
ราตรีกาลมาเยือน
ดวงจันทราและหมู่ดาราพร่าพรายสวยเด่นกลางท้องฟ้านภาจันทราส่องสว่างไสว ปล่อยแสงสีนวลลงมาสู่โลก ดวงดาวเปล่งประกายระยิบระยับหยอกล้อจันทร์และชี้นำเหล่าผู้หลงทางในยามค่ำคืนอันหนาวเหน็บ
เมฆาหมอกลอยล่อง ทิ้งตัวทอดยาวบนูเาสูง
เสียงของสัตว์ป่าและสัตว์อสูรดังแว่วมาจากป่าดงพงไพรที่อันไกลห่างแมลงกลางคืนร่ำร้อง ฝูงหิ่งห้อยโบยบินเหนือธารา
เมืองไม้ครามมิได้เงียบเชียบเงียบเหงาแม้จะเป็เพียงเมืองเล็กๆ แต่ก็ยังมีโรงสุรา โรงชา และโรงเตี๊ยมเปิดทำการอยู่ตลอดเสียงหัวเราะพูดคุยของเหล่าปุถุชนธรรมดากับเหล่าพ่อค้าแม่ค้ากองคาราวานดังจ๊อกๆแจ๊กๆไม่หยุด
เพิ่มสีสันให้ราตรีนี้ไม่สามารถหลับใหล...
ในห้องเรือนของอี้ชิงชายหนุ่มที่กำลังนั่งทำสมาธิอยู่บนเบาะได้แต่หน้านิ่วคิ้วขมวดแม้คนจะพยายามสงบสติอารมณ์ปั่นป่วนว้าวุ่นของเขาลงอย่างไรแต่ภาพจำของมารดาคนงามที่อมCวยให้เขานั้นยังชัดเจนแจ่มชัด
ทุกๆครั้งที่เขาหลับตาลงเป็ต้องหวนนึกถึงเสมอ
จนยากที่จะกระทำสิ่งใดๆได้เลย
“บัดซบแม้แต่ยาสมาธิก็ไม่ได้ผลงั้นหรือ?” อี้ชิงปวดศีรษะอย่างหนักเขากินยาไป 2-3 เม็ดก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย ขับเคลื่อนเดินปราณิญญาทำจิตให้สงบนิ่งดุจบ่อน้ำบนูเาก็เปล่าประโยชน์และไร้ค่า
พอเห็นว่าไม่ได้ช่วยอะไรสักนิดคนได้แต่ทอดถอนหายใจยาวยืด
คว้าชุดคลุมกันลมหนาวมาสวมและเดินออกไปข้างนอกหมายคิดจะลองรับลมเย็นๆและฟังเสียงของธรรมชาติฟ้าดิน ให้จิตอันร้อนรุ่มนี้บรรเทาลง
ชายหนุ่มเดินไปตามทางหินของจวน
เดินไปเรื่อยๆก็บังเอิญมาถึงศาลาต้นหลิวอย่างไม่รู้ตัว
แต่เมื่อเขามองไปยังศาลาคนกลับพานพบเรือนร่างทรงเสน่ห์ในชุดอาภรณ์สีขาวฟ้าครามกำลังนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านกลิ่นหอมของสุราที่ถูกอุ่นโชยมาทางอากาศ ชวนให้มึนเมามายดุจห้วงฝันนิทรา
สตรีงามดุจนางเซียน์กำลังนั่งจิบสุราเพียงลำพังใต้ต้นหลิวอย่างเดียวดายและเปลี่ยวเหงาไร้คู่ดวงใจกาย
ดวงหน้างามสะคราญของนางนั้นแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์น้ำเมาทำให้มนต์เสน่ห์ของนางจากเดิมที่เพียงพอโค่นล้มอาณาจักรมนุษย์และล่อลวงเซียนอยู่แล้วยิ่งงดงามและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นอย่างทบทวี!?
อาภรณ์คลุมกายนั้นช่างบางเบาไม่อาจปกปิดสัดส่วนที่ยั่วยวนอวบอัดของสตรีเพศอันแสนสมบูรณ์แบบและไร้ที่ติไว้ได้
ช่างงดงามและศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์และเย้ายวนตัณหา...!
ภาพลักษณ์ที่ขัดแย้งนี้ช่างน่าพิศวงน่าประหลาดราวกับนางเซียนผู้ไร้มลทินบาปอันโสมมผู้จุติมายังโลกพิภพ แต่ก็ยังแอบแฝงคาวโลกีย์กามปรารถนาที่เร่าร้อนดุจเพลิงผลาญปลุกเย้าให้บุรุษชายใดเป็ต้องลุ่มหลงยอมสยบ
ขอเพียงได้ร่วมเตียงเคียงหมอนกับนาง ต่อให้เป็ราชันจักรพรรดิหรือเซียนองค์ใด
ก็ย่อมไม่คิดปฏิเสธ
“ชิงเอ๋อห์?เ้ามาร่ำสุราเป็เพื่อนข้างั้นหรือ?”
เสียงหวานสุดไพเราะน่าฟังของหลิงรั่วซีดังขึ้นเรียกคืนสติสัมปชัญญะที่ราวกับตกอยู่ในภวังค์ของชายหนุ่มให้ฟื้นคืน
“ท่านแม่?” อี้ชิงได้สติจากแรงดึงดูดของภาพวิจิตรตรงหน้าก็ค้นพบว่าตัวเองนั้นเผลอเดินตรงเข้ามาหานางและยืนอยู่ไม่ห่างจากตัวนางแค่ไม่กี่เมตรเสียแล้วพบว่าตนไม่มีทางหลีกเลี่ยงก็ได้แต่ใจแข็งกลั้นกายยิ้มตอบไป
“ท่านมาร่ำสุรางั้นหรือ?จันทร์คืนนี้สวยงามมากจริงๆ”
“ฮิฮิ”
หลิงรั่วซีหัวเราะเสียงหัวเราะของนางนั้นช่างน่าหลงใหลนัก นางกล่าวชักชวนลูกชายของนางให้เข้ามา “มาสิ สุราเพิ่งอุ่นใหม่ๆ ข้าได้สุรานี้มาจากแม่ค้าต่างเมืองสินค้าหลายชิ้นของนางไม่เลวเลย”
“...ขอรับ” ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธน้ำใจของนางได้ เขาพยายามสลัดภาพจำและความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัวแล้วหย่อนกายนั่งลงข้างๆนาง
“ชิมสิ” มารดาคนงามรินสุราใส่ถ้วยให้เขา
“ขอบคุณขอรับ”
อี้ชิงหยิบมา ก่อนที่จะจิบชิมเล็กน้อย
รสชาติหอมและอุ่นของสุราไหลหลั่งเข้าสู่โพรงปากของเขารสชาติของมันดีไม่น้อย แม้จะเปรียบเทียบกับน้ำนมดินไม่ได้ แต่น้ำเมาก็คือน้ำเมาช่วยทำให้จิตใจและร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกครึกครื้น
แต่ด้วยเคล็ดบ่มเพาะของอี้ชิงแค่น้ำเมาที่สร้างจากสมุนไพรระดับต่ำนี้ ย่อมไม่อาจส่งผลกระทบอะไรต่อเขาได้สักเศษเสี้ยวจิตใจของเขายังคงแจ่มชัดเหมือนเดิม
ทว่าที่ทำให้เขาหน้าแดงและกระวนกระวายใจ ก็คงหนีไม่พ้นเรือนร่างอันแสนเย้ายวนและงดงามของมารดานางเอนกายมาพิงไหล่ของเขา ลมหายใจนั้นร้อนระอุและหอมจรุงจิตหน้าอกคู่ใหญ่ราวูเาหิมะแฝดนั้นแทบล้นทะลักจากเสื้อ
คู่ยอดปทุมถันสีชมพูสวยสดชูชันโดเด่ราวบุปผางามบนูเาสูงใหญ่
สะโอดสะองที่เต็มล้นไปด้วยเนื้อหนั่นมังสา เต็มล้นไปด้วยความยั่วยวนเปี่ยมเสน่ห์ ช่างล่อลวงและเชิญชวนให้บุตรชายอย่างตนเป็ต้องวิตกกังวลและกระสับกระส่าย จนท่อนเอ็นลำCวยแข็งตั้งอย่างเป็ลำๆเขื่องๆอย่างช่วยไม่ได้
‘บัดซบ! เป็เช่นนี้อีกแล้ว!? เหตุไฉนนางจึงชอบกลั่นแกล้งข้านักเล่า?’ อี้ชิงแอบสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอดหลายต่อหลายรอบกว่าจะสงบลงได้บ้างก็เผลอดื่มสุรากับนางไปถ้วยที่ 4 แล้ว
ตอนนี้หลิงรั่วซีเป็ฝ่ายเปิดปากพูดทำลายความเงียบก่อน
“ชิงเอ๋อห์ เ้า...อยากจะรู้เื่ของข้าไหม?” น้ำเสียงของนางมีอารมณ์ซับซ้อนทั้งสุขและเศร้าปะปนกัน
“เื่ของท่านแม่หรือ?”
ดวงตาของเขาเปล่งประกายคนคาดเดาไว้ก่อนแล้วว่านางอาจจะมีประวัติความเป็มาไม่ธรรมดาสามัญ เพราะหากไม่าเ็ที่รากฐานจนสูญเสียความแข็งแกร่งตบะเดิมของนางนั้นอยู่ระดับปราณเเท้ทรงพลังกว่าผู้ใดในเมืองนี้ด้วยซ้ำ
เขาไม่เชื่อว่านางนั้นจะเป็เพียงผู้ฝึกตนอิสระไร้ขุมพลังไร้ตระกูลที่ไปที่มาของนางนั้นเป็ความลับและถูกปกปิดไว้ในความมืดมีข้อมูลเล็กน้อยจากป้าเฉียงเท่านั้นที่ชายหนุ่มพอจะหาได้แต่ก็ไม่ได้อะไรเป็ชิ้นเป็อัน
“ข้านั้น... เกิดมาพร้อมกับโชคร้าย...”นางเริ่มเล่าความลับเื่ต้นกำเนิดของนางอย่างช้าๆแต่ละคำนั้นผสมความเ็ปเอาไว้
หลิงรั่วซี นางมาจากตระกูลหลิงขุมพลังระดับ 5 แห่งเมืองชิงหลิง มันคือเมืองใหญ่ที่ทรงพลังและแข็งแกร่งมีผู้ฝึกตนยอดฝีมือมากมายดุจฝูงมัจฉาในบ่อบึง นางคือลูกสาวนอกสมรสของอดีตเ้าตระกูล
นางถูกผลักไสและไม่ได้รับการยอมรับั้แ่เล็กจนโตเพราะกำเนิดจากผู้หญิงตระกูลศัตรู พออายุ 16 ปีก็หนีคู่หมั้นออกมาใช้ชีวิตข้างนอกและเพราะทำงามหน้าทำเื่น่าอับอายอัปยศไว้ จึงยิ่งโดนเกลียดชิงชังมากกว่าเดิม
อาการาเ็ที่รากฐานที่ทำให้ตบะลดลงของนางเองก็เกิดจากฝีมือของคนในตระกูลหลิงด้วยเช่นกัน
สุดท้าย...
ได้พ่อของอี้ชิงช่วยชีวิตไว้ เลยตกหลุมรักเขาและแต่งงานมีลูกด้วยกัน3 คน
หากไม่ใช่เพราะมีบุคคลระดับสูงในตระกูลคอยกีดกั้นและยับยั้งคนในตระกูลหลิงเอาไว้นางอาจจะถูกจับตัวกลับไปแต่งงานใช้เป็เครื่องมือเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลขุมพลังใหญ่ไปแล้ว
‘ย่าของท่านแม่?เช่นนั้นก็คือย่าทวดของข้า?’
‘ตระกูลหลิง!!’ ดวงเนตรของอี้ชิงเปล่งประกายสังหาร มีความเฉียบคมดุจดาบแวบหนึ่งคนจดจำเื่ราวที่น่าเศร้าและเจ็บช้ำของนางไว้ สลักนามตระกูลหลิงเอาไว้ในใจคิดว่าในอนาคต อยากจะทวงความยุติธรรมให้นาง
วู่วว...
สายลมพัดผ่าน พัดให้กิ่งก้านสาขาของต้นหลิวไหวเอน
ผิวน้ำในสระกระเพื่อมมัจฉาแหวกว่ายเคียงคู่
ไม่ทราบว่าเมื่อใดที่เสียงของมารดาคนงามได้หยุดเล่าเื่ไป สักพักใหญ่ๆ คนงามจึงเปิดปากเอ่ยว่า “ชิงเอ๋อห์ เ้าช่วย...ช่วยทำอะไรบางอย่างให้กับข้าสักหน่อยได้หรือไม่? ถ้ามันไม่มากเกินไปนัก”
ััได้ถึงห้วงอารมณ์ที่หม่นหมองและคำพูดที่ลังเลใจของนางลูกชายอย่างเขาย่อมไม่ปฏิเสธโดยเด็ดขาด คนตกปากรับคำอย่างจริงจัง
“แค่เอ่ยมาขอรับไม่ว่าจะเป็อะไรผู้บุตรยินดี”
ได้ยินคำสัญญามั่นคงจากปากของเขา รอยยิ้มบางที่ซุกซ่อนความเ้าเล่ห์เพทุบายก็แอบแย้มยิ้มขึ้น(?)
“เ้าช่วย...”
“โอบกอดและมอบไออุ่นของเ้าให้แก่ข้าได้หรือไม่?ข้าอยาก... ได้รับความสุขแบบเดียวกับ... สตรีเ่าั้ของเ้า...♥”
“นี่...” ดวงตาของอี้ชิงเบิกขยายกว้างอย่างตกตะลึง หัวสมองและสติสัมปชัญญะหยุดทำงานร่างกายแข็งทื่อด้าน
เขาคิดไปว่าคงได้ยินเื่ล้อเล่นและไร้สาระจากนางแต่เพียงชายหนุ่มก้มมองดูดวงหน้างามใต้อ้อมแขนอีกครั้ง...เขาก็ต้องยิ่งใและประหลาดใจมากกว่าเดิม เพราะดูเหมือนนางจะตั้งใจไว้แล้ว
“นั่น...”
“ท่านแม่ข้าเป็ลูกท่านนะ เป็ลูกชายของท่านและท่านพ่อ เื่ความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้...มันมิควร...” ชายหนุ่มพูดอย่างไม่แน่ใจพยายามโน้มน้าวให้นางเปลี่ยนใจหรือได้สติจากน้ำสุราเมา
“ใช่ก็เพราะเ้าเป็ลูกของข้านั่นแหล่ะ มันจึงมีเพียงเ้าเท่านั้นที่ข้า้า...”หลิงรั่วซียังคงยืนยันคำเดิมนางจ้องมองสบประสานั์ตากับอี้ชิงด้วยความปรารถนาที่อยากจะถูกเติมเต็มความ้าที่ดุจเพลิงโลกีย์ที่เผานางให้ทุกข์ทรมาน
นางทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว...
หากปล่อยไว้นานวัน คงได้เป็ทุกข์ตรอมตรมและขมขื่นมากกว่านี้...
“ชิงเอ๋อห์”
“เราสองเป็แม่ลูกกันนั้นย่อมไม่เปลี่ยนแปลงเพราะเป็ครอบครัวเดียวกัน การที่เ้าจะช่วยบรรเทาความทรมานและมอบความอบอุ่นแก่ข้าจึงหาใช่เื่ผิดเสียทั้งหมดไม่... ข้าเชื่อว่าบิดาเ้าจะต้องเข้าใจและให้อภัยเรา”
“หรือหากเ้ารู้สึกผิดเ้าก็แค่มองข้าเป็เพียงสตรีนางหนึ่งก็พอ”
“ลืมว่าข้านั้นคือมารดาเ้าลืมว่าข้านั้นคือใคร...”
“เพียง...”
“โอบกอดข้าไว้ แล้ว “เย็ดข้า” ... ด้วย “Cวยใหญ่ๆอวบๆของเ้า” ก็พอแล้ว...♥”
“ได้โปรดเถอะชิงเอ๋อห์...♥”
“ลูก... แม่... ♥”
“ท่านแม่...” อี้ชิงลำคอแห้งผากดุจขาดน้ำมานานสิบปี ลมหายใจของเขาร้อนรุ่มกายใจเดือดพล่าน เต็มล้นไปด้วยความเพลิงราคะที่ลุกโชนแผดเผาทั้งสติและหัวใจที่รู้ผิดชอบชั่วดีของเขาไปเสียสิ้นมลาย
คำกล่าวของมารดาคนงามนั้นช่างยั่วยวนและล่อลวงนัก
ดั่งคำหวานปานน้ำผึ้ง์ต้องห้ามดั่งคำลวงหลอกของปีศาจจิ้งจอกผู้มากเล่ห์กล
ทำให้ชายหนุ่มผู้เป็บุตรชายผู้กำเนิดเกิดมาจากนาง... เป็ต้องยินยอมจำนนและโอนอ่อนคล้อยตามปรารถนา้าของนางเสียไม่ได้...
“อะ... อื้มมห์...♥”
“อื้ออห์...ๆ...♥”
อย่างช้าๆและนุ่มนวลที่สุด...
ริมฝีปากของแม่ลูกของบุตรและมารดาได้ค่อยๆประกบผนึกหลอมรวมกัน จูบที่แ่เบาและนุ่มนวลอ่อนโยนดุจผีเสื้อสองตัวโบยบินเคียงคู่กันท่ามกลางทุ่งธารบุปผาจูบที่แฝงความหวานหอมสุดเลิศล้ำและฝืดขมของรักต้องห้ามผิดศีลธรรม...
จูบ...
ที่จะละลายเส้นแบ่งสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนลง...♥
