แดดยามสายส่องลงมาอย่างร้อนแรงฟ้าที่อยู่บนนั่งร้านขึงผ้าที่มีชื่อคณะถูกเขียนด้วยมืออย่างสวยงามอีกฝั่งมีฝ้ายที่ยังพอมีเสื้อช็อปกันแดดได้อยู่บ้างแต่เขานี่สิให้นางไปแล้วตัวเขาเลยได้ัักับแสงแดดโดยตรงมือก็รีบมัดให้เสร็จจะได้รีบลงไปซะที
"เฮ้ย!ไอ้กล้ามึงเห็นไอ้ฟ้าปะ"
"อยู่โน้นไงพี่" กล้าชี้ไปหาเพื่อนที่กำลังโดนแดดเผาเป็ปลาแดดเดียวอยู่บนนั่งร้าน
ใบหน้าหล่อมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าแต่ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลานั่นลดลงเลยมีแต่เพิ่มความเซ็กซี่เข้าไปอีกน้องๆปีหนึ่งนั่งรอซ้อมมองกันตาปรอย มีแค่่กิจกรรมเท่านั้นที่พวกเขาจะได้เห็นเหนือเดือนคนนี้ นอกนั้นก็แทบต้องพึ่งบุญกันเลยทีเดียว
"อ้าวมันอยู่นี่แล้วโทรศัพท์มันอยู่กับใคร"
"ไม่รู้เหมือนกันครับแล้วตอนพี่โทรไปมีคนรับไหมครับ"
"มีดิแต่เป็เสียงผู้หญิงโคตรหวานเลย"
"เสียงผู้หญิง..." กล้านิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
"อ๋อ คงเป็เสียงแฟนมันน่ะพี่มันคงฝากแฟนไว้"
"โห้ว เสียงหวานจับใจขนาดนั้นแล้วคนจะสวยขนาดไหนว่ะ"
"สวยมากครับพี่ผมยืนยันเลย"
"กูอยากรู้เลยใครว่ะ ใช่น้องปี1คณะเราคนนั้นป่ะ"
"ไม่ใช่ครับ"
"เอ้าเหรอ"
"แล้ว..."
"หยุดเลยพี่ไปถามมันเองเลยผมไม่บอกหรอก"
"เอ้าไอ้น้องเวร" รุ่นพี่ก็ยอมล่าถอยไปในที่สุดเมื่อรุ่นน้องยืนกรานแบบนี้
ซ้อมเสร็จรอบนี้พักหนึ่งชั่วโมงนะคะน้องๆเดี๋ยวพี่จะมีข้าวกับน้ำมาแจกให้โดยมี คุณกานต์ ธนจิรกานต์สกุล เป็ผู้สนับสนุนอาหารการกินของคณะเราตลอดทั้งกิจกรรมเลยนะคะ ขอเสียงปรบมือแทนคำขอบคุณให้ท่านหน่อยค๊าาา
แปะๆๆ
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
แรงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายใบเล็กสั่นจนร่างบางรู้สึกได้เธอจึงต้องหยิบออกมาดูปรากฏว่าไม่ใช่ของเธอแต่เป็โทรศัพท์อีกเครื่องของชายคนรักต่างหากละ ต้องรับหรือเปล่านะ ถ้าไม่รับแล้วเป็ธุรสำคัญละคิดได้อย่างงั้นจึงตัดสินใจรับ
"สวัสดีค่ะ"
(เฮ้ย! เสียงผู้หญิงกูโทรหาใครว่ะเนี้ย ก็เบอร์ไอ้ฟ้าถูกแล้วนิ) เสียงอุทานดังมาตามสายแล้วเปลี่ยนเป็เสียงเบาพึมพัมกับตัวเอง
(นี่ใช่โทรศัพท์ไอ้ฟ้าป่ะ)
"เอ่อ ใช่ค่ะ"
(อ้าวแล้วมันอยู่ไหนละ)
"น่าจะอยู่ที่สแตนเชียร์นะคะ"
เพราะเขาบอกเธอว่าต้องปีนนั่งร้านไม่ใช่หรือ เธอมองไปฝั่งสแตนของวิศวะก็เห็นว่าเขาอยู่บนนั่นจริงๆใบหน้าหวานฉายแววเป็ห่วงออกมามองจากไกลๆยังเห็นว่าเขาใส่เสื้อยืดเพียงตัวเดียวสู้กับแดดตอนใกล้จะเที่ยงแบบนี้ไม่ใช่เื่สนุกเลยสักนิดรู้ว่าต้องตากแดดยังจะเอาเสื้อให้เธออีกนะ นางคิดในใจอยากเคืองๆชายคนรัก
"พี่ปี2มาช่วยพี่ขนของหน่อยจ้า"
นางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าไว้ตามเดิมเอาเสื้อช็อปที่คลุมขามาสวมเอาไว้แทนคราวนี้คนที่คอยสังเกตเสื้อที่เธอถือเอาไว้แต่มองไม่ค่อยชัดก็ได้เห็นเต็มๆตาต่างก็ตาลุกวาวอยู่ดีๆทำไมของสูงบริหารถึงได้ใส่เสื้อช็อปวิศวะได้แถมที่กระเป๋ายังบ่งบอกเ้าของเสื้อเรียนวิศวะเครื่องกลอีกต่างหาก ไม่ใช่ว่ามีแฟนเรียนวิศวะหรอกน่ะและถ้าใช่คนคนนั้นคงเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก...
"ไงมึง สละเสื้อให้สาวตัวเองก็ไหม้ไปดิ" ฝ้ายโยนขวดน้ำให้แล้วเดินมานั่งข้างๆกัน
"แดกไรดีว่ะจะเที่ยงละเดี๋ยวตอนบ่ายก็ต้องซ้อมบอลอีก" ฟ้าหันไปมองอีกฟากเห็นร่างเล็กในเสื้อสีกรมยืนโดดเด่นอยู่กลางผู้คนที่ใส่เสื้อนักศึกษาสีขาวเขายกยิ้มอย่างชอบใจอย่างนี้ไงเขาถึงให้เสื้อเธอไปเพราะเขาจะสามารถเห็นเธอได้ทันทีไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน
และแล้วฟ้ากับเพื่อนก็มาจบที่โรงอาหารกลางอยู่ใกล้ๆคณะบริหารผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆตาคมกวาดสายตาแล้วก็พบเป้าหมายอย่างง่ายดายเขาเดินเข้าไปหาอย่างไม่ลังเล ฝ้ายและกล้าหันมามองหน้ากันอย่างรู้ทัน ก็ว่าอยู่ทำไมมันอยากกินที่นี่ ที่แท้แฟนอยู่ก็เลยมา
"นั่งด้วยได้ไหมครับคนสวย" ดินแดนเ้าเก่าหน้าม่อคนเดิม
"ได้สิค่ะสุดหล่อเชิญเลยค่ะ"
นัตตี้ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินอ้อมไปนั่งฝั่งเดียวกับนุ่นและเชอร์รี่ชายหนุ่มสี่คนจึงนั่งลงฝั่งนางทั้งหมดหญิงสาวคนเดียวอยู่ตรงกลางขนาบข้างด้วยฟ้าและกล้าแล้วต่อด้วยฝ้ายแล้วก็ดินแดนกับแฟนของเพื่อนพวกเขาก็รู้จักอยู่แล้วแต่กับเพื่อนของเธอต้องเว้นระยะห่างหน่อยเป็การให้เกียรติ
ตอนนี้เหมือนกับนางกลายเป็ชาววิศวะไปซะแล้ว นอกจากจะนั่งอยู่กลางกลุ่มหนุ่มวิศวะแล้วเธอยังใส่เสื้อแบบเดียวกันจนกลมกลืนไปด้วยมีแค่ฟ้าที่สวมเสื้อยืดสีดำเท่านั้น
"่บ่ายพี่มีซ้อมบอล"
คนตัวหนาหันไปบอกคนตัวเล็กที่นั่งข้างกันซึ่งเธอพยักหน้ารับเบาๆ ตากลมมนมองเหงื่อตามไรผมของเขาจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ามาเช็ดให้อย่างอ่อนโยนมือใหญ่จึงยกขึ้นมาวางบนผมจุกบนกลางหัวของคนตัวเล็กแล้วตบลงเบาๆความใส่ใจเล็กๆน้อยๆที่เธอทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้นมาจับใจ
"เราจะไปไหนหรือเปล่า"
"ไม่ไปจะไปดูฟ้าซ้อมเดี๋ยวซื้อน้ำไปให้ด้วย"
"โอเคครับ"
"เอ้อ จริงสิโทรศัพท์ฟ้ามีคนโทรเข้ามา"
หญิงสาวส่งโทรศัพท์คืนเ้าของ เขารับไปเลื่อนดูนั่นนี่ก่อนจะส่งกลับคืนให้เธอเก็บไว้อีกครั้งเธอก็รับมางงๆ เขาไม่ใช้โทรศัพท์หรือไงนะ
"พี่ได้ข่าวมาว่านางได้ถือป้ายคณะเหรอ" กล้าที่เดินไปซื้อข้าวกลับมานั่งลงแล้วถามขึ้น
"ใช่ค่ะพี่กล้า" นางยิ้มหวานให้เพื่อนสนิทคนรักจนโดนมือใหญ่ยกขึ้นมาปิดใบหน้าเล็กไว้ไม่ให้เพื่อนเขาเห็นว่าเธอยิ้มสวยขนาดไหน
"อื้อ ฟ้า!!"
"อย่างนี้รางวัลขบวนคงไปไหนไม่ได้แล้วและตัวท็อปถือเองขนาดนี้" กล้าหัวเราะกับความขี้หวงของเพื่อนก่อนจะเอ่ยเย้าขึ้นมาอีกประโยค
"ไอ้ฟ้าได้ควันออกหูแน่ ฮาฮ่าๆ" ดินแดนสมทบมาอีกประโยคก่อนจะโดนฝ่ามือหนาเข้ากลางกระบาล คนโดนทำหน้าหงิกหงอทำเอาคนทั้งโต๊ะหัวเราะออกมาอย่างขำขัน
"พี่ฟ้าค่ะ"
คนแปดคนบนโต๊ะหันไปตามเสียงไม่สิต้องบอกว่าคนทั้งบริเวณนี้ที่อยู่ในระยะได้ยินต่างหันไปมองเป็ธรรมดาอยู่แล้วต่อให้ไม่ใช่ชื่อตัวเองก็เถอะเพราะสาวเ้าร้องเรียกดังมาก
"ครับ"
เสียงขานรับไม่เต็มเสียงนักเพราะตาคมมองแต่แฟนสาวที่อยู่ข้างกันว่าเธอจะว่ายังไงพอเห็นเธอหันหน้ามายิ้มและพยักหน้าให้เขาก็เบาใจลง
"ขอแป้งนั่งด้วยคนได้ไหมคะ"
เชอร์รี่ทำท่าสะดุ้งแรงมากหันไปมองหน้ากล้าที่หันหน้าเข้ากันแต่ตามองบนไปแล้ว ส่วนดินแดนนั้นหันหน้าคุยกับอากาศคุยกับแม่ซื้ออยู่คนเดียว ฝ้ายก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ไม่สนโลก นัตตี้กับนุ่นต่างจ้องมองแป้งเหมือนพร้อมบวกตลอดเวลา 1นาทีหลายเหตุการณ์ทำให้ผู้พบเห็นรวมทั้งนางต่างกลั้นขำเอาไว้
"แต่โต๊ะมันเต็มแล้วนะครับแป้งลองหาโต๊ะใหม่ไหมไหนจะเพื่อนเราอีก" ฟ้าหันไปเห็นเพื่อนของแป้งอีกสองคนที่ยืนอยู่หลังเธอพอเห็นเขามองไปพวกเธอก็ยิ้มหวานให้เขาแปลกๆ
แป้งเมื่อชายหนุ่มรุ่นพี่ปฏิเสธเธอตรงๆก็อดจะเสียหน้าไม่ได้ใบหน้าใสซื่อนั่นหมองลง
"น้องนั่งด้วยก็ได้นะจ้ะแต่ต้องนั่งฝั่งเพื่อนพี่นะพอขยับหน่อยน่าจะนั่งได้อีกคน"
นางเอ่ยบอกน้องแล้วหันไปส่งซิกให้เพื่อนขยับให้น้องนั่งด้วยนัตตี้จึงขยับตามที่เพื่อนบอกทันที ใบหน้าสวยนั่นกลับมายิ้มแย้มอีกครั้งกำลังจะหย่อนก้นนั่ง
"แต่ว่าเพื่อนน้องละจะปล่อยให้ยืนอยู่อย่างนั้นเหรอจ้ะ"
น้ำเสียงหวานพูดขึ้นอีกครั้งทำเอากล้าแอบแปะมือกับเชอร์รี่อย่างชอบใจ เห็นหน้าหวานๆอย่างนี้ก็เหน็บคนเป็เหมือนกัน
"เอ่อ พวกหนูจะไปนั่งที่อื่นค่ะ ไปก่อนนะแป้ง"
"แล้วเจอกัน" แป้งหันไปโบกมือลาเพื่อนตัวเองแล้วนั่งลงอย่างสบายๆไม่ได้ดูเกร็งอะไรทั้งที่อยู่กับคนที่ไม่สนิทกันเลยสักนิด
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงไปเลยเมื่อมีคนมาเพิ่ม นางเห็นว่าเริ่มเงียบจนเกินไปจึงคิดจะชวนคุยสักหน่อย
"น้องแป้งจะกินอะไรไหมจ้ะ"
"พี่ฟ้าทำไมไม่รับสายแป้งเลยละคะ เนี่ยเมื่อเช้ารถแป้งเสียว่าจะให้ไปรับพี่ก็ไม่รับเลย"
แป้งเลือกที่ยิงคำถามอื่นแทนและทำเป็ไม่สนใจคำพูดของนางเลยสักนิดเธออยากจะเห็นหน้าสวยๆทำหน้าเสียหน่อยกลับกลายเป็ว่านางเพียงแค่ยิ้มออกมาแค่นั้น
"ขนาดพวกรุ่นพี่โทรตามมันทั้งเช้ายังไม่มีใครได้ยินเสียงมันเลยครับน้อง" กล้าหันไปยิ้มล้อร่างบางของนางที่นั่งอยู่ข้างๆเธอจึงยู่หน้าใส่เขาอย่างน่ารัก
"แล้วถึงเราโทรติดมันก็ไปรับไม่ได้หรอกฟ้ามันไม่มีรถ"
"แต่ทุกทีพี่ฟ้ามารับหนูได้นะคะ"
"นั่นรถฝ้ายน่ะครับ"
"งั้นพี่ยืมรถพี่ฝ้ายไปส่งแป้งได้ไหมคะแป้งไม่มีรถกลับ"
"วันนี้พี่เดินมาครับ"
ฝ้ายเห็นน้องตื้อไม่เลิกจึงโกหกไปจากนั้นหลายเหตุการณ์ใน1นาทีก็เกิดขึ้นอีกครั้งต่างฝ่ายต่างหันหน้าออกไปกลั้นยิ้มจนจมูกบานกันหมดแล้วมีแค่ฟ้าและนางเท่านั้นที่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไป ฝ้ายลูบคอตัวเองอย่างเขินๆคำตอบเขาตลกไปเหรอเนี้ย
"โหว!น่าสงสารจัง! เดี๋ยวรี่ไปส่งเองนะคะคุณพี่" ในที่สุดก็มีคนรับมุกเขาสักทีแม้จะรับทั้งน้ำเสียงสั่นๆกลั้นขำก็ตามที
"ขอบคุณมากครับน้องเชอร์รี่เดี๋ยวค่าข้าววันนี้พี่จ่ายเอง"
"อุ้ย!เกรงใจจังเลยค่ะคุณพี่" ปากบอกเกรงใจแต่มือกับยื่นแบไปตรงหน้าฝ้ายก็ควักแบงค์ร้อยให้น้องไปแต่ค่าข้าวแค่40
นางยิ้มกริ่มเมื่อเห็นเพื่อนตนกับเพื่อนของคนรักเข้ากันได้ดีแม้จะเจอกันเป็ครั้งแรกไม่มีใครเกร็งเลยสักคนแถมยังกล้าเล่นหยอกล้อกันอีกต่างหาก
"สรุปน้องแป้งจะกินอะไรไหมจ้ะ พวกพี่จะได้นั่งรอ" นุ่นเอ่ยขึ้นเสียงแข็งนิดๆเธอแสร้งว่าชอบทั้งที่เกลียดไม่ได้หรอก
"ไม่เป็ไรค่ะ แป้งไม่ค่อยหิว" เธออุตส่าห์ทำหน้าหนามาขอนั่งด้วยแต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจเธอเลยสักนิด เอาแต่มองคนข้างตัวอยู่นั่น
"พี่ฟ้าคือหนูขอยืมเสื้อช็อปได้ไหม หนูต้องซ้อมบนสแตนอีกตอนบ่ายแดดแรงมากเลย"
แป้งเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เสื้อของชายหนุ่มที่อยู่บนตัวของรุ่นพี่ต่างคณะเธอรู้สึกขัดตามานานละ เรียนวิศวะก็ไม่ได้เรียนแต่กลับใส่เสื้อช็อปเดินไปมา คงอยากอวดใครต่อใครเต็มทีมั้งว่าใส่เสื้อใคร
"เสื้อพี่ไม่ว่างแล้วครับ เราไปขอพี่รหัสเราก็ได้พี่เห็นมันใส่มานะเมื่อเช้า"
คำพูดหนักแน่นราวกับแฝงความหมายที่เธอไม่อยากจะยอมรับแต่การแสดงออกของเขากลับชัดเจนยิ่งกว่าพูดออกมาตรงๆเสียอีกว่าหัวใจของเขาก็ให้อีกคนไปแล้ว แล้วเธอละเธอไม่ดีพอสำหรับเขาเลยเหรอ เขาถึงกลับไปหาคนที่เขาเคยทิ้งแล้วมาเลือกเธอ ในเมื่อเขาเคยทิ้งแล้วกลับไปได้ ถ้าอย่างนั้นเธอก็น่าจะทำให้เขากลับมาหาเธออีกครั้งได้เหมือนกัน
ใบหน้าหมายมั่นนั้นทำให้นางที่มองอยู่ยิ้มบางเบาอย่างรู้ในความคิดของอีกคน คนที่กล้าแทรกเข้ามากลางวงทั้งที่คนมากมายโดยไม่กลัวสายตาและคำพูดลับหลังไม่มีทางตัดใจแล้วปล่อยมือง่ายๆหรอก แต่สาวเ้าลืมนึกไปว่า...การที่จะทำให้คนที่รักหันมารักเรานั้นไม่ง่าย เพราะหากกลับมานั่นแปลว่าเขาต้องรัก หากไม่รักอยู่บีบคั้นยังไงผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่มีทางสมหวัง