[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 5 ผู้พิทักษ์ความมืด (2.4) (รีไรต์)

            น่าประหลาดใจผู้พิทักษ์ความมืดพยักหน้าตอบรับคำของยูซังอา

            [ตัวละคร ‘ยูซังอา’ เปิดใช้งานสกิล ‘ล่าม Lv.3’]

            ...พระเจ้า เธอไม่ได้เก่งแค่ภาษาสเปนเหรอเนี่ย

            “มันพูดว่าอะไรครับ”

            “คือว่า...เอาแต่พูดว่า ‘เป็นแม่ของข้าซะ’ มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...”

            ...เป็นแม่ของข้า?

            ผู้พิทักษ์ความมืดร้องตะโกนขึ้นมาอีกครั้งมันชี้ไปที่ยูซังอา

            “คัลรีดู!”

            ยูซังอามีสีหน้าอยากร้องไห้

            “มะ...แม่อะไรล่ะ ฉันยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ!”

            คราวนี้ผู้พิทักษ์ความมืดชี้ไปยังฮันมยองโอแทน

            “คัลรีดู!”

            ฮันมยองโอซึ่งกำลังเช็ดปากที่แตกถึงกับใบหน้าซีดเผือด

            “ทะ...ทำไมฉันถึงเป็นแม่! ต้องเป็นพ่อสิ!”

            หนวดที่บริเวณบั้นท้ายของผู้พิทักษ์ความมืดยกลอยสูงขึ้น

            ฟึบบบ!

            “อุ๊บ!”

            ใบหน้าของฮันมยองโอที่ถูกหนวดนั่นพุ่งเข้าไปในปากแปรเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำเสียงขลุกขลักดังขึ้นพร้อมกับอะไรบางอย่างไหลผ่านลงคอ

            อย่างนี้นี่เองความหมายของคำว่าแม่ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจจะวางไข่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่น

            “คุณยูซังอายังไม่มีแพลนจะมีรุ่นที่สองใช่มั้ยครับ”

            “แน่นอนว่าไม่ค่ะ!”

            ยูซังอาเข้าใจคำพูดที่ผมต้องการจะสื่อได้ทันทีรีบก้าวถอยไปข้างหลังอย่างรวดเร็วผมเหวี่ยงหอกหนูกระชอนตัดหนวดที่เชื่อมต่อกับฮันมยองโอทิ้งมันกรีดร้องคำรามด้วยความโกรธ

            “คัลรีดูววว!”

            ฉึก!โครม!

            หนวดของเผ่าพันธุ์ปีศาจทำลายหอกหนูกระชอนจนสิ้นสภาพไปทีละน้อยกระทั่งหนามหมูป่าหินที่สร้างบาดแผลให้กระเพาะอาหารของอิกทิโอซอรัสยังแหลกสลายในทันทีที่ปักเข้ากับร่างของมันบางทีนี่อาจจะเป็นบทสรุปที่ผมไม่อาจแก้ไขอะไรได้

            ยูซังอาลากฮันมยองโอออกไปพ้นระยะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้เธอเหลียวหลังหันกลับมามองทางด้านนี้

            「 ยังมีโอกาสชนะใช่มั้ยคะ 」

            แววตาของเธอสื่อความหมายเช่นนั้นแต่ว่ากันตามตรง นี่แทบไม่มีโอกาสชนะมันได้เลย

            ฟิ้ว!ฟิ้ว! โครม!

            โดนโจมตีไม่กี่ครั้งหอกหนูกระชอนก็พังจนใช้การแทบไม่ได้มือที่กำหอกเอาไว้เจ็บแปลบไปหมด

            ไอ้เจ้าปีศาจที่คอยเฝ้าปกป้องหีบสมบัตินั่นไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่ผมจะรับมือได้เหมือนอย่างอิกทิโอซอรัสที่สะพานทงโฮ

            เพราะอย่างนั้นแผนการเดิมของผมจึงไม่ใช่การต่อสู้กับเจ้านี่แต่เป็นเข้าไปแย่งหีบสมบัติมาหลังมันหายตัวไปต่างหาก

            แต่แผนการก็มักจะพังไม่เป็นท่าแบบนี้อยู่แล้วจึงจำเป็นต้องหาแผนสำรองเผื่อไว้ในกรณีที่แผนล่ม

            “โทแกบี ดูอยู่ใช่มั้ย”

            [อะ...อุ๊บ รู้ด้วยเหรอ]

            กระแสไฟฟ้าสว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดโทแกบีปรากฏตัว ผมจำชื่อเขาไม่ได้ แต่เจ้านี่ดูแล้วก็คล้าย ๆกับลูกพี่ลูกน้องของบีฮยอง

            “ป่านนี้น่าจะมีเมลมาถึงฉันแล้ว รีบ ๆ ส่งมาให้ฉันซะ”

            [ฮี่ ๆ นะ...นั่นไม่ใช่หน้าที่ข้า เป็นหน้าที่บีฮยองต่างหาก]

            “ไหนว่าตอนนี้แกกำลังทำงานแทนบีฮยองไงไม่เห็นหรือไงว่ากลุ่มดาวกำลังหงุดหงิด”

            [กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ประณามโทแกบี ‘บีรยู’]

            [กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ กดดันโทแกบี ‘บีรยู’]

            โทแกบีบีรยูสูดลมหายใจดังเฮือก

            [...ดะ...ได้ แต่แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ ข้าช่วยเพราะเห็นว่ามันดูน่าสนุกหรอกนะ!]

            โทแกบีพึมพำอะไรบางอย่างกลางอากาศเพียงครู่ก็เริ่มร่ายคาถา

            [ไอเท็มจากการแลกเปลี่ยนมาถึงแล้ว]

            [ได้รับไอเท็ม ‘ศรัทธาที่แตกสลาย’]

            [ค่าธรรมเนียมส่วนหนึ่งถูกยกเว้นเนื่องจากผลของสัญญา]

            ศรัทธาที่แตกสลายไอเท็มที่ผมต้องการแลกเปลี่ยนกับ ‘แกนอิกทิโอซอรัส’ ที่ผมลงทะเบียนไว้ในช่องทางแลกเปลี่ยนของกระเป๋าสินค้าโทแกบีเมื่อไม่นานมานี้ในที่สุดก็มาถึงแล้ว

            “คิก”

            ผู้พิทักษ์ความมืดแสยะยิ้มหลังจากเห็นไอเท็มที่โผล่ขึ้นกลางอากาศก็สมควรอยู่หรอกที่มันจะยิ้มเยาะ ของที่ผมได้รับมาเป็นไอเท็มระดับ D แถมยังเป็นแค่ดาบที่หักครึ่งอีก

            [ไอเท็มดังกล่าวเก่าเกินกว่าจะใช้งานได้ ค่าความทนทานต่ำเตี้ยจึงไม่อาจแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างที่ควรเป็น]

            ขนาดโทแกบีที่เป็นคนส่งไอเท็มนี่ออกมายังหัวเราะคิกคักอยู่กลางอากาศ

            [วะ...ว่าแต่เจ้าจะสู้กับมันด้วยดาบเก่า ๆ นี่หรือไง อะ...อีกอย่างถ้าไม่มีสกิลพิเศษก็ไม่มีทางใช้มันได้ด้วย...]

            เรื่องแค่นั้นผมรู้อยู่แล้วถ้าไม่รู้ก็คงไม่หาซื้อมันมาหรอก

            “ฮู่...”

            หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกผมก็ตั้งสมาธิ

            ชิ้งงงงง

            ด้ามดาบสั่นระริกบีรยูร้องตะโกนด้วยความตกใจ

            [โอ๊ะ? ได้ไงกัน!?]

            ตกใจกับของแค่นี้ก็น่าลำบากใจนะเพราะนี่เป็นสกิลที่ผมซื้อมาจากเพื่อนของมันด้วยเงินตั้งหนึ่งหมื่นเหรียญ

            ผิวนอกของคมดาบที่แตกหักเริ่มโอบล้อมไปด้วยธาตุสว่างสีขาว

            [พลังดวงดาราบริสุทธิ์]

            หลังจากสังหารอิกทิโอซอรัสผมก็ซื้อสกิลนี่จากบีฮยองทันทีเทียบกับพลังระดับสูงอื่น ๆ แล้วมันอาจจะมีบทลงโทษอยู่เล็กน้อยแต่ในบรรดาพลังแห่งดวงดาวที่ผมมีกำลังพอจะหาซื้อได้ในช่วงนี้ไม่มีพลังไหนดีเท่ามันอีกแล้ว

            [‘ศรัทธาที่แตกสลาย’ ตอบรับพลังเวทของคุณ!]

            [‘คมดาบแห่งศรัทธา’ ถูกเปิดใช้งาน!]

            ทันทีที่ดาบเปล่งประกายส่องแสงเจิดจรัสคมดาบโปร่งแสงก็เริ่มงอกออกมาจากส่วนปลายที่หักไปของดาบ

            ศรัทธาที่แตกสลายประสิทธิภาพที่แท้จริงของดาบเล่มนี้จะเผยออกมาให้เห็นยามที่ดาบได้ดูดซับพลังแห่งดวงดารา

            ฟิ้ววววว!

            หนวดหลายสิบเส้นงอกขึ้นมาบดบังทัศนวิสัยด้วยเลเวลความแข็งแกร่งของผมไม่มีทางรอดปลอดภัยจากการโจมตีนี้ไปได้ แม้จะน่ากลัวแต่ตอนนี้ผมยังมีโอกาสชนะอยู่

            ชิ้งงงงง!

            เพราะ ‘คมดาบแห่งศรัทธา’ เป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการทำลายล้างพวกเผ่าพันธุ์ปีศาจยังไงล่ะ

            ฉ่าาาาา!

            หนวดที่สัมผัสเข้ากับคมดาบระเหยกลายเป็นไอในขณะที่ถูกฟันจนขาดผู้พิทักษ์ความมืดกรีดร้องโหยหวนมันหดหนวดกลับไป ผมรู้สึกได้ว่าพลังเวทลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ร้อนใจ

            ฟึบ!

            ผมขยับดาบอย่างใจเย็น

            เนื่องจากผมไม่มี[เซ้นส์ด้านการสู้รบ] ดังนั้นจึงพลาดหนวดที่อยู่พ้นระยะสายตาไปหลายครั้งและผมไม่มี [ทักษะการฟันดาบ] ดาบของผมก็เลยกวัดแกว่งได้อย่างย่ำแย่นั่นแน่นอนอยู่แล้ว ก็ผมไม่ใช่นักดาบ แต่เป็นนักอ่าน

            และนักอ่านก็ย่อมต้องต่อสู้ในแบบของนักอ่าน

            [ความจำเกี่ยวกับหน้ากระดาษที่คุณเคยอ่านได้พัฒนาขึ้นเนื่องจากผลของคุณลักษณะ]

            หน้ากระดาษของ ‘สามวิธีรอด’ ถูกเปิดขึ้นในหัวสมอง ฉากต่าง ๆที่ผมอ่านอย่างนิ่งสงบได้ถูกสร้างจำลองขึ้นใหม่เป็นร้อยเป็นพันครั้งอยู่ในหัว

            「 ...รูปแบบการโจมตีของผู้พิทักษ์ความมืดนั้นสามารถชักจูงได้หากโจมตีไปตรงข้อเท้าข้างซ้าย หนวดด้านขวาบนจะมีปฏิกิริยาตอบสนองก่อนส่วนอื่น... 」

            「 ...หลังจากโจมตีอย่างต่อเนื่องสองครั้งมันจะเว้นระยะ... 」

            「 ...หนวดของมันงอกได้ใหม่แต่กว่าจะงอกใช้เวลาหลายนาที ดังนั้น... 」

            ผมอ่านอย่างละเอียดแล้วนำสิ่งที่อ่านมาประยุกต์ใช้

            “โฮกกกกก!”

            หนวดที่ถูกตัดออกไปงอกขึ้นมาใหม่ผู้พิทักษ์ความมืดกรีดร้องคำราม

            พ้นระยะสายตาของผมไปอีกิลยองอยู่ตรงนั้น

            เด็กน้อยมองผมด้วยแววตาเคารพนับถือน่าเสียดายที่มันต่างจากความปรารถนาของเขา ในโลกใบนี้ผมไม่ใช่พระเจ้าและไม่ใช่ตัวเอก

            แต่อย่างน้อยผมก็มั่นใจอยู่เรื่องหนึ่ง

            “คาร์ มีเอน เดโร”

            ผู้พิทักษ์ความมืดยืนหยัดอย่างยากลำบากมันส่งเสียงร้องครางแผ่ว ผมยังไม่ทันได้ถามอะไรยูซังอาที่อยู่ด้านหลังก็แปลประโยคนั้นด้วยเสียงสั่นเทา

            “ได้ยังไงกัน การโจมตีของข้า ทั้งหมด...?”

            มีความหมายแบบนั้นนี่เองผมตอบกลับไปอย่างไม่ยี่หระราวกับไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ

            “แค่อ่านหนังสือให้มากก็พอ”

            ผมรู้จักโลกใบนี้ยิ่งกว่าใคร

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน