ดวงตาของภัทรกรเป็นประกาย ใบหน้าแต้มรอยยิ้มอย่างคนตั้งใจทำและผลลัพธ์ก็ออกมาตรงตามเป้าหมายเสียด้วย
คุณศิรินาถเบิกตากว้าง กำหูกระเป๋าแน่น คล้ายหูดับชั่วคราวเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากลูกชายเมื่อครู่
“แม่จะด่าอะไรผมก็ได้ครับ แต่ผมการันตีเลยว่าเรื่องนี้บัวไม่มีส่วนรู้เห็น ผมตั้งใจของผมเอง”
ประกายความสุขในดวงตาของภัทรกรทำให้นางทำได้เพียงอ้าปากค้างเติ่งไปจะด่าก็ทำไม่ลง จะแสดงออกว่ายินดีที่กำลังจะได้เป็นย่าก็เสียมาดอย่างดิบดีเสียนี่
“มะหมายความว่ายังไงที่แกบอกว่าตั้งใจ” นางอยากให้ลูกชายช่วยขยายความ
“คืออย่างนี้นะครับแม่ บัวเพิ่งเริ่มเรียนไม่ถึงปี ต่อไปคงจะวุ่นเรื่องทำวิทยานิพนธ์ ไหนจะโปรเจ็กต์ระหว่างเรียนอีก เธอคงไม่มีเรื่องตั้งท้องหรือมีลูกอยู่ในหัว ดังนั้นคนที่ตั้งใจทำให้เด็กคนนี้เกิดมาก็คือผมเอง เรื่องนี้แม่จะโทษบัวไม่ได้ว่าเธอจะใช้เด็กเป็นเครื่องมือหรืออะไรก็ตามแต่เพราะเธอไม่ได้ตั้งใจปล่อยให้ตัวเองตั้งท้องผมต่างหากที่เป็นคนทำ” เขาสารภาพอย่างหมดจดต่อหน้ามารดา
จะเรียกว่าเขารวบหัวรวบหางหญิงสาวกักไม่ให้เธอหายไปไหนอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตก็คงถูกต้อง เขายอมถูกเรียกว่าคนเห็นแก่ตัวดีกว่ายอมเสียผู้หญิงมีค่าคนนี้ไป
คุณนายศิรินาถอ้าปากค้างเติ่ง
ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนางยอมทำขนาดนี้คงไม่รู้สึกรู้สาแล้วหากว่าจะถูกนางก่นด่าจนหูชาว่าหลงเมียจนไม่ลืมหูลืมตาจนโงหัวไม่ขึ้น!
ถ้าภัทรกรยังเป็นนักเรียนมัธยมสวมกางเกงขาสั้นไปโรงเรียนเหมือนเช่นวันวานนางสัญญากับตัวเองเลยว่าจะเดินปรี่ไปที่ต้นมะยมเดี๋ยวนี้ หักก้าน รูดใบมันออก แล้วฟาดตรงน่องไม่ยั้งมือเลยทีเดียว
ทำเสียเรื่องหมดแล้วตาภรีม! นางต้องตัดใจต้องรามือเสียเดี๋ยวนี้เลยกระมังเรื่องที่จะสั่นคลอนให้เขาเลิกรากับกณิกนันท์แล้วผันตัวกลับไปอยู่กินกับมุกระรินเช่นเดิม หลงเมียหัวปักหัวปำเช่นนี้ครั้นจะยัดผู้ใหญ่คนใหม่แทรกกลางก็คงทำไม่ได้อีกเช่นกัน
ความสุขของลูกเป็นเรื่องขัดใจนางอย่างยิ่งแต่ดูจากรูปการณ์แล้วถอยทัพออกมารอเลี้ยงหลานคงเหนื่อยน้อยกว่าความแยกคนทั้งคู่ออกจากกัน คงไม่ใช่ยัยเด็กกณิกนันท์เสียแล้วที่หมายจะจับตาภรีม ลูกชายของนางเสียมากกว่าที่รวบหัวรวบหางฝ่ายหญิงหาสารพัดหนทางหว่านล้อมไม่ยอมให้หนีหายไปไหนไกลจากชีวิตของตัวเอง
…
คนร่างสูงผ่อนลมหายใจขณะกดรหัสปลดล็อกประตูกำลังจะผลักเข้าไปด้านในตัวบ้าน
ไฟทั้งหลัง แม้กระทั่งรั้วเปิดสว่างปกติ เขากลับผิดเวลาเพราะติดพันคุยงานกับฝ่ายออกแบบหลังจบการพิชชิ่งงานและสามารถคว้าโปรเจ็กต์มูลค่าหลายสิบล้านบาทพัฒนาซีรี่ส์เว็บไซต์ของบริษัทฯ ขนาดใหญ่กับบริษัทในเครืออีกกว่า 10 แห่ง นับเป็นงานใหญ่แห่งปีที่รับทีเดียวจึงต้องทุ่มเทเวลาให้คำปรึกษาทีมงานมากกว่าปกติ
ปัญหาที่บ้านรอคอยเขาอยู่ไม่อย่างนั้นคืนนี้เขาคงชวนภรรยาฉลองที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำโปรเจ็กต์สำคัญหลังทุ่มเททำม็อกอัพ วางแผนงานตลอดกว่าเดือนก่อนมีการพิชชิ่งแข่งขันกับหลายบริษัทสร้างเว็บไซต์ซึ่งมีจุดแข็งไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันแต่เขากับทีมก็สามารถเอาชนะด้วยไอเดียอย่างขาดลอย
เครียดกว่าวางแผนขายงานมูลค่าหลายสิบล้านก็คือการเคลียร์ปัญหากับเมียนี่แหละ
ผู้บริหารหนุ่มยุคใหม่ไฟแรงถอนหายใจ สอดส่ายสายตามองหากณิกนันท์ จนพบว่าเธอนั่งหันหลังสู่ระเบียงวิวทะเลสาบนั่นเอง
บ้านของเขากับบ้านของหมอปรินซ์มีทำเลคล้ายกันคงด้วยความบังเอิญที่ชายหนุ่มทั้ง 2 คน ชอบมองความกว้างไกลของผืนน้ำแทนที่จะมองเห็นตึกรามบ้านช่อง ดังนั้นตลอดชีวิตของภัทรกรชายหนุ่มจึงไม่เคยมีความคิดว่าอยากย้ายไปอยู่คอนโดมิเนียม เขาไม่ชอบการอยู่รวมกับคนอื่นเยอะๆ อยากมีมุมปลีกวิเวกไว้ทำงาน นั่งเล่นพักผ่อนเงียบๆ เช่นที่บ้านหลังนี้สามารถมอบให้อย่างตรงโจทย์เสียมากกว่า
ชายหนุ่มกระแอมไอส่งสัญญาณ
เขาอยากคีฟลุคโกรธแต่ก็ทนไม่คุยกับหญิงสาวข้ามคืนข้ามวันไม่ได้อยู่ดี จึงสะกิดเรียกเพราะเสียงเมื่อครู่ไม่ช่วยให้คนที่กำลังคิดบางอย่างเพลินๆ รู้สึกตัว
“คุณภรีม” กณิกนันท์หันมอง เธอนั่งคนเดียว คิดหลายอย่างวกวนไปมาจนไม่ได้ยินเสียงรถกับเสียงฝีเท้าของเขาไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่เธอจดจ่อรอคอยทั้งวันกลับถึงบ้านแล้ว
ชายหนุ่มยืนตัวตรง สำรวจดวงหน้าสวยเพื่อดูว่ามีร่องรอยน้ำตาหรือความบอบช้ำปรากฏอยู่หรือไม่ เมื่อเช้าก่อนออกไปทำงานหลังพูดจากันไม่เข้าใจเขาเห็นแล้วว่าหญิงสาวร้องไห้ แต่จะให้ปลอบโยนอย่างไรในเมื่อข้างในใจของเขาก็แหลกร้าวพอกัน