คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 9
เมิ่งจือหลันจ้องมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายของเธออีกครั้ง ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ขอโทษเธอจากใจจริง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่้าทำให้เื่ราวให้ใหญ่โตไปมากกว่านี้ นอกจากนี้อีกไม่นานแม่ของเธอก็จะเลิกงานแล้วด้วย ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึงไม่อยากเสียเวลาสักเท่าไหร่
“ในเมื่อเธอขอโทษแล้ว ฉันก็ไม่ติดใจเอาความอะไรแล้วละค่ะ”
ซุนเหอเทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน”
หลังจากที่ซุนเหอเทียนหันไปพูดคุยกับหญิงสาวที่เป็ผู้เสียหายตัวจริงแล้ว เขาก็ได้หันกลับมาให้ความสนใจหญิงสาวอีกคน ที่ยังคงก้มหน้าลงมองพื้น ซึ่งแน่นอนสำหรับเขาที่เป็ถึงทหารของกองทัพ ทำไมเขาจะไม่รับรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เอ่ยปากขอโทษเพียงเพื่อให้จบเื่ไปเท่านั้น
“และฉันหวังว่าเื่ราวแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นภายในร้านของฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันคงจะต้องแจ้งจับเธอข้อหาทำให้ร้านค้าของฉันได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน”
ถงซินผิงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในทันที แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็คาดโทษว่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็เพราะผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเธอ เพราะถ้าหากผู้หญิงคนนั้นไม่เข้ามาภายในร้านแห่งนี้ใน่เวลาเดียวกันกับเธอ เื่ทุกอย่างคงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
หลังจากที่หญิงสาวที่มีประเด็นกับเธอรีบเดินออกจากร้านขายเครื่องเขียนแห่งนี้ไปแล้วนั้น เมิ่งจือหลันก็ได้ค่อมศีรษะลงอีกครั้งเพื่อขอบคุณคนตรงหน้า ซึ่งแน่นอนว่าก่อนที่เธอจะเดินออกจากร้านแห่งนี้มา เมิ่งจือหลันก็ได้รับของขวัญปลอบใจจากผู้เป็เ้าของร้านอีกด้วย
ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามปฏิเสธแล้วก็ตาม เพราะเธอรู้ดีว่าเื่ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางร้านแห่งนี้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ยินยอมและพยายามชดเชยให้กับเธอแบบนี้ เมิ่งจือหลันจึงทำได้เพียงตอบรับความหวังดีของอีกฝ่ายเพียงเท่านั้น
เมื่อเมิ่งจือหลังออกมาจากร้านขายเครื่องเขียนแล้ว เธอก็รีบปั่นจักรยานตรงไปยังร้านสหกรณ์ที่แม่ของเธอทำงานอยู่ทันที ซึ่งโชคดีที่แม่ของเธอนั้นยังไม่ได้ออกจากร้านไปก่อนที่เธอจะเดินทางมาถึง
“จือหลัน ทำไมลูกถึงได้มาที่นี่ได้ละ” ลู่จื่อหลินรีบบอกลาเพื่อนร่วมงานของเธอในทันที หลังจากที่เธอเห็นลูกสาวของเธอกำลังจอดจักรยานอยู่ด้านหน้าของร้านสหกรณ์ที่เธอทำงานอยู่
เมิ่งจือหลันส่งยิ้มให้กับผู้เป็แม่อีกครั้ง “หลังจากที่กลับมาจากบ้านของคุณตาคุณยาย หนูก็แวะไปที่ร้านขายเครื่องเขียนก่อนนะคะ แล้วหนูเห็นว่าอีกไม่นานแม่ก็จะเลิกงานแล้ว หนูก็เลยอยากกลับบ้านพร้อมกับพ่อและแม่ค่ะ ก็เลยแวะมาหาแม่ที่นี่ก่อน”
ลู่จื่อหลินรู้สึกเหนื่อยใจกับความดื้อรั้นของผู้เป็ลูกสาว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกดีใจที่ลูกสาวของเธอมีท่าทีที่สดใสมากกว่าที่เธอคิด
“ถ้าอย่างนั้นลูกเข้ามาในร้านก่อนดีกว่า อีกไม่นานพ่อของลูกก็จะมาถึงแล้ว” ลู่จื่อหลินจับจูงลูกสาวของเธอเข้ามาภายในร้านสหกรณ์อีกครั้ง “ถ้าหากลูกอยากทานอะไรก็เลือกมาได้เลยนะ”
เซี่ยอันเผิงทักทายลูกสาวของเพื่อนร่วมงานของเธออย่างเป็กันเอง เพราะว่าเธอเคยเห็นอีกฝ่ายแวะเวียนมาที่ร้านสหกรณ์แห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้เซี่ยอันเผิงยังรู้สึกเป็ห่วงกับอาการป่วยของอีกฝ่าย เพราะว่า่เวลาที่เธอรับรู้ว่าลูกสาวของเพื่อนร่วมงานของเธอคนนี้ไม่สบาย ลู่จื่อหลินมักจะมีอาการเหม่อลอยอยู่บ่อยครั้ง จนเธอต้องอยู่เคียงข้างอีกฝ่ายอยู่เสมอ เพราะเซี่ยอันเผิงกลัวว่าลู่จื่อหลินจะเกิดอาการคิดสั้นขึ้นมานั่นเอง
แต่เมื่อเห็นว่าเมิ่งจือหลันมีอาการที่ดีขึ้นแบบบนี้ ก็ทำให้เซี่ยอันเผิงรู้สึกยินดีกับอีกฝ่ายไม่ได้
“หายดีแล้วใช่ไหมจ๊ะ หนูจือหลัน”
เมิ่งจือหลันค่อมศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อทักทายเพื่อนร่วมงานของแม่ของเธอ “สวัสดีค่ะคุณน้าอันเผิง ตอนนี้หนูสบายดีมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็ห่วงหนู แล้วคุณน้ายังฝากผลไม้มากับแม่ของหนูอีกด้วย”
เซี่ยอันเผิงโบกมือไปมา “เื่เล็กน้อยจ้ะ ถึงยังไงพวกเราก็เป็คนใกล้ชิดกัน ดูแลกันเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็เื่ที่สมควรแล้ว”
หลังจากที่เมิ่งจือหลันทักทายคุณน้าเซี่ยอันเผิงไปพอหอมปากหอมคอเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินดูสินค้าภายในร้านสหกรณ์อย่างสนอกสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้้าซื้อสิ่งของเหล่านี้แต่อย่างใด เพราะว่าเมิ่งจือหลันมีร้านค้าในระบบสตรีมของเธออยู่ ซึ่งแน่นอนว่าเธอมีเงินอยู่ในนั้นมากพอที่จะซื้อข้าวของที่เธอ้าได้หลายสิ่งหลายอย่างเลยทีเดียว อีกทั้งสินค้าที่อยู่ภายในร้านค้าของระบบยังมีคุณภาพที่ดีกว่าสินค้าที่อยู่ในร้านสหกรณ์แห่งนี้อีกด้วย
แต่ยังไม่ทันที่เมิ่งจือหลันจะได้เดินดูข้าวของภายในร้านจนครบทุกอย่าง พ่อของเธอก็ปั่นจักรยานมาจอดอยู่บริเวณหน้าร้านสหกรณ์เสียก่อน ซึ่งแน่นอนเมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเธออยู่ภายในร้านแห่งนี้ก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมา ก่อนที่ครอบครัวของเธอจะพากันปั่นจักรยานกลับบ้านพร้อมกัน
หลังจากที่เมิ่งจือหลันทานข้าวเย็นเรียบร้อยแล้วนั้น เธอก็ถูกพ่อและแม่บังคับให้เข้าห้องนอนมาพักผ่อน ซึ่งแน่นอนว่าถึงแม้เมิ่งจือหลันจะพยายามปฏิเสธอีกฝ่ายออกไปแต่ก็ไม่เป็ผล ดังนั้นเพื่อไม่ให้พ่อและแม่ของเธอต้องรู้สึกห่วงมากไปกว่านี้ เมิ่งจือหลันจึงบอกราตรีสวัสดิ์คนทั้งคู่และเดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนของเธออย่างที่อีกฝ่าย้า
‘เสี่ยวเป่า สรุปยอดรายได้จากของขวัญที่ได้รับในวันนี้ให้ทีสิ’
[ได้เลยครับ]
เวลาไม่ผ่านไปเพียงไม่นาน ในที่สุดหน้าจอก็เด้งขึ้นมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเมิ่งจือหลัน ซึ่งแน่นอนว่าหน้าจอที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้คือรายได้ที่เธอได้รับจากของขวัญที่ผู้ชมส่งมาให้เธอใน่ระยะเวลาที่เธอเปิดสตรีมนั่นเอง
ซึ่งในตอนแรกเมิ่งจือหลันก็ไม่คิดว่าเธอจะได้รับของขวัญมากถึงขนาดนี้ แต่เมื่อได้เห็นตัวเลขตรงหน้า เธอก็ต้องเปลี่ยนความคิดของเธออีกครั้ง นอกจากนี้เมิ่งจือหลันยังรู้สึกขอบคุณผู้ชมของเธอที่สนับสนุนเธอมากถึงขนาดนี้
‘ไม่คิดเลยว่าแค่สตรีมเพียงไม่นานก็ได้เงินมาถึงหกหลัก’
[เพราะโลกอนาคตมีค่าครองชีพที่สูงยังไงละครับ ดังนั้นด้วยยอดเงินที่จ่ายออกมานี้ พวกเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็หากลับคืนมาได้แล้วครับ]
[นอกจากนี้คุณเมิ่งจือหลันคงจะไม่ทราบ ว่าการเปิดขายพุทราของคุณเมิ่งจือหลันนั้นได้ผลตอบรับที่ดีมาก เพราะหลังจากที่ผมวางขายลงในร้านค้าของระบบ พุทราเ่าั้ก็ถูกซื้อหมดเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ดังนั้นจึงมีผู้บางคนที่กดสั่งซื้อไม่ทันออกมาโพสให้คุณเมิ่งจือหลันนำพุทรามาวางขายอีกครับ]
เมิ่งจือหลันมองคอมเม้นต่างๆ ที่อยู่ภายในแท็กพุทราของเมิ่งจือหลันด้วยแววตาเป็ประกาย ในเมื่อผลตอบรับในครั้งนี้เหลือความคาดหมาย ดังนั้นต่อไปเธอก็สามารถหาหนทางให้ครอบครัวของคุณตาคุณยายมีรายได้เพิ่มมากขึ้นเสียแล้ว นอกจากนี้เธอยังรู้ดีว่าภาในป่ายังมีผลไม้อีกหลายชนิด ดังนั้นถ้าหากเธอนำผลไม้เ่าั้มาขาย ก็คงจะได้รับค่าตอบแทนเนจำนวนมากอย่างแน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้นในตอนนี้เธอจะต้องหาวิธีหาเงินของเธอเสียก่อน เพราะว่าเงินที่เธอมีอยู่กับตัวนั้นยังมีเพียงไม่กี่ร้อยหยวนเท่านั้น และถ้าหากเธอ้าจะให้ครอบครัวของคุณตาคุณยายมีรายได้มากยิ่งขึ้น เธอก็ต้องมีเงินที่จะนำไปจ่ายให้กับอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน
‘เสี่ยวเป่า นายช่วยหาพิกัดของตลาดมืดและรหัสผ่านให้ฉันหน่อยได้ไหม ก่อนที่จะเปิดขายของที่ร้านค้าในระบบสตรีม ฉันต้องหาเงินให้ได้มากกว่านี้เสียก่อน’
[ไม่มีปัญหาครับ คุณเมิ่งจือหลันรอได้เลย ผมใช้เวลาไม่นานก็หาเจอแล้ว]
เมิ่งจือหลันอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวเป่าของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องยกนิ้วโป้งให้กับอีกฝ่าย เพราะว่าเสี่ยวเป่าของเธอนั้นใช้เวลาเพียงไม่นานอย่างที่แจ้งเอาไว้ ในที่สุดเมิ่งจือหลันก็ได้ทั้งพิกัดของตลาดมืดและรหัสผ่านที่จะเข้าไปในตลาดมืดมาเป็ที่เรียบร้อย
เมื่อได้สิ่งของที่้าแล้ว เมิ่งจือหลันก็ไม่ลืมที่จะเปิดร้านค้าในระบบเพื่อตรวจดูว่าเธอพอจะมีสินค้าตัวไหนที่จะนำไปขายในตลาดมืดได้บ้าง จนในที่สุดเมิ่งจือหลันก็จัดการซื้ออาหารไม่ว่าจะเป็เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อกระต่าย ข้าวสาร หรือแม้กระทั่งสบู่ เมิ่งจือหลันก็จัดการซื้อออกมาเตรียมพร้อมเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากที่เธอจะเดินตระเวนหาลูกค้าแล้ว เมิ่งจือหลันก็ยัง้าที่จะนำสบู่ที่เธอซื้อมาไปฝากขายตามร้านค้าที่ตั้งอยู่ภายในตลาดมืดอีกด้วย
หลังจากเตรียมความพร้อมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็ล้มตัวลงนอนในทันที และเธอคาดหวังว่าในวันพรุ่งนี้ การขายสินค้าของเธอจะผ่านไปอย่างราบรื่น
เมื่อพ่อและแม่ของเธอออกจากบ้านไปเรียบร้อยแล้วนั้น เมิ่งจือหลันก็ได้เตรียมตัวของเธอให้พร้อม เพราะในวันนี้จะเป็วันที่เธอจะไปเยือนตลาดมืดนั่นเอง แต่ก่อนที่เธอจะปั่นจักรยานตรงไปยังตลาดมืดนั้น เมิ่งจือหลันก็ไม่ลืมที่จะแวะไปพูดคุยกับครอบครัวเสิ่นเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ถูกคุณป้าฟางหนิงก็มีอาการงอนเธอเล็กน้อย ที่เธอไม่ได้แวะไปเยี่ยมเยียนอีกฝ่ายอยู่หลายวันเลยทีเดียว
ทำให้ในวันนี้กว่าที่เมิ่งจือหลันจะออกจากบ้านของครอบครัวเสิ่นได้ เวลาก็ผ่านไปนานหลายชั่วโมง แต่ถึงอย่างเมิ่งจือหลันก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด เพราะว่าเธอรู้ดีว่าคุณป้าฟางหนิงต้องอยู่ภายในบ้านเพียงลำพังในบางครั้ง ดังนั้นอีกฝ่ายก็ต้องมีอาการเบื่อหน่ายออกมาบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากเป็เธอ เธอก็ต้องรู้สึกเบื่อหน่ายเช่นเดียวกัน
แต่เมื่อเมิ่งจือหลันชักชวนให้คุณป้าฟางหนิงเดินทางไปยังหมู่บ้านเฟิงหยวนพร้อมกันกับเธอ เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไม่ต้องอยู่ภายในบ้านแห่งนี้เพียงลำพัง แต่ถึงอย่างนั้นคุณป้าฟางหนิงก็ได้ปฏิเสธคำชักชวนของเธอ ซึ่งเมิ่งจือหลันก็ไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้เซ้าซี้อีกฝ่าย เพราะเธอคิดว่าต่างคนก็ต่างมีเหตุผลเป็ของตัวเอง
หลังจากที่เมิ่งจือหลันออกจากบ้านของครอบครัวเสิ่นเรียบร้อยแล้ว เธอก็ปั่นจักรยานไปยังทิศทางของตลาดมืดในทันที ซึ่งแน่นอนว่าก่อนที่จะถึงตลาดมืด เมิ่งจือหลันก็ได้หาตรอกเล็กๆ ตรอกหนึ่ง และเข้าไปภายในตรอกแห่งนั้นเพื่อนำผ้ามาคลุมศีรษะของตัวเอง นอกจากนี้เธอยังได้เก็บจักรยานของเธอเข้าไปภายในช่องเก็บของภายในระบบสตรีมด้วยเช่นกัน
“รหัสผ่าน”
ทันทีที่เห็นคนเดินเข้ามายังทิศทางที่เขาดูแลอยู่ ตงจี้เฉินก็รีบลุกขึ้นยืนจากที่นั่งของตัวเองในทันที ก่อนที่เขาจะยื่นมือออกมาเพื่อไม่ให้คนตรงหน้าเดินผ่านเข้าไปด้านในได้ก่อนที่เขาจะอนุญาต
“สายน้ำเชี่ยวกรากไหลไปทางทิศตะวันออก”
ทันทีที่อีกฝ่ายถามหารหัสผ่าน เมิ่งจือหลันก็ได้บอกรหัสผ่านที่เธอได้รับมาจากเสี่ยวเป่าออกไปในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเมื่ออีกฝ่ายได้ยินรหัสผ่านที่เธอพูดออกไปนั้น ลำแขนที่ถูกยกขึ้นมาปิดกั้นทางเดินก็ถูกลดลงในทันที
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++