หลังจากเดินเข้ามาภายในถ้ำแล้วเจมส์เดินเข้าไปจนเจอเข้ากับห้องๆ หนึ่งซึ่งเมื่อเปิดเข้าไปภายในก็พบเข้ากับอาหารจำนวนมากที่ตั้งอยู่บนชั้นวางของภายในห้องอีกทั้งยังมีลังใบใหญ่จำนวนหนึ่งที่ยังปิดอยู่ ตั้งไว้มุมหนึ่งของห้อง
เจมส์เดินออกมาจากห้องเก็บอาหาร แล้วเดินลึกเข้าไปในถ้ำเพื่อตามหาแจ็คต่อไปเจมส์เดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงบันไดวนที่ทอดยาวลงไปยังชั้นใต้ดิน เจมส์ค่อยๆเดินลงต่อไปเรื่อยๆ ก่อนจะถึงประตูที่จะเชื่อมไปถึงห้องโถงด้านใน
“แอ๊ด” เสียงประตูค่อยๆแง้มเปิดออกอย่างช้าๆ สิ่งแรกที่โผล่ออกมาคือปลายกระบอกปืนที่ชี้ออกมาอย่างระมัดระวัง
เจมส์เลื่อนตัวเองผ่านเข้ามาในห้องโถง แล้วสำรวจภายในห้อง จึงทำให้รู้ว่าห้องแห่งนี้ใช้เป็ที่พักผ่อนของกลุ่มคนปริศนาที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้เพื่อทำอะไรบางอย่างแต่แล้วเจมส์ก็ต้องหยุดความคิดทั้งหมดลง แล้วรีบลงไปซ่อนใต้เตียงเมื่อได้ยินเสียงคนกำลังพูดคุยดังขึ้นมาจากอีกฟากหนึ่งของห้อง
“ในนี้ร้อนชะมัด” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น
“แกก็ไปอาบน้ำซะ จะได้หายร้อน”เสียงอีกเสียงดังขึ้น
“อย่าบ่นนะเสร็จงานนี้แล้วเราก็ได้พักแล้ว แค่ร้อนนิดหน่อยอย่าบ่นมาก” เสียงชายคนที่สามดังขึ้น
“่นี้ฉันเอาแต่คิดว่าจะทำอะไรดีตอนได้หยุดพักผ่อนจากงานนี้”ชายคนแรกพูดต่อ พลางทำท่าทางประกอบไปด้วย
“แกนี่นับวันยิ่งเพ้อเจ้อขึ้นทุกวัน”ชายคนที่สามพูดตอบ
“ว่าแต่แกคิดว่าไอ้เด็กนั้นมันมาทำอะไรที่นี้”ชายคนที่สองถามขึ้นมานั้นยิ่งทำให้เจมส์พยายามตั้งใจฟังสิ่งที่ชายทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันมากขึ้น
“เื่นั้นฉันก็ไม่รู้ แต่ที่รู้พอร์นมันต้องซ้อมเด็กนั้นปางตายแน่ๆถ้ามันไม่สารภาพเื่ที่มันมาที่เกาะนี้ออกมาทำไม” ชายคนแรกตอบ
“ป่านนี้มันคงโดนซ้อมจนปางตายแล้วแน่ๆ”ชายคนที่สามพูดต่อ
“เดี่ยวมันก็คงบอกเื่เหตุผลที่มาเกาะเองนั้นแหละยังไงมันก็แค่เด็ก” สิ้นเสียงชายคนที่สองทั้งสามคนก็หัวเราะกันดังลั่นก่อนจะเดินออกจากห้องไปยังบันไดเวียนเพื่อขึ้นไปยังชั้นบน
เจมส์ที่ตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ รู้สึกโกรธและเป็ห่วงแจ็คเป็อย่างมากเมื่อได้ยินว่าแจ็คโดนจับอยู่ที่นี้และโดนทำอะไรไปบ้าง
“ไอ้พวกสารเลว” เจมส์สบถขึ้นเบาๆ ก่อนจะมองจากใต้เตียงว่ามีใครยังอยู่อีกบ้าง แล้วค่อยๆขยับตัวออกมาจากใต้เตียง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่เจมส์ก็เดินไปยังอีกฟากหนึ่งของห้องก็พบประตูอีกบานที่เชื่อมติดไปอีกห้องหนึ่ง
เจมส์หยุดยืนนิ่งฟังเสียงจากอีกฟากของประตูว่ามีใครยืนอยู่ข้างประตูอีกบ้างไหมเมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรเจมส์เปิดประตูเข้าไปก็เห็นสายไฟที่ติดตั้งไว้ทั่วห้องอีกทั้งยังได้ยินเสียงของเครื่องจักรบางอย่างกำลังทำงานอยู่โดยมีกลุ่มคนกำลังใช้งานเครื่องจักรอยู่ด้วยเจมส์รีบถอยกลับไปในห้องโถงแล้วเข้าไปซ่อนใต้เตียงอีกครั้งเพื่อรอเวลาที่กลุ่มคนที่อยู่ในห้องชั้นในจะออกมาจากห้องกันหมดเพื่อที่เขาจะได้กลับเข้าไปสำรวจในห้องนั้นอีกครั้ง
“เ้าพวกนี้กำลังทำอะไรกันอยู่ที่นี้กันแน่”
“แจ็คนายอยู่ไหน” เจมส์คิดขึ้น
แม้เวลาจะผ่านไปนานมากแล้วก็ตามเจมส์ก็ยังคงนอนรอใต้เตียงอย่างเงียบเชียบต่อไปโดยหวังไว้ว่าคนที่อยู่ในห้องเครื่องจักรจะออกมาในเร็วๆนี้
แต่กลับไม่มีใครออกมาจากห้องที่เครื่องจักรกำลังทำงานอยู่เลยจนเจมส์ได้ยินเสียงประตูจากฟากของบันไดเวียนเปิดขึ้นอย่างแรงทำให้เจมส์หันกลับไปมองก็พบว่ามีกลุ่มคนอีกกลุ่มกำลังเดินเข้ามา เมื่อสังเกตุดีๆก็พบว่ามีสองคนที่เจมส์เล่นงานไปก่อนจะเข้ามาข้างในถ้ำเดินเข้ามาด้วย
“บ้าจริง พวกนั้นรู้ตัวแล้วเหรอเนี่ย”เจมส์พูดกับตัวเองเบาๆ
“พวกแกสองคนจำหน้ามันได้ใช่ไหม”ชายร่างเล็กคนหนึ่งหันไปถามสองคนที่ถูกเจมส์เล่นงาน
“ไม่ พวกเราจำไม่ได้มันมืดมาก”หนึ่งในสองคนตอบขึ้น
“งั้นเหรอ พวกแกเฝ้าทางเข้านี่ไว้เดี่ยวฉันลงไปดูที่ชั้นใต้ดินก่อน” จิมสั่ง
แล้วจิมกับลูกน้องอีกสามคนก็เดินตรงเข้าไปในห้องที่มีเครื่องจักรซึ่งกำลังทำงานอยู่ซึ่งซักพักหลังจากนั้นจิมก็เดินออกมากลับกลุ่มคนที่ทำงานอยู่ในห้องเครื่องจักร
“ไม่แน่ไอ้คนที่แอบเข้ามาอาจจะเป็พวกของเ้าเด็กนั่นก็ได้” จิมพูด
“แล้วเ้าเด็กนั้นละพอร์น” จิมหันไปถามชายร่างสูง ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครารุงรัง
“มันนอนสลบอยู่ข้างล่าง” พอร์นตอบ
“แล้วมันบอกอะไรแกบ้างละพอร์น”จิมถามต่อ
“ไอ้เด็กนี่มันปากแข็งกว่าที่คิดมันไม่ยอมพูดอะไรเลย ขนาดฉันซ้อมมันไปขนาดนั้น” พอร์นตอบอีกครั้ง
“ไอ้เลวนี่” เจมส์ที่ได้ยินดังนั้นจึงสบถขึ้นด้วยโมโหจนตอนนี้เขาแทบอยากจะกระโจนออกไปต่อยหน้าพอร์นจังๆ ซักทีถ้าไม่ติดว่าเขาจะต้องช่วยแจ็คให้ออกมาอย่างปลอดภัยเสียก่อน
“งั้นเหรอพวกแกสองคนไปเฝ้าเด็กนั่นไว้ถ้ามันเป็พวกเดียวกัน มันต้องไปช่วยเ้าเด็กนั้นแน่ๆ ส่วนที่เหลือตามฉันขึ้นมาเราจะไปหาตัวมันกัน”จิมเริ่มพูดแบ่งหน้าที่ให้คนทั้งหมดที่ยืนอยู่ภายในห้องโถง
หลังจากพูดจบจิม พอร์นและกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่อยู่ภายในห้องก็เดินออกจากห้องไปยังบันไดเวียนเพื่อขึ้นไปหาคนที่เข้าทำร้ายพรรคพวกเขาเมื่อคืนนี้
เจมส์ที่นอนรออยู่ใต้เตียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเห็นว่าคนในห้องแยกย้ายกันไปหมดแล้วเจมส์ก็ค่อยๆออกมาจากใต้เตียงแล้วรีบตรงไปที่ห้องที่มีเครื่องจักรกำลังทำงานอยู่เขายืนฟังเสียงว่าสองคนที่ถูกสั่งให้เฝ้าแจ็คไว้นั้นยังยืนอยู่ที่ประตูหรือไม่แต่ก็กลับไม่มีเสียงอะไรดังออกมาเลยแม้แต่น้อย
เจมส์หยิบปืนที่ยึดเอามาได้ในตอนแรกขึ้น แล้วใช้มือข้างหนึ่งเปิดประตูไปอย่างช้าๆแล้วพาตัวเองเดินเข้าไปในห้องนั้นอย่างรวดเร็วก่อนจะปิดประตูไปเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุ
เจมส์เดินเข้าไปยังห้องที่เครื่องจักรที่ถูกปิดเครื่องเอาไว้ก่อนจะเดินสำรวจเครื่องจักรที่ตอนนี้นิ่งสนิทอยู่ทำให้รู้ว่าเครื่องจักรนี้คือเครื่องพิมพ์ ชนิดหนึ่ง ก่อนเจมส์จะกวาดตามองไปรอบๆทำให้เห็นแผ่นธนบัตรที่ถูกพิมพ์ออกมาไว้เป็จำนวนมากตั้งกองอยู่บนโต๊ะภายในห้อง
“นี่มันแบงค์ปลอม” เจมส์พูดพลางเอื้อมมือไปหยิบเอาแผ่นธนบัตรแผ่นหนึ่งขึ้นมาดู
“งั้นเ้าพวกนี้คงคิดจะผลิตธนบัตรปลอมพวกนี้เพื่อนำออกไปใช้สินะ”เจมส์พูดในสิ่งที่คิดออกมาก่อนจะวางแผ่นธนบัตรกลับที่เดิมแล้วเดินลึกเข้าไปข้างในอีกเพื่อตามหาแจ็ค
เจมส์เดินลึกจากห้องเครื่องจักรมาเรื่อยๆก่อนจะหยุดนิ่งเพราะได้ยินเสียงของคนกำลังคุยกันทำให้เจมส์นึกขึ้นได้ในทันทีว่ามีพวกที่ถูกส่งให้มาเฝ้าแจ็คอยู่ด้วย
“ดูสภาพเด็กนี่สิพอร์นมันซ้อมหนักมือเหมือนกันแหะ” ชายคนหนึ่งพูด
“ก็น่าจะสารภาพไปดีๆ ั้แ่ตอนแรกจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวหนักแบบนี้” ชายที่อยู่ด้วยกันอีกคนพูดตอบ
“แค่ก ๆ ๆ” เสียงไอของแจ็คดังขึ้นตอนนี้ตามลำตัวของแจ็คมีแต่รอยฟกช้ำ ปากแตกดวงตาข้างหนึ่งก็บวมจากการถูกซ้อมซ้ำไปซ้ำมา
“อย่าพึ่งตายละเผื่ออาจจะมีเพื่อนมาอยู่ด้วยอีกคน” ชายคนแรกพูดขึ้นก่อนจะหัวเราะอย่างสะใจ
“พวกแกหนีไปไหนไม่รอดหรอก” แจ็คแข้นเสียงออกมาพูด
“ปากดีแบบนี้แสดงว่ายังโดนไม่พอ”ชายคนแรกพูดต่อ
“เฮ้ย แกรอตรงนี้ก่อนเดี่ยวฉันจะเข้าไปสอนเื่มารยาทที่ควรพูดกับผู้ใหญ่ให้เ้าเด็กนี่เอง” ชายคนแรกหันไปพูดกับเพื่อนที่มายืนคู่กับเขา ก่อนเขาจะเปิดประตูที่ล็อคเอาไว้แล้วเดินเข้าไปแล้วกระหน่ำซ้อมแจ็คที่สภาพสะบัดสะบอมในตอนนี้อย่างหน่ำใจอีกครั้ง
เจมส์ที่เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตรงไปยังห้องซึ่งขังแจ็คไว้ในทันที
“เฮ้ย แกเป็ใคร” ชายคนที่สองซึ่งยืนอยู่หน้าห้องขังร้องขึ้น พลางยกปืนขึ้นเล็งมาที่เจมส์แต่ยังไม่ทันได้เหนี่ยวไกปืนเขาก็ต้องร้องขึ้นด้วยความเ็ปขึ้นมาซะก่อนเพราะเจมส์ชักปืนพกขึ้นมายิงเข้าที่มือของเขาทำให้เขาต้องปล่อยมือออกจากปืน ก่อนจะกุมมือร้องด้วยความเ็ปแต่ก็ถูกเจมส์ที่วิ่งเข้ามาประชิดตัวได้อย่างรวดเร็วะโเตะก้านคอจนสลบไปในทันที
“เกิดอะไรขึ้น” ชายคนแรกที่กระหน่ำซ้อมแจ็คที่ถูกมัดมือมัดเท้าอยู่ะโถามขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงปืนลั่นและเสียงร้องของเพื่อนของเขาที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง ทำให้เขาต้องทิ้งเื่ของแจ็คไว้ก่อนแล้วรีบออกมาจนเจอเจมส์
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูด หรือชักปืนขึ้นกำปั้นที่แข็งแรงของเจมส์ก็เหวี่ยงเข้ามาตรงที่ลูกกระเดือกของเขาอย่างแรงทำให้เขาทำอะไรไม่ได้แม้แต่ส่งเสียง ต่อจากนั้นเขาก็ถูกเจมส์ต่อยเข้าหน้าอย่างแรงแล้วความรู้สึกสุดท้ายที่เขารู้สึกได้คือ เขาโดนตีเข้าที่ท้ายทอยด้วยสันปืนแล้วทุกอย่างก็ดับวูบลงไป
“แจ็ค แจ็คแจ็ค” เจมส์รีบวิ่งเข้าไปหาแจ็คแล้วะโเรียกเด็กชายซ้ำไปซ้ำมาพลางแก้มัดเชือกให้แจ็คแต่เมื่อเห็นว่าแจ็คสลบไปแล้วเจมส์จึงแบกแจ็คขึ้นไว้บนหลังก่อนจะวิ่งออกจากห้องที่ใช้ขังแจ็คไปเพื่อกลับขึ้นไปข้างบน
“เสียงปืนที่เรายิงหมอนั้นเมื่อกี้อาจจะทำให้คนอื่นๆ ได้ยินเสียงปืนแล้ว แบบนี้พวกมันคงรีบลงมาข้างล่างนี่แน่ๆ”เจมส์คิดถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากช่วยแจ็คออกมาแล้ว
“แต่ยังไงก็ต้องรีบพาแจ็คออกไปก่อน”
“ทนไว้ก่อนนะแจ็คฉันจะรีบพานายออกจากเกาะนี้ แล้วพาไปรักษาเดี่ยวนี้แหละ” เจมส์พูดขึ้นแต่แจ็คก็ยังคงนิ่งไม่ขยับ มีเืไหลออกจากปากและจมูกของเขานั้นทำให้เจมส์ยิ่งรีบเร่งฝีเท้าขึ้นไปอีกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะวิ่งได้ในตอนนี้
“เ้าพวกเลวนี้แม้แต่เด็กก็ยังทำขนาดนี้เลยเหรอ” เจมส์สบถขึ้นด้วยอารมณ์โกรธอย่างรุนแรงหลังจากเห็นสภาพสะบัดสะบอมของแจ็คแล้วยิ่งรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปอีก