ชวินทร์ขับรถเงียบมาตลอดทาง โดยไม่หยุดพัก
“เราจะไปไหนกัน” เนตราเป็ฝ่ายทนไม่ไหวต้องเปิดปากถาม
“เดี๋ยวก็รู้เองแหละ”
“บอกหน่อยสิ”
“จะรู้ตอนนี้หรือรู้ตอนไหน ดาวก็ต้องไปที่นั่นอยู่ดี”
“นายเผด็จการ”
“โน้ตไม่สนใจวิธีการหรอกนะ ดาวนั่งเงียบๆดีกว่า”
ชวินทร์สวมแว่นกันแดดอันโตปิดบังสายตา เธอเดาอารมณ์เขาไม่ออก เนตรามองไปนอกรถหาคำบอกใบ้ว่าตนกำลังไปที่ไหน เขาทำลายสมาธิเธอด้วยการเปิดเพลง จนเธอเห็นป้าย 'ยินดีต้อนรับสู่หัวหิน'
รถเลี้ยวเข้าสู่ประตูแนวรั้วสูงสีขาว มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นบ้านสองชั้นสีฟ้าอ่อนปรากฏแก่สายตา หลังบ้านติดทะเล เห็นระลอกคลื่นสะท้อนแดดส่องประกายระยับ
“เราจะอยู่ที่นี่กันสักพักจนกว่าจะเคลียร์กับครอบครัวผมได้”
มีคนวิ่งจากในบ้านมารับกระเป๋าท้ายรถท่าทางนอบน้อม
“ครอบครัวนายไม่ชอบฉันขนาดนี้เลยเหรอ” บริเวณบ้านนี้กว้างกว่าบ้านเธอเสียอีก
“ผมจัดการได้ ตอนนี้พักผ่อนให้สบายเถอะ จะได้หายเร็วๆ” รู้ได้อย่างหนึ่งล่ะเขาอารมณ์ดีขึ้น
“คนของผมเตรียมห้องให้แล้ว” เขาพยักหน้าไปในบ้าน
“ผมมีเื่งานต้องจัดการ”
“เมื่อไรนายจะปล่อยฉันไปเสียที” เขาเอียงคอ
“ถ้าครอบครัวไม่เห็นด้วยที่เราคบกัน งั้นเราห่างกันสักพักก็ได้”
“จะให้ผมทิ้งคุณเหรอ”
คำแรงไปหน่อยแต่ตรงประเด็นดี เธอพยักหน้า
“ผมไม่เคยทิ้งใคร แล้วก็ไม่ชอบการถูกทิ้ง”
“ทีสมัยมหาลัยนายยังทิ้งสาวบ่อยๆ” เธอกอดอก ย่นจมูก
“เขาเรียกจบกันด้วยดีต่างหาก ทุกรายเลยด้วย” เสียงนั้นภูมิใจจนชวนหมั่นไส้
“ยังไงก็ตามคุณต้องอยู่ที่นี่ อยู่กับผม รอจนผมจัดการอะไรๆ ให้แล้วเสร็จ”
กายสูงใหญ่เคลื่อนมาใกล้เงาทาบบังร่างเนตราจนมิด
“อย่าดื้อไปเลยดาว ผมขอล่ะ”
คำขอร้องที่ฟังดูยังไงก็สั่งชัดๆ เธอไม่ตอบเดินเลี่ยงเข้าบ้านตั้งใจไปหามุมสงบๆ คิดหาวิธีให้เขาปล่อยตัวเองไปเสียที เมื่อร่างเธอลับตาไปชวินทร์กดมือถือหาใครคนหนึ่ง
“ไง ไอ้ตัวดี เอาเลขาฯกูคืนมาเดียวนี้นะ มึงเล่นสนุกมากไปแล้ว”
“กูไม่ได้เล่น แต่เอาจริง”
ปลายสายเงียบไปครู่ก่อนส่งเสียงจริงจังขึ้น
“ดาวไม่เหมือนผู้หญิงคนก่อนๆ ที่มึงเคยควงนะ คนนี้กูขอ”
“มึงพูดในฐานะเ้านายหรือผู้ชายคนหนึ่งวะแปง”
“ไอ้นี่!” ฉัตรบรรณเข่นเขี้ยว
“ดาวมีแฟนแล้วนะ”
“ดาวเป็ของกู ั้แ่แรก ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันมาทีหลัง”
“ไอ้โน้ต!”
ใช่...เนตรากลับมาเป็ของเขาั้แ่ความจำเสื่อม ใครก็เอาตัวเธอไปจากเขาไม่ได้ทั้งนั้น
“ที่มึงทำอยู่นี่มันอาชญากรรมชัดๆ ลักพาตัวนะเว้ย”
“ดาวมากับกูดีๆ ไม่ได้บังคับ”
อย่างน้อยเนตราก็ไม่ได้ตีโพยตีพายมากเธออยู่ในขอบเขตที่เขาจัดการได้
“แล้วมึงอยู่ไหน”
“มึงไม่ต้องยุ่งหรอก กูบอกได้แค่ว่าดาวสบายดีเค้าจะไม่กลับไปทำงานกับมึงแล้ว”
ปลายสายสบถชุดใหญ่
“มึงนี่เป็เอามากนะ”
“เออ ของๆ กู ไม่ให้ใครหรอก ส่วนงานกูจะทำให้เหมือนเดิมมึงไม่ต้องกลัว”
“เป็บุญหัวจริงๆ ที่กูมีญาติอย่างมึงเนี่ย” ได้ยินเสียงกัดฟันกรอดแว่วๆ
“หาแต่เื่มาให้ปวดหัว”
“บ่นพอหรือยัง กูจะได้ไปทำงานให้มึง”
ฉัตรบรรณอ่อนใจกับญาติเ้าปัญหาแต่ทำอะไรไม่ได้มากนักนอกจากถอนหายใจแรงและวางสายไป ชวินทร์ออกไปหลังบ้านเห็นเนตรากำลังสนใจต้นลีลาวดีเขากำชับให้คนตามดูหญิงสาว แล้วกลับเข้าบ้านไปทำงานจริงอย่างที่บอกฉัตรบรรณ
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งก็เป็เวลาเย็นแล้วคนรับใช้เริ่มเปิดไฟทั่วบ้าน คอเขาเริ่มเมื่อขบจากการทำงานหน้าจอ
โน้ตบุคนาน
ดาวล่ะ”
“เธอออกไปเดินเล่นั้แ่บ่ายแล้วค่ะ”
เขาออกมาข้างนอก ลมทะเลเย็นพัดไล้ผิวแสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้า ชายหาดยังมีคนเดินประปราย ชวินทร์เริ่มร้อนใจเนตราไปไหน ทำไมยังไม่กลับเข้าบ้าน หรือว่า...
กรามบดแน่น เมื่อคิดได้ว่าเธออาจจะหนีเหมือนครั้งก่อนความจำเสื่อม เขาวิ่งไปตามชายหาดเหมือนคนบ้าหัวใจบีบเค้นหนักหน่วง ตากวาดไปทั่วบริเวณ ไร้เงาเนตรา
“เหี้ย! เอ้ย!” ชวินทร์ทำพลาดอีกแล้วเขาน่าจะจับตาดูเธอให้ใกล้ชิดกว่านี้
“โทษนะครับ เห็นแฟนผมไหม เธอมัดผมหางม้า ใส่เสื้อยืดสีม่วงกางเกงยีนเสมอเข่า”เขาถามคนจูงม้าที่เดินสวนกัน
“คนแต่งตัวอย่างนั้นมีตั้งเยอะนะ แฟนคุณมีอะไรเฉพาะเจาะจงเป็พิเศษไหม”
“คือ...”
ชวินทร์ติดอ่างกระทันหัน เนตราไม่มีจุดเด่นอะไรเจาะจงเป็พิเศษไม่สวยขนาดอยากขอแอดไลน์ั้แ่แรก แต่ไม่ขาดผู้ชายมาขอเป็เพื่อนในเฟซบุคแน่ชวินทร์แค่เห็นไกลๆเขาก็รู้ว่าเป็เธอ
“เขาตัวเล็กๆ หน้าตาเอ๋อๆ หน่อยครับ”
“ไอ้เหี้ยโน้ต! เอ้ย!”
เขาด่าตัวเองในใจ เคยมีแฟนมาเยอะ เจอผู้หญิงมาเป็ร้อยแต่กับเนตราคนเดียวกลับบรรยายภาพเธอไม่ถูก ชวินทร์รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็เด็กอายุสิบสี่ตอนริมีรักครั้งแรก
“ทะเลาะกันเหรอ” คนจูงม้ายิ้มเผล่
“เปล่า ผมแค่หาเขาไม่เจอ”
อีกฝ่ายส่งสายตารู้ทันแบบคนเจนโลกมามาก
“เขาไม่สบายอยู่ด้วย”
แล้วทำไมกันเขาถึงเล่าเื่นี้ให้คนแปลกหน้าฟัง
“ลุงเดินมาจากสุดหาดฝั่งโน้น” คนพูดชี้มือประกอบ
“ไม่เห็นแฟนที่คุณเล่ามาเลยนะ”
“จริงเหรอลุง”
“ตอนนี้ค่ำแล้ว คนกลับที่พักกันหมด ไม่มีใครมาเดินชายหาดกันหรอก”
ชวินทร์จึงวิ่งไปดูอีกทาง ฟ้ามืด ลมทะเลเย็นๆ พัดประพรมกายแต่หลังเขากลับชื้นเหงื่อ ใจร้อนรนไม่หยุด ทั้งโกรธปนห่วงใย ครั้งสุดท้ายที่รู้สึกเช่นนี้คือวันที่พาเนตราไปโรงพยาบาลภาพศีรษะเธอชุ่มเืยากจะลบจากความทรงจำ
แต่ละนาทีที่ผ่านไปทำชวินทร์แทบบ้า ก่อนสีแดงขึ้นจากลำคอไปสู่หน้าเมื่อเห็นคนที่ตามหานั่งดูทะเลอีกฟากหนึ่งของหาด
“คุณทำอะไรของคุณ มืดแล้วทำไมไม่เข้าบ้าน”
ชวินทร์ยกมือเท้าสะเอวข่มใจไม่จับตัวเนตราเขย่าแรงๆ
“คิดว่าตกทะเลไปแล้วซะอีก”
“ฉันคิดถึงสมัยเรียน ตอนเราไปทะเลกัน”
ทีแรกชวินทร์บอกไม่ไป แต่เพราะทะเลาะกับดุลยาที่ไปฮ่องกงเขาจึงตามมาสมทบกับเพื่อนๆทีหลัง เพื่อนชวนเล่นเกมหมุนขวดปากขวดอยู่ที่ใครคนนั้นต้องดื่ม
“พวกมึงเอาจริงอ๊ะ กูไม่เคยกินเหล้าเดี๋ยวก็เมาอ้วกให้พวกมึงเช็ดหรอก”
เนตราปฏิเสธขยาดฤทธิ์น้ำเมา
“เมามึงก็ไปนอนในห้องสิ มีแต่เพื่อนกันทั้งนั้นนี่อาจเป็ครั้งสุดท้ายที่พวกเราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันนะเว้ย เล่นหน่อยเหอะโอกาสมึงจะโดนเหมือนถูกหวยนั่นแหละ ชีวิตนี้มึงเคยถูกหวยไหม”
หัวโจกตัวตั้งตัวตีเล่นเกมหว่านล้อม เนตราไม่เคยถูกหวยเพราะเธอไม่เคยซื้อ แต่ครั้งนี้โดนไปเต็มๆ ต้องดื่มติดๆกันสามแก้ว
“พวกมึงเล่นอะไรกัน”
ชวินทร์โผล่มากลางวง
“มอมเหล้าดาวเหรอ” เธอหน้าแดงซ่าน ตราปรือลืมไม่ขึ้น
“เล่นเกมกันต่างหาก ดาวดวงมันซวย”
“เกมแดกเหล้าอ่ะ พวกมึงเล่นกันเองเถอะ เห็นไหมดาวเขาไม่ไหวแล้ว”
“โห่ สุภาพบุรุษ” เพื่อนยังมิวายส่งเสียงล้อเลียน
“พวกมึงทำอะไรไม่คิด เกิดเขาเป็อะไรขึ้นมาล่ะ”ชวินทร์เขามาพยุงปีกเธอ
“แหวะ!” เนตราอาเจียนเต็มเสื้อเขา
“ฉันขอโทษ”
เธอพยายามเอามือเช็ดเสื้อเขาแต่ทว่าน้ำขื่นๆ ย้อนขึ้นคอมาอีกครา
“แหวะ!”
เนตราทั้งอายทั้งอยากร้องไห้หัวก็หมุนติ้ว ท้องไส้ก็ปั่นป่วน ชวินทร์ถอดเสื้อทิ้งอย่างไม่แยแส
“ไป ผมจะพาดาวไปนอน”
สติเนตราตลอดลอยไปไกล ระหว่างเขาพากลับบ้านพักชวินทร์คอยเฝ้าดูอาการ เตรียมที่นอนเปิดหน้าต่างให้ลมทะเลโกรก เนตรารู้สึกดีจนไม่อยากให้เวลานี้จบลงแต่ไม่ทันถึงชั่วโมงโทรศัพท์มือถือเขาก็ดัง
“ผมต้องไปรับแจง ดาวอยู่คนเดียวได้นะ ถ้าอาการแย่ก็ะโดังๆ พวกมันไม่เมามากยังได้ยินกันอยู่”
ชวินทร์ไม่รู้หรอกว่าหลังจากนั้นเธออาเจียนไปร้องไห้ไปน้อยใจในวาสนาที่เป็ได้เพียงเพื่อนธรรมดาของเขา
“ถึงขนาดใช้คำว่าวาสนาเลยเหรอ”
“ใช้คำนี้ถูกแล้ว”
“ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็เทวดาในสายตาดาว”
“ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นี่ ถึงได้ใตอนที่นายบอกว่าเราเป็แฟนกัน”
“ผมไม่ได้เป็คนดีขนาดนั้น”
คนดี...คำนี้ไม่เหมาะกับเขา โดยเฉพาะออกมาจากเธอคนก่อนจะเสียความทรงจํา ยิ่งเป็ไม่ได้เข้าไปใหญ่
“ทุกคนเป็คนดีทั้งนั้นแหละ ในแบบของตัวเอง”
เนตราลุกขึ้น ปัดทรายเกาะตามตัวออกทั้งสองเดินเคียงกันเข้าไปสู่บ้านพัก แสงสว่างลิบๆในสายตาเธอคือความอบอุ่นแหล่งพึ่งพิงสุดท้ายในตอนนี้ แต่สำหรับชวินทร์แสงนี้คืออย่างอื่น ซึ่งเขาก็ยังไม่รู้ว่ามันจะนำพาเธอกับเขาไปสู่ทิศทางไหน อย่างเดียวที่เขาต้องทำคือจับเธอไว้ให้แน่นไม่ปล่อยไปไกล