น่าประหลาดใจผู้พิทักษ์ความมืดพยักหน้าตอบรับคำของยูซังอา
[ตัวละคร ‘ยูซังอา’ เปิดใช้งานสกิล ‘ล่าม Lv.3’]
...พระเจ้า เธอไม่ได้เก่งแค่ภาษาสเปนเหรอเนี่ย
“มันพูดว่าอะไรครับ”
“คือว่า...เอาแต่พูดว่า ‘เป็นแม่ของข้าซะ’ มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...”
...เป็นแม่ของข้า?
ผู้พิทักษ์ความมืดร้องตะโกนขึ้นมาอีกครั้งมันชี้ไปที่ยูซังอา
“คัลรีดู!”
ยูซังอามีสีหน้าอยากร้องไห้
“มะ...แม่อะไรล่ะ ฉันยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ!”
คราวนี้ผู้พิทักษ์ความมืดชี้ไปยังฮันมยองโอแทน
“คัลรีดู!”
ฮันมยองโอซึ่งกำลังเช็ดปากที่แตกถึงกับใบหน้าซีดเผือด
“ทะ...ทำไมฉันถึงเป็นแม่! ต้องเป็นพ่อสิ!”
หนวดที่บริเวณบั้นท้ายของผู้พิทักษ์ความมืดยกลอยสูงขึ้น
ฟึบบบ!
“อุ๊บ!”
ใบหน้าของฮันมยองโอที่ถูกหนวดนั่นพุ่งเข้าไปในปากแปรเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำเสียงขลุกขลักดังขึ้นพร้อมกับอะไรบางอย่างไหลผ่านลงคอ
อย่างนี้นี่เองความหมายของคำว่าแม่ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจจะวางไข่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่น
“คุณยูซังอายังไม่มีแพลนจะมีรุ่นที่สองใช่มั้ยครับ”
“แน่นอนว่าไม่ค่ะ!”
ยูซังอาเข้าใจคำพูดที่ผมต้องการจะสื่อได้ทันทีรีบก้าวถอยไปข้างหลังอย่างรวดเร็วผมเหวี่ยงหอกหนูกระชอนตัดหนวดที่เชื่อมต่อกับฮันมยองโอทิ้งมันกรีดร้องคำรามด้วยความโกรธ
“คัลรีดูววว!”
ฉึก!โครม!
หนวดของเผ่าพันธุ์ปีศาจทำลายหอกหนูกระชอนจนสิ้นสภาพไปทีละน้อยกระทั่งหนามหมูป่าหินที่สร้างบาดแผลให้กระเพาะอาหารของอิกทิโอซอรัสยังแหลกสลายในทันทีที่ปักเข้ากับร่างของมันบางทีนี่อาจจะเป็นบทสรุปที่ผมไม่อาจแก้ไขอะไรได้
ยูซังอาลากฮันมยองโอออกไปพ้นระยะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้เธอเหลียวหลังหันกลับมามองทางด้านนี้
「 ยังมีโอกาสชนะใช่มั้ยคะ 」
แววตาของเธอสื่อความหมายเช่นนั้นแต่ว่ากันตามตรง นี่แทบไม่มีโอกาสชนะมันได้เลย
ฟิ้ว!ฟิ้ว! โครม!
โดนโจมตีไม่กี่ครั้งหอกหนูกระชอนก็พังจนใช้การแทบไม่ได้มือที่กำหอกเอาไว้เจ็บแปลบไปหมด
ไอ้เจ้าปีศาจที่คอยเฝ้าปกป้องหีบสมบัตินั่นไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่ผมจะรับมือได้เหมือนอย่างอิกทิโอซอรัสที่สะพานทงโฮ
เพราะอย่างนั้นแผนการเดิมของผมจึงไม่ใช่การต่อสู้กับเจ้านี่แต่เป็นเข้าไปแย่งหีบสมบัติมาหลังมันหายตัวไปต่างหาก
แต่แผนการก็มักจะพังไม่เป็นท่าแบบนี้อยู่แล้วจึงจำเป็นต้องหาแผนสำรองเผื่อไว้ในกรณีที่แผนล่ม
“โทแกบี ดูอยู่ใช่มั้ย”
[อะ...อุ๊บ รู้ด้วยเหรอ]
กระแสไฟฟ้าสว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดโทแกบีปรากฏตัว ผมจำชื่อเขาไม่ได้ แต่เจ้านี่ดูแล้วก็คล้าย ๆกับลูกพี่ลูกน้องของบีฮยอง
“ป่านนี้น่าจะมีเมลมาถึงฉันแล้ว รีบ ๆ ส่งมาให้ฉันซะ”
[ฮี่ ๆ นะ...นั่นไม่ใช่หน้าที่ข้า เป็นหน้าที่บีฮยองต่างหาก]
“ไหนว่าตอนนี้แกกำลังทำงานแทนบีฮยองไงไม่เห็นหรือไงว่ากลุ่มดาวกำลังหงุดหงิด”
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ประณามโทแกบี ‘บีรยู’]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ กดดันโทแกบี ‘บีรยู’]
โทแกบีบีรยูสูดลมหายใจดังเฮือก
[...ดะ...ได้ แต่แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ ข้าช่วยเพราะเห็นว่ามันดูน่าสนุกหรอกนะ!]
โทแกบีพึมพำอะไรบางอย่างกลางอากาศเพียงครู่ก็เริ่มร่ายคาถา
[ไอเท็มจากการแลกเปลี่ยนมาถึงแล้ว]
[ได้รับไอเท็ม ‘ศรัทธาที่แตกสลาย’]
[ค่าธรรมเนียมส่วนหนึ่งถูกยกเว้นเนื่องจากผลของสัญญา]
ศรัทธาที่แตกสลายไอเท็มที่ผมต้องการแลกเปลี่ยนกับ ‘แกนอิกทิโอซอรัส’ ที่ผมลงทะเบียนไว้ในช่องทางแลกเปลี่ยนของกระเป๋าสินค้าโทแกบีเมื่อไม่นานมานี้ในที่สุดก็มาถึงแล้ว
“คิก”
ผู้พิทักษ์ความมืดแสยะยิ้มหลังจากเห็นไอเท็มที่โผล่ขึ้นกลางอากาศก็สมควรอยู่หรอกที่มันจะยิ้มเยาะ ของที่ผมได้รับมาเป็นไอเท็มระดับ D แถมยังเป็นแค่ดาบที่หักครึ่งอีก
[ไอเท็มดังกล่าวเก่าเกินกว่าจะใช้งานได้ ค่าความทนทานต่ำเตี้ยจึงไม่อาจแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างที่ควรเป็น]
ขนาดโทแกบีที่เป็นคนส่งไอเท็มนี่ออกมายังหัวเราะคิกคักอยู่กลางอากาศ
[วะ...ว่าแต่เจ้าจะสู้กับมันด้วยดาบเก่า ๆ นี่หรือไง อะ...อีกอย่างถ้าไม่มีสกิลพิเศษก็ไม่มีทางใช้มันได้ด้วย...]
เรื่องแค่นั้นผมรู้อยู่แล้วถ้าไม่รู้ก็คงไม่หาซื้อมันมาหรอก
“ฮู่...”
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกผมก็ตั้งสมาธิ
ชิ้งงงงง
ด้ามดาบสั่นระริกบีรยูร้องตะโกนด้วยความตกใจ
[โอ๊ะ? ได้ไงกัน!?]
ตกใจกับของแค่นี้ก็น่าลำบากใจนะเพราะนี่เป็นสกิลที่ผมซื้อมาจากเพื่อนของมันด้วยเงินตั้งหนึ่งหมื่นเหรียญ
ผิวนอกของคมดาบที่แตกหักเริ่มโอบล้อมไปด้วยธาตุสว่างสีขาว
[พลังดวงดาราบริสุทธิ์]
หลังจากสังหารอิกทิโอซอรัสผมก็ซื้อสกิลนี่จากบีฮยองทันทีเทียบกับพลังระดับสูงอื่น ๆ แล้วมันอาจจะมีบทลงโทษอยู่เล็กน้อยแต่ในบรรดาพลังแห่งดวงดาวที่ผมมีกำลังพอจะหาซื้อได้ในช่วงนี้ไม่มีพลังไหนดีเท่ามันอีกแล้ว
[‘ศรัทธาที่แตกสลาย’ ตอบรับพลังเวทของคุณ!]
[‘คมดาบแห่งศรัทธา’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ทันทีที่ดาบเปล่งประกายส่องแสงเจิดจรัสคมดาบโปร่งแสงก็เริ่มงอกออกมาจากส่วนปลายที่หักไปของดาบ
ศรัทธาที่แตกสลายประสิทธิภาพที่แท้จริงของดาบเล่มนี้จะเผยออกมาให้เห็นยามที่ดาบได้ดูดซับพลังแห่งดวงดารา
ฟิ้ววววว!
หนวดหลายสิบเส้นงอกขึ้นมาบดบังทัศนวิสัยด้วยเลเวลความแข็งแกร่งของผมไม่มีทางรอดปลอดภัยจากการโจมตีนี้ไปได้ แม้จะน่ากลัวแต่ตอนนี้ผมยังมีโอกาสชนะอยู่
ชิ้งงงงง!
เพราะ ‘คมดาบแห่งศรัทธา’ เป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการทำลายล้างพวกเผ่าพันธุ์ปีศาจยังไงล่ะ
ฉ่าาาาา!
หนวดที่สัมผัสเข้ากับคมดาบระเหยกลายเป็นไอในขณะที่ถูกฟันจนขาดผู้พิทักษ์ความมืดกรีดร้องโหยหวนมันหดหนวดกลับไป ผมรู้สึกได้ว่าพลังเวทลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ร้อนใจ
ฟึบ!
ผมขยับดาบอย่างใจเย็น
เนื่องจากผมไม่มี[เซ้นส์ด้านการสู้รบ] ดังนั้นจึงพลาดหนวดที่อยู่พ้นระยะสายตาไปหลายครั้งและผมไม่มี [ทักษะการฟันดาบ] ดาบของผมก็เลยกวัดแกว่งได้อย่างย่ำแย่นั่นแน่นอนอยู่แล้ว ก็ผมไม่ใช่นักดาบ แต่เป็นนักอ่าน
และนักอ่านก็ย่อมต้องต่อสู้ในแบบของนักอ่าน
[ความจำเกี่ยวกับหน้ากระดาษที่คุณเคยอ่านได้พัฒนาขึ้นเนื่องจากผลของคุณลักษณะ]
หน้ากระดาษของ ‘สามวิธีรอด’ ถูกเปิดขึ้นในหัวสมอง ฉากต่าง ๆที่ผมอ่านอย่างนิ่งสงบได้ถูกสร้างจำลองขึ้นใหม่เป็นร้อยเป็นพันครั้งอยู่ในหัว
「 ...รูปแบบการโจมตีของผู้พิทักษ์ความมืดนั้นสามารถชักจูงได้หากโจมตีไปตรงข้อเท้าข้างซ้าย หนวดด้านขวาบนจะมีปฏิกิริยาตอบสนองก่อนส่วนอื่น... 」
「 ...หลังจากโจมตีอย่างต่อเนื่องสองครั้งมันจะเว้นระยะ... 」
「 ...หนวดของมันงอกได้ใหม่แต่กว่าจะงอกใช้เวลาหลายนาที ดังนั้น... 」
ผมอ่านอย่างละเอียดแล้วนำสิ่งที่อ่านมาประยุกต์ใช้
“โฮกกกกก!”
หนวดที่ถูกตัดออกไปงอกขึ้นมาใหม่ผู้พิทักษ์ความมืดกรีดร้องคำราม
พ้นระยะสายตาของผมไปอีกิลยองอยู่ตรงนั้น
เด็กน้อยมองผมด้วยแววตาเคารพนับถือน่าเสียดายที่มันต่างจากความปรารถนาของเขา ในโลกใบนี้ผมไม่ใช่พระเจ้าและไม่ใช่ตัวเอก
แต่อย่างน้อยผมก็มั่นใจอยู่เรื่องหนึ่ง
“คาร์ มีเอน เดโร”
ผู้พิทักษ์ความมืดยืนหยัดอย่างยากลำบากมันส่งเสียงร้องครางแผ่ว ผมยังไม่ทันได้ถามอะไรยูซังอาที่อยู่ด้านหลังก็แปลประโยคนั้นด้วยเสียงสั่นเทา
“ได้ยังไงกัน การโจมตีของข้า ทั้งหมด...?”
มีความหมายแบบนั้นนี่เองผมตอบกลับไปอย่างไม่ยี่หระราวกับไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ
“แค่อ่านหนังสือให้มากก็พอ”
ผมรู้จักโลกใบนี้ยิ่งกว่าใคร