หวางเฟยก็ยิ่งเกลียดชังนางมากขึ้น คราที่นางตั้งครรภ์ต้องปกปิดความลับอยู่นานราวสี่เดือนจึงค่อยกระซิบบอกหลิงอ๋อง
ถึงกระนั้นหวางเฟยก็ยังคิดจะใช้วิธีวางยาเพื่อกำจัดลูกในท้องของนาง คนสกุลม่านมิได้โง่เง่าถึงเพียงนั้น สาวใช้ของม่านเหมยรู้ว่ามีการวางยาในอาหารทีละน้อยจึงได้แอบเททิ้ง ชายาเอกม่านขอท่านอ๋องเอาคนครัวจากจวนของนางมาตั้งครัวแยกใกล้เรือนพัก สาวใช้สองคนของม่านเหมยเฝ้าดูแลการทำอาหารอย่างใกล้ชิด ทำให้หลิงคุนได้ถือกำเนิด
“วันนี้ท่านอ๋องหารือเื่ใดกับซื่อจื่อ?”
“ยังไม่ทราบขอรับ รอให้สาวใช้ออกมาทิ้งกากชาก่อนจึงจะรู้ได้” หลิงคุนเป็คนยิ้มแย้มแจ่มใสทำให้เข้ากับคนรับใช้ในจวนได้ง่าย เขาตีสนิทกับสาวใช้ประจำเรือนของหลิงอ๋อง การหารือของบิดากับพี่ชาย น้อยครั้งจะรอดพ้นหูตาเขากับมารดาไปได้
“ถ้าอย่างนั้น แม่ไปนั่งรอที่ศาลาหน้าสวนก็แล้วกัน”
ชายาเอกม่านไปนั่งรอในศาลาพร้อมด้วยสาวใช้คนสนิททั้งสอง ไม่นานนนักบุตรชายก็ตามไปสมทบ สองแม่ลูกนั่งอยู่ใกล้พูดจาเบาๆ พอฟังจบผู้เป็มารดาก็ทำตาโต
“เห็นหรือไม่? แม่คิดแล้วเชียวว่าคนอยากซื่อจื่อไม่มีทางจะปล่อยให้ผู้อื่นมาลอบสังหารถึงในเมืองหรงเฉินได้ ที่แท้ก็เป็แผนล่อคุณหนูสกุลกู้”
หลิงคุนพลันนึกขึ้นได้ “นางคือผู้ที่ได้รับฉายาบุปผาแห่งเมืองหรงเฉินขอรับท่านแม่ ข้าเคยเห็นนางคราหนึ่ง งดงามมากทีเดียว”
“ได้ยินว่าสกุลกู้ร่ำรวยขึ้นมาในเวลาไม่กี่ปี ใต้เท้ากู้เองก็เลื่อนตำแหน่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เถ้าแก่กู้น้องชายของกู้เจิน ยามนี้เป็เ้าของอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดของหรงเฉิน และยังมีเรือประมงมากที่สุดด้วย ส่วนกู้ฮูหยินก็เป็เ้าของร้านค้าสกุลหงส์ทั้งสามซึ่งเป็แหล่งที่สตรีทั่วหรงเฉินจะต้องเข้าไปจับจ่ายเงินเพื่อซื้อแพรพรรณและเครื่องประดับ ฐานะของสกุลกู้ยามนี้ไม่ธรรมดา หากว่าซื่อจื่อคิดจะแต่งนางมาเป็ภรรยาเอกก็มีเหตุผลพอฟังได้”
**********
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเซ็ท นิยายแนวนางเอกเก่งค่ะ "ซือซือฮองเฮาพันโฉม" จำนวน 3 เล่มจบ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3ODMzNyI7fQ
