============ รักนี้ดีต่อใจ ============
กว่าที่ห้องคนป่วยจะสงบพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปแล้วคนที่เพิ่งก้าวออกจากห้องน้ำขยี้หัวตัวเองแรงๆอย่างหงุดหงิดใจ
อาการป่วยน่ะหายสนิทั้แ่เช้าแล้วหากแต่ผู้เป็มารดาขอร้องแกมบังคับให้เขานอนนิ่งๆอยู่บนเตียงอีกสักวันและราวกับรู้ว่าเขาจะไม่ทำตามก็จัดการไปลากผู้เป็บิดามานั่งคุยกับเขาเป็ครึ่งค่อนวันและเมื่อพ่อกับแม่เขาอยู่ครบหน้า คนหน้าหวานก็แยกตัวขอออกไปทำงานทันทีดีแค่ไหนแล้วที่รั้งไว้ให้ทำงานจากที่บ้านได้แทนที่จะออกไปที่ทำงานตามปกติในวันจันทร์แบบนี้
พอผู้เป็บิดาขอปลีกตัวไปออกรอบตอนบ่ายเขาก็แทบแล่นไปหาคนที่นั่งทำงานอยู่ในห้องโถงข้างห้องนอนอย่างที่ใจนึกอยากทำั้แ่เช้าแต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบกับแขกไม่ได้รับเชิญที่คุ้นหน้า
ศิรวัฒน์กับรินลดา
และแม้ว่าไอ้เพื่อนตัวดีพยายามแล้วพยายามอีกที่จะลากภรรยาสาวกลับบ้านั้แ่บ่ายคล้อยแต่ก็ไม่เป็ผลเมื่อเ้าตัวเกาะอยู่กับเพื่อนสนิทจนเย็นย่ำลากไปจนถึงมื้อเย็นจนกระทั่งกินข้าวเย็นเสร็จนั่นแหละถึงได้ยอมกลับไปพร้อมเพื่อนเขา
ยัง ยังไม่พอพอส่งเพื่อนตัวเองเสร็จคนเฝ้าไข้ที่เห็นว่าเขาหายดีแล้วก็หายกลับเข้าไปอยู่ในห้องตัวเองทันทีโดยการบอกว่ามีงานสำคัญต้องรีบจัดการให้เสร็จภายในวันนี้
แล้วเขาจะทำอะไรได้นอกจากเดินคอตกกลับเข้าห้องแต่โดยดี
คีตาถอนหายใจยาวๆอย่างหงุดหงิดขาวยาวก้าวตรงไปยังระเบียงกว้างก่อนจะก้าวออกไปยืนรับลมทั้งที่ยังไม่ได้เช็ดตัวให้แห้งดีและไร้เสื้อคลุมกาย
ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังท้องฟ้าที่มืดสนิทตรงหน้าก่อนจะเบนสายตาลงต่ำเมื่อหูได้ยินเสียงเบาๆจากชั้นล่างและเมื่อเห็นคนที่เดินไปเดินมาอยู่รอบสระว่ายน้ำชัดเจนดวงตาคู่คมก็จับจ้องนิ่งอย่างไม่วางตา
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“ขอโทษที่วันนี้รบกวนคุณอรซะดึกนะคะยังไงฝากที่เหลือด้วยพรุ่งนี้พริ้งไม่แน่ใจว่าจะเข้าหรือเปล่าแต่วันพุธเข้าไปแน่นอนค่ะ ค่ะๆ คุณอรอย่าลืมเบิกโอทีมานะคะไว้เป็ค่าเหนื่อย”
พริ้งพราวทิ้งท้ายกับเลขาส่วนตัวก่อนจะกดวางสายแล้วเหมือนจะรับรู้ได้ถึงสายตาบางคู่ ดวงหน้าสวยจึงหันมองรอบตัวแต่ก็ไม่พบใครคิ้วเรียวขมวดลงมานิดก่อนเงยขึ้นไปกวาดมอง้าแล้วชะงักกึกเมื่อสบเข้ากับสายตาของคนคุ้นตาคิ้วเรียวขมวดลงมาอีก
“พี่คีย์!” เสียงของคนที่อยู่ด้านล่างร้องลั่นๆเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนระเบียงเต็มตา“ทำไมไม่ใส่เสื้อคะ เพิ่งหายไข้เองนะ”
เสียงที่ทำให้คีตาขยับยิ้มรับกับอาการโวยวายของคนชั้นล่างแล้วะโตอบ“เพิ่งอาบน้ำเสร็จค่ะ รอตัวแห้งอยู่ค่ะเลยยังไม่ใส่เสื้อ แถมอยู่แต่ในห้องอึดอัดเลยออกมารับลมสักหน่อย”
คำตอบที่เรียกให้ดวงหน้าสวยส่งสายตาขุ่นจัดกลับไปหา ก่อนจะะโกลับไปแล้วก้าวฉับๆกลับเข้าบ้านทันที“กลับเข้าไปในห้องเดี๋ยวนี้เลยค่ะถ้าพริ้งขึ้นไปแล้วพี่คีย์ยังอยู่ที่ระเบียงละก็เห็นดีกันแน่!!!”
และเพียงแค่อึดใจเดียวประตูห้องห้องของชายหนุ่มก็ถูกเปิดออกพร้อมๆกับร่างเล็กที่ก้าวเข้ามาถึงตัวคนที่เพิ่งยอมเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มบาง
“มานี่เลยค่ะ มานั่งนี่เลยนะ” ใบหน้าหวานยังบึ้งสนิทริมฝีปากเอ่ยออกมาเสียงดังพลางชี้นิ้วไปยังเตียงตรงหน้า
คนถูกสั่งทำตามอย่างว่าง่ายร่างสูงโปร่งหย่อนกายลงบนเตียงกว้างข้างตัวคนที่ยืนอยู่แล้วเงยหน้ามองคนที่ทำหน้าบึ้งสนิทก่อนจะขยับยิ้มส่งให้อย่างเอาใจ
รอยยิ้มที่คนได้รับส่งค้อนวงโตเป็การตอบแทนพริ้งพราวโยนโทรศัพท์ในมือทิ้งไว้ข้างตัวคนที่นั่งอยู่ก่อนจะสาวเท้าไปยังตู้เสื้อผ้าบานใหญ่มือเรียวกระชากประตูออกตามแรงอารมณ์ ดวงตาคู่สวยกวาดมองก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเสื้อออกมาตัวนึงแล้วเดินกลับมาหาคนที่นั่งอยู่ร่างเล็กวางเสื้อในมือไว้บนเตียงเมื่อเห็นว่าปลายผมของชายหนุ่มยังมีหยดน้ำเกาะและหยดลงบนตัวอยู่
ใบหน้าหวานใสมุ่ยลงอย่างขัดใจขณะที่มือบางเอื้อมไปคว้าผ้าขนหนูที่พาดอยู่บนคอของคนตัวโตกว่าก่อนจะซับน้ำบนเส้นผมให้อย่างเบามือขณะที่ริมฝีปากบางเริ่ม.......บ่น
“ทำอะไรของพี่คีย์คะเนี่ย เพิ่งหายไข้ได้วันเดียว อาบน้ำไม่ว่าแต่นี่สระผมด้วย สระแล้วก็ไม่เช็ดให้มันแห้ง ไดร์เป่าผมก็มีทำไมไม่ใช้คะแถมยังไม่เช็ดตัวแล้วใส่เสื้อให้มันดีๆอีก คิดว่าตัวเองแข็งแรงขนาดไหนกันนะที่ทำอะไรไม่กลัวไข้กลับแบบนี้แล้วยังจะออกไปรับลมด้วยสภาพนี้หน้าตาเฉย คอยดูนะ ถ้าไข้กลับคราวนี้พริ้งจะไม่สนใจไม่ห่วง ไม่ดูแล ไม่......อื้อออ”
เสียงบ่นหายวับไปในอากาศเมื่อคนฟังใช้แขนยาวๆที่ว่างอยู่จับล็อคเข้าที่คอของคนพูดออกแรงดันคนที่ก้มมาเช็ดหัวให้โน้มตัวลงมาหาจนริมฝีปากบางกดแนบลงมากับปากตัวเองทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้น
จูบร้อนที่คนบ่นถึงกับชะงักก่อนจะพยายามผลักออกเมื่อตั้งตัวได้หากแต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไวกว่ามืออีกข้างจึงเกี่ยวเข้าที่เอวเล็กแล้วยึดตัวไว้แน่นพลางกดริมฝีปากย้ำลงไปอีกครั้งก่อนจะปล่อยออกเมื่อพอใจแล้ว
คีตาส่งยิ้มให้คนที่หน้าแดงอยู่ก่อนจะถอยออกไปตามเดิมแล้วเอ่ยเย้าเบาๆ“จะบ่นต่อก็ได้นะคะ”
ประโยคที่เรียกให้คนที่กำลังจะโวยวายหุบปากตัวเองลงทันทีเมื่อเห็นสายตาของคนพูด
สายตาที่บอกชัดยิ่งกว่าพูดออกมา
ลองบ่นอีกสิ เธอคงไม่พ้นโดนยึดริมฝีปากอีกเสียที
คนที่อยากจะโวยใจจะขาดจึงถอนหายใจยาวมือที่ถือผ้าขนหนูค้างไว้ข้างตัวกำขึ้นแน่นยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่วิบวับขึ้นและยิ้มได้ตรงหน้าพริ้งพราวเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะยื่นมือที่สั่นของตัวเองไปเช็ดผมให้คนที่นั่งอยู่ตามเดิมอย่างเงียบกริบ
ใจน่ะอยากจะปาผ้าในมือใส่หน้าคนที่ทำบ้าๆแบบเมื่อกี้เสียด้วยซ้ำหากแต่ความเป็ห่วงกลับมีมากกว่า คนตัวเล็กจึงข่มใจตัวเองแล้วบังคับร่างกายให้เช็ดผมให้ชายหนุ่มต่อไปเงียบๆ
ความเงียบที่คีตายิ้มออกมาอย่างถูกใจ พลางจ้องมองดวงหน้าหวานจัดอย่างไม่ละสายตาดวงตาคู่คมที่ทอดประกายหวานล้ำทำให้มือคนถูกมองเริ่มสั่นหนักกว่าเดิม
และเหมือนชายหนุ่มจะรู้ตัว ริมฝีปากอิ่มที่แย้มรอยยิ้มก็เอ่ยออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากระชากใจคนฟัง“เช็ดตัวให้พี่ด้วยสิคะ”
คำที่ทำให้คนฟังเหลือบสายตามาสบตาด้วยเพียงชั่วครู่ก่อนจะหลุบตาลงไปอีกมือบางขยับผ้าในมือเช็ดไปตามแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็มัดๆอย่างคนแข็งแรงที่ออกกำลังกายประจำอย่างแ่เบา
คีตามองคนที่ทำตามคำสั่งง่ายๆอย่างชอบใจเป็ที่สุดชายหนุ่มคว้าข้อมือบางที่กำลังจะผละออกจากอกเขาเมื่อเห็นว่าเนื้อตัวเขาแห้งสนิทมารวบไว้ด้วยกันแล้วออกแรงดึงให้คนตรงหน้าล้มทับลงมาบนตัวอย่างที่ไม่ให้คนถูกดึงได้ตั้งตัวทัน
“พี่คีย์!” เพียงเสี้ยววิของเสียงเรียก ร่างเล็กก็ถูกพลิกหลังลงกับเตียงนุ่มโดยมีอ้อมแขนแข็งแรงรัดไว้แน่นขายาวก่ายกอดขาเล็กไว้อย่างไม่ให้คนใได้มีโอกาสดิ้น
“เรายังคุยกันไม่จบนะคะ สาวน้อย......”คีตาลากเสียงพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนที่ทำตาโตๆใส่เขาอยู่
“จะคุยก็ปล่อยพริ้งก่อนสิคะ ลากลงมาแบบนี้เดี๋ยวก็ซ้ำรอยเดิมอีก”คนตัวเล็กว่าพลางมุ่ยหน้าลง พลางเหลือบมองคนตรงหน้าหย่างหวาดๆเมื่อสายตาเหลือบเห็นแผ่นอกกว้างที่ไร้เสื้ออยู่ใกล้แค่คืบสภาพการณ์ที่ไม่แตกต่างจากคืนก่อนเท่าไรนักแบบนี้ เดี๋ยวก็พากันออกนอกทะเลพอดี
“ไม่ซ้ำหรอกค่ะ พริ้งวางใจเถอะ”คีตาบอกอย่างชัดถ้อยชัดคำพร้อมรอยยิ้มพราย
แน่ล่ะวันนี้กับวันนั้นต่างกันตรงที่เขาไม่มีอารมณ์หึงหวงเข้ามาปะปนอย่างวันก่อนบวกกับการพักผ่อนเต็มที่มาสามวันทำให้สมองเขาปลอดโปร่งกว่าวันก่อนหลายเท่าตัวสติไม่หลุดง่ายๆแน่
“เชื่อเถอะคะ วันนี้มีเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้สติพี่หลุดได้”คนพูดย้ำเมื่อคนด้านใต้ทำหน้าไม่เชื่อเขาเสียแบบนั้น
“อะไรคะ” คนฟังเอ่ยถามพร้อมสบตาคนพูดนิ่ง
“พริ้งยั่วพี่น่ะสิ” คำตอบสั้นที่เรียกให้ดวงตาโตๆเบิกกว้างขึ้นทันที
“พี่คีย์.....!” คำที่คนฟังร้องเสียงหลง ดวงตาคู่หวานค้อนคนพูดอีกทีก่อนจะออกปากแย้ง“พริ้งไม่เคยทำเลยนะคะ”
“อืม......”คำที่คนฟังลากเสียงยาวพร้อมกับทำท่าคิดตามก่อนจะเหลือบตามองคนด้านใต้แล้วกระตุกยิ้มร้าย“ถ้ายั่วแบบรู้ตัวก็ไม่เคยจริงๆนั่นแหละค่ะ แต่ถ้าแบบไม่รู้ตัว.........”
คนพูดลากเสียงอีกครั้งกวาดตามองคนตรงหน้านิ่งก่อนจะต่อประโยค“ก็เยอะอยู่นะคะ”
“บ้า พริ้งไม่เคยทำซักหน่อย”คนฟังโต้กลับมาทันทีเมื่อใครอีกคนยังทำตาวาวๆใส่ “ไม่เอาแล้วค่ะพริ้งไม่เล่นด้วยแล้ว ปล่อยเถอะนะคะ”
“ไม่ปล่อยค่ะ” คำที่ใครอีกคนย้ำชัดเรียกให้คนถูกกอดไว้ถลึงตาใส่คนพูดพลางจ้องตากลับอย่างเอาเื่
เกมส์จ้องตาดำเนินไปอยู่พักใหญ่ ก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะคลายแรงขืนตัวลงส่งค้อนให้อีกทีแล้วเอ่ยตอบด้วยคำที่ทำให้คนฟังยิ้มกว้าง
“ก็ตามใจพี่คีย์ละกันค่ะ พริ้งสู้ไม่เคยได้อยู่แล้วนี่กอดไว้ขนาดนี้จะเอาอะไรไปสู้ได้คะ แต่ถ้าคุณแม่เข้ามาเห็นแล้วโดนดุพริ้งไม่ช่วยแล้วนะ”
“เื่โดนดุไม่กลัวหรอกค่ะเพราะหลังจากนี้พี่คิดว่าพี่คงไม่โดนดุอีกแล้วล่ะ”คีตาว่าอย่างมั่นใจเรียกสายสงสัยจากคนฟังได้เป็อย่างดีหากแต่คนพูดกลับไม่ขยายความต่อแล้วเปลี่ยนเื่ดื้อๆ“พรุ่งนี้จะไปทำงานแล้วหรือคะ”
การเปลี่ยนเื่ที่คนฟังขมวดคิ้วลงหน่อยหากแต่ก็ยอมตอบโดยดี“ควรจะไปได้แล้วนะคะ วันนี้โดดมาวันแล้วนะ จะให้พริ้งโดดอีกวันหรือคะ”
“คนโดดงานที่ไหนเขานั่งทำงานงกๆทั้งวันจนถึงเมื่อกี้กันคะ”ชายหนุ่มย้อนขณะคลายอ้อมแขนลงแล้วพลิกตัวกลับให้คนหน้าหวานขึ้นมาทับอยู่บนตัวเขาแทน มือใหญ่กดรั้งเอวเล็กและแผ่นหลังบอบบางให้คนฝืนตัวผ่อนแรงลงมาอีกจนร่างแนบสนิทอยู่บนตัวชายหนุ่มมีเพียงดวงหน้าสวยที่เงยขึ้นสบตาคนตัวโต
“เพิ่งได้ทำก็ตอนหัวค่ำนี่แหละค่ะอยู่กับหนูรินเคยได้งานเป็ชิ้นเป็อันที่ไหนกัน”คนตัวเล็กกว่าเถียงพลางยันกายขึ้นเพื่อผละออกจากอ้อมอกอุ่นเสียที
“อยู่นิ่งๆเลยนะคะ ถ้าจะลุกจากตัวพี่ จะจับกดลงเตียงใหม่นอนคุยกันแบบนี้แหละ” คำพูดที่เรียกให้คนฟังยู่หน้าใส่แล้วเอ่ยเถียง หากแต่ก็ผ่อนแขนลงตามที่ใครอีกคนว่าอย่างที่รู้ดีแก่ใจว่าไม่มีประโยชน์ที่ดื้อดึงแล้วเงยหน้าจ้องคนที่ใช้ผ้าห่มหนุนแทนหมอน
“คุยกันแบบนี้เมื่อยตายเลยตัวพริ้งไม่ได้เบานะคะ”
“พี่ยอมเมื่อยทั้งคืนเลยก็ได้ค่ะถ้ามีพริ้งนอนอยู่บนตัวพี่แบบนี้”คนพูดว่าหน้าตายแต่คนฟังน่ะร้อนวูบไปทั้งตัว อายจนไม่รู้จะว่าไงจึงได้แต่ซุกแก้มร้อนๆลงกับแผ่นอกกว้างแทน
“พูดบ้าๆ ใครจะอยู่แบบนี้ทั้งคืนเล่าคุยเสร็จพริ้งจะกลับห้องต่างหากค่ะ” คนเถียงเถียงด้วยเสียงอู้อี้ ดวงหน้าสวยยังคงไม่ยอมเงยขึ้นมาสบตามือเล็กทุบอกคนพูดจาสองแง่สามง่ามเบาๆอย่างระบายความขัดเขินที่เกิดขึ้น
คำพูดที่ชายหนุ่มนึกตอบอยู่ในใจ
ก็คอยดูละกันว่าจะได้กลับห้องไหม
“ตกลงพรุ่งนี้โดดงานอีกสักวันได้หรือเปล่าคะ”คีตาวกกลับไปเื่เดิมให้คนฟังเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้งแล้วตอบสั้น
“พริ้งขอเหตุผลได้หรือเปล่าคะ”
“ได้สิคะ” คีตาว่าพรางยิ้มพรายพลางส่งตายิ้มได้ให้กับคนตรงหน้าว่าจบก็นิ่งไปเสียเฉยๆ จนคนฟังต้องขยับหน้าเข้าไปใกล้จนสายตาสองคู่ประสานกัน แล้วส่งเสียงท้วงคนที่เอาแต่ยิ้มอีกที
“ก็บอกมาสิคะ พริ้งฟังอยู่”ประโยคเร่งเร้าเรียกให้ดวงตาคู่คมพราวระยับริมฝีปากอิ่มกดยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แล้วเอ่ยตอบ
“ข้อแรกพี่ยังอยากอยู่ใกล้ๆพริ้งแบบนี้ทั้งวันฟอดด”
“ข้อสองพี่ว่าพี่ยังไม่หายดีเลยอยากได้คนดูแลต่อฟอดดด”
คำตอบที่คนตอบไม่ได้ตอบเพียงแค่พูดอย่างหากแต่กดปลายจมูกลงบนแก้มใสในทุกประโยคที่เอ่ย
“และสุดท้ายข้อที่สาม.......” คนพูดลากเสียงพร้อมกับปลายนิ้วเรียวแตะลงบนซอกคอขาวๆของคนที่บัดนี้เบิกตากว้างอยู่แล้วออกแรงคลึงเบาๆ“รอยมันเพิ่งจางไปนิดเดียว เป็ห่วงว่าจะโดนคุณอรล้อจนทำงานไม่ได้ค่ะ จุ๊บ โอ้ย”
เสียงแรกน่ะมาจากการกดริมฝีปากอิ่มลงบนริมฝีปากบางเบาๆแต่เสียงร้องถัดมาน่ะร้องเพราะถูกมือบางๆทุบเข้าที่อกดังตุบ! ดวงหน้าสวยส่งตาวาวๆให้คนพูดอย่างเอาเื่
“บ้าๆๆ เหตุผลอะไรของพี่คีย์กันเนี่ยแบบนี้พริ้งไม่เอาด้วยหรอกค่ะ ไม่รู้แหละ ยังไงพรุ่งนี้พริ้งก็จะไปทำงาน!”คนหน้าหวานย้ำชัดเจนเรียกให้คนตัวโตทำเสียงจิ๊จ๊ะในคออย่างไม่ชอบใจแล้วบ่นพึมพำแบบที่ให้คนใกล้ตัวได้ยินด้วยอย่างชัดเจน
“เหตุผลบ้าๆที่ไหนกัน เื่จริงจากหัวใจแท้ๆเลย”
“ถ้ายังไม่หยุดพูดพริ้งจะทุบอีกทีค่ะ”เสียงหวานขู่พร้อมกับมือเล็กที่กำแน่นและยกให้เห็นชัดในสายตาท่าทางที่เหมือนลูกแมวกางเล็บขู่นั่นเรียกรอยระริกในสายของคนมองได้มากกว่าจะกลัว
ขู่แบบนี้น่าฟัดมากกว่าเดิมอีกเป็สิบเท่าเถอะ
ความคิดที่ได้เพียงแค่คิดในใจหากแต่ไม่ได้พูดออกไปริมฝีปากอิ่มขยับยิ้มบางก่อนจะตอบสั้น “ไม่กลัวว่าพี่จะเจ็บก็ทุบได้ตามใจเลยค่ะ”
ประโยคที่คนฟังเม้มปากเข้าหากันอย่างขัดใจก่อนจะคลายมือที่กำอยู่ลงง่ายๆทำให้คนที่มองอยู่ต้องแอบยิ้มในใจ
เชื่อสิพรุ่งนี้คนตรงหน้าไม่ได้เยื้องกายออกไปทำงานหรอก
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
สิบโมงครึ่ง!
คนที่ตื่นเต็มตาเด้งตัวขึ้นจากเตียงทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบอกเวลาอยู่บนหัวเตียง
ร่างบอบบางกัดปากตัวเองอย่างเจ็บใจ ดวงหน้าหวานบูดสนิท เมื่อเห็นใครอีกคนที่น่าจะตื่นนานแล้วนอนพิงตัวอยู่กับหัวเตียงแล้วส่งยิ้มมาให้เธออย่างผู้ชนะ
ใช่สิ ใครมันจะไปทันเล่ห์เหลี่ยมของคนมากเล่ห์อย่างพี่คีย์กันเล่า!
คนที่โวยวายในใจได้แต่ถอนหายใจฟึดฟัดยามเมื่อสมองประมวลการกระทำของใครบางคนได้ชัดเจน
หลอกให้คุยด้วยยันดึกดื่นทั้งที่สาระก็ไม่มีคุยไปคุยมาเธอเผลอหลับเอาตอนไหนยังไม่รู้ตัวเลยรู้แต่ว่าฟุบหลับไปบนอกกว้างๆนั่นแหละ แล้วคนที่ลั่นวาจาว่าจะกลับไปนอนห้องก็เลยไม่ได้กลับห้องตามระเบียบ
อย่าได้หวังเลยว่าคนมากเล่ห์แถวนี้จะอุ้มเธอกลับห้องให้เล่นหลอกให้อยู่ด้วยเกือบค่อนคืนซะขนาดนี้ เด็กอมมือยังรู้เลยว่าหวังให้นอนด้วยกัน!
ยัง ยัง ไม่ใช่แค่นั้นนะ
คนที่ตื่นเช้าเป็ทุนเดิมนั่นก็ตื่นตามปกติแต่ก็ไม่ยอมปลุกเธอจนมันสายป่านนี้ ขืนเข้าอ๊อฟฟิศตอนนี้กว่าจะไปถึงก็เกือบบ่ายแล้วจะไปทำไมให้เสียเวลาเล่า!
ความพ่ายแพ้ที่ก่อกวนใจในยามเช้าเรียกให้ใบหน้าสวยหวานบูดสนิทพริ้งพราวสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างข่มอารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้นไม่ให้หันไปข่วนคนที่นอนพิงเตียงอย่างสบายอกสบายใจนั่นหลายๆทีให้สมใจอยาก
“พี่โทรไปบอกคุณอรให้ั้แ่เจ็ดโมงแล้วค่ะว่าวันนี้พริ้งจะทำงานที่บ้าน” เสียงทุ้มรื่นหูหากแต่กวนอารมณ์คนฟังลอยตามลมมาพร้อมเสียงหัวเราะหึๆ
คำพูดและเสียงหัวเราะที่ทำให้ความพยายามในการสงบสติอารมณ์ของใครบางคนขาดสะบั้น
คนหน้าหวานหันไปคว้าหมอนที่ใช้หนุนนอนมาไว้ในมือก่อนจะออกแรงเหวี่ยงฟาดไปยังคนข้างๆที่นอนทอดกายพิงหัวเตียงอยู่ทันทีและไม่ใช่แค่ทีเดียวเท่านั้นหากเป็การกระหน่ำฟาดไม่ยั้งมือทำให้คนถูกประทุษร้ายปัดป้องตัวเองเป็ว่าเล่นทั้งที่เสียงหัวเราะยังดังก้องไปทั่วห้องอย่างชอบใจ
คีตาปล่อยให้คนตัวเล็กระบายอารมณ์จนสมใจอยากร่างบอบบางที่หอบจนตัวโยนหยุดนิ่งอยู่กับที่ ทำให้คนที่ปัดป้องตัวเองแบบพอเป็พิธีกดยิ้มลึกแขนเรียวยาวเอื้อมไปดึงอาวุธออกจากมือเล็กก่อนจะโยนไปไว้ข้างตัวแล้วตวัดแขนรวบตัวคนที่ตาวาวๆแต่หอบแฮกเข้ามากอดดื้อๆ
วงแขนที่ตวัดรอบตัวทำให้คนที่ขุ่นใจดิ้นเมื่อถูกจู่โจมไม่ยอมให้ใครอีกคนได้กอดแต่โดยดี แต่นั่นแหละมือของชายหนุ่มแข็งแรงปานคีมเหล็กดิ้นให้ตายก็ไม่หลุด คนตัวเล็กจึงได้แต่ถอนหายใจฟึดฟัดอย่างขัดใจความโมโหยังทำให้ร่างบางๆไม่ยอมแพ้ ฝ่ามือบางยกขึ้นยันแผ่นอกกว้างพลางขืนตัวแรงขืนตัวที่ทำให้คีตายิ้มบางอย่างอ่อนใจ ก่อนที่มือใหญ่จะวางแปะลงบนหัวคนตัวเล็กแล้วลูบเบาๆอย่างอ่อนโยนแทน
ััแ่เบาที่เรียกให้คนได้รับกัดริมฝีปากเข้าหากันฉับ
คนอะไรขี้โกง!!
พริ้งพราวโวยวายในใจเมื่อใครอีกคนใช้ความอ่อนโยนเข้าดับอารมณ์คุกรุ่นเธออีกแล้วัับางเบาที่ทำให้คนได้รับเริ่มนิ่ง แรงขัดขืนเบาลงจนแทบไม่หลงเหลือก่อนที่จะโอนอ่อนยอมซุกกายเข้าหาอ้อมอกกว้างตามแรงกดของฝ่ามือใหญ่
“หายโมโหบ้างหรือยังคะ” คีตาถามคนในอ้อมกอดเสียงเบาทอดเสียงอ่อนให้เข้าสู่ใจคนฟังเมื่อััได้ถึงการโอนอ่อนของคนตัวเล็กกว่า
“พี่คีย์ขี้โกง แกล้งพริ้ง โกรธนะคะ!”ไม่ว่าเปล่ามือบางยกมาทุบอกชายหนุ่มอีกหลายๆที
แรงทุบที่น้อยกว่าปกติอยู่มากเรียกรอยยิ้มของชายหนุ่มให้กว้างกว่าเดิมอีกเท่าตัวแล้วเอ่ยตอบ
“โอ๋ๆ” ชายหนุ่มว่าทอดเสียงอ่อนอย่างงอนง้อ “พี่ผิดเองค่ะผิดทั้งหมดเลยผิดที่พี่อยากให้พริ้งอยู่ใกล้พี่เพิ่มขึ้นอีกสักวันจนไม่ยอมปลุกพริ้งไปทำงาน ผิดที่พี่อยากอ้อนคนแถวนี้ใจจะขาดเลยต้องทุกวิถีทางให้พริ้งเข้ามาใกล้ๆผิดที่พี่อยากนอนกอดพริ้งจนต้องหลอกให้คุยด้วยนานๆจนเผลอหลับไปแล้วไม่พาไปส่ง.....”คนพูดลากเสียงขณะที่กระชับอ้อมแขนขึ้นอีกนิดแล้วเอ่ยต่อ
“พี่ผิดที่พี่ ‘รัก’พริ้งมากเกินไปจนไม่อยากปล่อยให้ห่างตัวแม้สักวินาทีเดียว” ประโยคที่คนพูดยิ้มอ่อนเมื่อคนที่เคยออกฤทธิ์ออกเดชตอนนี้กลับเงียบสนิทมือบางที่ทุบเขาอยู่หยุดชะงักลงเหลือเพียงแค่วางไว้บนอกแทนดวงหน้าหวานของคนฟังซุกลงบนอกกว้างโดยไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมา
คนเ้าเล่ห์!
คำที่คนซุกหน้าอยู่บนอกกว้างว่าอย่างเจ็บใจ เจ็บใจที่ตัวเองใจอ่อนให้กับเสียงนุ่มๆนี้
คนที่โทษตัวเองแต่แจกแจงเหตุผลประกอบให้คนฟังร้อนที่หน้าจนแทบไหม้ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นอย่างไม่ชอบใจเมื่อหัวใจดันอ่อนตามคำว่ารักของคนที่กอดตัวเองอยู่อย่างง่ายดายความโอนอ่อนที่ทำให้แขนบางค่อยๆขยับมาโอบกอดคนตัวโตกว่าเบาๆขณะที่ทิ้งตัวเข้าหาอย่างไร้แรงต้าน
คีตายกยิ้มกว้างขึ้นอีกเท่าตัว วงแขนแข็งแรงกระชับคนตัวเล็กกว่าเข้าหาตัวอย่างแแ่ขณะที่ดวงหน้าคมก้มลงกระซิบเบาข้างหูคนที่ยังไม่ยอมเงยหน้ามาสบตาช้าแต่ชัดเจน
“รัก....นะคะ”จบประโยคริมฝีปากอิ่มก็กดลงบนขมับของคนฟังเบาๆััแ่เบาแต่เรียกความร้อนวูบวาบให้พวยพุ่งเต็มดวงหน้าสวยไหนจะใจคนฟังที่เต้นแรงราวกับจะกระเด็นออกมานอกอก
พริ้งรู้สึกเหมือนหัวใจจะวายตายแล้วนะคะ
เสียงร้องเล็กๆจากหัวใจของคนฟังขณะที่ริมฝีปากบางที่เม้มอยู่คลายออกก่อนจะแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวานไม่ต่างจากคนพูดเลยสักนิด
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
หลังจากปล่อยให้ไออุ่นความรักของชายหนุ่มโอบล้อมไว้อยู่พักใหญ่เธอก็คลายวงแขนตัวเองลงก่อนจะขยับพลิกตัวแล้วเอนหลังลงแนบกับอกอุ่นโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นไปสบตาคนพูดแม้แต่นิดเดียว
ซึ่งดูเหมือนใครอีกคนก็ไม่ได้ว่าอะไรปล่อยให้เธอเอนกายพิงแล้วกอดเธอไว้เงียบๆเช่นกันมีเพียงริมฝีปากอิ่มที่ยังกดแนบซ้ำๆลงบนหน้าผากมน ขมับบาง กลุ่มผมนิ่ม แก้มใสวนไปวนมาจนเธอได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองแน่นกับััแ่เบาที่พาให้หัวใจโบยบิน
เธอไม่รู้ว่านั่งพิงอยู่กับอกกว้างนิ่งๆแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วรู้เพียงตอนนี้สมองเธอว่างเปล่ามีเพียงคำรักของคนที่กอดเธออยู่ลอยไปลอยมาในหัวเท่านั้น
คีตาเลื่อนมือตัวเองไปจับมือเย็นชื้นของคนที่นั่งก้มหน้านิ่งๆมาสักพักแล้วไว้แน่นยกขึ้นมาจูบเบาก่อนจะขยับพูดอีกครั้ง
“พี่ขอคำตอบจากพริ้งตอนนี้ได้ไหมคะ”เสียงทุ้มเอ่ยชิดติดข้างหูอย่างอ่อนหวานคำถามที่เรียกให้คนที่กำลังมึนงงอยู่ในห้วงความรู้สึกตัวเองหันหน้าไปมองคนถามเป็ครั้งแรกหลังจากคำรักถูกเอ่ยออกมา
ดวงตาคู่หวานที่ดูจะลอยๆมองสบคนตรงหน้านิ่งอย่างนึกไม่ออกว่าจะต้องตอบอะไรออกไปคิ้วเรียวจึงขมวดเข้าหากันนิดๆ
ความมึนงงที่ส่งผ่านดวงตากลมโตสวยทำให้คีตาย้ำช้าๆ แต่ชัดเจน“ให้คำตอบพี่....ได้ไหมคะคนดี”
คำถามที่ถูกถามย้ำเรียกให้ดวงตากลมโตมองสบคนตรงหน้าอีกครั้งสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักจากชายหนุ่ม เรียกให้ความรู้สึกมากมายพุ่งเข้าสู่หัวใจดวงน้อยและท่ามกลางความรู้สึกที่ท้วมท้นมากมายนี้มีเพียงคำๆหนึ่งที่เด่นชัดในสมองและหัวใจของเธอ
.......รัก.......
คำสั้นๆที่ทำให้รอยยิ้มหวานจัดผุดขึ้นบนใบหน้าก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับเอ่ยออกมาเบาราวเสียงกระซิบ หากแต่ดังที่สุดในหัวใจของคนฟัง
“พริ้งรักพี่คีย์.......” ประโยคไม่ทันจบดี ริมฝีปากอิ่มของคนฟังก็กดทาบทับลงมาบนริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยนและอ่อนหวานที่สุด
จูบหวานๆที่พาให้หัวใจของคนทั้งสองเกาะเกี่ยวกันแน่นหัวใจสองดวงโบยบินราวกับผีเสื้อที่ได้ดื่มชิมน้ำหวานล้ำค่าจากดอกไม้ในสวนสวยััที่ยิ่งหวานล้ำและลึกซึ้งขึ้นในอกเมื่อความรู้สึกถูกถักกทอและโยงใยหัวใจสองดวงให้กลายเป็ดวงเดียวกัน
เนิ่นในความรู้สึกของคนทั้งคู่ก่อนที่ชายหนุ่มจะกดย้ำััเบาๆแล้วถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่งดวงหน้าคมส่งยิ้มหวานใส่ตาคนที่ตัวอ่อนอยู่ในอ้อมแขนเขาแล้วกระซิบเบา“พอแค่นี้ดีกว่าเนอะ เยอะกว่านี้จะหยุดไม่อยู่เอา”
คำที่คนฟังได้แต่พยักหน้ารับเบาแล้วซุกตัวลงกับอกของชายหนุ่มอย่างอ่อนแรงดวงหน้าสวยฟังเสียงหัวใจของชายหนุ่มที่เต้นเป็จังหวะเดียวกับเธอแล้วขยับยิ้มบาง
รู้สึกเหมือนตัวลอยๆยังไงก็ไม่รู้ สมองก็ตื้อไปหมดแขนขาก็เปลี้ยไม่มีแรงเอาดื้อๆ
ตอนนี้พี่คีย์ว่ายังไงเธอก็ว่าตามนั้นหมดนั่นแหละ คิดอะไรไม่ออกแล้ว
ความคิดที่ทำให้หัวใจดวงน้อยอิ่มเอมก่อนจะหลับตาลงอย่างมีความสุข
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“เมื่อคืนลากน้องไปนอนด้วยอีกแล้วใช่ไหมคีย์” เสียงเล็กเอ่ยถามอย่างดุหญิงสาวที่แต่งตัวสวยหยุดฝีเท้าตัวเองลงข้างเก้าอี้ของลูกชายตัวดี
คีตาเงยหน้ามองคนที่อุตส่าห์เดินแวะเข้ามาหาแล้วส่งยิ้มกว้างๆไปให้แม่ตัวเอง
“ก็ทำไมผมจะให้น้องไปนอนด้วยไม่ได้ล่ะครับ ก็น้องเป็แฟนผมนี่”
ถ้อยคำที่ทำให้คนเป็แม่ชะงักไปนิดก่อนจะยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ“จริงหรือตาคีย์”
“ไม่เชื่อผมก็ลองถามน้องดูสิครับ”คีตาว่าพลางพยักเพยิดไปยังคนที่ก้มหน้าก้มตาตักข้าวเข้าปากอยู่เงียบๆหากแต่แก้มใสกลับแดงระเรื่อไม่หาย
“จริงอย่างที่พี่เขาพูดหรือเปล่าจ๊ะพริ้ง” คุณหญิงกิตติยาทอดเสียงอ่อนถามคนที่ก้มหน้าก้มตาอยู่คนอ่อนวัยกว่าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอเพียงชั่วครู่ก่อนจะเบนสายตาไปหาคนที่ยิ้มกว้างๆอยู่หัวโต๊ะแล้วหลบตาลงอีกครั้ง พึมพำตอบเบา
“ค่ะ”
คำตอบที่คนเป็ลูกหันไปยกยิ้มให้กับแม่ตัวเองอีกทีก่อนจะประกาศชัด“คราวนี้ผมจะเข้าห้องน้องแม่ก็ห้ามผมไม่ได้แล้วนะครับ”
“ให้มันน้อยๆหน่อยเ้าคีย์ แค่แฟนให้รับหมั้นกันเป็เื่เป็ราวก่อนเถอะ ตอนนี้นานๆครั้งพอไหว แต่ถ้าเดินเข้าห้องน้องทุกวันแม่จะตีให้คอยดู”คุณกิตติยาว่าเสียงเขียวก่อนจะบ่น “แล้วเราน่ะมาตกลงอะไรกับน้องวันนี้ แม่มีงานเบี้ยวไม่ได้ด้วย จะสารภาพรักกันก็เลือกวันที่แม่กับพ่ออยู่บ้านหน่อยสิจะได้จัดเลี้ยงฉลองให้”
“ไม่ต้องขนาดนั้นเลยครับแม่ ผมว่าแม่ไปงานเถอะครับเดี๋ยวจะสายน้องยังไม่ชิน เดี๋ยวเขินเอามากๆ ลดสถานะผมอีก งานจะเข้าเอานะครับ” คีตาว่าปราดพลางลุกจากโต๊ะมารุนหลังผู้เป็มารดาให้เดินออกไปหน้าบ้านอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าหน้าสวยๆของใครอีกคนแดงขึ้นกว่าเดิมมากหากแต่ไม่วายหันมาทิ้งท้ายกับคนที่นั่งเขินอยู่ “เดี๋ยวพี่กลับมานะคะขอไปส่งคุณหญิงเขาแปปนึง”
คล้อยหลังคนสองคนที่เดินออกจากห้องกินข้าวไปแล้วคนที่ก้มหน้าอยู่ก็เงยหน้าขึ้นก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว
“เกือบแย่แหนะ เขินจะตายอยู่แล้วนะ ฮื่ออออ” ประโยคที่งึมงำกับตัวเองอย่างอยากให้อาการร้อนวูบๆนั่นหายไปเสียที
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
คีตาเหลือบมองคนที่นั่งทำงานอยู่บนโต๊ะไม่ห่างด้วยสายตาที่เต็มตื้นไปด้วยความรู้สึกริมฝีปากอิ่มแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่ออกมาจากหัวใจ
รัก....มากจริงๆนะ
คำที่ผุดขึ้นในหัวใจเรียกให้รอยยิ้มขยับกว้างขึ้นกว่าเก่าสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ทำให้ร่างสูงโปร่งยิ้มออกมาอีกนิดก่อนจะเลี่ยงออกไปจากห้องของหญิงสาวด้วยฝีเท้าที่แ่เบา
“ได้ตามที่สั่งไหมคิม” ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเสียงทุ้มก็เอ่ยถามปลายสายอย่างอารมณ์ดี
“[ถ้าไม่ได้ผมจะตกงานไหมพี่]” ปลายสายยังคงความกวนได้เป็มาตรฐานแม้จะััน้ำเสียงของคนต้นทางได้ชัดเจนว่าอารมณ์เ้านายนั้นดีแค่ไหน
“อย่ากวนน่า ตกลงได้ไหม” คนที่นึกไม่อยากด่าใครวันนี้ปรามเบาๆก่อนจะถามซ้ำ
"[ได้เรียบร้อยตามที่เ้านายสั่งเลยครับ]"คิมหันต์ตอบอย่างเต็มยศ
“ดีมาก” คีตาว่าอย่างพอใจแล้วออกคำสั่งต่อทันที“งั้นเอามาให้ที่บ้านเลย ส่วนบาร์วันนี้ให้น้องคนอื่นมันดูแทน ส่วนแกไอ้คิมกรุณาหิ้วตัวเองมาเป็บาร์เทนเดอร์ให้ฉันที่บ้านคืนนี้เข้าใจไหม”
"[โห มีใช้งานนอกสถานที่ด้วยเบิกเพิ่มได้หรือเปล่าพี่]" อีกฝ่ายว่าพลางหัวเราะ
“ไอ้งก!” คนฟังะโลั่นสายก่อนจะต่อประโยค“อยากเบิกเท่าไรว่ามา ให้สองเท่าเลย แต่มาให้มันไวๆหน่อยลีลามากเดี๋ยวเพ่นกะบาลแยก”
"[พี่รู้ตัวป่ะว่าเป็เ้านายที่โขกสับผมมากเลยเนี่ย]"อีกฝ่ายยังคงบ่นแม้ว่ามือจะเริ่มเก็บกระเป๋าตามที่ใครอีกคนสั่งแล้วก็ตาม
“เออ ฉันจะโขกสับหุ้นส่วนรายเล็กๆอย่างแกแล้วจะทำไมหรือแกจะมีปัญหากับหุ้นส่วนใหญ่อย่างฉัน?” คีตาโต้กลับขณะยกมือชี้มุมให้คนงานที่ยกของมาถามตนเองไปด้วย
"[โหดเกิ้นนน]" ปลายสายโอดครวญ "[แมลงเม่าตัวเล็กๆอย่างกระผมไม่กล้าหือกับพี่หรอกแค่นี้ก่อนนะพี่กำลังจะบึ่งรถไปหาครับผม]"ว่าจบก็ตัดสายทิ้งโดยไม่รอให้ใครอีกคนสาปส่งกับความกวนประสาทจนจบประโยค
คีตาวางโทรศัพท์ในมือลง ดวงตาคู่คมกวาดมองรอบๆแล้วชะงักก่อนจะก้าวเร็วๆออกไปรับคนคุ้นตาที่กำลังเดินลงจากรถมาคู่กัน
“พอไหวไหมมึง” คำทักทายแรกเมื่อเห็นหน้าเพื่อนตัวเอง
“โหเพื่อน ทักกูหน่อยก็ได้มั้ง แม่งถามถึงเื่ที่สั่งก่อนเลย”ศิรวัฒน์ว่าพลางทำหน้าหน่ายใจ
“ก็กูร้อนใจ มึงก็เลิกลีลาได้ไหม” คีตาว่าพลางหันไปยิ้มรับคำทักทายจากคนข้างตัวเพื่อนก่อนจะหันกลับมาหาเพื่อนตัวเองใหม่“ตกลงว่าไง”
“ทวนๆสักหน่อยก็พอไหว มึงไม่เล่นเองวะ ของง่ายๆแค่นี้”ศิรวัฒน์ว่าพลางมองกระดาษในมือ
“เออน่า ช่วยกูหน่อยละกัน” อีกฝ่ายรวบรัดเอาง่ายๆทำเอาคนฟังบ่นอุบ
“งั้นรินขอตัวไปถ่วงเวลาพริ้งก่อนนะคะ เดี๋ยวถึงเวลาแล้วจะพาลงมาให้”หญิงสาวว่าก่อนจะหันไปบอกสามีตัวเอง “พี่ซีนสู้ๆนะคะ รินเป็กำลังใจให้ จุ๊บ”คนน่ารักเขย่งขึ้นไปหอมแก้มคนรักก่อนจะเดินก้าวเร็วๆหายไปในตัวบ้านทิ้งให้คนได้รับกำลังใจอึ้งไปนิดก่อนจะยิ้มกว้าง
“มาไอ้คีย์ งานนี้กูสู้ตาย” ท่าทางโอเวอร์แอคติ้งเหมือนฮีโร่ได้รับการเติมพลังของเพื่อนทำเอาคีตาถึงกับหัวเราะร่วนก่อนจะเดินนำไปยังสวนกว้าง
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“เซอร์ไพร์สจ้าาาาาาา” คนที่ย่องเข้าห้องเพื่อนสาวโถมตัวเข้ากอดคอเพื่อนรักแน่น
“เฮ้ยยย หนูริน มาได้ไงใหมด” คนที่นั่งงมกับงานชะงักมือลงแล้วหันหน้ามาหาเพื่อนรักทันที
“มีคนโทรไปตามให้มาอยู่เป็เพื่อนพริ้งน่ะสิ”รินลดาปล่อยคอเพื่อนสาวก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง
คำที่เรียกให้คนหน้าหวานหันเก้าอี้กลับมาสบตาเพื่อน“ทำไมต้องมาอยู่เป็เพื่อนพริ้งด้วยล่ะ”
“พี่คีย์บอกว่าจะแวะไปที่ร้านหน่อย น่าจะกลับดึกๆนู่น คุณลุงคุณป้าก็ไม่อยู่บ้านวันนี้พี่คีย์เห็นว่าพริ้งงานเยอะ เลยไม่อยากลากออกไปด้วย แต่ก็ไม่อยากให้อยู่คนเดียวก็เลยไปขอให้รินมาอยู่เป็เพื่อนพริ้งแหละ”ร่างบอบบางของคนน่ารักร่ายยาวก่อนจะส่งยิ้มล้อเลียนไปหาเพื่อนตัวเอง “ว่าแต่ว่ามีอะไรดีๆหรือเปล่าน้า เพื่อนรินหน้าดูสดใสกว่าปกติ”
“ไม่ต้องมาล้อเลย พี่คีย์บอกล่ะสิ” คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ดักเพื่อนด้วยความรู้ทันคำพูดที่ดูจะเฉยๆหากแต่แก้มที่ร้อนขึ้นมาหน่อยก็ทำให้คนที่ได้เห็นพยักหน้ารับ
“อือ ก็บอกแหละ บอกให้มาช่วยทำให้คนแถวนี้หายเขินด้วย เห็นบอกว่าตอนนี้เฉียดเข้าใกล้พริ้งไม่ได้เลยไม่ยอมสบตาด้วยสักนิด”รินลดาว่าด้วยรอยยิ้มพราวเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองหน้าแดงจัดไปแล้วเพียงแค่เอ่ยถึงใครอีกคน
“ไม่ต้องมาพูดมากเลย มาก็ดีพริ้งว่าจะโทรหาอยู่หรอกแต่งานมันเต็มมือเลยต้องยั้งไว้ก่อนทั้งที่ตอนนี้ใจพริ้งจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้วเนี่ย”คนที่ไม่เคยมีความลับกับเพื่อนว่าพลางปิดงานลงแล้วเดินไปทิ้งตัวลงข้างเพื่อนสนิทก่อนจะซบหน้าตัวเองลงกับไหล่เล็กๆของเพื่อน “เนี่ยหนูรินรู้สึกได้ใช่ไหมแก้มพริ้งร้อนมากเลย เหมือนคนเป็ไข้เลยอ่ะ”
ประโยคที่ทำให้รินลดาหัวเราะเบาๆก่อนจะกอดเพื่อนตัวเองโยกไปมาอย่างปลอบโยน
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
เสียงรถที่เข้ามาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกันถึงสามคันทำให้เ้าของบ้านเงยหน้ามองคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันขณะหรี่ตาลงอีกนิด แต่ก่อนที่จะได้ขยับไปดูให้ชัดๆมือใหญ่ของศิรวัฒน์ก็ตบลงที่ไหล่กว้างแล้วเอ่ยไขข้อข้องใจให้คนที่มองอยู่
“กูเรียกมาเองแหละ งานมึงจะได้สมบูรณ์ขึ้นไง” ว่าจบก็เดินยิ้มกว้างเข้าไปทักคนมาใหม่ตีมือ ตบไหล่กันอย่างคุ้นเคย
ท่าทางที่คีตาได้แต่ถอนใจยาวก่อนสาวเท้าตามเพื่อนไป
“เฮ้ยๆ เ้าของบ้านมันเดินหน้าโหดมานู่นแล้ว”ภีรภัทรเอ่ยทักทันทีที่เห็นว่าใครเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าที่นิงสนิท
คนถูกพูดถึงยกมือขึ้นประสานกันที่อกก่อนจะเอ่ยทักนิ่งๆ“กูเพิ่งรู้ว่าพวกมึงว่างมาก” ประโยคแดกดันชัดๆทำเอาเพื่อนตัวเล็กหัวเราะร่วนหากแต่ยังไม่ทันตอบอะไรคนพูดก็ว่าต่อ “แห่กันมาทำอะไรบ้านกู”
“ก็ไอ้ซีนมันบอกว่ามึงจะทำเซอร์ไพร์สหวานใจกูก็เลยอุตส่าห์ไปลากไอ้กอล์ฟมาให้ไง เนี่ยงานนี้มึงจะขาดนักดนตรีอย่างมันไม่ได้นะเว้ย”คนมาใหม่พูดพลางชี้ไม้ชี้มือไปยังเพื่อนอีกคนที่หิ้วของประจำตัวติดมาด้วย
“อือฮึ” คำที่เ้าของบ้านพยักหน้ารับสั้นก่อนจะเอ่ยต่อ“เื่ไอ้กอล์ฟกูขอบใจ แล้วมึงเอาตัวมึงมาด้วยทำไมไอ้วิน”
“ไอ้ซีนมันบอกว่างานนี้เหล้าฟรี กูจะพลาดได้ไงอ่ะ เหล้ามึงมีแต่ของดี เปิดบ้านเลี้ยงแบบนี้ยิ่งขาดกูไม่ได้นะเว้ย กูน่ะสีสันของงานเลยนะมึง”ชายหนุ่มที่ดูจะตัวเล็กที่สุดตอบออกมาอย่างหน้าชื่นตาบานและอวดสรรพคุณตัวเองสุดๆ
ประโยคที่คีตาส่ายหัวอย่างระอาใจก่อนจะปล่อยผ่านแล้วไล่สายตาไปหาบุคคลที่สาม“แล้วมึง?”
“บังเอิญว่ากุไม่มีเวรไม่มีเคส ออกตรวจเช้าเสร็จพอดีแถมพรุ่งนี้วันหยุด มีเข้าเวรอีกทีตอนเย็นๆ กูเลยแวะมาหาข้าวกินบ้านมึง”ภีรภัทรว่ายิ้มๆ
ประโยคที่ทำเอาเ้าของบ้านถึงกับกรอกตามองบนในขณะที่เพื่อนซี้อีกคนขำกลิ้ง
ในเมื่อไอ้หมอที่บอกว่าบังเอิญว้างว่างน่ะ ตารางงานโคตรจะแน่นนี่ไม่รู้ไปพลิกกระบวนท่าไหนถึงได้มาลอยหน้าลอยตาอยู่นี่ได้ง่ายๆ
“เอาน่าคีย์ พวกกูมาช่วยจริงๆ ไม่ได้มาป่วนมึงหรอกน่า”คนที่เงียบที่สุดอย่างกริชกัณฑ์เอ่ยพลางเอื้อมไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ
“สำหรับมึงกูน่ะเชื่อ”คีตาว่าเสียงนิ่งก่อนจะตวัดตาไปมองอีกสองคนที่เหลือ “แต่อีกสองคนน่ะ กูไม่เชื่อ”
“โหยไอ้คีย์ มึงใจร้ายว่ะ กูหวังดีนะเว้ย” คนที่ตัวเล็กที่สุดโวยวาย“เชื่อกูหน่อยเถอะ น่านะเพื่อนคีย์คนดีของคุณวิน”
“กูคงเชื่อมึงลงหรอกนะครับไอ้คุณวิธวินท์”คีตาตวัดเสียงใส่เพื่อนที่ทำหน้าตากวนประสาทอยู่ไม่เลิกก่อนจะยื่นคำขาด“กูเตือนไว้ก่อน จะมาแดกกูไม่ว่า แต่อย่าลามปามคนของกู กูเอามึงตาย!”
คีตาทิ้งท้ายพลางตวัดตามองเพื่อนอีกคนที่ยืนยิ้มอยู่แล้วหมุนตัวกลับเข้าไปยังสวนกว้าง
“โหยยย ไอ้ซีน เด็กไอ้คีย์น่ารักมากเลยหรือวะน่ารักกว่าเด็กมึงอีกเหรอ มันถึงหวงขนาดนี้ เมื่อกี้กูนี่เสียวสันหลังวูบๆเลยตาแม่งดุชิบหาย ไอ้พี่คีย์คนดีของสาวๆแม่งหายไปไหนวะเนี่ย”คนที่พกหมาไว้ในปากมากเป็พิเศษหันไปถามคนที่ยังยืนหัวเราะอยู่อย่างสงสัยเมื่อเห็นท่าทางของเ้าของบ้านที่เดินห่างออกไป
“สวยเลยแหละ” หากแต่คนตอบกลับกลายเป็หมอหนุ่มที่ยืนรั้งท้ายอยู่คำพูดที่เรียกให้สายตาสามคู่หันไปมองพร้อมกันเป็ตาเดียวคนเป็เป้าสายตายักไหล่ก่อนจะขยายความ “ของไอ้ซีนมาสายน่ารัก แต่ของไอ้คีย์น่ะสวยหวานหยดเลยทีเดียว”
จบประโยคของเพื่อน คนที่ตัวเล็กสุดในกลุ่มก็ตาเป็ประกายวิบวับขึ้นมาทันทีเร่งให้คนที่เจอพายุความหวงของเพื่อนมาแล้วต้องรีบปรามก่อนที่มันคิดจะทำอะไรแผลงๆ
“วิน กูเตือนจากใจ กับคนนี้อย่าแม้แต่จะคิด คีย์มันไม่ไว้หน้าใครจริงๆกูโดนมาแล้ว”
“ไปโดนมาตอนไหนวะภีม” ประโยคที่ทำให้ศิรวัฒน์เอ่ยถามคนพูดด้วยแน่ใจว่ามันเพิ่งรู้จักคนของคีตาเมื่อสองสามวันมานี่เอง
“ก็วันที่กูโทรหามึงนั่นแหละ แค่ไปนั่งรอมันตื่นแล้วมันลืมตามมาเห็นกูคุยกับน้องเขาอยู่เท่านั้นแหละ ทำท่าจะโยนกูออกจากห้องทั้งๆที่มันป่วยหวงโคตรๆ” ภีรภัทรว่าอย่างแอบสยองก่อนจะหันไปสำทับไอ้เพื่อนตัวเล็กที่ไม่ชอบฟังคำเตือนพวกเขาเท่าไรนัก“เพราะงั้นกูขอเลยนะวิน อย่าแม้แต่จะคิดเลย มึงจะตายไม่รู้ตัว”
“เออๆ ก็ได้วะ แม่งขู่ซะกูกลัว ไอ้คีย์ภาคโหดกูก็ไม่อยากเจอละไว้คนก็ได้ ไปเว้ยไอ้กอล์ฟไปหาเหล้าฟรีแดกกัน” วิธวินท์รับคำเพื่อนหมอๆของมันก่อนจะเดินไปกอดคอเพื่อนตัวสูงที่ยืนหน้านิ่งแล้วลากขาตามคนที่เดินหายไปก่อนหน้านี้แล้ว
ศิรวัฒน์มองตามเพื่อนก่อนจะหันไปหาอีกคนที่ยืนอยู่“วันนั้นไม่เห็นมึงเล่า ว่าโดนมันเล่นมา”
“เห็นว่าไม่จำเป็ต้องรู้ เพราะมึงคงไม่ไปทำเ้าชู้ใส่น้องเขาแต่ไอ้วินไม่ใช่ มันปากแกว่งหาเท้า ต้องเตือนก่อนว่าคีย์มันไม่เล่น”ภีรภัทรว่าอย่างรู้ใจเพื่อนอีกคนดี
ประโยคที่ศิรวัฒน์พยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะเดินตามเพื่อนอีกสองคนไปพร้อมกัน
============ รักนี้ดีต่อใจ ============