Galactic Imperium

    ตอนที่สามสิบ Unification War 13

    ตอนที่สามสิบ Unification War 13

    หลังจากที่ได้การเดินทางทางอากาศแล้วผมก็ใช้กลยุทธของจีนผสมกับอเมริกา

    โดยการไปสร้างฐานทัพเรือทางการทหารและการลงทุนในประเทศต่างๆที่มีเศรษฐกิจด้อยกว่าผม

    สังเกตได้จากประเทศที่ผู้นำประเทศยังทำผมทรงโมฮอว์กใส่เสื้อหนังและขี่มอเตอร์ไซค์นั้นเศรษฐกิจของพวกเขายังไม่ก้าวหน้าเท่าไร

    พอลงทุนทางด้าน

    ฐานทัพทางการทหารMilitary Base

    สถานีตำรวจ Police Station

    ศาล Court

    รวมถึงลงทุนสร้างสิ่งก่อสร้างพื้นฐานInfrastructure

    ที่ทำให้ดินแดนของพวกหัวโมฮอว์กกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของผมในที่สุดและเสียค่าแต้มการเมืองน้อยที่สุด

    เนื่องจากเปลี่ยนมาใช้ระบบทหารและระบบกฎหมายเดียวกับเราตั้งแต่แรกแล้ว

    เกมส์นี้สมจริงในแง่หนึ่งว่าหากใช้ระบบกฎหมายและระบบเศรษฐกิจเดียวกันย่อมรวมกันได้ง่ายดายกว่าพวกที่มีแนวคิดต่างกัน

    และผมส่งทหารตัดแต่งพันธุกรรมกระโดดไปยังกรีนแลนด์และแคนาดาตอนเหนือได้สำเร็จในที่สุด

    ได้ยึดครองดินแดนที่หนวเยือกเย็นนเต็มไปด้วยพวกกลายพันธุ์เท่านั้นที่ยังพอยอยู่แถวนั้นได้

    แต่ด้วยเทคโนโลยี Gene Therapy ยีนส์บำบัด

    ทำให้มนุษย์กลายพันธุ์กลับมาเป็นมนุษย์ปรกติได้ในที่สุดไม่ติดนิสัยอาละวาดหรือกินเนื้อมนุษย์ง่ายๆอีกต่อไป

    ผมแสปม Brothel โสเภณี รัวๆในพื้นที่ของพวกนี้เพราะไม่อยากให้พวกนี้มันออกอาละวาดอีกและตั้งสถานที่ราชการGovernment Building

    เพื่อเพิ่มอัตราการปกครองและเก็บภาษี

    ผมอาศัยน้ำตกเป็นเขตแดนธรรมชาติระหว่างฝ่ายของผมและฝ่ายอื่นๆของทวีปอเมริกาที่อยู่ด้านล่างกลับมาใช้ระบบการทูตนำหน้าแทนเมื่อเจอกับเขตแดนที่มีอารยธรรมสูงกว่าพวกชนเผ่ามนุษย์กลายพันธุ์

    แต่ช่วงนั้นสถานการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น

    อาจจะเพราผมระวังตัวมาก

    ไม่ให้ดินแดนของผมติดกับดินแดนของใครที่มีความเป็นศัตรูกับผมโดยตรงเลย

    ด้วยความที่แต้มประเทศของผมสูงมากขึ้นเรื่อยๆ

    ทำให้หลายประเทศที่มีแนวคิด

    Superpower Aspiration

    เป้าหมายเป็นประเทศมหาอำนาจ

    ประกาศเป็นศัตรูกับผม

    ทั้งที่ผมพยายามสร้าง

    สถานทูต Embassy

    ไว้ในดินแดนของพวกเขา

    แต่ท่าทางจะยังไม่เพียงพอต่อประเทศพวกนั้นที่พยายามจะต่อสู้กับผมต่อไป

    พวกเขาประกาศเป็นศัตรูกับผมที่เป็นประเทศอันดับหนึ่งแต่ทว่า..

    “บรรดาแต่ละประเทศยังคงสวามิภักดิ์ท่านจักรพรรดิอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเห็นว่าท่านจักรพรรดิคือผู้ที่เหมาะสมกับการปกครองโลกต่อไป”

    เนื่องจาก

    Political Shifting

    ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

    ทำให้ประเทศเล็กๆและประเทศขนาดกลางหันมาต้องการเข้าร่วมกับประเทศผมทันทีเมื่อประเทศใหญ่ประกาศตนเป็นศัตรูกับผม

    เพราะผมดันวางพวกเขาไว้เป็นรัฐกันชนระหว่างผมกับประเทศใหญ่นั่นเอง