ตอนที่ 15 หลินจือหมอกโลหิต
ภายนอกถ้ำ บัดนี้สภาพป่ารอบด้านล้วนพังทลายต้นไม้ใหญ่สูงสิบจั้งหลายร้อยต้นต่างโค้นล้มระเนระนาด บ้างติดไปด้วยเปลวไฟบ้างกลายเป็น้ำแข็ง ห่างจากนอกถ้ำไปไม่กี่ลี้มีร่างสองร่างสัพปยุทธ์กันอยู่ร่างหนึ่งเหมือนดาวหางสีแดง ส่วนอีกหนึ่งเป็สีฟ้า
ทันทีที่ออกมานอกถ้ำซูรั่วซานไร้วาจาใด โคจรปรานเหมันเร่งเล้าพลังยุทธ์ในสภาพพร้อมสู้ก่อนจะพุ่งจู่โจมเ้าเมืองจิ้นหยงอย่างดุดัน รอบกายบางมีคมกระบี่น้ำแข็ง 64เล่มลอยบินวนโจมตี ที่พื้นรอบกายกางไว้ด้วยอณาเขตเหมันต์
เ้าเมืองจิ้นหยงไม่หวั่นเกรงโคจรปรานอัคคีลุกท่วม สองมือใช้ง้าวารับมือ ทุกกระบวนท่าง้าวที่ใช้ออกล้วนเพียงพอที่จะเปลี่ยนภูมิประเทศได้ในกระบวนท่าเดียว
ทั้งสองโลมรันต่อสู้กันมามากกว่าร้อยกระบวนท่า ยังไม่อาจตัดสินผู้มีชัย
ทุกทิศทางที่ทั้งสองเคลื่อนผ่าน ย่อมเกิดภัยพิบัติแก่ทุกพื้นที่ที่พวกมันย่างก้าวไปอสูรน้อยใหญ่ต่างหวาดกลัวหลบหนี ลี้ภัยออกจากแหล่งที่อยู่อาศัย พวกมันได้แต่มองมาที่การต่อสู้ของยอดปรมาจารย์ทำลายถิ่นที่อยู่ของพวกมันอย่าหมดหนทางหยุดยั้ง
ถึงแม้จะดูคู่คี่สูสี ความจริงซูรั่วซานล้วนเป็ต่อนางโจมตีรุกไล่จนเ้าเมืองจิ้นหยงได้แต่ต้านรับ ทั่วเกราะทองแดงบัดนี้เต็มไปด้วยรอยกระบี่ รอยน้ำแข็ง กระบี่แล้วกระบี่เล่าที่ได้ฝากาแไว้ที่ร่างเ้าเมืองจิ้นหยง
เ้าเมืองจี้นหยงสีหน้าไม่ดีนักมันไม่นึกว่านางเซียนตรงหน้า ที่ดูาเ็ภายในอย่างรุนแรงจะใช้ออกด้วยพลังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ด้วยด้านพลังกาย หรือพลังยุทธ์มันไม่ได้เป็รองซูรั่วซานในสภาพใช้พลังได้เพียงห้าส่วนมากจนไร้หนทางตอบโต้ แต่วิชายุทธ์อันแปลกพิสดารยากคาดเดาของหุบเขาสระเหมันนั้นทำให้มันยิ่งหมดปัญญารับมือ
.....................
ภายในถ้ำเสี่ยวไป๋น้อยเดินวนไปวนมาสีหน้ากลัดกลุ้มเป็ห่วงมารดา เจียงหวู่เฉินต้องคอยปลอบนางเป็ระยะเด็กหญิงถึงจะใจเย็นลงได้
“เกอเกอท่านแม่จะไม่เป็ไรใช่หรือไม่?”
“ย่อมไม่ต้องเป็ห่วงไปท่านน้าซูทั้งเยี่ยมยุทธ์อีกทั้งได้เตรียมการมาดี ไม่ว่าอย่างไรนางย่อมได้ชัยเราแค่รอท่านน้ากลับมาที่นี่ก็พอ”เสี่ยวไป๋น้อยได้ฟังก็ใจเย็นลง
แต่แล้วทันใดนั้นเจียงหวู่เฉิน ก็เกิดรางสังหรณ์ประหลาดดวงตาเล็กของมันเหลือบไปมองที่ผนังถ้ำ้า เหนือหัวเสี่ยวไป๋ห่างขึ้นไปหลายสิบจั้งมันกลับเห็นสิ่งประหลาดๆคล้ายเส้นหรืออะไรซักอย่างยาวเท่ากับแขนผู้ใหญ่สองแขนเส้นสายนั้นกระดุกกระดิกส่ายไปมา
์!มันคือหนวดของตะขาบ ตัวนี้มันต้องใหญ่ถึงเพียงไหนถึงจะได้มีหนวดยาวถึงเพียงนี้? แต่โชคยังดีที่สัตว์อสูรยังไม่ทันสังเกตุเห็นเด็กทั้งสองเจี่ยงหวู่เฉินค่อยเขยิบเข้าใกล้น้องสาว ใช้มือหนึ่งปิดปากยัยตัวน้อยอีกมือนึงยื่นมือทำสัญญาณจุ๊ปาก เตือนให้เด็กหญิงน้อยเงียบ
เด็กหญิงน้อยแรกงุนงงแต่ก็พยักหน้าให้พี่ชายอย่างว่าง่าย เจียงหวู่เฉินค่อยจูงมือเสี่ยวไป๋ถอยห่างจากอสูรตะขาบั์ปริศนาเร้นกายเข้าไปในความมืดมิดของถ้ำ ยิ่งออกห่างจากปากถ้ำไปไกล
ด้วยความที่ในถ้ำนั้นมืดมากเสี่ยวไป๋น้อยไม่ระวัง เลยเผลอไปเหยียบเศษท่อนกระดูกตัวอะไรซักอย่าง จนเกิดเสียงแตกดังออกมาหวู่เฉินน้อยตัวเกร็งแข็งทื่อ ตาเหลือบไปเห็นตะขาบั์ที่ทางเข้าหันหัวขนาดั์มองมา
“วิ่ง!” เด็กชายเร่งรีบจูงมือเล็กๆ ของน้องสาววิ่งสุดชีวิตวิ่งไปตามเส้นทางลัดเลี้ยวของถ้ำ อสูรตะขาบั์ส่งเสียงแปลกๆก่อนรีบลงออกจากรูคลานตามมาที่เด็กทั้งสองอย่างรวดเร็ว
ด้วยขาที่สั้นเล็กของทั้งสองย่อมไม่อาจจะหนีสัตว์อสูรตะขาบพ้นมันเข้าใกล้เด็กทั้งสองห่างไปไม่มากแล้วด้วยความกลัวและเร่งรีบเสี่ยวไป๋จึงสะดุดล้มลงที่พื้น เจียงหวู่เฉินใรีบหันมาช่วยน้องสาวที่ด้านหลังของพวกมันมีไว้ด้วยอสูรตะขาบั์ที่เข้าใกล้มาเรื่อยๆ
มันกางเขี้ยวคู่ของมันไปมา ดูหน้าสยดสยองเสี่ยวไป๋น้อยหน้าซีดเผือดไร้เรียวแรงขยับตัว
“เกอเกอ ช่วยเสี่ยวไป๋ด้วย” เด็กหญิงร้องด้วยความตื่นกลัว
หวู่เฉินใน่เวลาวิกฤติ อยู่ดีดีไข่งูทมิฬดวงดาราในกระเป๋าสะพายที่มันแทบจะลืมไปแล้วก็สั่นออกมาเล็กน้อยเหมือนมันจะพยายามดึงเด็กชายให้ไปผนังด้านใกล้ๆ เด็กชายงุนงงไข่นี่มันสั่นได้ยังไง?แต่เจียงหวู่เฉินสายตาก็เหลือบไปทางกำแพงข้างๆที่เสี่ยวไป๋ล้มลง ด้านที่ไข่งูทมิฬพยายามฉุดมันไป
มันมีรูเล็กๆพอที่เด็กตัวเล็กๆจะเข้าไปได้พอดีอยู่มันตัดสินใจรีบพาร่างน้องสาวหนีเข้าไปในรูนั้น
ตึงเกิดเสียงกระแทกดังสนั่นเพราะเ้าตะขาบั์ได้งับชนเข้ากับรูนั้นคลาดจากตัวเด็กทั้งสองเพียงเสี้ยวลมหายใจ ตะขาบั์พยายามตะเกียกตะกายเข้ามาในรูแต่ด้วยหัวอันใหญ่ั์ของมันเลยทำให้เข้ามาไม่ได้
หลังจากพุ่งผ่านรูแคบเล็กเข้ามา ข้างในนั้นกลับเป็ห้องโถงกว้างกว่าที่คิด
“เกอเกอพวกเรารอดแล้วหรือไม่?”
“อ่างั้นมั้ง”เด็กชายตอบก่อนจะพยายามมองสำรวจห้องถ้ำเล็กๆนี้ภายในมืดมากไม่สามารถมองเห็นได้แม้แต่มือของตนเอง เพียงแต่...
ที่ใจกลางห้องมีแสงสีแดงโลหิตแสบตาเปล่งประกายออกมาที่ใจกลางนั้นมีไว้ด้วยเห็ดหลินจือสีโลหิตรอบตัวเห็ดเหมือนมีไว้ด้วยหมอกโลหิตล้อมตัวเห็ดไว้หวู่เฉินเคยเห็นมันในตำราที่เคยอ่านในบ้านที่อยู่กับแม่บุญธรรม
“์ เห็ดหลินจือหมอกโลหิต!” เห็ดหลินจือหมอกโลหิตนั้นเป็โอสถ์ที่ไม่ปรากฏออกมาให้เห็นเลยมาเป็เวลากว่าสามร้อยปีได้แล้วในหนังสือล้วนมีแต่ตำนานเล่าขานถึงสรรพคุณของมัน
มันมีฤทธิช่วยเพิ่มความเข้มข้นของโลหิตช่วยให้พละกำลังการไหลเวียนมากขึ้นอีกทั้งสามารถช่วยผลิตเืออกมาได้อย่างรวดเร็วต่อให้เสียเืไปมากแค่ไหนผู้กินสามารถสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ว่ากันว่าผู้ที่กินมันเข้าไป จากคนธรรมดาสามารถเป็เซียนได้ในข้ามคืน...ในกรณีที่ตัวไม่ะเิตายไปก่อนเพราะพลังความเข้มข้นของเห็ดหลินจือหมอกโลหิตนั้นสูงมาก ไม่ต้องกล่าวถึงมนุษย์เดินดินธรรมดาต่อให้เป็ระดับปรมาจารย์ก็ยังต้องใช้เวลากลั่นดูดซับ ไม่อาจเร่งรัดได้
“เกอเกอนั่นเรียกอะไร น่ากินจัง?” เด็กหญิงถามอย่างสงสัย
เด็กชายไม่ตอบคำไข่ใบน้อยดิ้นอย่างบ้าคลั่งจนเจียงหวู่เฉินน้อยสงสัย อดหยิบมันออกมาดูไม่ได้ทันใดนั้นไข่สีดำทมิฬนั้นก็ยึดติดเหมือนมีแรงดูดมหาศาลเข้ากับมือเจียงหวู่เฉิน จนเด็กชายไม่สามารถดึงมืออกได้
เด็กชายตื่นใไข่งูทิมิฬกลับเคลื่อนไหว ลากทั้งมือทั้งร่าง ของมันพุ่งเข้าใกล้เห็ดหลินจือหมอกโลหิต