วรรณชัยส่ายหน้าให้กับไตรวิทย์ที่เข้ามาอธิบาย จากนั้นก็สั่งให้หุ่นไม้ผ่าดาวไปจัดการกับั์ภูผาที่ขวางทางอยู่ เขามีเวลาใช้ของระดับสูงแบบนี้แค่1วันเท่านั้น ดังนั้นเขาจะต้องใช้งานมันให้คุ้มที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อเทียบร่างกายของทั้งสองแล้ว หุ่นไม้ผ่าดาวก็เหมือนหนูน้อย ั์ภูผาก็เหมือนดั่งแมวใหญ่
นายทหารทั้ง10คนที่เห็นว่าหุ่นผ่าดาวพุ่งออกไปทั้งแบบนั้น พวกเขาต่างก็หน้าถอดสี ใบหน้ากลายเป็ซีดเซียวไปตามๆกัน ตอนนี้จะห้ามก็ห้ามไม่ทันแล้ว นั่นเพราะพวกเขาเองก็ยังมองตามความเร็วของหุ่นไม้ผ่าดาวไม่ทัน
ประกายอัสนี !
ร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวกลายเป็เส้นสายฟ้าพุ่งตรงไปยังร่างของั์ถูกผา
ร่างของั์ภูผาสั่นสะท้านทันที ที่มันเห็นหุ่นผ่าดาวพุ่งเข้ามา หินผาที่อยู่โดยรอบต่างก็เข้ามารวมเข้ากับร่างของั์ภูผาทันที
เป็หนึ่งเดียวกับผูภา !
เป็หนึ่งเดียวกับภูผา : หลอมรวมเข้ากับภูผาที่อยู่โดยรอบ
ผล : +ความแข็งแกร่ง 50% +ความทนทาน+50% เป็เวลา10นาที
ผลเสริม : เมื่ออยู่ใกล้พื้นที่ที่มีหินผาจำนวลมาก ผลของสกิลเพิ่มเป็2เท่า
มานาที่ใช้ : 15/ครั้ง
มานาที่ใช้ (ผลเสริม) : 8/ครั้ง
โฮกกก ~ !!
ั์ภูผาร้องคำรามออกมาด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง มันงัดทุกอย่างที่มีออกมาใช้ทั้งหมด เพื่อรักษาชีวิตอันน้อยนิดของตนเอง ที่กำปั้นของมันเรืองแสงสีน้ำตาล
จากนั้นหินผาที่อยู่โดยรอบก็มารวมกันอยู่ที่กำปั้นทั้งสองของมัน
ะเิภูผา !
ะเิภูผา : ใช้พลังธาตุดินรวบรวมหินผามาอยู่ที่กำปั้น เมื่อชกโดนเป้าหมายหินผาที่หุ้มอยู่ที่กำปั้นจะะเิออก
ผล : สร้างความเสียหาย 100% ของค่าความแข็งแกร่ง
ผลเสริม : เมื่ออยู่มกล้พื้นที่ที่มีหินผาจำนวลมาก ผลของสกิลเพิ่มเป็2เท่า
มานาที่ใช้ : 5/ครั้ง
มานาที่ใช้ (ผลเสริม) : 2.5/ครั้ง
ตอนนั้นเองที่แรงกดดันจากร่างของั์ภูผาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำเอานายทหารที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที
การเปลี่ยนแปลงของั์ภูผานั้นไม่ได้เกินความคาดหมายของวรรณชัยเลย เพียงพริบตาเดียวร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวก็มาอยู่ตรงหน้าของั์ภูผาแล้ว พร้อมกับดาบทั้งสองถูกชักออกมา และฟันไปที่ร่างของั์ภูผาอย่างไม่ลังเล
ฟ้าคำราม !
กรร !!
แต่ก่อนที่ดาบในมือของหุ่นไม้ผ่าดาวจะถึงร่างของั์ภูผา เสียงร้องคำรามอันก้องกังวานก็ดังออกมาจากร่างของหุ่นผ้ผ่าดาว เสียงร้องเข้าสู่โสตประสาทของั์ภูผา
ทันทีที่เสียงนั้นเข้าสู่โสตประสาทของั์ภูผา ร่างของมันก็หยุดชะงักไปในทันที พร้อมกับสกิลที่เพิ่งถูกใช้งานก็หายไป ดังนั้นตอนนี้พลังของั์ภูผาจึงกลับมาสู่จุดเริ่มต้น
ฉั่วะ ~
ร่างของั์ภูผาถูกคมดาบของหุ่นผ่าดาวผ่าออกเป็สองส่วนในทันทีโดยหุ่นไม้ผ่าดาวฟันไปเพียงตรั้งเดียวเท่านั้น โดยที่มันก็ยังไม่ได้สติกลับมาจากสกิลฟ้าคำรามของลากูนเลยด้วยซ้ำไป เรียกว่าตายโดยที่ยังไม่รู้ตัวก็ยังได้
[ หุ่นไม้ผ่าดาว(บาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่น)สังหารั์ภูผาระดับ Dเลเวล45สำเร็จ ! ท่านได้รับค่าประสบการณ์… ]
[ ท่านเลเวลอัพ ! ]
[ ท่านเลเวลอัพ ! ]
.
.
.
วรรณชัยมองดูเลเวลของตนเองที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อดดีใจไม่ได้ มันช่างเป็ความรู้สึกที่สะดวกสบายยิ่งนัก ต่างจากตอนที่เขาอยู่ในเกมอย่างลิบลับเลย นั่นเพราะกว่าเขาจะเก็บเลเวลมาถึงระดับนี้ได้ต้องใช้เวลาไปไม่ต่ำกว่า20วัน ! ย้ำอีกครั้งว่า20วัน !!
ที่ต้องใช้เวลานานขนาดนั้นนั่นเพราะในตอนที่ยังอยู่ในเกมเขาไม่มีทั้งการ์ดที่จะสวมใส่ หรือยังไม่สามารถปลดล็อกสกิล[สวมใส่]ได้เขาจึงต้องทนลำบากลำบน กว่าจะสะสมการ์ดระดับFจนครบก็เล่นเอาแทบตายไปหลายครั้งเลยทีเดียว
แล้วไหนจะเวลาค้นหาการ์ดที่จะนำมาสวมใส่อีก เรียกได้ว่าตอนนั้นอะไรอะไรก็ยากลำบากไปหมด แต่พอมาดูตอนนี้มันช่างต่างกันอย่างกับก้นหุบเหวและปลายสุดขอบฟ้า
ในครั้งนี้เขามีทั้งการ์ดระดับS+และตัวช่วยเก็บเลเวลอย่างหุ่นไม้ผ่าดาว แม้จะสามารถใช้ได้แค่วันเดียวก็เถอะ แต่มันก็ถือว่าคุ้มค่าเป็อย่างมาก นั่นเพราะมันสามารถทำให้เขาเสียเวลาน้อยลงนั่นเอง
แถมเขายังไม่ต้องไปไล่เก็บกวาดอสูรระดับFและEให้เสียเวลาด้วย เพราะเขาได้พวกมันมาครบตามกำหนดแล้ว ที่เหลือในตอนนี้ก็คือเก็บเลเวลและทำตามเงื่อนไขในเลื่อนระดับและปลดล็อกสกิลแค่นั้น
" ไปต่อกันเถอะ…" หลังจากเห็นั์ภูผาล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นแล้ว วรรณชัยก็หันไปบอกกับทหารที่คอยคุ้มกันเขา
" น นี่มัน…" เหล่าทหารต่างมองสิ่งที่เห็นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พวกเขาไม่คิดว่านายน้อยของพวกเขาที่ได้รับาเ็สาหัสจากการต่อสู้กับพวกอสูรไม่กี่ชั่วโมงก่อน จะสามารถทำในสิ่งนี้ได้..
แล้วทำไมเขาถึงไม่ทำแบบนี้ั้แ่แรก ? นั่นคือสิ่งเข้ามาในความคิดของพวกเขาในตอนนี้ หากเขาแข็งแกร่งแบบนี้ั้แ่แรกทำไมเขาถึงต้องทิ้งทหารเกือบ100คนให้ต้านอสูรเอาไว้ เพื่อให้ตนเองหนีออกมาด้วย ??
ทำไมเขาถึงไม่ประจันหน้ากับอสูรเ่าั้ และช่วยเหลือชีวิตทหารทั้งหลายที่คอยปกป้องเขาด้วยชีวิตกัน ? ทำไมกัน ? ทำไมเขาถึงเพิ่งจะเอาของแบบนี้ออกมาในสถานการณ์แบบนี้ ?
เมื่อนึกถึงตอนนี้ความหวังในการช่วยเหลือพวกพ้องก็เข้ามาอยู่ในใจของพวกทหาร
สีหน้าของเหล่าทหารไม่สู้ดีนักเมื่อนึกไปถึงเพื่อนพ้องที่ร่วมสู้ด้วยกันและเห็นหน้ากันมาั้แ่เด็กๆต้องมาจากไป.. พวกเขาอยากจะให้วรรณชัยย้อนกลับไปเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องของตน
แต่พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไถ่ถาม และสงสัยในการตัดสินใจของผู้เป็นาย ว่าทำไมถึงปล่อยเหล่าทหารเกือบ100คนให้ตายอย่างสูญเปล่า และนำเพียงแค่พวกเขา10คนออกไปกับตน…
วรรณชัยมองดูท่าทางของเหล่าทหาร เขาพูดว่าให้เดินทางต่อนานแล้วแต่พวกทหารกลับไม่ขยับ แต่มีสีหน้าครุ่นคิดและทุกข์ใจเป็อย่างมากแทน เมื่อเห็นสีหน้าดังกล่าววรรณชัยก็ขมวดคิ้วมุ่น
" พวกเ้าเป็อะไรไป ? ไม่อยากจะออกจากป่าที่แสนอันตรายแบบนี้โดยเร็วรึยังไง ? เรามีเวลาไม่มากนะ สิ่งที่ข้าอัญเชิญออกมานี้อยู่ได้เพียง1วันเท่านั้น"
เมื่อได้ยินเสียงของวรรณชัย อาการลังเลก็เกิดขึ้นกับเหล่าทหารทันที ก่อนที่นายทหารคนหนึ่งจะตบใบหน้าตนเองแรงๆ และเดินออกมาหาวรรณชัย
" นายน้อย… คือว่า.. สิ่งที่ท่านอัญเชิญออกมานี้ทั้งที่มันแข็งแกร่ง.." นายทหารพูดได้เพียงแค่นั้น เขาก็ถูกหยุดเอาไว้โดยไตรวิทย์
ที่ไตรวิทย์ออกมาหยุดนายทหารคนนี้เอาไว้นั่นเพราะหากเขาพูดมากไปกว่านี้เขาอาจจะโดนปะาได้ง่ายๆเลย ดังนั้นเมื่อหยุดนายทหารคนนั้นเอาไว้ได้แล้ว ไตรวิทย์ก็คุกเข่าลงไปกับพื้นข้างหนึ่ง
" นายน้อย ! นี่อาจเป็การเสียมารยาทไปบ้าง ! และหากท่านไม่พอใยอันใด เมื่อกลับเมืองไปท่านสามารถลงโทษกระผมได้ทุกอย่าง ! จะปะาหรือแขวนคอประจานข้าก็ยอมรับได้ ! เช่นนั้นแล้ว ข้ามีเพียงคำขอเดียวที่อยากจะขอกับท่าน ! นายน้อยได้โปรดกลับไปช่วยเหล่าทหารที่ค่ายด้วยขอรับ ! "
ไตรวิทย์เว้นระยะพูดเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของวรรณชัยว่าเขาจะมีท่าทางเช่นไร เมื่อเห็นว่าวรรณชัยไม่พูดอะไร แสดงว่าวรรณาชัยกำลังรอให้เขาพูดต่อ
" นายท่านจำทหารเกือบ100นายที่ต่อสู้กับคลื่นอสูรที่บุกค่ายของเราได้หรือไม่ขอรับ ? พวกเขาใช้ชีวิตเข้าแลกเพื่อให้นายน้อยหนีออกมาได้ ในเมื่อท่านมีความแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้แล้ว ข้าคิดว่าคลื่นอสูรเ่าั้คงไม่ทำให้ท่านลำบาก ดังนั้นได้โปรดกลับไปช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นภัยด้วยเถอะขอรับ ข้าน้อยรับรองได้เลยว่าหลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ในวันนี้ไปหากพวกเขารอด พวกเขาทุกคนจะยอมรับและพร้อมที่สละชีวิตให้กับท่านได้ทุกเมื่อเพียงขอแค่ท่านสั่งมา ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามคำสั่งที่ได้รับจากท่านอีกต่อไป ดังนั้นนายน้อยได้โปรดพิจารณาด้วยขอรับ !"
ไตรวิทย์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่ในน้ำเสียงเ่าั้ก็แฝงไปด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน นั่นเพราะเขาเป็เพียงแค่นายทหารยศต่ำเท่านั้น แต่กลับมาพูดจาแบบนี้กับเ้านาย คงไม่แปลกที่เขาจะกลัวว่าวรรณชัยจะบันดาลโทสะและสั่งให้หุ่นไม้นั่นมาแยกร่างของเขาออกเป็สองส่วน
" ห๊ะ ! เื่ที่เ้าพูดเป็ความจริงหรือ ? แล้วทำไมพวกเ้าเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้ ! เร็วเข้ารีบกลับไปหาทหารเ่าั้ ! เื่อื่นๆเอาไว้ข้าจะเล่าให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ให้ความสนใจกับการช่วยเหลือทหารเ่าั้ก่อน !"
วรรณชัยเมื่อฟังจบแล้วก็ใเป็อบ่างมาก เขาไม่คาดคิดว่าจะยังมีทหารอีกเกือบ100คนที่อยู่ด้านหลังเพื่อต้านอสูรเอาไว้ให้เขาสามารถหลบหนีออกมาได้
หากเขารู้เื่นี้แต่แรก เขาคงย้อนกลับไปช่วยนานแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักและไม่มีความผูกพันธ์ใดๆกับทหารเ่าั้เลยก็ตาม แต่เมื่อได้ยินว่าพวกเขาเสียสละตนเองเพื่อให้วรรณขัยหนีออกมาได้ นั่นก็เป็เหตุผลให้เขาอยากไปช่วยทหารเ่าั้แล้ว
แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับคนที่เขาสลับตัวด้วยเลย ดังนั้นเขาจึงเพิ่งรู้ว่ายังมีทหารอยู่อีกเกือบ100นาย รู้ดังนั้นเขาจึงไม่บังเลเลยที่จะออกคำสั่งทหาร
" ท่าน… ?" ร่างกายของไตรวิทย์แข็งทื่อ เขาสับสนเป็อย่างมากว่าทำไมวรรณชัยถึงพูดแบบนั้น ทั้งที่ทหารเ่าั้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้วรรณชัยหนีออกมา แล้วทำไมวรรณชัยถึงลืมพวกเขาไปได้ ?
แต่ไตรวิทย์ก็ไม่มีเวลาให้คิดมาก ได้แต่เก็บความข้องใจนี้เอาไว้เท่านั้น ก่อนจะสั่งนายทหารที่เหลือเปลี่ยนเส้นทางกลับไปยังค่ายที่พวกเขาตั้งเอาไว้ทันที !
" ทุกนายฟัง ! ทำตามคำสั่งนายน้อย ! กลับไปช่วยเหลือพี่น้องของเรา !" ไตรวิทย์ะโออกไป ด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้นและยินดี
" โอ้ !!!" เหล่าทหารที่เหลือต่างก็ตอบรับเป็เสียงเดียวกัน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยจิติญญาแห่งความกล้าหาญ
ทหารทุกนายวิ่งไปอีกทิศทางหนึ่งด้วยความเร็วสูงสุดทันที พวกเขาวิ่งออกไปอย่างสุดกำลัง ไม่คิดเก็บออมไว้เลยแม้แต่น้อย และแน่นอนว่าตรงกลางนั้นยังคงเป็วรรณชัย
ในระหว่างทาง พวกเขาก็พบกับอสูรอยู่หลายตัว แต่ทั้งหมดก็ไม่สามารถทำให้พวกเขาลดความเร็วลงได้ นั่นเพราะหุ่นไม้ผ่าดาวที่อยู่ด้านข้างจะพุ่งออกไปจัดการกับอสูรทีเข้ามาในการรับรู่ทันที ก่อนที่มันจะเข้ามาโจมตีพวกเขาได้
.
.
.
อีกทางด้านหนึ่ง
ภายในค่ายที่ตั้งขึ้นมาชั่วคราว นายทหารหลายคนยืนเฝ้ายามอยู่ สีหน้าดูเคร่งขรึม ระแวดระวัง และเต็มไปด้วยความตื่นตัว มีอาการเหนื่อยล้าผสมปนเปอีกเล็กน้อย
" หึ่ม ! ไอ้พวกอสูรนั่นพวกมันไม่คิดจะบุกพวกเรามาตรงๆ ! พวกมันแค่้าเล่นกับพวกเราเท่านั้น ! พวกมันไม่ฆ่าพวกเราในทันทีแต่กลับล้อมพวกเราไว้ ทำให้พวกเราเหน็ดเหนื่อยและาเ็ พอเราใกล้จะหมดแรงพวกมันก็ถอยกลับไป บัดซบ !"
นายทหารที่ดูจะเป็หัวหน้าของกลุ่มใช้ฝ่ามือตบไปที่โต๊ะอย่างมีอารมณ์ พวกอสูรมันทำแบบนี้มากว่า2ชั่วโมงแล้ว ั้แ่ที่พวกเขาส่งนายน้อยหนีออกไป เมื่อพวกเขารู้ว่ามีคลื่นอสูรล้อมพวกเขาเอาไว้
" เฮ้อ… พวกเราแทบจะไม่ได้ต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรีด้วยซ้ำ หากพวกเราต้องตายก็ต้องตายจากการต่อสู้ ! ไม่ใช่มาตายด้วยความเหนื่อยล้าและาแเหล่านี้ !"
" ใช่ ! ครั้งหน้าที่พวกอสูรบุกเข้ามา นั่นจะเป็การต่อสู้สุดท้ายของเรา ! เราจะลากพวกมันลงหลุมกับเราไปให้ได้มากที่สุด !"
" เราจะลากพวกมันไปด้วยให้มากที่สุด !"
" เราจะลากพวกมันไปด้วยให้มากที่สุด !!"
" เราจะลากพวกมันไปด้วยให้มากที่สุด !!!"
เมื่อปลุกกำลังใจของเหล่าทหารทั้งหมดแล้วหัวหน้ากองก็เดินออกจากกระโจม เพื่อมองดูสถานการณ์ที่เป็อยู่ในตอนนี้
" นายท่าน… ข้าต้องขออภัยด้วยที่ไม่อาจปกป้องนายน้อยจนถึงที่สุดได้ ข้าทำได้เพียงยื้อเวลาให้นายน้อยมีชีวิตต่อไปได้อีกเล็กน้อยเท่านั้น ไม่รู้ว่าเหล่าอสูรมันจะพบกับนายน้อยเมื่อใด หากพวกเขาพบกับคลื่นอสูร.. ไม่สิเพียงแค่อสูร7-8ตัวพวกเขาก็คงจะ.. เฮ้อ.."
หัวหน้ากองมองบนท้องฟ้าอันแสนจะมืดครึ้มและได้แต่ถอนหายใจออกมา พวกเขาไม่น่าให้นายน้อยตามพวกเขามาเลย
หากไม่มีข่าวลือเื่ของผลเืักระจายออกมา พวกเขาคงไม่ต้องเข้ามายังป่าที่แสนอันตรายแห่งนี้
เมื่อคิดถึงเื่เหล่านี้ มือของหัวหน้ากองก็กำที่ด้ามดาบของตนเองแน่น จากนั้นก็ชักดาบออกมา เมื่อเขารับรู้ได้ถึงสิ่งที่ทรงพลังมากๆกำลังใกล้เข้ามายังค่ายของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
สิ่งนั้นมันทรงพลังมาก ! เรียกได้ว่าแม้จะมีเขาอีกหลายสิบคนก็ไม่สามารถรับมือกับสิ่งนั้นได้
" ทหารทุกคน เตรียมตัวรับการโจมตี ! ครั้งนี้เราต้องเอาพวกอสูรลงหลุมไปกับเราให้ได้มากที่สุด ! "
" เฮฮฮ้ !!!"
เหล่าทหารเกือบร้อยนายต่างก็ยกอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อม แม้แต่เหล่าคนที่าเ็สาหัสก็ยังพยายาฝืนลุกขึ้นมา
แต่เมื่อยิ่งสิ่งมีชีวิตอันแข็งแกร่งนั้นเข้ามาใกล้พวกเขา สีหน้าของพวกเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป จากที่กำลังใจเต็มเปี่ยมก็ค่อยๆลดน้อยลง ใบหน้ากลายเป็ซีดขาว
นั่นเพราะแรงกดดันที่สิ่งนั้นส่งออกมามันช่างทรงพลังและกระหายเืยิ่งนัก พร้อมกับรังสีฆ่าฟันที่กระจายออกมากดดันพวกเขาไม่หยุดนี้ ทำเอาพวกเขาแทบจะหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียว
แต่ถึงแม้จะมีแรงกดดันที่มหาศาลมากขนาดนี้ แต่เหล่าทหารก็ไม่ได้เสียขวัญกำลังใจไปทั้งหมด นั่นเพราะพวกเขาเตรียมใจที่จะตายเอาไว้แล้ว ตายจากการต่อสู้ยังจะดีกว่าตายอย่างไร้ค่าด้วยความเหนื่อยล้าและาแถึงตาย !!