“ข้ายอมไปกับพวกท่านก็ได้แต่รอเซ่าเวยสักเดี๋ยว”
ท่านพี่ไม่ได้โกหกว่าจะกลับมารับนางทุกวันนี้เซ่าเวยยังคิดเสียดายอยู่ตลอดที่ไม่ได้ถามให้แน่ชัดว่าเหตุใดท่านพี่ต้องจากนางไป เซ่าเวยรู้แต่เพียงว่าตอนนั้นยังเด็กมากจำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว แต่ช่างเถอะ อีกไม่นานก็จะได้เจอกันแล้ว
ถังเซ่าเวยวิ่งกลับเข้าไปในห้องเก็บของที่ดูอย่างไรก็เหมือนคอกหมูนางจับอาภรณ์ตัวเอกที่เหมือนผ้าขี้ริ้วม้วนเป็ขอดผ้าสะพายไว้ด้านหลัง มือเล็ก ๆลูบหน้าขาเบา ๆ เพื่อทำความสะอาดจากนั้นหยิบก้อนซาลาเปาที่แข็งเหมือนหินขึ้นมาเก็บไว้ในชายเสื้อ
ทุกวันเซ่าเวยกินแค่เศษข้าวต้มที่มีเม็ดข้าวไม่ถึงสิบเม็ดดังนั้นซาลาเปาก้อนนี้จึงถือเป็อาหารที่ดีที่สุดสำหรับนางด้วยเหตุนี้เซ่าเวยจึงไม่กล้ากินมัน นางเพียงนอนดมกลิ่นหอม ๆของมันทุกคืนกระทั่งแข็งโป๊กเหมือนหิน
“ไปกันเถอะเซ่าเวยพร้อมแล้ว”หญิงสาวยิ้มสดใสเมื่อรู้ว่าจะได้ไปพบพี่ชายของนาง เซ่าเวยแทบอดทนรอไม่ไหวสองขาที่แห้งกรังของนางจึงรีบวิ่งขึ้นไปนั่งบนรถม้า
เจียงฉีหนิงรับทราบคำสั่งแล้วแต่ยังคงหมายจะสั่งสอนสองสามีภรรยาที่รังแกถังเซ่าเวยแม้ว่าเจียงฉีหนิงจะใจดีกับเซ่าเวย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะใจดีกับคนอื่นชายผู้กุมดาบมองสองสามีภรรยาสารเลวด้วยหางตา จากนั้นลั่นวาจาอันทรงพลังออกมาชี้ตาย
“สังหารซะ”
จางลู่คงอึ้งงันราวิญญาออกจากร่างเขาเพิ่งรู้ว่าความจนตรอกเป็อย่างไรก็วันนี้ ท่านน้าชายท่านน้าหญิงที่เคยรังแก
เซ่าเวยอย่างไร้เมตตา ได้แต่คุกเข่าพลางโขลกศีรษะกระแทกพื้นต่อหน้าบุรุษทั้งหกจากนั้นหว่านเยว่สือเป็ฝ่ายโพล่งเสียงสั่นเครือขอขมาในความผิดว่า
“นายท่านไว้ชีวิตด้วยได้โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วย”
ถังเซ่าเวยโล่งใจที่ไม่ต้องทนอยู่ที่นี่อีก นางได้ยินเสียงร้องโหยหวนราวหมูถูกเชือดของท่านน้าหญิงก็รู้สึกสะใจยิ่งนักแต่
เซ่าเวยไม่อยากเป็คนใจร้ายเหมือนพวกเขา นางไม่อยากมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นเซ่าเวยจึงกวาดม่านให้เปิด...จากนั้นชะโงกหัวออกมากล่าวว่า
“ไม่ฆ่าพวกเขาได้หรือไม่?”
“อย่างนั้นฮูหยินน้อยเห็นสมควรให้ลงโทษอย่างไรขอรับ”เจียงฉีหนิงรีบสั่งให้ผู้ติดตามเก็บดาบลงฝักในทันที
คงจะดีไม่น้อยถ้าท่านน้าหญิงได้รับรู้ถึงความยากลำบากของนางเซ่าเวยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มือที่กอดขอดผ้าแน่นค่อย ๆ คลี่ออกคิ้วของหญิงสาวขมวดมุ่นเล็กน้อย คล้ายลำบากใจที่จะพูดแต่หากไม่พูดออกไปเซ่าเวยคงเสียดายไปตลอดชีวิต
“ให้เป็ขอทานในหมู่บ้านหนึ่งวันกินเศษข้าวต้มหนึ่งชาม อาศัยในห้องเก็บของไร้ที่นอนหมอนมุ้ง สำหรับพวกเขาวิธีนี้น่าจะโหดร้ายเสียยิ่งกว่าตายอีกอย่างพวกเขาจะได้รู้ว่าตลอดหลายปีมานี้เซ่าเวยลำบากอย่างไร”
เจียงฉีหนิงได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจคาดไม่ถึงว่าวิธีการลงโทษของนางจะล้ำลึกขนาดนี้ทว่าในน้ำเสียงโกรธเคืองเ่าั้ก็ยังแฝงไปด้วยความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
เจียงฉีหนิงพยักหน้ารับทราบจากนั้นโบกมือหนึ่งครั้ง ถือเป็การออกคำสั่งให้ผู้ติดตามจัดการแทน
หว่านเยว่สือทรุดตัวลงบนพื้นนางกับสามีรอดตายแล้ว แต่ต้องเป็ขอทานในหมู่บ้านทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็ เช่นนั้นก็ฆ่าคนให้ตายเถิด… หว่านเยว่สือถึงขั้นร่ำไห้ร้องขอความตาย
ตอนนี้ถังเซ่าเวยเบิกบานใจมากในที่สุดนางก็หลุดพ้นจากขุมนรกพวกนั้นเสียทีเจียงฉีหนิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจ้องมองนางอย่างละเอียด
ในสายตาของเขามองข้ามรูปลักษณ์ภายนอกที่คนส่วนใหญ่รังเกียจแม้ว่าเพิ่งเคยพบถังเซ่าเวยเป็ครั้งแรก แต่เจียงฉีหนิงก็มองขาดว่านางเป็คนจิตใจดีที่หาได้ยากยิ่งนัก
อันที่จริงถังเซ่าเวยไม่รู้จักคำว่าฮูหยินความที่นางเติบโตในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ จึงหลงคิดไปว่า ฮูหยินน้อย คือคำใช้แทนชื่อเหมือนกันกับคำว่านายท่านหรือคุณหนู หากรู้แต่แรกว่าเป็คำเรียกแทนการเป็ภรรยาของผู้อื่นนางคงไม่ยินยอมให้เรียกเช่นนี้แน่
เจียงฉีหนิงได้ยินเซ่าเวยเอาแต่เรียกชื่อพี่ชายและเฝ้ารอที่จะพบถังห่าวหราน ในใจของเจียงฉีหนิงก็รู้สึกสงสารหญิงสาวขึ้นมา
เพื่อปลอบใจนาง...เจียงฉีหนิงจึงพูดต่อหน้าเซ่าเวยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า“ต่อจากนี้ท่านจะมีชีวิตที่ดีอย่างแน่นอน”
โครกคราก~~
เซ่าเวยนั่งลูบท้องเบา ๆดวงตาของนางมองไปที่ซาลาเปาก้อนนั้น สิ่งที่เจียงฉีหนิงพูดไปเมื่อครู่คล้ายว่านางไม่ได้ยินและไม่ได้สนใจแน่นอนว่าเซ่าเวยไม่สนใจอย่างอื่นนอกจากของกินที่อยู่ตรงหน้ากับเฝ้ารอที่จะได้พบพี่ชายเพียงคนเดียว
เจียงฉีหนิงเก็บความสงสารเอาไว้ในใจเขาสั่งรถม้าหยุดกะทันหันไม่นานก็กลับมาพร้อมเปี๊ยะไส้ผักที่ห่อด้วยกระดาษซับมันและซาลาเปานึ่งก้อนโต ส่วนที่ถืออยู่ในมืออีกข้างเป็ไก่ย่างหอม ๆ
จมูกเล็ก ๆ ของเซ่าเวยฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมดวงตากลมโตเฉกเช่นดวงดาราทอแสงเจิดจรัส นางลืมไปแล้วว่าอาหารพวกนี้มีรสชาติอย่างไรถังเซ่าเวยมองไปที่อาหารพวกนั้นไม่วางตาพลางกล่าวเสียงเบาอย่างเจียมตัวว่า
“พี่ชายสุดหล่อแบ่งเซ่าเวยได้หรือไม่?”
เจียงฉีหนิงหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดูในใจของเขากำลังคิดว่า จะแบ่งได้อย่างไร ในเมื่อของทั้งหมดนี้เป็ของ
ถังเซ่าเวยแต่เพียงผู้เดียว
“ทั้งหมดนี้เป็ของท่าน”
“อย่างนั้นไม่เกรงใจพี่ชายแล้วนะ”
หญิงสาวยิ้มตาหยีด้วยความร่าเริงถึงแม้ว่าตรงหน้าจะมีของกินที่อร่อยมาก แต่นางก็ยังไม่กล้าทิ้งซาลาเปาหินก้อนนั้น
เซ่าเวยเก็บมันไว้ในชายเสื้อเหมือนเดิมมือที่เปรอะเปื้อนหยิบอาหารเข้าปากอย่างมูมมาม สิ่งสกปรกบนมือเล็ก ๆ ของนาง
ถูกรสชาติอันโอชะของอาหารกลบเกลื่อนหมดแล้ว
แม้กระทั่งดูดนิ้วมือทั้งห้าดังจ๊วบรสชาติความอร่อยยังคงมีอยู่
เซ่าเวยกินอาหารจนเกลี้ยง มือซ้ายลูบท้องมือขวาค้ำที่นั่ง ปากเล็ก ๆ ของนางคล้ายจะเรอออกมา...แต่ก็พยายามอดกลั้นไว้ในสายตาของเจียงฉีหนิงยิ่งมองว่านางไร้เดียงสาเกินไปเขาเพียงยื่นน้ำชาให้น้ำดื่มล้างปาก แล้วพูดว่า
“เมื่อถึงเทียนตง ท่านอยากกินสิ่งใดก็จะได้กินสิ่งนั้น”
เทียนตง??
ถังเซ่าเวยอยู่ในชนบทนานเกินไปนางไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าเทียนตงคือที่ไหน
“เทียนตงคือบ้านท่านพี่ของข้าใช่หรือไม่”หญิงสาวเอียงคอสงสัย
เจียงฉีหนิงเริ่มเกิดความสงสัยแล้วว่าระหว่างนี้ถังเซ่าเวยเติบโตขึ้นมาอย่างไรแม้แต่หุบเขาเทียนตงที่เป็หนึ่งในใต้หล้ายังไม่รู้จัก เอาเถิด…คนไม่รู้ย่อมไม่ผิดนางเป็แค่สตรีที่ถูกใช้ทำงานหามรุ่งหามค่ำ จะไปรู้เื่ยุทธภพได้อย่างไรอีกอย่างหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่นางจากมาก็อยู่ห่างไกลความเจริญขนาดนั้น
ไม่นานนักเจียงฉีหนิงก็ไขข้อสงสัยให้แก่นางโดยเล่าว่า เทียนตง คือหุบเขาสูงใหญ่ที่โอบล้อมแปดทิศด้วยพฤกษาและหมอกพิษยอดฝีมือมากมายอยู่ที่นั่น สามร้อยปีมาแล้วที่ตระกูล
มู่หรงคุ้มครองใต้หล้า
ทว่าสิ่งที่เหมือนหนามยอกในอกของคนตระกูลมู่หรงคือการที่สหายในยุทธภพหักหลังเทียนตง เข้าร่วมกับสำนักหวงซินที่เป็ดั่งเนื้อร้ายของโลกใบนี้การต่อสู้ของสองฝ่ายในปีนั้นตัดสินแพ้ชนะไม่ได้รู้แต่เพียงว่าสองฝ่ายสูญเสียย่อยยับ
“น่าสงสารเทียนตงมาก”
แววตาของเซ่าเวยดูอ่อนโยนและเศร้าหม่นตามเื่ราวที่เจียงฉีหนิงเล่ายอมรับเลยว่าถังเซ่าเวยคือสตรีในอุดมคติของเขา แต่พึงใจแล้วจะอย่างไรต่อในเมื่อถังเซ่าเวยถูกกำหนดให้เป็
ฮูหยินน้อยั้แ่แรกแล้ว
ชายหนุ่มที่หล่อเหลาที่สุดในหมู่องครักษ์ได้แต่ถอนตัวออกจากเกี้ยวกลับไปนั่งอยู่บนอานม้าตัวใหญ่ กระตุกเชือกนำขบวนรถม้าเข้าสู่เขตแดนแห่งเทียนตง
“สวยมาก เหมือนอยู่บน์”
จมูกของเซ่าเวยได้กลิ่นหอมผิดปกติอีกแล้วมือของนางกวาดม่านบนหน้าต่างออก ดวงตากลมโตดุจแอ่งน้ำฝน มองไปโดยรอบบัดนี้หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้หญิงสาวตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก