เมืองโคกูรยอ
บริเวณลานกว้างหน้าอุทยานหลวงในวันนี้คึกคักยิ่งนัก ลานกว้างที่แต่เดิมโล่งกว้าง มาในวันนี้นั้นเต็มไปด้วยบรรดาเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง และหญิงงามมากมายที่พากันมาร่วมงานแข่งขันยอดบุปผางาม เหล่าขุนนางต่างนั่งเรียงกันไปตามลำดับที่จัดไว้ แม้ว่างานแข่งขันยอดบุปผางามจะถือเป็วันสำคัญของหนุ่มสาวที่ไร้คู่ครอง แต่ว่าผู้คนจำนวนมากที่แต่งงานมีเรือนเป็ของตนเองแล้ว ก็้ามาดูความครึกครื้นของงานเช่นกัน
ดวงตากลมโตกะพริบมองทัศนียภาพรอบด้านด้วยความตื่นตา แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งกิริยาสุขุม ทางเดินยาวปูด้วยแผ่นหิน เส้นทางคดเคี้ยววกวน สองข้างทางเต็มไปด้วยตำหนักน้อยใหญ่ละลานตา ไม่ว่าจะมองไปทางใด ก็ล้วนแต่งดงาม สมกับเป็ที่พำนักของโอรส์โดยแท้ เชื่อว่าถ้าไม่มีขันทีน้อยคอยนำทางให้ละก็มีหวังได้หลงทางเป็แน่ หลังจากเดินผ่านตำหนักน้อยใหญ่มาซักพัก ในที่สุดฮายอนและคนในตระกูลซอก็เดินมาถึงสถานที่จัดงานแข่งขันซึ่งอยู่หน้าวัง
สิ่งที่ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ คือการที่ด้านหลังของตระกูลซอมีคนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน นั่นก็คือซอฮายอนคุณหนูเล็กแห่งตระกูลซอผู้มีสติฟั่นเฟืองยาวนานถึงห้าปี และไม่เคยเผยโฉมหน้าให้ผู้คนพบเห็นมาก่อน
คุณชายยองกีและผู้ติดตามโดกีนั่งอยู่ประจำที่นั่งด้านข้างเวที ด้วยฐานะของพวกเขาแล้ว พวกเขามิได้มาที่นี่เพื่อร่วมแข่งขันแต่กลับมาเพื่อเลือกสาวงาม สาวงามของตระกูลใดถูกเลือกให้เป็ยอดบุปผางาม พวกเขาก็จะคิดหาทางรับตัวหญิงสาวผู้นั้นไปให้จงได้
แต่วันนี้ คุณชายยองกีนั้นนอกจากจะมารอชมสาวงามแล้ว อีกเื่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การรอดูตระกูลซอขายหน้า ดูเหมือนว่าเขาจะทนรอไม่ไหวแล้ว เขาชะเง้อคอมองไปด้านหน้าไม่หยุด
"ฝ่าาเสด็จ" ขันทีเฒ่าประกาศเสียงกังวาน
ทั่วทั้งบริเวณพลันตกอยู่ในความเงียบ เมื่อทุกคนต่างพร้อมใจกันหยุดพูดคุย
หญิงสาวทุกนางหันไปมองขบวนเสด็จตาไม่กะพริบ ชายวัยกลางคนในชุดัสีทองอร่าม ราศีแห่งจักรพรรดิฉายชัด รูปร่างของพระองค์สูงใหญ่องอาจ ใบหน้าที่กำลังแย้มสรวลให้ผู้คนของพระองค์นั้นคมแกร่งดังรูปสลักชั้นเลิศ
ซอฮายอนจ้องตามการเคลื่อนไหวของบุรุษผู้อยู่เหนือคนทั้งแผ่นดินอย่างสนใจระคนตื่นเต้น พระองค์แลดูสง่างามสูงส่งสมกับที่เป็โอรส์โดยแท้ รัศมีแห่งอำนาจฉายชัดอย่างที่ใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้
ร่างอวบอิ่มอรชรที่เดินเคียงข้างมากับฝ่าาก็คือ พระมเหสี...หญิงผู้เป็มารดาแห่งแผ่นดิน รอยยิ้มของนางงดงามเฉิดฉาย แม้อายุจะล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังสวยสง่ามิสร่างคลาย ผิวพรรณของนางขาวเนียนไม่มีริ้วรอยแม้แต่น้อย
ทั้งสองพระองค์เดินตรงไปยังที่ประทับตรงกลาง ซึ่งเป็ตำแหน่งประธานในงานนี้ พร้อมด้วยเหล่านางสนมและนางในอีกหลายสิบคน
ตามมาด้วยองค์รัชทายาทวังมูยอง ที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเสื้อผ้าสีขาวบริสุทธิ์ เหล่าสตรีในงานต่างตื่นเต้นดีใจ ข่าวลือว่ากันว่าองค์รัชทายาทนั้นเป็บุรุษที่อ่อนโยนทั้งยังรู้จักเอาใจคนที่สุดในแผ่นดิน อีกทั้งโครงหน้าของเขายังงามสง่าดุจภาพวาด และยังมีท่าทีสุขุมอ่อนโยนต่อสตรีข้างกายทุกคนรวมไปถึงสตรีสามัญชนเขาก็ยังรู้จักเอาอกเอาใจพวกนางเสมอ ทำให้ข้างกายของพระองค์มิเคยขาดสาวงามแม้แต่นาทีเดียว การที่พระองค์มางานนี้ย่อมทำให้หญิงสาวทั้งหลายรู้สึกตื่นเต้นดีใจเสมือนมีดอกไม้กำลังบานสะพรั่งอยู่ในหัวใจก็ไม่ปาน
“ถวายพระพรเสด็จพ่อ” องค์รัชทายาทแสดงความเคารพอย่างสุภาพ
“รัชทายาทมิต้องมากพิธี เชิญนั่ง” องค์จักรพรรดิกล่าวทักทาย องค์รัชทายาท
องค์รัชทายาทจึงก้าวไปนั่งลงที่ตำแหน่งของตนอย่างว่าง่าย พลางกวาดสายตาไปรอบๆ ครั้งหนึ่ง รอยยิ้มสดใสยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ให้คนที่พบเห็นรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ ก่อให้เกิดเสียงโห่ร้องอย่างดังสนั่นของสตรีจำนวนมาก
“ท่านอาจารย์คิมซุนวู มาถึงแล้ว” ทหารนายหนึ่งกล่าวเสียงดัง เขามีท่วงท่าอิสระเสรีดุจสายลมที่ไม่อาจไขว่คว้า เขาเหาะเข้ามาในงานพร้อมกับชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มโบกพลิ้วไปกับสายลม เมื่อเข้ามาถึงงาน เขาก็หยุดลงบนพื้นอย่างสง่างามที่เบื้องหน้าขององค์จักรพรรดิ ด้วยท่าทางมิได้ดูยิ่งยโสแต่กลับสง่างามน่านับถือ
ท่านอาจารย์คิมซุนวู เป็หัวหน้าสมาพันธ์พอนชู ซึ่งเป็สำนักฝึกวิทยายุทธและศิลปะการต่อสู้ที่เก่งกาจ เหล่าบรรดาเชื้อพระวงศ์ และขุนนางส่วนใหญ่ ต่างต้องผ่านการฝึกจากที่นี่ด้วยกันทั้งนั้น อีกทั้งยังเป็สหายกับจักรพรรดิองค์ก่อนอีกด้วย เขานั้นเป็คนที่ชื่นชอบความครึกครื้น เพราะอย่างนั้น งานเลี้ยงประเภทนี้แน่นอนว่าจะขาดเขาไปมิได้
อีกทั้งเมื่อยามอยู่ที่สมาพันธ์พอนชู เขาก็ได้สมยานามว่าเป็ปรมาจารย์นักรัก มักจะคอย ‘หลอกล่อเหล่าผีเสื้อให้มาห้อมล้อม’ เริ่งร่าท่ามกลางสวนบุปผาแห่งสาวงาม และแน่นอนว่าเขาเพียงแค่เริงร่าหยอกล้อกับพวกนาง มิเคยจริงจังเลยสักครั้ง เพราะเขาเพียงแค่ชื่นชอบความรื่นเริงเท่านั้น
วันนี้เป็วันที่สาวงามจากทั่วแผ่นดินจะมารวมตัวกัน ทำให้เขายิ่งต้องมาร่วมงานให้เป็บุญตาเสียให้ได้
ท่านอาจารย์คิมซุนวูมาที่นี่ทุกปี ทำให้ขุนนางหลายคนคุ้นชินเสียแล้ว สำหรับบุรุษผู้นี้นั้นไม่มีผู้ใดที่จะกล้าเป็ปรปักษ์ด้วย ทุกคนล้วนแต่มีท่าทางเคารพนอบน้อมต่อเขา กระทั่งองค์จักรพรรดิยังลุกขึ้นมาต้อนรับเขาเช่นกัน เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ล้วนแต่คิดอยากจะดึงสมาพันธ์พอนชูมาเป็พรรคพวกสนับสนุนอยู่เื้ัพวกเขาทั้งสิ้น
“ถวายพระพร ฝ่าา” ท่านอาจารย์คิมซุนวูแสดงความเคารพต่อองค์จักรพรรดิ
“ท่านอาจารย์มิต้องมากพิธี เชิญนั่ง”
“ขอบพระทัยฝ่าา” ท่านอาจารย์ เดินไปนั่งประจำที่ของตน
คุณชายยองกีได้มองไปรอบๆงาน ก่อนจะส่ายศีรษะอย่างผิดหวังเล็กน้อย จากที่เขาคิดนั้นตระกูลซอมิได้ทำตัวเอิกเกริกจะต้องเป็เพราะกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่เป็แน่ ดูเหมือนว่าสิ่งที่ตนคาดเดานั้นไม่ผิดแน่ สตรีในวันนั้นหาใช่ซอฮายอนไม่
ฮายอนนั่งรวมอยู่กับบรรดาสมาชิกในตระกูลซอ และตระกูลอื่นๆ วันนี้นางสวมชุดสีชมพูอ่อน มิได้เป็ที่สะดุดตา ภายในกลุ่มคนที่มากมายนี้ นางทำตัวให้กลมกลืนที่สุด เพราะไม่อยากเป็ที่โดดเด่น และเป็เป้าสายตาผู้ใด
ท่านแม่ทัพซอเกิดความบีบรัดขึ้นในหัวใจ บนใบหน้าฉายแววแห่งความกังวลออกมาแวบหนึ่ง เมื่อคิดถึงฮายอนที่พึ่งจะฟื้นได้ไม่นานนัก อีกทั้งทุกคนในจวนตระกูลซอก็ล้วนมิกล้าเอ่ยถึงเื่ที่นางสติไม่สบประกอบในอดีตอีก ทว่าวันนี้กลับต้องมาแสดงความสามารถต่อหน้าผู้คนมากมาย เขากลัวเหลือเกินว่าฮายอนจะรับความกดดันนั้นไม่ไหว
เหล่าทหารล้วนกำลังยุ่งกับการแจกจ่ายช่อดอกไม้ในมือของตน ให้กับผู้คนที่มาร่วมงาน เพื่อให้นำไปมอบให้กับสตรีที่ชื่นชอบ และมีความสามารถโดดเด่น เหล่าสตรีที่ร่วมแข่งขันผู้ใดที่มีช่อดอกไม้เยอะที่สุดจะถือว่าเป็ผู้ชนะ ในการแข่งขันประเภทนั้นๆ ซึ่งเมื่อแข่งครบทุกประเภทแล้ว สตรีใดที่ชนะการแข่งมากที่สุดจะได้ ตำแหน่งยอดบุปผางาม ไป