แหวนมิติ

    ตอนที่29 กินสมอง



    หลางหลินกลับมาที่บ่อน้ำ ทำไมเขาถึงมาที่นี่แต่ไม่เข้าเมืองไปหาอะไรกินน่ะเหรอ นั่นก็เพราะว่ากลิ่นยังไงล่ะ
    กลิ่นของเขาในตอนนี้มันเป็นฟีโรโมนอย่างแรง ถึงขนาดที่ทำให้ผู้คนหรือสัตว์คลุ้มคลั่งได้ ยกตัวอย่างที่เพิ่งเกิดเลยกับเจ้าสองตัวในบ้านเขา
    มันเป็นอันตรายอย่างมากหากเขาถูกปล้ำบนถนนหรือกลางที่สาธารณะ
    ถึงหลางหลินจะไม่ใช่ผู้ชายที่ซิง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีรสนิยมกลางแจ้งแบบนั้น
    โคก ค้าก-!
    ท้องของเขาส่งเสียงร้อง ตอนนี้ก็สายแล้วและเขาก็ใช้พลังไปเยอะในมิติและการตัดหัวของยักษ์ชาลี ทำให้รู้สึกหิวเป็นอย่างมาก
    หลางหลินลูบท้องพร้อมกับพึมพำ "ฉันน่าจะหยิบซี่โครงย่างออกมากินด้วย แย่ชะมัดเจ้าบ้าสองตัวนั่น อยู่ๆก็เกิดหื่นขึ้นมาซะอย่างนั้น"
    เวลาหิวแม้แต่ตัวเขาเองที่เป็นคนใจเย็น ก็เปลี่ยนเป็นคนเกรี้ยวกราดได้เช่นกัน
    ในยุคสงครามอาหารเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุด หากไม่มีอาหารกองทัพก็อยู่ไม่ได้และตัวเขาในตอนนี้ก็เหมือนกัน เขารู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสงครามและต้องการอาหาร มากระแทกปากเร็วๆ
    หลางหลินมองแหวนมิติบนนิ้วมือ ใบหน้าเขาขมวดเป็นปมแน่นเมื่อคิดถึงสิ่งที่อยู่ด้านใน
    "ยังไงฉันก็ต้องกินมันสินะ... ถึงแม้ฉันจะไม่กินตอนนี้แต่ในอนาคต ฉันก็ต้องกินอยู่ดีเพื่อเพิ่มพลังจิต!" สิ่งที่เขาพูดถึงก็คือสมองของยักษ์ชาลี
    1 กิโลกรัมสามารถเพิ่มพลังจิตได้ 1 หน่วย!
    มันเป็นอาหารที่มีประโยชน์อย่างมาก เมื่อพลังจิตสูงขึ้นก็จะใช้ฉีได้ดียิ่งขึ้น
    การยกระดับพลัง พลังจิตเองก็ถือเป็นส่วนสำคัญเช่นกัน
    ฟู่ว...หลางหลินสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะนำหัวสมองของยักษ์ชาลีออกมา กลิ่นของมันหอมเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ดี ภาพสมองสดๆ ด้านหน้ามันไม่น่าอภิรมย์แม้แต่น้อย
    หลางหลินกัดฟันกรอด ก่อนจะใช้ปากกัดเข้าหัวสมองไปคำหนึ่ง เขาไม่ได้ใช้มีดหั่นเป็นชิ้นๆ เพราะมีดที่เขามีติดตัวเป็นมีดขึ้นสนิม แล้วจะใช้หั่นกินได้ยังไง?
    ทันทีที่กัดลงไป น้ำจากสมองก็ไหลออกมาจากปากเขา มันเป็นสีม่วงอมชมพูเหมือนกับสีของสมอง
    หลางหลินเบิกตาโพลง ใบหน้าเขาดูประหลาดใจเป็นอย่างมาก "ไม่น่าเชื่อว่ามันจะอร่อยขนาดนี้ รสชาติของมันไม่ได้คาวแม้แต่น้อย แต่กลับ....เหมือนเคี้ยวผลไม้อย่างน่าประหลาด นี่เหรอรสชาติหัวสมองของยักษ์ชาลี"
    หลางหลินกัดเข้าไปอีกคำหนึ่ง พร้อมกับเสียงเคี้ยวที่ดังออกจากปาก เขาดูตะกละตะกลามน่าเกียจ หากเขากินแบบนี้ในภัตตาคารอาหารเขาคงถูกโยนออกมาแน่ แต่ตอนนี้หลางหลินอยู่ที่นีคนเดียวแล้วทำไมเขาจะต้องรักษามารยาทด้วยล่ะ?
    น้ำของหัวสมองยังคงไหลออกมา ปากของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำเหนียวหนืด...
    ดวงตาของเขาเป็นประกายทุกครั้งที่กัดลงไป มันไม่เหมือนกับครั้งแรกที่เขามองมันอย่างรังเกียจอีกแล้ว
    รสชาติของสมองอร่อยและช่วยเพิ่มพลังจิต แล้วทำไมเขาจะต้องรังเกียจด้วย?
    ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่นาที ในที่สุดเขาก็หยุดกิน แต่สมองที่วางอยู่ด้านหน้าก็ไม่ลดลงไปแม้แต่น้อย
    มันมีขนาดใหญ่ถึง 20 กิโลกรัมซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่มาก
    ต่อให้เขากินไป 1 กิโลกรัมมันก็ไม่แตกต่างไปจากเดิมแม้แต่น้อย
    หลางหลินลูบพุงของเขา ก่อนจะมองค่าสถานะของตัวเอง
    ชื่อ หลางหลิน เด็กฝึกหัดข้ามมิติระดับ1 ต้องการแต้มประสบการณ์ 1000 เพื่อไประดับ 2 อายุ21ความอึด 10ความแข็งแกร่ง 10พลังจิต 3แหวนมิติระดับ 1 ต้องการแต้มประสบการณ์ 10000 เพื่อไประดับ 2แต้มประสบการณ์ที่มีอยู่ 710
    "นี่มันดีเกินคาด เพียงแค่ฉันกินสมองของมันพลังจิตแต่เดิมที่อยู่ในระดับสอง ก็เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งหน่วยอย่างง่ายดาย เพียงเพราะกินมันแค่หนึ่งกิโลกรัม!"
    การกินอาหาร 1 กิโลกรัมเมื่อก่อนอย่าหวังเลยว่าเขาจะกินได้ถึงขนาดนี้ ตอนนี้ร่างกายเขาเปลี่ยนไป เขาเป็นผู้ฝึกตน อยู่ในขั้นแรกรวบรวมฉี ถึงแม้จะเป็นขั้นต่ำสุด แต่การบริโภคอาหารก็มากขึ้นกว่าคนธรรมดาแล้ว นั่นเพราะร่างกายของเขาต้องการสารอาหารจำนวนมาก เพื่อมาบำรุงเซลล์ต่างๆ ในร่างกายที่แตกต่างไปจากคนธรรมดา
    นับตั้งแต่เป็นผู้ฝึกตน ถึงแม้จะเป็นขั้นแรกที่ต่ำสุด แต่เลือดและฉีของเขาก็เปลี่ยนไปแล้ว!
    มันไม่เหมือนกับคนธรรมดาอีกต่อไป!
    หลางหลินมองสมองตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ในใจจะยังรู้สึกกระอักกระอ่วนที่กินสมองของยักษ์ แต่เขาก็ต้องยอมรับเลยว่ารสชาติของมันอร่อยและมีประโยชน์จริงๆ
    หลางหลินเก็บสมองที่เหลือ 19 กิโลกรัมเข้าไปในแหวนมิติ แล้วทำไมเขาถึงรู้ว่ากินครบ 1 กิโลกรัมจริงๆ น่ะเหรอ ก็เพราะเขามีหน้าต่างสถานะที่ทำให้รู้ได้ว่าเขากินมันถึง 1 กิโลกรัมหรือยัง ถ้ามันถึง 1 กิโลกรัมพลังจิตก็จะเพิ่มมาเป็น 3 หน่วย แต่ถ้ายังไม่เพิ่มและยังอยู่เท่าเดิมนั่นก็แสดงให้เห็นว่าเขาจะต้องกินมันอีกจนกว่าจะครบ
    หลางหลินไม่กล้าทดลองว่าหากกินตอนนี้ครึ่งกิโลกรัม แล้วไปกินในเวลาอื่นอีกครึ่งกิโลกรัมผลจะเป็นยังไง
    ผลลัพธ์บางทีมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง และเขาก็มีสมองจำกัดด้วย มันถือเป็นทรัพยากรสำคัญที่จะพัฒนาพลังจิตของเขาให้ยกระดับสูงขึ้นไปอีก
    หลังจากที่กินจนอิ่ม คนอย่างเขาจะทำอะไร? ทำงานเหรอ? เปล่าเลยเขาก็แค่นอนใกล้ๆ บ่อน้ำเท่านั้น ตอนนี้เขามีเงินอยู่ในบัญชีหลายล้านหยวนด้วยการขายนิยาย
    แล้วทำไมจะต้องกังวลด้วย เพียงแค่ฝึกเทคนิคการหายใจในน้ำแต่ละวันก็พอแล้ว ชีวิตของเขาต่างไปจาก 1 เดือนที่เป็นคนพิการขยะๆ ที่ไม่มีใครสนใจอย่างชัดเจน
    ตอนนี้เขามีเงิน หลางหลินสามารถจ้างผู้หญิงมาบริการได้แต่ก็ไม่ทำ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบแต่แค่ไม่ชอบที่ต้องเสียเงินเพื่อมีความสุขชั่วคราว มันจะดีกว่าหากเขามีแฟนเป็นของตัวเอง แล้วแบบนั้นจะทำอะไรก็ได้ทุกวัน และไม่ต้องแชร์ร่างกายของเธอกับคนอื่น แบบนั้นแหละที่เขาต้องการ แต่หลางหลินก็รู้ดีว่ารักแท้มันเป็นอะไรที่หาได้ยากมากในสังคมปัจจุบัน
    เขาเคยมีแฟนในช่วงเรียนวิทยาลัย แต่แล้วเธอก็ทิ้งเขาเมื่อเห็นเขานอนหมดสภาพเป็นผักอยู่บนเตียง ไม่มีคำถามว่าเป็นห่วงหรืออะไร เธอเพียงแค่เดินจากไปเพราะเขาพิการเท่านั้น
    หลางหลินไม่แน่ใจว่าหากตอนนั้นเขามีเงินเหมือนกับตอนนี้ เธอจะยังทิ้งเขามั้ย?
    พระอาทิตย์ตกดิน หลางหลินตื่นขึ้นมาพร้อมกับหาวออกมาเล็กน้อย
    เขามองไปที่ท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีดำ ราตรีอันเงียบสงัดมาเยือน พร้อมกับความหนาวที่แผ่ออกมา
    "นี่ฉันหลับไปตั้งหลายชั่วโมงงั้นเหรอเนี่ย" หลางหลินบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับบ้านไป
    ทันทีที่เขามาถึงบริเวณบ้าน กลิ่นของอาหารก็ทำให้เขาท้องร้อง ตอนนี้อาหารทุกอย่างดีกว่าครั้งแรกที่จางเปาทำเป็นอย่างมาก เขามีเงินหลายล้านหยวนแล้วทำไมเขาถึงต้องกินวัตถุดิบที่ไม่ดีด้วยเล่า
    "บอสกลับมาแล้วเหรอครับ ถ้าหากบอสกลับมาช้ากว่านี้ล่ะก็ อาหารบนโต๊ะก็คงถูกจางเปากับกระต่ายน้อยกินไปหมดแล้วฮ่าฮ่า"
    ดูสิมันยังมีหน้ามาหัวเราะอีก หลางหลินอยากจะเขกกระโหลกทั้งคนทั้งสัตว์จริงๆ
    "เอ่อ...ว่าแต่ขาของบอสมัน.." จางเปาถามถึงแม้เขาจะโง่ยังไงแต่สายตาและความจำก็ไม่ได้แย่ เมื่อเช้าเขาไม่ได้สังเกตเพราะมัวแต่ถูกกลิ่นกายของหลางหลินล่อลวง เขาจำได้ว่าขาของหลางหลินผิดรูปตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่มาวันนี้ขากลับเหมือนคนปกติ ทำให้ค่อนข้างประหลาดใจ
    หลางหลินมองไปที่ขาของตัวเองก่อนจะยิ้ม "อ้อนี่น่ะเหรอ...ตลอดทุกเช้าฉันแค่ออกกำลังกายที่หมอสั่งจนในที่สุดขาของฉันก็กลับมาเหมือนเดิม"
    "ดีจังเลยนะครับ หมอที่แนะนำมาจะต้องสุดยอดแน่" จางเปาปรบมือด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มของเขาเป็นรอยยิ้มที่จริงใจไม่ว่าอย่างไรหลางหลินก็เป็นบอส และเมื่อบอสขาหายเป็นปกติก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี
    ดีไม่ดีหลางหลินอาจจะจัดเลี้ยงอาหารฉลองราคาแพงเวอร์ก็ได้ ใครจะรู้ จางเปาได้แต่ยิ้มพร้อมกับกลืนน้ำลายลงท้อง หากจะบอกว่าเขาสนแต่เรื่องกินก็ไม่ผิดนัก
    มิ้ว! กระต่ายน้อยจับขาของหลางหลินพร้อมกับทำหน้าตาน่ารักน่าชัง
    หลางหลินอุ้มกระต่ายน้อยขึ้นมา ก่อนจะลูบท้องของมันพร้อมกับหัวเราะเบาๆ..
    ××××××××เซี่ยงไฮ้...คฤหาสน์หรูหราแห่งหนึ่ง ในห้องๆ หนึ่งมีหญิงสาวสวมแว่นกำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือนี้เป็นนิยายบัลลังก์สีเลือดของหลางหลิน
    เธออ่านไปจนถึงหน้าสุดท้ายก่อนจะร้องไห้ออกมา
    "ความรักของคนทั้งสองมันช่าง...." เสียงพึมพำออกมาจากปากเล็กๆ ของเธอ ใบหน้าเธอไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางใดๆ เลยแม้แต่น้อย และถึงแม้จะเปอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาแต่ความงามก็ไม่ได้ลดลงเช่นเดียวกัน ราวกับเธอคือผลงานชิ้นสมบูรณ์ของสวรรค์
    เมื่อเธอถอดแว่นออกมา ก็เห็นดวงตาและใบหน้าอย่างชัดเจน.... เธอคือหยูหย่าเฟย!
    "ดาบผ่าสวรรค์... ผลงานของคุณทำให้ฉันถึงกับร้องไห้ได้ คุณเป็นใครกันนะ? และเนื้อเรื่องต่อจากนี้จะเป็นยังไง? ฉันอยากที่จะอ่านต่อเร็วๆ ซะแล้วสิ ทำยังไงดีน๊า..." หยูหย่าเฟยเท้าคางคิดสักพักดวงตาก็เป็นประกาย "สงสัยฉันคงต้องไปกระตุ้นคุณที่เวย์ปั๋วสักหน่อยแล้ว คิคิ" ว่าแล้วหยูหย่าเฟยก็เปิดแล็ปท็อปก่อนจะเข้าไปในเวย์ปั๋ว..