ตอนที่ 1 โลกที่เปลี่ยนไป
หลังจากที่เสี่ยวลู่ได้รับรู้ถึงความจริงของอาจิ่งแล้ว เขายังคงใช้ชีวิตเช่นเด็กปกติต่อไปในสายตาของทุกคนในบ้าน เขาได้ไปโรงเรียน ถึงจะดูยากลำบากเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเหล่าลูกพี่ลูกน้องของเขา เสี่ยวลู่กับเสี่ยวลี่ได้เรียนในโรงเรียนเล็กที่ไม่มีชื่อเสียงมากนัก กลับกันหลีจีหยวนและหลีจูจีกลับได้เรียนในโรงเรียนดังมีชื่อเสียงค่าเทอมแสนแพงเช่นเดียวกับเหล่าลูกคุณหนูในตระกูลโด่งดัง ถึงจะได้รับการการศิึกษาเหมือนกัน แต่ต้นทุนที่เด็กทั้งสี่จะได้ยอมแตกต่างกันแน่นอน แต่เื่พวกนี้ไม่อาจปิดกั้นความสามารถแท้จริงของเสี่ยวลู่ได้ ถึงตัวจะเป็เด็กแต่สมองนั้นเป็ยิ่งกว่าผู้ใหญ่ สติปัญหาของเสี่ยวลู่นั้นสูงล้ำเกินเด็กหรือผู้ใหญ่หลายคน เขามีความทรงจำที่ยอดเยี่ยมและการคิดคำนวณประมวลผลที่รวดเร็ว ดังนั้นหลังจากที่เสียวลู่ตั้งใจแล้วว่าจะแก้แค้น เขาก็เริ่มติดอาวุธให้กับตนเอง ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ของโลกนี้คือความรู้ ถึงความเป็อยู่ของเสี่ยวลู่จะดูยากลำบาก แต่เมื่อเอาไปเปรียบเทียบกับซานต้าโจแล้วละก็ ที่นี่ยังเรียกว่า์ได้อยู่
ด้วยที่เสี่ยวลี่ยังเด็กการไม่มีพ่อแม่ย่อมทำให้เธอรู้สึกเสียใจ เมื่อต้องนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับหลีจูจีที่มีพ่อและแม่อยู่ครบสมบูรณ์ จูจีเธอมักได้รับเสื้อผ้าของใช้ใหม่ ๆ และนำมาอวดเสี่ยวลู่และเสี่ยวลี่อยู่เป็ประจำ นานทีพวกเสี่ยวลู่ถึงจะได้รับอะไรที่เป็ของใหม่บ้าง ซึ่งของพวกนี้เขาได้รับจากอาสะใภ้และแม่บ้านซึ่งก็คือป้าหยาน อาจเพราะเสี่ยวลู่ตั้งใจแล้วว่าจะแก้แค้น ดังนั้นเขาจึงเริ่มสร้างกำแพงในหัวใจขึ้นมา เขาเริ่มตีตัวออกห่างอาสะใภ้และพี่ชาย แต่คนทั้งสองก็ยังดูแลและช่วยเหลือเสี่ยวลู่และเสี่ยวลี่อยู่เสมอ จนนานวันไปความสัมพันธ์ของเขาและครอบครัวอาจิ่งก็คล้ายดูเหินห่างจนกลายเป็คนอื่นคนไกล เสี่ยวลู่คล้ายอยู่บ้านหลังนี้ไม่ต่างกับลูกหลานคนรับใช้ เขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ตีสนิทกับป้าหยาน เสี่ยวลู่ตั้งใจว่าเขาจะใช้ความเป็เด็กของเขาขอให้ป้าหยานช่วยเหลือในสิ่งที่เขากำลังจะทำ ดังนั้นแล้วพวกเขากับป้าหยานจึงคล้ายกับคนในครอบครัวเดียวกันมากกว่าคนตระกูลหลีที่เหลือ
จนเวลาผ่านไปอีก 3 ปี ในสายตาของคนอื่นอาจจะเข้าใจว่าเสี่ยวลู่ยังเป็เด็ก 10 ขวบธรรมดา เรียนอยู่ระดับชั้นประถมวัย ทว่าในความจริงแล้วตลอด 3 ปีที่ผ่านมานี้เสี่ยวลู่ได้เรียนความรู้พื้นฐานจนหมดสิ้นแล้ว กระทั้งลอบศึกษาวิชาการต่าง ๆ ของระดับมหาวิทยาลัยทุกสายแขนง ในบางสายวิชาเขารู้ลึกซึ้งในระดับความรู้ของศาสตราจารย์หรือเหนือกว่าอีกขั้น ซึ่งหากเื่พวกนี้ถูกเปิดเผยต่อสายตาคนทั้งโลก พวกเขาคงเรียกขานเสี่ยวลู่ว่าเด็กอัจฉริยะไปแล้ว ทว่าเื่นี้กลับไม่มีใครรับรู้เพราะในสายต่อของใครหลายคน พวกเขามองเสี่ยวลู่ว่าเป็เพียงเด็กเรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ แต่โดดเด่นในเื่การใช้คอมพิวเตอร์มากกว่าเด็กในรุ่นเดียวกันนิดหน่อย โชคดีที่เขาได้รับคอมพิวเตอร์เครื่องนี้มาจากอาสะใภ้ มันจึงทำให้เสี่ยวลู่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และข่าวสารสำคัญของโลกเทียนหูหลู่ใบนี้ได้ จนเมื่อเขาอายุได้ 12 ปี โลกใบนี้ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง
วันที่ 1 เมษายน 2032
ได้มีข่าวในอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับการะเิของสถาบันวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพขึ้นในเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง แต่ข่าวนี้ต่างไม่เป็ที่เชื่อถือ เพราะบทความที่เผยแพร่นั้นไม่มีที่มาแน่ชัด ตลอดจนวันที่พบบทความข่าวนี้ออกมานั้นตรงกับวันที่ 1 เมษาหน้าโง่พอดี ผู้คนจึงไม่ได้สนใจอะไร แต่รายละเอียดที่สำคัญของบทความนั้นบอกว่า ไม่มีคนเสียชีวิตแต่สัตว์ทดลองของสถาบันได้หลุดหายไปหลายตัว อีกทั้งในข่าวยังบอกว่าสัตว์เ่าั้เป็สัตว์ทดลองที่รอการกำจัด
วันที่ 13 เมษายน 2032
ข่าวในอินเตอร์เน็ตพูดถึงเด็กสาวคนหนึ่งถูกกระต่ายกัดจนเสียชีวิต ที่หน้าใคือใน่เดียวกันนี้พบว่ามีหลายคนถูกสัตว์ทำร้าย และที่สำคัญคือคนเ่าั้อยู่เมืองเดียวกัน หลังโดนสัตว์เ่าั้กัดในเวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมงจะมีอาการคล้ายเป็ไข้ ปวดหัวตัวร้อน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีอาการไม่นาน ผู้ที่โดนทำรายจึงรักษาตัวป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและโรคต่าง ๆ ทันที แต่เด็กสาวผู้เคราะห์ร้ายนั้นได้อยู่ในครอบครัวที่ขาดความรู้ จึงทำให้เธอเสียชีวิตหลังโดนกัดเพียง 7 วัน แต่หลายคนเชื่อว่าเด็กสาวติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจากกระต่ายเท่านั้น ข่าวนี้จึงยังไม่ได้รับความนิยมจากผู้คน
วันที่ 20 เมษายน 2032
เริ่มมีข่าวในสื่ออย่างเป็ทางการหลายช่องทาง พูดถึงในเมืองใหญ่ของประเทศทางตะวันตกและเมืองใกล้เคียงพบผู้คนเกิดอาการท้องเสียเฉียบพลัน อาการภูมิแพ้กำเริบ ตลอดจนป่วยด้วยไข้หวัดมากถึงสามหมื่นกว่าคนในวันเดียวกัน ทางสาธารณสุขของเมืองจึงรีบเข้าตรวจสอบหาสาเหตุ
วันที่ 22 เมษายน 2032
ทางการประกาศให้เมืองนั้นปิดการเข้าออกชั่วคราว เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด โดยทางการเชื่อว่าเกิดมีการแพร่ระบาดของโรคหรือไวรัสชนิดใหม่
วันที่ 27 เมษายน 2032
สำนักข่าวต่าง ๆ ประกาศโดยพร้อมกันว่า ในเมืองที่เป็ข่าวและเมืองใกล้เคียงก่อนหน้านี้นั้น พบผู้ติดเชื้อมากกว่าแสนคนแล้ว อีกทั้งมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่าสามหมื่นคน นอกจากนี้พบว่าเริ่มมีผู้คนในเขตอื่น ๆ ใกล้เคียงพบเจออาการเช่นเดียวกับเมืองในข่าว โดยสาระสำคัญของข่าวคาดว่าการระบาดในครั้งนี้สามารถแพร่ผ่านอากาศตลอดจนมีสัตว์หลายสายพันธุ์เป็พาหะที่ยากเกินการควบคุม
วันที่ 30 เมษายน 2032
ช่องทางสื่อต่าง ๆ ออกข่าวถึงความวิตกของประชาชน ที่ได้ทำการกักตุนอาหารและผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนเศรษฐกิจผันผวนเกินไปจนทำให้เกิดความเสียหาย
วันที่ 15 พฤษภาคม 2032
รัฐบาลประกาศข่าวการกลับมาเปิดเมืองที่เกิดการแพร่ระบาดก่อนหน้านี้และเมืองใกล้เคียง ตลอดจนสามารถหาทางแก้ได้แล้ว จึงทำให้ไม่เกิดผู้เสียชีวิตอีก ทำให้ผู้คนที่หวาดวิตกเริ่มเบาใจ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประชาชนผู้คนพบเจอการแพร่ระบาดของโรคชนิดใหม่ เพราะในปี 2019 พวกเขาก็เคยผ่านการพบเจอไวรัสสายพันธุ์ใหม่มาแล้วบ้าง จึงสามารถรับมือการแพร่ระบาดได้ทัน
แต่ถึงอย่างนั้นในอีก 2 เดือนต่อมาก็เกิดเื่ขึ้นอีก พบว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก สัตว์ปีกบางชนิด ตลอดจนปลาบางชนิด ต่างล้มตายในวันเวลาเดียวกันทั่วทั้งประเทศ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ นอกจากนี้พบว่าในประเทศใกล้เคียงเกิดเหตุการณ์แบบนี้เช่นกันใน่เวลาเดียวกัน โดยทางสำนักวิทยาศาสตร์สากลได้ให้ข้อมูลถึงความเป็ไปได้อย่างหนึ่งว่า ใน่เวลานั้นได้เกิดพายุสุริยะผ่านโลกมาพอดี โดยปกติรังสีที่ผ่านเข้ามานั้นไม่มีผลกับมนุษย์และสัตว์เพราะได้รับการป้องกันจากชั้นบรรยากาศหลายส่วน อย่างไรก็ตามได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากได้มีนักวิชาการบอกถึงการเกิดพายุสุริยะในอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า ซึ่งความรุ่นแรงของมันนั้นมากว่าครั้งก่อนหลายเท่า
ในที่สุดเหตุการณ์ที่นักวิชาการได้กล่าวเอาไว้ก่อนหน้าก็มาถึง พายุสุริยะได้ผ่านโลกครั้งใหญ่อีกครั้ง ที่สำคัญคือเกิดเหตุการณ์เช่นก่อนหน้าและที่หนักกว่านั้นคือพบผู้คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งมีคนล้มตายมากกว่า 3 ล้านคน จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตเ่าั้มีจุดเชื่อมโยงกัน คือพวกเขาต่างเป็ผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสตัวใหม่มาก่อนและได้รับการรักษาไปแล้ว กับอีกกลุ่มคือผู้คนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไปก่อนหน้านี้ นอกจากนี้การล้มตายนั้นได้แ่งกว้างไปหลายประเทศทั่วโลกโดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
จนองค์กรสากลอย่างสหประชาชาติได้ประชุมวาระสำคัญอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุและทางแก้ไข ไม่นานเหล่าผู้เกี่ยวข้องก็สามารถหาสาเหตุจนพบและทำนายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาได้ แต่ข้อมูลเหล่านี้ยากเกินจะเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ เพราะนี่เรียกว่าหายนะของโลกเลยก็ว่าได้ หลายประเทศจึงได้แต่ปกปิดข่าวนี้เอาไว้ เพราะไม่เช่นนั้นคงเกิดการจลาจลทั่วทั้งโลก พวกเขาจึงรีบวางแนวทางรักษาและป้องกันเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่มีหรือเื่สำคัญเหล่านี้จะปกปิดได้สนิททั้งหมด ไม่นานได้ข่าวลือถึงเื่ที่อาจจะเกิดขึ้นก็แพร่สะพัดออกไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและจลาจล รวมถึงประเทศของเสี่ยวลู่และเสี่ยวลี่ด้วยเช่นกัน
“ป้าหยาน เสี่ยวลี่ พวกเราไปกันเถอะ” หลีชิงลู่เรียกให้สองคนรู้สึกตัว
ถึงข่าวจะไม่ออกมาแน่ชัดแต่ก็มีข่าวลือกระจายอยู่บ้าง และเหมือนครอบครัวหลีจิ่งจะเป็หนึ่งในกลุ่มคนที่รู้ว่าความจริง แต่หลีจิ่งจะเลือกไม่ช่วยพวกเสี่ยวลู่ ในทางตรงกันข้ามเขาให้เงินก้อนหนึ่งกับพวกเสี่ยวลู่และป้าหยาน เพื่อให้ออกจากบ้านไปหาที่หลบภัยด้วยตัวเอง โชคดีที่ตลอดหลายเดือนมานี้เสี่ยวลู่บอกให้น้องสาวและป้าหยานเตรียมตัวถึงเื่ที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วเช่นกัน ด้วยความที่ทั้งสองคนรู้ดีกว่าเด็กชายอายุน้อยตรงหน้านี้ มีความรู้ความสามารถเกินขอบเขตเด็กธรรมดาไปไกล ถึงเขาพยายามปกปิดคนอื่น แต่กับทั้งสองคนเขาไม่เคยปกปิดความจริงนี้
หลังจากเริ่มมีข่าวพายุสุริยะที่กำลังจะมาถึงรอบใหญ่ในอีกหนึ่งเดือน ซึ่งอาจจะเป็รอบที่หนักที่สุดที่จะเกิดขึ้นและอาจมีคนล้มตายเป็จำนวนมาก พวกเขาทั้งสามคนได้ถูกอาจิ่งให้ออกจากบ้านเพื่อตัดภาระ ซึ่งพอดีกับ่ที่พวกเสี่ยวลู่้าย้ายออกอยู่ก่อนแล้ว เสี่ยวลู่ได้ให้ป้าหยานซื้อบ้านพร้อมที่ดินขนาดใหญ่ในอีกเมือง พวกเขาได้ตั้งใจแล้วว่าจะย้ายไปอยู่ที่นั่น แน่นอนว่าเสี่ยวลู่ได้เตรียมตัวรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจากพิษเศรษฐกิจอยู่ก่อนแล้ว โดยการให้ป้าหยานช่วยสั่งข้าวของมากักตุนสำรองคลังเสบียงไว้ใช้ใน่สำคัญตลอดหลายเดือนมานี้
ถ้าถามว่าพวกเขาเอาเงินมาจากไหน คงต้องย้อนกลับไปั้แ่ 2 ปีก่อน เสี่ยวลู่ตัดสินใจบอกให้ป้าหยานไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่ที่รองรับการใช้งานกับมือถือสมาร์ทโฟน หลังจากนั้นเสี่ยวลู่ก็ทำการเล่นหุ้น ซื้อขายค่าเงิน ตลอดจนซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลต่าง ๆ เพื่อสร้างทรัพย์สินของพวกเขาเอง เพียงสองปีเสี่ยวลู่ก็สามารถหาเงินจนซื้อบ้านของพวกเขาสามคนได้ ก่อนที่จะเกิดเื่เหล่านี้เสียวลู่ก็เป็คนกลุ่มแรก ๆ ที่ได้อ่านข่าวจนพบเจอเื่การะเิของสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพนั่น อีกทั้งประติดประต่อข่าวสารต่าง ๆ เรื่อยมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นิสัยติดตัวของนักลงทุน ทว่าข่าวพวกนั้นมันได้สร้างความสงสัยจนเสี่ยวลู่ต้องทำการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเอง ก่อนที่จะเกิดข่าวลือครั้งใหญ่นี้ขึ้นมาเสียอีก ในเวลาไม่นานเสี่ยวลู่จึงสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับพวกเขาได้ทันก่อนคนอื่น ๆ
ถึงอาจิ่งจะสงสัยว่าทำไมทั้งสามคนดูเต็มอกเต็มใจที่จะย้ายออกจากบ้าน โดยไม่มีการอ้อนวอนขอความเมตตาหรือขอเงินเพิ่มแต่อย่างใด กลับกันพวกเสี่ยวลู่ดูเหมือนเตรียมพร้อมออกไปจากบ้านหลังนี้มานานแล้ว ถึงจะประหลาดใจแค่ไหนอาจิ่งก็คิดเพียงว่าได้ตัดปัญหาทุกอย่างออกไปได้แล้วเท่านั้น โดยหารู้ไม่ว่าหลังจากนี้อีกเดือนทุกอย่างที่เขาคิดว่าจะรับมือและผ่านมันไปได้นั้น มันจะไม่เหลืออะไรอย่างที่เขาคิดเลยแม้แต่น้อย