……………..
ทับทิมเดินมาตามย่าสร้อยของเธอ
“ย่าจ๋า…น้องออยล์ ตื่นแล้วค่ะ”
สร้อยลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มน้องโอมเพื่อที่จะกลับไปยังบ้านของหล่อน แต่ยังคงไม่วายครุ่นคิดถึงเื่ที่ได้คุยกับสุภัทราไปในวันนี้ หล่อนมองหน้าหลานสาวตัวน้อยด้วยความรักและเอ็นดู พลางเอามือลูบหัวหนูน้อย
“อย่าลืมนะทับทิม ต่อไปนี้…ถ้าหลานหิวข้าว…มาหาย่านะ มากินข้าวกับย่านะเด็กดี”
“ค่ะย่า หนูจะไปกินกากหมูของย่านะคะ” หนูน้อยยิ้มละมุนั์ตาหยีจนแทบจะปิดบังดวงตาสีดำดวงน้อยอย่างน่ารัก
สร้อยเดินเข้าบ้านไปด้วยใจที่เป็กังวล
………………..
ที่โรงเรียนชั้นประถมเอกชนแห่งหนึ่ง
ทับทิมเรียนหนังสือเป็ปรกติเช่นเดิม วิชาที่เธอชอบเป็พิเศษคือ วิชาคณิตศาสตร์กับศิลปะ หนูน้อยมักจะชอบวาดรูปและระบายสีด้วยกันกับสายชลบ่อย ๆ ในตอนพักกลางวันหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ทั้งสองคนจะชักชวนกันมาเล่นวาดรูประบายสีกันที่ใต้ต้นไม้ของโรงเรียนเป็ประจำ บางครั้งจะไปซื้อขนมมาแบ่งกันกินด้วยกันอยู่เสมอ ส่วนชัชวาลพี่ชายของสายชลนั้นเป็พี่ชายที่มีจิตใจดี เขามักจะแวะมาหาแล้วก็เอาน้ำหวานหรือช็อกโกแลตมาฝากน้อง ๆ ของเขาอยู่เสมอ แต่เขาก็ยังคงไปเล่นกับเพื่อน ๆ ของเขาบ้างตามปรกติ แค่แวะมาดูน้องของตัวเองเพราะว่าพ่อได้ฝากฝังให้คอยดูแลน้องสาวด้วยในเวลาที่อยู่โรงเรียนแค่นั้นเอง ถึงแม้ว่าน้องสายชลจะเป็น้องคนละแม่กับเขาก็ตามที
ชัชวาลมีอายุ 11 ปี ตอนนี้เขาเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แล้วเขาพยายามอย่างหนักที่จะทำตัวเป็ลูกที่ดีของพ่อเพื่อให้พ่อรักและเชื่อใจในตัวของเขาในตอนนี้อย่างมากที่สุด เนื่องจากครอบครัวของชัชวาลมีเพียงพ่อคนเดียวเท่านั้นที่เขาคงคิดว่าเป็ที่พึ่งจริง ๆ ของเขาได้ส่วนน้องสาวกับแม่ของเธอนั้น ยังคงเป็แค่ผู้อื่นที่มีเปลือกมาห่อหุ้มตัวของพ่อของเขาเอาไว้ มันทั้งเกะกะและรกหูรกตา แต่ตัวของชัชวาลก็ไม่ได้เกลียดน้องสาวหรือแม่เลี้ยงของเขาแต่อย่างใด แต่ภายในใจส่วนลึกของเขานั้นยังคงคิดถึงวัยเด็กที่แทบจะจำไม่ได้ไปแล้วกับแม่ของเขาที่หน้าตาเลือนรางจางลงไปในทุกที
ส่วนแม่ของสายชล หล่อนเป็คนดีมากจนทำให้ไม่กล้าเรียกว่าเป็แม่เลี้ยงเลย เธอรู้ตัวว่าตนเองนั้นมาทีหลังและย่อมจะมาทดแทนแม่ที่แท้จริงของชัชวาลเองนั้นคงจะไม่ได้ แต่หล่อนก็รักชัชวาลเสมือนเป็ลูกแท้ ๆ ในไส้ของหล่อนเองจริง ๆ
พ่อของชัชวาลเลิกกับแม่ของเขาในตอนที่ชัชอายุได้เพียง 3 ขวบ และพ่อก็รักลูกชายของเขามากจริง ๆ พ่อของเขาอยู่เป็โสดนานได้ถึงหนึ่งปีเศษ ๆ ย่าของชัชวาลก็ได้เสียไป จึงทำให้พ่อต้องทำงานอย่างหนักและเลี้ยงดูลูกชายไปด้วย ซึ่งมันก็ทำให้เขาลำบากมากแต่ก็พอดีที่ได้ แม่ของสายชลมาช่วยดูแลชัชวาลในตอนนั้น
แม่ของสายชลรู้จักกับพ่อของชัชวาลมานานแล้ว หล่อนแอบชื่นชมและแอบรักเขามาข้างเดียวนานแล้วั้แ่สมัยที่เรียนหนังสือที่มหาลัย แต่ว่าพ่อของชัชวาลในตอนนั้นกลับไปชอบผู้หญิงที่สวยกว่าดูพราวเสน่ห์ และเธอยังเป็นักร้องที่เสียงไพเราะจนทำให้เขารู้สึกหลงใหล จนเกิดพลาดพลั้งไปด้วยในวัยที่ยังไร้เดียงสาด้วยกันทั้งคู่ พวกเขาทั้งสองคนยังไม่รู้จักกันดีพอ แต่กลับมาใช้ชีวิตคู่จึงทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและผิดพลาด ต่างคนต่างเอาแต่ใจอยากเอาชนะอีกฝ่ายไม่มีใครยอมใครจนกระทั่งถึงคราวแตกหัก ทั้งสองก็ได้แยกทางกันโดยทิ้งให้ผู้ที่รับกรรมกลายเป็เด็ก ๆ ลูกของพวกเขาถึงสองคน
เพราะที่จริงแล้วชัชวาลนั้นมีพี่ชายแท้ ๆ อยู่อีกหนึ่งคน แต่ด้วยความที่เขาในตอนนั้นยังเป็เด็กเล็กมากเลยจำความไม่ได้ถึงจะจำได้บ้างแต่ภาพทั้งหมดมันยังไม่ปะติดปะต่อ และคงเป็เพียงความทรงจำในจิตใต้สำนึกแต่เพียงเท่านั้น กับรูปภาพเก่า ๆ ที่สีมันซีดและดูจืดจางโดยที่ตัวของเขานั้นยังคงเก็บรักษาเอาไว้ดูต่างหน้า ทั้งที่ในใจคงคิดไปอยู่เสมอว่า
‘แม่ทำไมไม่มาหาเราบ้างเลย…หรือแม่จะลืมเราไปแล้ว’
และในบางครั้งก็จะโกรธแค้นคิดว่าเป็เพราะพี่ชายของเขาที่แม่เอาไปเลี้ยงเพียงคนเดียวด้วย เขาคิดว่าแม่ไม่ได้รักเขาแต่รักพี่ชายของตนเองมากกว่า และแม่ทิ้งเขาเอาไว้ไม่เคยกลับมาหาเขาอีกเลย…
เมื่อพ่อของชัชเจอกับแม่ของสายชลบ่อยขึ้น บ่อยขึ้น และเธอก็อาสามาช่วยเลี้ยงลูกชายให้กับเขาด้วยในตอนนั้น ชัชในวัยเด็กเล็กนั้นจะติดหล่อนมากเพราะว่าเป็คนเดียวที่เลี้ยงชัชวาลอย่างดีมาั้แ่แม่แท้ ๆ ของเขาเลิกกับพ่อไป พ่อของชัชวาลจ้างให้หล่อนมาช่วยเลี้ยงลูกชายในตอนแรก ๆ เพราะว่าย่าของชัชวาลเลี้ยงและดูแลเอาแต่ลูกชายคนโตของเขาเพียงอย่างเดียว ซึ่งมันก็น่าแปลกว่าทำไมคนในบ้านหลังนี้!? จึงเลือกที่จะรักแค่…ลูกชายหรือหลานชายเพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้น…ย่ารักแค่หลานคนโตเท่านั้น!! ส่วนพ่อรักแค่ลูกคนเล็กเท่านั้น!?
พ่อของชัชวาลชื่อ โชคชัย หรือ ตี๋ ส่วนแม่ของสายชลชื่อ ล้อมเดือน หรือ เดือน
ตี๋เป็ลูกเพียงคนเดียวของแม่ของเขาฐานะทางบ้านก็ดูดีพอสมควร เขามีกิจการและทำธุรกิจส่วนตัวแถมมีตึกกับอาคารพาณิชย์ให้เช่าแล้วพอแม่ของตี๋ได้จากไป ทรัพย์สินทั้งหมดก็ตกเป็ของเขาแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งในตอนนี้กิจการของเขาได้เติบโตไปไกลส่วนเขาต้องดูแลกิจการอย่างแทบจะไม่มีเวลาให้กับคนที่บ้าน แต่ตี๋ยังโชคดีที่ได้แต่งงานใหม่อีกครั้งกับเดือน
เดือนช่วยดูแลชัชวาลแล้วยังทำหน้าที่เป็แม่เลี้ยงได้อย่างเหมาะสม หล่อนไม่เคยบังคับเด็กชายให้เรียกเธอว่าแม่เลยสักครั้ง แถมยังแอบเอารูปภาพของแม่แท้ ๆ ของชัชวาลที่เคยถ่ายไว้ั้แ่นานแล้ว เอามาให้ชัชเก็บไว้ดูต่างหน้าแม่ของเขา ในรูปใบนั้นเก่าและซีดจางลงไปเยอะแล้ว มันคือรูปถ่ายที่มีแม่ของชัชวาลกำลังอุ้มชัชและจูงมือพี่ชายของเขาอยู่นั่นเองโดยที่พ่อตี๋เป็คนถ่ายรูปนี้
ชัชวาลจึงเข้าใจมาโดยตลอดว่าแม่ของเขานั้นทิ้งเขาไปแต่เพียงคนเดียว และคงจะไม่ได้รักเขามากเหมือนกับที่รักพี่ชายของเขานั่นเอง เขาไม่เคยได้เห็นหน้าแม่ของเขาเลยสักครั้งั้แ่จำความได้หรืออาจจะั้แ่ที่แม่ของเขาได้จากและทิ้งเขาไป แต่นั่นก็เป็เพียงความคิดของเขาผู้เดียวโดยที่ชัชวาลนั้นไม่ได้รู้สาเหตุที่แท้จริงเลยว่าทำไม? ทำไมแม่ของเขาถึงทิ้งไป เพราะพ่อไม่เคยได้บอกอะไรกับเขาเลยสักครั้ง
……………….
หลังจากที่สุภัทราได้ไปแจ้งแก่เ้าของโรงงานว่าขอให้จ่ายเงินเดือนทั้งหมดของอานนท์ที่มีนั้นให้แก่เธอผู้เป็ภรรยาของอานนท์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยให้เหตุผลกับทางเ้านายไปว่า
‘เนื่องด้วยอานนท์ไม่ยอมกลับมาบ้านเพื่อดูแลครอบครัว และเพื่อเป็การอำนวยความสะดวกของตัวเธอเพราะเธอนั้นจำเป็ต้องใช้เงินในการดูแลลูกสาวและใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงขอรับเงินเดือนทั้งหมดของสามีมาด้วยการนี้ ขอความเมตตาจากท่านเ้าของโรงงานด้วยค่ะ’
เ้าของโรงงานจึงอนุญาตอย่างไม่มีข้อสงสัยใด ๆ อีกทั้งเธอทำงานดีและยังเคยได้ตำแหน่งพนักงานดีเด่นประจำโรงงานของเขาด้วย ประวัติของหล่อนดีมากไม่เคยหยุดงานเลย ขยัน แถมยังทำงานดีมาโดยตลอดั้แ่สมัยตั้งโรงงานใหม่ ๆ อีกอย่างพนักงานหลาย ๆ คนเธอก็เป็คนฝากฝังให้เข้าทำงานด้วยรวมถึงอานนท์สามีของเธอก็เช่นเดียวกันเ้าของโรงงานจึงอนุญาตให้เป็ไปตามที่สุภัทรา้าได้อย่างง่ายดายและหล่อนก็รับเงินเดือนของสามีมาแล้วถึง 3 เดือน
ในวันนี้เป็วันอังคารซึ่งเป็วันธรรมดาเด็ก ๆ จึงไปโรงเรียนกันหมด แต่วันนี้สุภัทราทำงานเข้ากะในตอนบ่ายและจะเลิกงานตอนสี่ทุ่ม แล้วตอนนี้ก็เพิ่งจะเก้าโมงเช้าเอง หล่อนก็เลยทำงานบ้านซักผ้าอะไรต่อมิอะไรของเธอไป
“ยังไม่ได้ไปทำงานหรอกเหรอ? ดีเลย”
สุภัทราหันไปตามเสียงที่พูดอยู่ และนั่น!! อานนท์นั่นเอง
“ภัทร…นนท์มีเื่จะคุยกับภัทรหน่อย…ได้โปรดคุยกับนนท์ก่อนนะ”
สุภัทราเดินเข้าบ้านอย่างเงียบ ๆ ส่วนในใจของเธอนั้นกำลังเต้นเสียงดังโครมครามจนอกแทบจะะเิไปอยู่แล้ว อานนท์ก็เดินตามเธอเข้ามาในบ้าน
“มีอะไรจะพูด ก็พูดมา” เธอลดตัวลงนั่งที่โซฟาตัวน้อย ด้วยอาการที่พยายามสงบนิ่งแต่สายตายังคงเคลือบแคลงและสงสัย
“นนท์รู้…ว่าภัทรโกรธเกลียดนนท์อยู่ในตอนนี้…แต่…นนท์ไม่ได้ตั้งใจ ให้เื่ทั้งหมดเกิดขึ้นในวันนั้นเลยนะ!!” อานนท์ยังคงแก้ตัวออกไปอย่างน้ำขุ่น ๆ
“ไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นรึ? อย่างนั้นก็แสดงว่าที่นนท์ทำทั้งหมดก็เพราะตั้งใจทำนะสิ!! ใช่ไหม?” สุภัทราถลึงตาใส่อานนท์ด้วยความโกรธ
“ไม่ใช่แบบนั้น…นนท์ขอโทษ…นนท์สำนึกผิดแล้ว ยกโทษให้นนท์เถอะนะภัทร” อานนท์ใช้สองมือของเขาประคองมือของสุภัทราเอาไว้ เขากุมมือของเธอเพื่อหวังความเห็นใจและเพื่อให้หล่อนใจอ่อน
“แล้วนนท์จะเอายังต่อไป…เื่ผู้หญิงคนนั้น?” สุภัทราเริ่มพูดเสียงเบาลง
“เอ่อ…ก็เื่นี้นี่แหละ…ที่นนท์อยากจะบอก…คือว่า…” อานนท์เริ่มพูดติด ๆ ขัด ๆ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ พร้อมกับไม่กล้าสบสายตากับภรรยาของเขาโดยตรง
“ในตอนแรก…นนท์แค่ลองเล่น ๆ ไม่ได้คิดจริงจังอะไรเลยนะภัทร เพราะนนท์เหงาน่ะ…แต่…ตอนนี้…”
“แต่อะไรกัน?” สุภัทราเริ่มมีอารมณ์ขุ่นมัวเพิ่มมากขึ้น
“เอ่อ…ภัทร…นนท์ขอเงินติดตัวบ้างได้ไหม? นนท์ไม่มีเงินเลย เพราะภัทรเบิกเงินเดือนของนนท์ไปหมดเลย”
“อ๋อ…้าเงินเลยกลับมาบ้านถูก อย่างนั้นสินะ!!” สุภัทราเริ่มเสียงดังขึ้น
“ไม่ใช่แบบนั้น!? ภัทรฟังนนท์ก่อนนะ”
“ก็นนท์อยากจะได้เงินยังไงล่ะ? ถึงกลับบ้านมาหาภัทรได้ แต่ว่าภัทรไม่ให้หรอกนะ เงินน่ะ!! เพราะนนท์จะเอาเงินที่ภัทรสมควรจะได้ไปให้คนอื่น ภัทรไม่ยอม!!”
“แต่นนท์จำเป็ต้องใช้จริง ๆ นะอยากให้ภัทรเข้าใจ”
“เข้าใจ? ให้เข้าใจว่าอะไร? ในเมื่อนนท์อยู่ที่นั่นข้าวก็ไม่ต้องซื้อกินเอง มีที่พักฟรี น้ำไฟก็ฟรี แถมยังเอาผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มานอนได้อีกด้วย!! ลืมลูกกับเมียที่บ้านไปแล้วไม่ใช่หรือไง?”
“นนท์เห็นแก่ภัทรกับทับทิมยังไงล่ะ ถึงได้เลิกกับเธอคนนั้นไปแล้ว และปล่อยให้ภัทรรับเงินเดือนไปทั้งหมดโดยไม่มีข้อโต้แย้ง แต่นนท์ยังคงคิดว่าภัทรอาจจะยังโกรธและเกลียดนนท์อยู่ นนท์เลยไม่กล้าที่จะกลับมาบ้านเพราะกลัวว่าภัทรจะยังทำใจไม่ได้ แต่…มันมีเหตุผลน่ะ ภัทรช่วยฟังเหตุผลของนนท์หน่อยนะ”
“เหตุผลอะไรกัน?”
“เธอคนนั้น ท้อง!!”
“หา!! อะไรนะ? ท้อง!?”
“ใช่…เธอคนนั้น…ท้องกับนนท์”
“ไหนบอกว่าเลิกกันไปแล้วยังไงล่ะ?”
“ใช่!! นนท์เลิกกับเธอคนนั้นไปแล้วจริง ๆ ั้แ่วันที่ภัทรมากับลูกทับทิมวันนั้น แต่นนท์ไม่กล้ากลับมาที่บ้าน”
“มันใช่เื่ไหม? แล้วนนท์ก็เชื่อเหรอ…ว่าเธอคนนั้นท้องกับนนท์?”
“แต่…เธอคนนั้นคงไม่ได้โกหกนนท์หรอก ภัทรก็รู้…นนท์ไม่ได้เป็คนมั่งมีเสียหน่อย เป็แค่ยามเฝ้าบ้านให้เ้านาย และกินเงินเดือน”
“จะให้เชื่อได้ยังไง? แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหนที่นนท์จะมาขอเงินกับภัทรในตอนนี้?”
“ก็…เื่นี้ไง…ที่เธอคนนั้นมาบอกกับนนท์ว่าท้อง…”
“อะไรนะ!? นี่นนท์!! แค่นี้ยังเลวไม่พออีกเหรอ? ถึงจะโกรธจะเกลียดผู้หญิงคนนั้นกับนนท์ในตอนนี้มากแค่ไหน!? ภัทรก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ…คงให้เงินแก่นนท์เพื่อเอาไปให้ผู้หญิงคนนั้นทำแท้งไม่ได้หรอก นนท์ทำไมถึงได้เป็คนเลวร้ายแบบนี้!!”
“ไม่ใช่นะภัทร…โอ๊ย…เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ไม่ใช่แบบนั้น”
“ไม่ใช่แบบนั้นน่ะ มันแบบไหนกัน? นนท์พูดอะไรให้ภัทรเข้าใจหน่อยสิ”
“ที่นนท์ขอเงินในคราวนี้น่ะ ก็แค่จะขอเงินเดือนของนนท์ทำงานไม่ใช่เงินของภัทร นนท์อยากจะรับผิดชอบช่วยเธอคนนั้นเื่เด็กในท้อง เพราะถึงยังไง นนท์ก็เป็พ่อของเด็กในท้องอย่างน้อยก็ต้องมีค่าทำคลอดที่โรงพยาบาลมั่งแหละ… นะภัทร”
สุภัทราเงียบไปชั่วขณะ แล้วนี่เธอจะทำยังไงกันดีนะ?
‘ผู้หญิงคนนั้นมาหลอกอานนท์หรือเปล่านะ? แต่อานนท์ก็ไม่ได้มีเงินมีทองหรือร่ำรวยมาจากไหนเลยจริง ๆ นี่นา หน้าตาก็ธรรมดามาก ๆ ไม่ได้หล่อขั้นเทพกับใครเขาเสียหน่อย หรือหล่อนจะท้องกับอานนท์จริง ๆ และถ้าเป็เื่จริง เด็กที่อยู่ในท้องนั่นก็ไม่ได้ผิดอะไรสักหน่อย และเธอคนนั้นก็ท้องแบบไม่มีพ่อ แล้วฉันจะเอายังไงกับพวกเขาดีเนี่ย?’
สุภัทรานิ่งเงียบไปสักครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเปิดปากบอกกับอานนท์
“นนท์พาผู้หญิงคนนั้นมาหาภัทรหน่อยสิ”
“ให้พามาทำไมกันล่ะภัทร?”
“ภัทรมีอะไรจะคุยกับเธอคนนั้นหน่อยน่ะ” สุภัทราพูดพร้อมกับคิดคำนึงถึงสิ่งที่เธอกำลังจะค้นหาความจริง
“เอ่อ…ไว้นนท์จะนัดเจอให้นะ เอาวันที่ภัทร ว่าง ๆ ดีไหม?”
“วันพรุ่งนี้ได้ไหม? ภัทรไม่อยากให้ทับทิมเห็นน่ะ นนท์พาเธอคนนั้นมาในเวลานี้ก็แล้วกัน” สุภัทราบอกกับอานนท์ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
“ได้สิ!! นนท์จะไปบอกเธอคนนั้นตามที่ภัทรบอกเลยนะ” อานนท์ดูหน้าตาสดชื่นขึ้นอาจเป็เพราะว่าสิ่งที่เขากังวลเกี่ยวกับเื่นี้ได้คลี่คลายลงแล้ว และสุภัทราก็ไม่ได้ทำหน้าตาบึ้งตึงใส่เขาแล้วนั่นเอง
อะไรกัน!? สุภัทราหายโกรธอานนท์ไปแล้วยังงั้นหรือ? หรือว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? แล้วนายอานนท์ทำไมถึงต้องทำตัวเป็สุภาพบุรุษรับด้วยว่าเด็กในท้องนั้นคือลูกของเขากันด้วย?
…………….
วันต่อมา
ตอนนี้เป็เวลาเก้าโมงเช้าตามที่ได้ตกลงนัดกับสุภัทราเอาไว้ในเมื่อวานนี้ อานนท์ได้พาผู้หญิงคนนั้นมาพร้อมกัน สุภัทรามองผู้หญิงคนนั้นอย่างตั้งใจก็คงเห็นว่าเธอคนนี้หน้าตาก็พอประมาณไม่ได้สวยมากและก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แต่ทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้กันนะ? อายุอานามก็น่าจะ 20 กว่า ๆ เห็นจะได้ หล่อนมีรูปร่างค่อนข้างจะตัวเล็กไม่ค่อยสูงแต่แต่งหน้าแบบจัดเต็ม แต่ว่าสุภัทราก็ไม่ได้สนใจในเื่นั้นเลยสักนิด
ผู้หญิงคนนั้นยกมือไหว้สุภัทราและแนะนำตัวเองว่าหล่อนชื่อ เรไร อายุ 25 ปีเคยทำงานเป็แดนซ์เซอร์ที่วงดนตรี และในตอนนี้กำลังลำบากเป็อย่างมากเพราะว่าท้องเลยทำงานไม่ได้แถมหล่อนยังแพ้ท้องหนักมาก แล้วท้องของเธอก็โตขึ้นจนทำให้ดูเหมือนกับคนอ้วนเลยทำให้ใส่ชุดแดนซ์เซอร์ได้ลำบากมากขึ้น หล่อนขอโทษสุภัทราและเรียกสุภัทราว่าพี่มาโดยตลอด สุภัทราพยายามจ้องมองและถามคำถามที่หล่อนอยากจะรู้จากปากของผู้หญิงคนนั้น
“เธอจะเอายังไงกับลูกของเธอกันแน่?”
เรไรอึกอักที่จะตอบคำถามของสุภัทราในตอนนี้เพราะว่าตัวของเธอเองนั้นก็ยังคงไม่มั่นใจและไม่แน่ใจในอะไรสักอย่าง แต่ด้วยใบหน้าของสุภัทราในตอนนี้นั้นยังคงนิ่งและไม่ยอมยิ้มเลยสักนิดจึงทำให้เรไรจึงจำเป็ต้องพยายามตอบคำถามนั้น
“พี่คะ…หนูไม่อยากฆ่าลูกของหนูค่ะพี่…หนูจะยอมทำตามที่พี่บอกทุกอย่างค่ะ ตอนนี้แม่ของหนูก็รู้เื่แล้วด้วย”
“แล้วยังไง? แม่ของเธอรู้เื่ว่าอะไรกันแน่? รู้แค่ว่าเธอท้อง!? หรือรู้ว่าเธอเป็ชู้กับผัวชาวบ้าน?”
เรไรยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามว่าอย่างไร จู่ ๆ ประตูห้องของสุภัทราก็ได้เปิดออกมา…