เหล่ายอดฝีมือของสำนักคุ้มกันภัยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วหากไม่นับเย่คังและหัวหน้าขบวนคุ้มกัน เหล่ายอดฝีมือทั้งสิบล้วนเป็ยอดฝีมือระดับห้าในขณะที่เหล่ากลุ่มโจรล้วนเป็ยอดฝีมือระดับสามระดับสี่รามกับพญาราชสีที่กระโจนเข้าฝูงกวาง เหล่ายอดฝีมือของสำนักคุ้มกันภัยลงมือไม่มีกี่ครั้งล้วนสังหารได้ชีวิตหนึ่งเหล่าโจรร้ายเริ่มตายกันไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นสหายตายล้มตายกันไปอย่างง่ายดายพวกโจรที่เหลือกันไม่กี่คนรีบถอยหนีกันอย่างรวดเร็ว เหล่ายอดฝีมือของสำนักคุ้มกันภัยแค่นเสียงขณะจะไล่ตามไปเสียงของหัวหน้าขบวนคุ้มกันก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน
“ไม่ต้องตาม!ไปดูคนเจ็บและตรวจสอบความเสียหายก่อน!”เสียงของหัวหน้าขบวนคุ้มกันออกคำสั่ง
เย่คังขมวดคิ้วมองไปยังพวกโจรที่กำลังหลบหนีไปพร้อมกับตะวันที่กำลังตกดิน“หัวหน้าหู่ ทำไมท่านถึงปล่อยพวกมันไป? สังหารพวกมันให้หมดยังไงก็ดีกับพวกเราอยู่แล้วอีกทั้งจะได้ไม่ต้องมาระวังพวกมันทีหลังด้วย”
หัวหน้าหู่หรี่ตาลงตอบโดยไม่หันมามอง“เ้าคิดว่ามีกลุ่มโจรกี่กลุ่มกันที่กล้าโจมตีขบวนคุ้มกันของสำนักเรา?”
เย่คังลูบคางครุ่นคิดทันใดนั้นมันก็ขมวดคิ้ว “.....ไม่มีกลุ่มโจรธรรมดาไม่กล้าโจมตีพวกเราแน่.....หรือเ้าพวกเมื่อครู่นี้จะไม่ใช่กลุ่มโจรธรรมดา?”
“ส่วนมากเป็แค่พวกโจรธรรมดาแต่มีอยู่สองสามคนที่ข้าจับสังเกตได้พวกมันน่าจะเป็คนของพวกกองเงามรณะ...” น้ำเสียงเคร่งเครียดของหัวหน้าหู่ทำให้เย่คังต้องสูดลมหายใจอย่างหนามเหน็บ
“กองโจรเงามรณะ....กองโจรของตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่‘เงามรณะ’ ข้าได้ยินว่าปกติมันสนใจแต่สิ่งมีค่าระดับเดียวกับสมบัติแห่งชาติแท้ๆทำไมมันถึงมาจับตาดูพวกเราได้? หรือว่าเ้าพ่อค้านั้นโกหกพวกเราเกี่ยวกับเื่สินค้า!?” เย่คังพูดอย่างร้อนรนใบหน้าของซีดขาวเหมือนคนที่กำลังกลัวบางสิ่งอย่างสุดขีด
“เ้าอย่าพึ่งร้อนรนไปบางทีมันอาจะไม่ได้อย่างที่เ้าคิดพวกมันอาจจะแค่ออกมาหาข่าวก็ได้” หัวหน้าหู่เม้มปากเหมือนกำลังหนักใจ “ข้าจะไปคุยกับเ้าของสัญญาจ้างเื่นี้เองเ้าไปช่วยเหลือคนอื่นๆเถอะ”
“ดื่มนี้ซะมันจะช่วยบรรเทาความเ็ปลงบ้าง”เจี้ยนหลานส่งยาที่ต้มด้วยสูตรลับของสำนักกระบี่์แห่งกับเหล่าคนเจ็บเว่ยเมิ่งที่ถูกชวนมาก็มาช่วยตักยาให้เหล่าคนเจ็บด้วยเหมือนกัน
“ต้องขอบคุณคุณชายด้วยที่ช่วยเหลือพวกเรา”เย่คังไม่ลืมที่จะตีสนิทกับคนของสำนักกระบี่์ เจี้ยนหลานยิ้มโบกมือ “ท่านเย่เกรงใจเกินไปแล้วพวกเราล้วนร่วมทางกันช่วยเหลือแค่นี้จะเป็ไรไป” เย่คังยิ้มในใจ สำนักกระบี่์เป็หนึ่งในเก้าพันธมิตรที่รวบรวมคนของฝั่งธัมมะไว้ด้วยกันพวกมันย่อมไม่ปล่อยให้ชาวบ้านยากจนต้องเผชิญหน้ากับความลำบากหากมันสามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้
“ไม่ทราบว่าพวกท่านตัดสินใจเื่ที่จะรับมือกับพวกโจรหรือยัง?” ลุงหยางถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย
“ข้าพเ้ากำลังจะมาบอกเื่นี้อยู่พอดี....ท่านหัวหน้าตัดสินใจที่จะเร่งการเดินทางในวันพรุ่งนี้นั้นหมายความว่าวันรุ่งขึ้นพวกเราจะไม่มีหยุดแวะพักที่ใดเลยจนกว่าจะถึงจุดตั้งที่พักค้างคืนข้าพเ้าคงต้องแนะนำให้พวกท่านทานมื้อเช้าให้มากกว่าเดิมเผื่อมื้อเที่ยงแล้ว ฮาๆ”เย่คังพยายามสร้างบรรยากาศตลกทั้งๆที่ในใจของมันเครียดแทบตายลุงหยางที่ฟังอยู่ข้างๆหรี่ตาลง เหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ส่วนเว่ยเมิ่งที่ไม่มีใครสนใจหลังตักยาให้คนเจ็บทุกคนแล้วก็ไปวิ่งเล่นกับหยางหยางในยามค่ำคืน.......
“ท่านนำสิ่งใดมาด้วยกันแน่?” หัวหน้าขบวนมู่นั่งอยู่ในรถม้าที่หรู่หราอย่างน่าเหลือเชื่อ สายตาคมกริบของหัวหน้าขบวนจ้องมองไปที่พ่อค้าตรงหน้าหรืออันที่จริง....คงต้องบอกว่าขุนนางตรงหน้า
หานเหวินหลางขุนนางหนุ่มผู้ได้รับความโปรดปรานจากจักรพรรดิชิงยิ้มจางๆ“ก็เพียงแค่ของบรรณาการเล็กๆน้อยๆที่แคว้นไป๋มอบให้กับฝ่าาเท่านั้น”
“แต่ของบรรณาการเล็กๆน้อยๆของท่านทำให้กองเงามรณะถึงกับส่งคนมาสอดแนม!ท่านไม่คิดบางหรือไงว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ผู้อื่นต้องเดือนร้อนไปกับท่านขนาดไหน!” หานเหวินหลางหัวเราะเบาๆที่หัวหน้าขบวนคำรามอย่างหัวเสีย “ไม่เอาน่าท่านมู่อย่าพึ่งกังวลในสิ่งที่ยังไม่ได้เกินขึ้นสิ”
“ท่านกำลังเอาชีวิตของผู้อื่นมาเสี่ยงกับท่านโดยพวกเขาไม่เต็มใจรู้หรือไม่ว่าวันนี้มีผู้อพยพล้มตายกันไปกี่คน?”
“ท่านจะบอกว่าพวกมันตายเพราะข้า?ฮาๆ ท่านมู่พวกมันตายเพราะท่านคนของท่านไม่ยอมไปดูแลพวกมันต่างหาก ช่างน่าสงสารพวกมันจริงๆที่ไม่มีปัญญาซื้อตั๋วเดินทางที่มียอดฝีมือคุ้มกันแถมมาด้วย”หานเหวินหลางแค่นรอยยิ้มอย่างเหยียดหยาม
บรรยากาศรถม้าหนักอึ้งหานเหวินหลางยังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าจางๆเช่นเดิมในขณะที่หัวหน้าขบวนมู่มีสีหน้าตึงเครียด
“เช่นนั้นท่านก็รับผลที่อาจจะเกิดขึ้นเองก็แล้วกัน”หัวหน้ามู่ท้งท้ายอย่างเ็าและลงจากรถม้าไป หานเหวินหลางยิ้มส่งเบาๆตาเหมือนหัวหน้าขบวนมู่ลงจากรถม้าไปแล้วดวงตาของขุนนางหนุ่มก็มีประกายแวบของความอำมหิตขึ้นมา
ยามค่ำคืนมาเยือนขบวนเดินทางผู้คนต่างเริ่มเข้าที่พักเพื่อหลับนอน เว้นก็แต่คนๆหนึ่ง
พรึบ
เงาสีดำเคลื่อนไหวยามราตรีอย่างรวดเร็วร่างเงานั้นเคลื่อนไหวผ่านเหล่ายอดฝีมือที่ลาดตะเวนอยู่รอบๆโดยพวกมันไม่รู้สึกตัวอย่างง่ายดายเงาร่างนั้นพุ่งไปอย่างรวดเร็วผ่านทุ่งหญ้าแสงจันทร์จากท้องฟ้าเผยให้เห็นใบหน้าของร่างนั้นเว่ยเมิ่งที่มีหยางหยางเกาะอยู่ที่ไหล่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขากำลังตามรอยที่เหล่าโจรทิ้งไว้และพริบตาของชายหนุ่มก็ถึงที่หมาย
พื้นที่กว้างขนาดใหญ่และกองไฟมากมายที่ถูกก่อขึ้นกลุ่มคนจำนวนมากกำลังพูดคุยกัน เว่ยเมิ่งไล่มองกลุ่มคนเ่าั้พลางลูบคางไปมา
“งั้นนี่ก็คงเป็เหล่ากองโจรเงามรณะที่หัวหน้าขบวนมู่พูดถึงสินะ”เว่ยเมิ่งบังเอิญได้ยินพอดีตอนที่หัวหน้าขบวนมู่กับเย่คังปรึกษาอันที่จริงจะพูดว่าบังเอิญก็ไม่ถูกนักเพราะเว่ยเมิ่งมักจะหูดีเสมอเวลามีเื่หน้าสนุก.....
“ไหนดูซิๆ”เว่ยเมิ่งไล่กวาดมองเหล่ากองโจรไปมา ยอดฝีมือระดับหกเกือบร้อยคน ยอดฝีมือระดับเจ็ดประมาณสี่สิบกว่าคนยอดฝีมือระดับแปดเกือบราวๆสิบคน อืมๆมียอดฝีมือระดับเก้าสามคน ที่โดดเด่นที่สุดก็คือหนึ่งในยอดฝีมือระดับเก้าทั้งสามคนนั้น
บุรุษที่สวมหนังของมนุษย์เก่าๆอยู่บนใบหน้ารอบกายของมันแผ่บรรยากาศแห่งความอำมหิตอันเป็ที่สุดจนแม้แต่พวกลูกน้องของมันเองก็ยังไม่กล้าสบตานี่คือเงามรณะอันเลื่องลือที่หัวหน้าขบวนมู่และเย่คังกลัวนักหนา….มั้งนะ?
“หยางหยางเ้าคิดว่าข้าเหมือนโจรหรือเปล่า?” เว่ยเมิ่งมีรอยยิ้มแปลกๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“เ้าแน่ใจว่านั้นเื่จริง?”
“แหงอยู่แล้วข้าได้ยินท่านเงาซ้ายคุยกับพวกหัวหน้าเื่บุกโจมตีขบวนรถม้าในวันรุ่งขึ้น”
“แปลกจริงๆปกติหัวหน้ามักจะไม่ค่อยสนใจพวกขบวนพ่อค้าไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมคราวนี้ถึง…”
“ฟังแล้วก็อย่ากระโตกกระตากไปซะเล่าข้าแอบได้ยินว่าจริงๆแล้วที่ว่าจ้างขบวนคุ้มกันนั้นไม่ใช่พ่อค้าหรอกหากแต่มันเป็ทูตที่แคว้นชิงส่งไปที่แคว้นไป๋แล้วกับมาพร้อมกับบรรณาการล้ำค่าไม่อย่างงั้นหัวหน้าพวกเราคงไม่ชายตามองหรอก!”
“โห้?สมบัติล้ำค่างั้นหรือ?เ้ารู้หรือเปล่าว่ามันคืออะไร?”
“................เ้าฟังก็ก็เงียบไว้เลยนะนี่เป็ข้อมูลปกปิดระดับสุดยอดเลย....ข้าได้ยินมาว่าเป็สตรีงามนางหนึ่ง”
“สตรี?”
“ใช่....เป็สตรีที่งามที่จนจักรพรรดิชิงยอมเข้าร่วมเป็พันธมิตรกับแคว้นไป๋ก็เพื่อสตรีนางนี้เลยละ”
สองโจรชนแก้วเหล้าพูดคุยเื่ต่างๆอย่างครึกครื้น“เฮ้ยไอ้หนู! เ้าไปเอาเหล้ามาให้ข้าที่สิ!” หนึ่งในสองโจรหันไปะโใส่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านชายหนุ่มคนนั้นชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าเหมือนจะบอกว่าได้เลยชายหนุ่มกลับมาอีกครั้งพร้อมกับขวดสุราในมือ
“นี่เลยพี่ชายสุราอุ่นๆขวดนี้ข้าตั้งใจทำอย่างดีเลย”ชายหนุ่มยื่นขวดสุราในกับสองโจร สองโจรรับมาก็กระดกเข้าปากอย่างไม่ลังเล
“หืม?เ้าอยู่กองโจรที่เท่าไรวะ?ทำไมข้าไม่เคยหน้ามาก่อนเลย?” หนึ่งในโจรถามด้วยใบหน้าที่เริ่มเป็สีแดงจากความมึนเมา
“อ่อข้าพึ่งเข้าร่วม‘เมื่อกี้’นะ”ชายหนุ่มตอบพลางยื่นขวดสุราให้อีก
สองโจรกระดกสุราอีกครั้งตอนนี้หน้าของพวกมันแดงกล้ำสายตาเริ่มเลือนลอยพวกมันมองหน้ากันไปมา “พวกเราเปิดรับสมัครั้แ่ตอนไหนวะ?”โจรที่สติเริ่มหลุดลอยถามสหาย “นั้นดิ” เพื่อนของมันตอบทั้งๆที่หัวเริ่มผงก ในที่สุดพวกมันก็ทนฤทธิ์สุราไม่ไหวร่างของพวกมันล้มลงไปกองกับพื้นสติของพวกมันหายไปเพราะสุราเรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มที่มองพวกมันก็ลูบคางครุ่นคิด“สมบัติล้ำค่า? สตรีงาม?”แสงของกองไฟส่องให้เห็นถึงหน้าของชายหนุ่มคนนี้ชัดๆ เป็เว่ยเมิ่งที่ตีเนียนแอบเข้ามากองโจรเงามรณะนั้นเองชายหนุ่มเลียริมฝีปากพลางมองไปรอบๆค่าย “ปฏิบัติการโจรปล้นโจร...เริ่มได้!”