“ฟ้า วันนี้เราจะแวะกินข้าวที่ร้านนี้กันก่อนนะครับ แล้วค่อยกลับไร่กัน ร้านนี้เค้าว่าอาหารรสชาติดีมาก”
คิมหันต์พาพลอยฟ้ามาแวะทานอาหารที่ร้านขึ้นชื่อของจุดแวะพักในเชียงใหม่ บรรยากาศร้านตกแต่งให้ได้กลิ่นอายของเมืองเหนืออย่างชัดเจน ถึงคิมหันต์จะมาอยู่ที่เชียงใหม่นานมากแล้ว แต่เขาก็ไม่ค่อยได้มาทานข้าวนอกบ้านบ่อยนัก จึงยังไม่เคยมาที่นี่ แต่โอกาสพิเศษอย่างนี้ เค้าต้องพาภรรยาสุดที่รักของเขามาชิมอาหารที่นี่ให้ได้
“โอเคค่ะ พี่คิม ที่นี่ตกแต่งร้านได้อบอุ่นมากเลย ฟ้าชอบจัง ” พลอยฟ้าว่าตามคิมหันต์อย่างว่าง่าย แถมยังเอ่ยชมร้านที่สามีพามาไม่หยุด ยิ่งทำให้คิมหันต์ยิ้มแป้นไม่หุบเลยที่เดียว
ทั้งสองเดินเข้าไปยังไม่ทันได้หาที่นั่ง ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งเรียกคิมหันต์มาจากทางด้านหลัง
“คิม นั่นคิมใช่ไหมค่ะ” หญิงคนนั้นเอ่ยชื่อของคิมหันต์ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
คิมหันต์รีบหันตามเสียงเรียกนั้น ก็พบว่าเป็ แพรวา แฟนเก่าของเขานั่นเอง
“อ้าวแพรนั่นเอง” คิมหันต์มองหน้าหญิงสาวคนนั้นพร้อมกับทักทายเธออย่างเป็กันเอง
“ไม่ได้เจอกันนานเลย แพรสบายดีนะ” คิมหันต์ถามหญิงสาวไปตามมารยาท
“คิมมาทานข้าวหรือคะ แล้วนี่……” แพรวาเอ่ยถามคิมหันต์แต่สายตามองมาทางพลอยฟ้ามากกว่า
“แพร นี่พลอยฟ้าภรรยาของพี่น่ะ เราพึ่งแต่งงานกัน” คิมหันต์แนะนำพลอยฟ้าให้แพรวาได้รู้จัก
“ตายจริง คิมแต่งงานแล้วเหรอคะเนี่ย เซอร์ไพรส์จริงๆ เลย แหมเสียดายจริงๆ แพรไม่ได้มาร่วมยินดีด้วยเลย ” แพรวารู้อยู่แก่ใจตนเองดีว่าในวันที่คิมหันต์แต่งงาน เธอเองก็ไป แต่เธอจะแสดงตัวได้อย่างไร ในเมื่อเ้าของงานไม่ได้เชิญ
“สวัสดีดีค่ะ คุณพลอยฟ้า ฉันแพรวา ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
แพรวาแนะนำตัวเอง ก่อนที่จะยื่นมือมาให้พลอยฟ้าได้จับ
“สวัสดีดีค่ะคุณแพรวา ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”
พลอยฟ้ารู้สึกว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอแปลกๆ เพราะพลอยฟ้าถูกหญิงสาวบีบมือไว้แน่นก่อนจะปล่อยมือออกจากเธอ
“มาทานข้าวกันหรือคะคิม” แพรวาถามต่อ ทั้งๆที่เห็นว่าคิมหันต์เริ่มอึดอัดที่มาเจอแฟนเก่าอย่างเธอ
“ใช่แล้วล่ะ พาฟ้าเค้ามาเที่ยวพักผ่อนน่ะ หลังจากแต่งงานกันก็รีบเคลียร์งานที่ไร่ พึ่งมีเวลาให้กับฟ้าเค้า เราเลยถือโอกาสมาฮันนีมูนกัน” คิมหันต์รีบพูดไป แต่ก็เห็นแววตาของแพรวาที่เริ่มสั่นไหวระริก
“ถึงว่าล่ะ เดี๋ยวนี้ดูคิมสดใสมากกว่าเมื่อก่อน สงสัยได้กำลังใจดีอย่างคุณฟ้านี่เอง” แพรวาพูดพร้อมกับส่งยิ้มอันเยือกเย็นมาให้กับพลอยฟ้าอย่างรู้สึกอิจฉา
เมื่อก่อนนั้นแพรวาเป็แฟนกับคิมหันต์ทั้งสองรักกันมาก จนวันหนึ่งเธอก็ต้องบอกเลิกคิมหันต์เพราะพ่อของเธอไม่ชอบคิมหันต์ เพราะคิมหันต์ไม่ใช่คนที่นี่ และบังคับให้เธอแต่งงานกับคนที่พ่อหาให้ ซึ่งตอนที่ทั้งสองเลิกกันใหม่ๆ คิมหันต์ถึงกับไม่เป็ผู้เป็คนเลยที่เดียว
“อาแพร ” เสียงเรียกจากทางด้านหลังของแพรวาทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
“นึกว่าใคร อาคิมหันต์นั่นเอง แหมกว่าจะได้เจอกันยากเย็นเสียจริง ๆ นะ ว่าไหม”
“ไม่หรอกครับเสี่ยเม้ง ่นี้ผมไม่ค่อยได้อยู่ไร่เลยมากกว่า” คิมหันต์พูดกับเสี่ยเม้งอย่างสุภาพ
“แล้วนี่คงเป็……” เสี่ยเม้ง หันมามองที่พลอยฟ้า
“นี่พลอยฟ้า ภรรยาของผมเองครับ ”
“ฟ้า นี่เสี่ยเม้ง เป็พ่อของแพรวา และเป็เ้าของอสังหาฯรายใหญ่ในเชียงใหม่ด้วย”
“สวัสดีค่ะ” พลอยฟ้ายกมือไหว้เสี่ยเม้งอย่างนอบน้อม
เสี่ยเม้งรู้สึกถูกชะตากับพลอยฟ้ามาก และในตอนที่พลอยฟ้าก้มหน้าไหว้นั้น เสี่ยเม้งเหลือบไปเห็นสร้อยคอที่พลอยฟ้าใส่ มันเหมือนล็อกเก็ตของเขาที่เคยมีในเมื่อก่อน แต่ก็ต้องเก็บความสงสัยไว้ก่อน
“อาคิม อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ วันนี้อั๊วขอเลี้ยงข้าวพวกลื้อสองคนได้ไหม ถือว่าฉลองให้กับงานแต่งของพวกลื้อย้อนหลังแล้วกันนะ อย่าปฏิเสธเลยนะ”
“ครับเสี่ยเม้ง งั้นเชิญเข้าไปข้างในก่อนนะครับ” คิมหันต์ตอบรับเสี่ยเม้งไปเพราะยังไงเขาก็ยังนับถือเสี่ยเม้งเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
ที่โต๊ะอาหาร…
“อาพลอยฟ้า ลองกินไส้อั่วชิ้นนี้ดูรสชาติเยี่ยมมาก” เสี่ยเม้งตักอาหารให้พลอยฟ้า
“ขอบคุณค่ะ”
“ทานตามสบายเลยนะ พวกเราคนกันเองทั้งนั้น เมื่อก่อนตอนอาคิมหันต์ยังเป็หนุ่มๆ พึ่งเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว ก็ชอบมาหาอั๊วกับอาแพรที่บ้านบ่อยมากๆ”
เสี่ยเม้งเล่าอดีตที่ผ่านมาให้พลอยฟ้าได้ฟัง จนกระทั่ง
“แสดงว่าพี่คิมก็สนิทกับเสี่ยเม้งมาก ทำไมฟ้าถึงได้ข่าวว่าเสี่ยเม้งกับพี่คิมไม่ค่อยถูกกันล่ะคะ” พลอยฟ้าถามด้วยความสงสัย
คิมหันต์นิ่งไป ส่วนเสี่ยเม้งก็หัวเราะกลบเกลื่อน
“ก็เพราะว่าเมื่อก่อน คิมเคยเป็แฟนแพรมาก่อนยังไงล่ะคะคุณฟ้า” แพรวาพูดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ ขอโทษนะคะที่ต้องพูดตรง ๆ เพราะแพรเป็คนที่เปิดเผย เราสองคนสนิทกันมากจนเกือบจะได้แต่งงานกันเชียวล่ะ แต่แพรเป็คนบอกเลิกคิมเอง เพราะเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง” แพรวาพูดพร้อมกับมองหน้าพลอยฟ้าไปด้วย
“แต่คุณฟ้า ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะตอนนี้แพรกับคิมน่ะเราอยู่ในฐานะเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ใช่ไหมคะคิม” แพรวาไม่พูดเพียงอย่างเดียว แต่เอื้อมมือไปจับมือคิมหันต์
พลอยฟ้าเห็นดังนั้นจึงตอบกลับไปว่า…
“ไม่เป็ไรเลยค่ะคุณแพร ฟ้าไม่กังวลอะไรเลย เดี๋ยวนี้สมัยไหนกันแล้ว เลิกกันแล้วก็กลับมาเป็เพื่อน พี่น้องกันได้ถมเถกันไป ” พลอยฟ้าพูดแล้วส่งยิ้มหวานๆ ให้แพรวา
“ดีจัง คุณฟ้ามองโลกในแง่ดีแบบนี้ ถ้าแพรขอไปเที่ยวที่ไร่ ไปเจอคิมบ้างเป็ครั้งคราวตามประสาคนคุ้นเคยกันคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ คิม คุณฟ้า” แพรวาเริ่มยั่วโมโหพลอยฟ้า
“สำหรับฟ้ายินดีมากเลยค่ะ แล้วพี่คิมล่ะคะว่ายังไง” พลอยฟ้าโยนไปให้คิมหันต์
“ครับ แล้วแต่ฟ้าเลย ฟ้าก็ถือว่าเป็เ้าของไร่คนหนึ่ง เหมือนเป็คนๆ เดียวกับผมแล้ว เพราะยังไงผมก็ไม่ค่อยได้อยู่ไร่ ไปนู่น ไปนี่บ่อยๆ ถ้าแพรจะไปจริงๆ ส่วนใหญ่ คงจะเจอแต่พลอยฟ้านะ พี่ไม่ค่อยว่างเลย”
เมื่อคิมหันต์ตอบแบบนี้ ก็เหมือนยกอำนาจการตัดสินใจให้พลอยฟ้าไปทั้งหมด
แพรวารู้สึกว่าตนนั้นไม่สำคัญกับคิมหันต์อีกต่อไป ทำให้เธอวางช้อนกินข้าวลงกับจานอย่างแรง
เสี่ยเม้งเห็นบรรยากาศไม่ค่อยจะดีนัก เลยแสร้งทำเป็สั่งของหวานมาทาน
“เอ้า ทุกคน ลองชิมขนมหวานของที่นี่กันก่อน จะได้อารมณ์ดีๆ กัน เอาอาแพร พ่อให้ลูกก่อน”
“ไม่เอาแล้วค่ะ แพรอิ่มแล้ว แพรไม่ชอบของหวานแบบนี้ มันดููเลี่ยนๆ ยังไงไม่รู้”
“อ้าว นี่ของชอบของลื้อไม่ใช่……”เสี่ยเม้งเหวอไปชั่วครู่
“เสี่ยเม้ง งั้นเอามาให้ฟ้าก็ได้ค่ะ ฟ้าชอบทานของหวาน มันทำให้สดชื่นดี" พลอยฟ้าบอกกับเสี่ยเม้งและมองมาทางแพรวาที่สบตากับเธอโดยไม่ยอมละสายตา
พลอยฟ้าตักขนมเข้าปาก
“หืม อร่อยมาก พี่คิมลองชิมดูสิคะ” พลอยฟ้าใช้ช้อนที่เธอทาน ตักขนมป้อนให้คิมหันต์ ที่เต็มใจอ้าปากรับขนมหวานจากศรีภรรยาอย่างว่าง่าย
“เป็ไงคะ อร่อยไหม”
“รสชาติดีจริง ขออีกคำสิครับ” คิมหันต์ส่งสายตาหวานเชื่อมให้แก่พลอยฟ้า
แพรวาที่เห็นภาพหวานบาดใจของทั้งสองคนก็เริ่มเก็บอาการไม่อยู่ แต่เสี่ยเม้งได้ใช้สายตามองปรามลูกสาวของตนว่าอย่าก่อเื่เป็อันขาด
“คุณแพรไม่เปลี่ยนใจลองชิมแน่นะคะ ขนมที่นี่อร่อยจริงๆ ขอบคุณเสี่ยเม้งมากนะคะที่ เลี้ยงข้าวฟ้า กับพี่คิมในวันนี้” พลอยฟ้ากล่าวขอบคุณเสี่ยเม้ง
“ไม่ดีกว่าค่ะ แพรไม่ชอบมันแล้ว กินแล้วเลี่ยน” แพรวาตอบกลับพลอยฟ้าแบบคนไม่สบอารมณ์
สำหรับพลอยฟ้าแล้ว ถือว่าเธอชนะแพรวา ภายนอกเธออาจจะดูเรียบร้อย อ่อนหวาน และดูใจดีมากแค่ไหนก็ตาม แต่สำหรับในฐานะภรรยาแล้ว เธอไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับสามีของเธอแน่นอนไม่ว่าจะแฟนเก่าอย่างแพรวา หรือว่าใครหน้าไหนก็ตามที่คิดจะมายุ่งกับคิมหันต์ และหวังพืชหวังผลอย่างอื่น เธอจะจัดการให้หมด….
“พวกลื้อก็เหมือนลูก เหมือนหลานอั๊วกันทั้งนั้นแหละ อั๊วก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่งมากขึ้นทุกวันแล้ว ก็ยังคิดว่าคงใกล้ถึงเวลาที่จะถอดเขี้ยวเล็บแล้วล่ะ ฮ่าๆ” เสี่ยเม้งพูดติดตลกอีกตามเคย
แต่คิมหันต์รู้ดีว่า วงการที่เสี่ยเม้งอยู่นั้นอีกสูงก็ยิ่งหนาว การขึ้นหลังเสือแล้วจะลงนั้นทำยากกว่าที่คิดมาก เขาเองยังมองว่าเสี่ยเม้งเองจะมาไม้ไหน อยู่ๆ ก็กลับมาพูดคุยแบบเป็มิตรกับเขาในวันนี้ถือเป็เื่ที่ต้องระวังตัวเป็อย่างยิ่ง…..