เสียงของอนันต์ที่เรียกชื่อเธอนั้นแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเสน่หาเมื่อครู่ กลายเป็เสียงที่แข็งกร้าวและไร้ความปรานีของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่
“มัทนา...” เสียงของเขาดุดันขึ้นอีกครั้ง “...ฉันไม่ชอบการรอคอย และฉันถามเป็ครั้งสุดท้าย: เธอซ่อนอะไรไว้ใต้หมอน”
มัทนากำยานอนหลับที่อยู่ในมือแน่นจนรู้สึกเจ็บ เนื้อยาเม็ดสีขาวเริ่มละลายเพราะเหงื่อจากฝ่ามือ เธอตระหนักว่าเวลาที่จะหาคำตอบหรือข้อแก้ตัวหมดลงแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้คือการเปลี่ยนเกมให้เร็วที่สุด
เธอเหลือบมองแก้วน้ำบนเคาน์เตอร์ และตัดสินใจในเสี้ยววินาที
ต้องทำให้เขาอ่อนแอลงเสียก่อน
เธอรีบเปิดน้ำจากก๊อกให้มีเสียงดังพอสมควรเพื่อกลบเสียงที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นใช้ปลายเล็บสะกิดยาเม็ดที่เปียกชื้นสองเม็ดให้ตกลงในแก้วน้ำอย่างรวดเร็ว เธอใช้หลังมือคนน้ำในแก้วเพียงสองครั้งอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะปิดน้ำ
วินาทีที่เธอวางแก้วลง อนันต์ก็กระชากลูกบิดประตูอย่างแรงจนแทบหลุดจากวงกบ
“เปิดเดี๋ยวนี้!”
มัทนารู้ดีว่าหากเปิดประตูด้วยท่าทีหวาดกลัว เขาจะเห็นความผิดปกติในดวงตาของเธอ เธอจึงปรับสีหน้าทันที เปลี่ยนความตื่นตระหนกให้กลายเป็ความขุ่นเคืองเล็กน้อยตามแบบฉบับของผู้หญิงที่เพิ่งถูกทำให้รักอย่างบ้าคลั่ง และเปิดประตูออกโดยไม่รอให้อนันต์ต้องพังมันเข้ามา
อนันต์ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายเปลือยเปล่าของเขายังคงเปียกชื้นด้วยเหงื่อและความใคร่ กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งแน่น เส้นเืที่ขมับปูดโปน ดวงตาของเขาไม่ได้มองที่ใบหน้าเธอ แต่กวาดมองไปทั่วห้องน้ำอย่างเ็า
“คุณเป็อะไรไปคะอนันต์?” มัทนาถามเสียงเบา พยายามยื่นมือไปััแผงอกของเขา แต่เขาปัดออก
“อย่ามาทำเป็ไร้เดียงสา” เขาชี้ไปทางแก้วน้ำที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ “ทำไมเธอถึงใช้เวลาในห้องน้ำนานนัก และทำไมถึงมีเสียงแปลกๆ จากเตียงก่อนที่เธอจะลุกออกมา”
“ฉัน... ฉันแค่กระหายน้ำค่ะ” เธอตอบอย่างมั่นคง และรีบดึงเสื้อคลุมผ้าไหมของเขาให้ปิดร่างตัวเองมากขึ้นราวกับรู้สึกอับอาย “ก็เราเพิ่งจะ...”
“อย่าพูดพล่าม!”
อนันต์ก้าวเข้ามาในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว เขายกแก้วน้ำขึ้นมาพิจารณา มองดูตะกอนสีขาวขุ่นที่อาจจะหลงเหลืออยู่ก้นแก้ว เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และเงยหน้ามองมัทนา
“เธอกำลังพยายามจะทำอะไรมัทนา”
คำถามนั้นไม่ใช่คำถามที่้าคำตอบ แต่เป็การกล่าวโทษ มัทนาทราบดีว่าเธอต้องแสดงความรักออกมาอย่างเต็มที่เพื่อกลบความผิด
เธอถอดเสื้อคลุมออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างที่ยังคงมีร่องรอยของการสมสู่ที่เพิ่งจบไป
“ฉันกำลังพยายามจะทำให้คุณหยุดสนใจเื่โง่ๆ นั่นไงคะ”
มัทนาโผเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว เธอกดริมฝีปากของเธอเข้ากับริมฝีปากของอนันต์อย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ลิ้นของเธอก็รุกเร้าเข้าสู่โพรงปากของเขาอย่างเร่าร้อน มือของเธอเลื้อยไปตามแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ััความตึงเครียดที่ยังคงค้างอยู่ในร่างกายเขา และพยายามจุดชนวนความปรารถนาที่มักจะทำให้เขาสูญเสียการควบคุม
อนันต์ตอบสนองต่อการััของเธอด้วยความสับสน เขายังคงกำแก้วน้ำไว้แน่น แต่เมื่อมัทนากดสะโพกเข้ากับแก่นกายที่เริ่มผงาดขึ้นอีกครั้ง แรงขับเคลื่อนทางสัญชาตญาณก็เอาชนะความสงสัยทั้งหมด
“เธอ... อยากตายหรือไง” อนันต์คำรามเสียงพร่า แต่คำรามนั้นไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มาจากความ้าที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
เขาโยนแก้วน้ำลงบนเคาน์เตอร์อย่างไม่ไยดี (โชคดีที่มันเป็แก้วพลาสติก) และช้อนร่างของมัทนาขึ้น เธอโอบขาเรียวของเธอไว้รอบเอวหนาของเขา ขณะที่อนันต์หันหลังกลับออกจากห้องน้ำ เดินตรงไปยังเตียงนอนอย่างบ้าคลั่ง
เขาไม่สนใจผ้าปูที่นอนที่ยับยู่ยี่ เขาวางร่างเธอลงบนขอบเตียงอย่างรุนแรง และแทรกตัวเข้ามาระหว่างขาของเธออย่างเร่งรีบ
มัทนาเกาะไหล่ของเขาไว้แน่น เธอมองเห็นความสับสนและความ้าที่ตีกันอยู่ในดวงตาของอนันต์ เธอรู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้าย
“บอกฉันมาสิว่าเธอทำอะไรลงไป” อนันต์กัดเข้าที่ซอกคอของเธออย่างแรง แต่แก่นกายของเขาก็เบียดเสียดเข้าสู่ช่องทางรักของเธออย่างรวดเร็วและรุนแรง
ฟุ่บ!
การกลับมาของเขาครั้งนี้เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและความเร่งรีบราวกับ้าลงโทษในความสงสัยที่เกิดขึ้น
“ฉันแค่... ้าคุณค่ะ” มัทนากอดเขาไว้แน่น เธอโกหกด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านจากความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความรังเกียจและความตื่นเต้นที่ต้องเล่นเกมเสี่ยงตายนี้
อนันต์เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงจนเตียงสั่นคลอน มัทนาแอ่นหลังรับัั มือจิกลงบนไหล่ของเขาเพื่อควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องออกมาดังเกินไป เธอ้าให้เขาระบายความเครียดและความสงสัยทั้งหมดออกมาผ่านร่างกายนี้
ทุกการกระแทกกระทั้นคือการแสดงความปรารถนาอันรุนแรงของเขา แต่ก็เป็คำถามที่ไร้คำพูดด้วยเช่นกัน
“เธอเป็ของฉัน... เข้าใจไหม” เขากระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหู “เธอเป็ของตระกูลวรโชติสกุล”
“ค่ะ... ฉันเป็ของคุณ” มัทนาตอบรับ พลางมองเห็นภาพใบหน้าของพ่อแม่ที่ถูกสังหารปรากฏขึ้นมาในสมอง เธอต้องอดทนอีกนิดเดียว
ความเร่าร้อนและความรุนแรงของอนันต์ดำเนินไปอย่างยาวนานและหนักหน่วงกว่าครั้งก่อนๆ ราวกับเขากำลังใช้ความสัมพันธ์ทางกายนี้เพื่อค้นหาคำตอบที่ร่างกายของเธออาจจะซ่อนไว้
จนกระทั่งคลื่นแห่งความสุขเข้าจู่โจมร่างของทั้งคู่เป็ครั้งสุดท้าย อนันต์ก็ทรุดตัวลงบนร่างของเธออย่างหมดแรง
เขาพลิกตัวไปนอนข้างๆ หอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อของเขาส่องเป็ประกายใต้แสงสลัว มัทนาใช้โอกาสนี้ซบหน้าเข้าที่แผงอกของเขาอย่างแ่เบา ราวกับว่าความสัมพันธ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้สลายความตึงเครียดทั้งหมดไปแล้ว
“คุณคงเหนื่อยมากนะคะ” มัทนาใช้เสียงที่อ่อนหวานที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
อนันต์กอดเธอแน่น เขาปิดเปลือกตาลงราวกับว่าความสงสัยเมื่อครู่ได้มลายหายไปกับความเหนื่อยล้าของร่างกายที่ถูกปลดปล่อย
“ฉันไม่รู้ว่าฉันได้ยินอะไร...” เขาพูดเสียงเบา “...แต่เธอทำให้ฉันลืมทุกสิ่งไปจนหมดสิ้น”
มัทนาจึงยันตัวขึ้นเล็กน้อย ลูบไล้เส้นผมของเขาอย่างอ่อนโยน เธอเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำพลาสติกที่เขาทิ้งไว้ใกล้ๆ
“ดูสิคะ คุณไม่ได้ดื่มน้ำเลย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยอย่างแท้จริง “คุณดื่มเสียหน่อยนะคะ จะได้ไม่เพลีย”
อนันต์ลืมตาขึ้นเล็กน้อย จ้องมองใบหน้าของมัทนาที่เปื้อนเหงื่อ แต่ยังคงงดงามจนเขาไม่อาจปฏิเสธได้ เขายอมรับความห่วงใยนั้น
“ขอบใจที่รัก”
เขายื่นมือมารับแก้วน้ำจากมัทนา และยกขึ้นดื่มอึกใหญ่จนหมดแก้ว
มัทนาเฝ้ามองเขาด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรง เธอพยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้แสดงความโล่งใจออกมา แต่ภายในใจนั้นกรีดร้องด้วยชัยชนะ
ยาเม็ดละลายได้ดีพอสมควร เธอรู้ว่าภายในไม่เกินสิบห้านาที ยาจะเริ่มออกฤทธิ์และอนันต์จะไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้จนกว่าจะเช้า
อนันต์วางแก้วน้ำที่ว่างเปล่าลง และล้มตัวนอนลงทันที
“ฉันรักเธอนะมัทนา...” เขากระซิบ ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนอย่างหลวมๆ และหลับตาลง
“ฉันก็รักคุณค่ะ อนันต์” มัทนาตอบกลับด้วยคำโกหกที่กล้าหาญที่สุด
เธอรอคอยอย่างอดทน ภายในอ้อมแขนของเพชฌฆาตผู้เป็ที่รัก ห้านาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความร้อนในกายของอนันต์เริ่มลดลง ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอและหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสิบนาทีผ่านไป ร่างกายของเขานิ่งสนิทราวกับก้อนหิน
มัทนาค่อยๆ คลานออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างเงียบเชียบ เธอแน่ใจว่ายาได้ทำงานแล้ว
เธอลุกขึ้นยืน มองร่างกำยำที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความรู้สึกร้อนรุ่มเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเ็าและความมุ่งมั่น
การประชุมลับของตระกูลวรโชติสกุลกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงที่ห้องใต้ดินของคฤหาสน์ นั่นคือเป้าหมาย
มัทนาก้าวลงจากเตียงไปยังตู้เสื้อผ้า เธอไม่ใช่คนที่เตรียมการด้วยมีดสั้นหรือปืนพก เธอรู้ดีว่าเธอต้องใช้เครื่องมือที่เงียบและมีประสิทธิภาพที่สุด
เธอเดินตรงไปยังกรอบหน้าต่างโบราณที่ปิดตายบริเวณมุมห้อง มัทนาใช้ปลายนิ้วกดเข้าที่ขอบกรอบไม้ที่ถูกสลักลายอย่างสวยงามอย่างระมัดระวัง
คลิก!
กรอบไม้บางส่วนเลื่อนหลุดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็กที่ซ่อนมีดโกนชนิดพิเศษเอาไว้
มีดโกนนั้นมีใบมีดที่บางเฉียบและวาววับ มันถูกออกแบบมาเพื่อตัดผ่านเนื้อหนังได้อย่างรวดเร็วและเงียบงัน มัทนาหยิบมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ราวกับเป็เครื่องประดับที่มีค่า
เมื่อคมมีดโกนกระทบกับแสงไฟสลัวๆ ในห้อง มันสะท้อนความมุ่งร้ายที่ซ่อนอยู่ภายในดวงตาของมัทนาออกมาอย่างชัดเจน
เธอกลับมายืนอยู่ข้างเตียง มองใบหน้าของอนันต์ที่หลับใหลอย่างสงบ
การทรยศกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เธอรู้ว่าเมื่อเธอออกไปจากห้องนี้แล้ว จะไม่มีทางหวนกลับสู่ความรักที่บ้าคลั่งนี้ได้อีก
มัทนาก้มลงไปกระซิบข้างใบหูของอนันต์เป็ครั้งสุดท้าย เสียงของเธอเยือกเย็นราวกับลมหนาวที่พัดผ่านหลุมศพ
“ลาก่อน... ที่รัก”
จากนั้นเธอก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งร่างที่สลบไสลไว้เื้ั
ผู้อ่านที่น่ารัก ฝาก กดหัวใจ ❤️ กดติดตาม และ กดเก็บเข้าคลัง ???? ให้เค้าหน่อยน้าา เป็กำลังใจสำคัญมากเลยครับ! เจอกันตอนหน้าครับ