ณ ใจกลางป่าหมอกอาถรรพ์ มีเรือนหลังหนึ่งที่เรียบง่ายแต่งดงาม เมื่อเทียนหลงกลับมาถึงก็พอว่ามีชายผู้หนึ่งนั่งรอเขาอยู่ ชายผู้นั้นก็คือเทพพฤกษานั่นเอง
“ไม่ได้พบกันนานนะขอรับท่านอา มาหาข้าถึงนี่มีเรื่องอะไรหรือขอรับ” ชายหนุ่มทักทายเสียงเรียบ
“เจ้าหนูมังกร เจ้าอย่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง เจ้ากล้าดีอย่างไรหมั้นหมายฮวาเอ๋อร์ลับหลังข้า” เทพพฤกษากล่าวอย่างโมโห
“ทีท่านยังไม่บอกข้าเลย ว่านางอยู่ที่นี่” เทียนหลงยังมีท่าทางเฉยเมยตอบกลับไป
“เรื่องอะไรข้าต้องบอกเจ้า” เทพพฤกษาฟึดฟัด
“เพราะนางเป็นคนรักของข้า” เทียนหลงกล่าวอย่างหนักแน่น
“หึ ใครจะยอมยกลูกสาวให้เจ้ากัน ฮวาเอ๋อร์นะฮวาเอ๋อร์ พ่ออุตส่าห์ย้ำนักย้ำหนาไม่ให้เข้ามาที่ป่าชั้นใน ทำไมนางไม่ฟังข้าบ้าง” เทพพฤกษากล่าวอย่างไม่พอใจ
“ท่าน!!” เทียนหลงหมดคำพูด ท่านเทพผู้นี้เป็นสหายของบิดาเขา เวลาบิดาไปที่ตำหนักพฤกษาสวรรค์มักจะพาเขาไปด้วย ทำให้เขารู้จักกับจิ่นฮวาแต่เด็ก แต่บิดานางก็มักจะกลั่นแกล้งกรีดกันเขาตลอด
“เป่าเปาพานางมาหาข้า” เทียนหลงกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ แล้วอุ้มกระต่ายสีขาวขึ้นมาลูบขนมันเบาๆ ต่อหน้าเทพพฤกษา
เทพพฤกษาได้แต่จ้องตาเขม็ง ยกนี้เขาแพ้แล้ว เขาจึงกล่าวกับเทียนหลงอย่างจริงจัง “เรื่องของนางไม่อาจเสี่ยงให้สวรรค์รับรู้ได้ เจ้าเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจดี ครั้งนี้ข้าจะปกป้องนางด้วยชีวิต ไม่ให้ใครทำร้ายนางได้อีก” เทียนหลงพูดอย่างหนักแน่น ครั้งนั้นเพราะเขาไปทำภารกิจที่ตำหนักเทพสมุทร จึงไม่อาจปกป้องนาง กลับมาถึงนางก็ถูกประหารไปแล้ว เขาเสียใจมาก และจึงอาละวาดใหญ่โตจนแดนสวรรค์ปั่นป่านไปหมด จึงถูกเนรเทศให้ลงมายังโลกมนุษย์ และมาอยู่ที่ป่าแห่งนี้ไม่กลับไปสวรรค์อีกเลย
“เสี่ยวหลง เจ้าไม่อาจใช้พลังก้าวก่ายชะตาของมนุษย์ได้ เจ้าต้องจำข้อนี้ให้ดี ข้าไปล่ะ” เมื่อไม่อาจเอาเรื่องมังกรหนุ่มได้ เทพพฤกษาจึงกลับไป เขาไม่ได้รังเกียจที่จะรับเทียนหลงเป็นลูกเขยหรอก แต่ก็ยังทำใจยกบุตรสาวให้ใครไม่ได้เท่านั้นเอง
…….
จิ่นฮวาเข้านอนอย่างมีความสุข และตื่นขึ้นอย่างสดใสในยามเช้า หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จเทียนหลงก็โผล่มา
“วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปบ้านข้าบ้างดีหรือไม่” เมื่อเทียนหลงกล่าวจบ เขาไม่ฟังคำตอบ คว้าข้อมือจิ่นฮวาพานางหายตัวมาโผล่ที่ใจกลางป่าหมอกอาถรรพ์ทันที
เมื่อหายตกใจจิ่นฮวาก็ตีที่แขนของเขาเบาๆ “ทำไมไม่ให้ข้าตั้งตัวก่อน ตกใจแทบตายแล้ว” จิ่นฮวาบ่น
“ที่นี่คือใจกลางป่าหมอกอาถรรพ์ ตรงโน้นคือบ่อน้ำพุร้อน ที่เราพบกันครั้งก่อน เจ้าจำได้หรือไม่” เทียนหลงเอ่ยเย้า จิ่นฮวาเมื่อนึกถึงเรื่องครั้งนั้นก็หน้าแดงทันที
“พี่หลง ท่านคือเทพมังกรใช่หรือไม่” จิ่นฮวาถามสีหน้าจริงจัง
“หากไม่ใช่ข้าจะมีผู้ใดอาศัยอยู่ที่นี่ได้อีก” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้ม
จิ่นฮวาพยักหน้ารับ คำตอบไม่ต่างจากที่นางคาดเดา พี่หลงคือเทพมังกรจริงๆ
“เอ๊ะ!! นั่นเจ้ากระต่ายน้อยนี่” จิ่นฮวากันไปเห็นกระต่ายขาวที่กำลังกระโดดมาหานาง ท่าทางดีใจ
“มันชื่อ เป่าเปา ดูเหมือนมันจะชอบเจ้ามากนะ” เทียนหลงเอ่ย
“เป่าเปา น่ารักจัง” จิ่นฮวาอุ้มเจ้ากระต่ายน้อยขึ้นมาในอ้อมแขน
ทั้งสองเดินไปตามเส้นทางมุ่งสู่เรือนของเทียนหลง ที่นี่มีพลังงานที่บริสุทธิ์อย่างมาก ทิวทัศน์ก็งดงาม จิ่นฮวาชื่นชมบรรยากาศไปตลอดทาง
แต่เมื่อมาถึงหน้าเรือน พบว่ามีชายวัยกลางคนคนผู้หนึ่งยืนรออยู่
“ท่านลุง เหตุใดจึงมาที่นี่ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือขอรับ” คนที่รออยู่คือเทพโอสถสหายรักอีกคนของบิดาเขา และเป็นบุคคลที่เทียนหลงเคารพนับถือ
“ข้าเล่นหมากล้อมแพ้เจ้าบ้านั่น มันเลยขอให้ข้ามา” เทพโอสถพูดถึงเทพพฤกษาสหายรักอีกคนของเขา แล้วเดินไปหาจิ่นฮวา
“นางหนูจิ่นฮวา เจ้าอยากเรียนปรุงยาหลอมโอสถหรือไม่” ทีแรกแค่สหายขอให้มา แต่เมื่อพบนางเขาก็รู้สึกถูกชะตา จึงคิดรับนางเป็นลูกศิษย์อย่างเต็มใจ
เขาเคยพบนางตอนเด็กๆ ที่บนสวรรค์ แล้วไม่ได้พบอีกเลย เทพโอสถนั้นมีนิสัยรักอิสระ เขาชอบเดินทางไปที่ต่างๆ หากเจอคนมีวาสนาเขาจะรักษาให้ ไม่ว่าโลกมนุษย์ สวรรค์หรือโลกปีศาจ เขาล้วนไปมาหมดแล้ว
การที่เทพเซียนใช้พลังเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมนุษย์นั่นผิดกฎสวรรค์ต้องถูกลงทัณฑ์อสนีบาต แต่เขาใช้เพียงความรู้ที่แตกฉานด้านการแพทย์และการหลอมโอสถ ในการรักษาผู้คน จึงไม่ผิดต่อกฎสวรรค์
ครั้งนี้เขากำลังศึกษาตำราสมุนไพรของพวกมนุษย์อยู่ที่เมืองหนึ่งทางตอนใต้ เทพพฤกษาก็โผล่มาชวนเล่นหมากล้อม แล้วท้าพนันว่าหากใครแพ้จะต้องทำตามผู้ชนะหนึ่งข้อ
และสุดท้ายเขาแพ้ สหายจึงบอกเล่าเรื่องราวแล้วขอให้เขาสอบวิชาปรุงยาให้จิ่นฮวา และคอยกันท่าเทพมังกรหนุ่มผู้นี้ เทพพฤกษากล่าวว่าการให้เขาที่พเนจรอยู่บนโลกมนุษย์เป็นผู้ดูแลนางจะเป็นการดีที่สุด เพราะจะไม่มีใครสงสัยในตัวตนของนาง
“คารวะท่านผู้อาวุโส ข้าเรียนได้จริงหรือเจ้าคะ” จิ่นฮวาถามอย่างตื่นเต้นดีใจ
“ผู้นี้คือเทพโอสถ หากเจ้าเป็นลูกศิษย์เขา บนโลกมนุษย์ไม่มีใครเทียบเจ้าได้แน่นอน” เทียนหลงเห็นแววตาของจิ่นฮวา จึงเอ่ยสนับสนุน
“หากข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้ายินดีหรือไม่” เทพโอสถเอ่ยอย่างใจดี
“ศิษย์คารวะท่านอาจารย์เจ้าค่ะ” จิ่นฮวาดีใจรีบคุกเข่าคำนับอาจารย์สามครั้งทันที
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กดี เด็กดี เจ้าลุกขึ้น” เทพโอสถหัวเราะชอบใจและประคองให้นางลุกขึ้น
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านอาจารย์” จิ่นฮวาเอ่ยขอบคุณ นางอยากเรียนการปรุงยา และวิธีหลอมโอสถมานานแล้ว แต่ไม่รู้จะหาอาจารย์จากที่ใด วันนี้ถือว่านางโชคดีจริงๆ ที่เทพโอสถเมตตานาง
“ต่อไปข้าจะพักที่นี่ รบกวนเจ้าด้วยหลานชาย” เทพโอสถหันไปกล่าวกับเทียนหลงอย่างอารมณ์ดี
เมื่อได้ยินดังนั้นเทียนหลงก็ตระหนักได้ว่าเขาพลาดเสียแล้ว หากเทพโอสถอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่มีโอกาสอยู่กับเสี่ยวจิ่นของเขาสองต่อสองน่ะสิ ต้องเป็นแผนของท่านเทพพฤกษาแน่ๆ แต่ถึงจะคิดได้แบบนั้น เมื่อนึกถึงแววตาดีใจของนาง เขาก็ไม่อาจขัดอะไรได้อีก
“ข้ายินดีขอรับท่านลุง” เทียนหลงได้แต่ฝืนใจตอบไป
เมื่อเข้ามาในเรือนแล้ว จิ่นฮวาได้ยกน้ำชาคารวะอาจารย์อีกครั้ง ตามธรรมเนียมของมนุษย์ พูดคุยถามไถ่กันพอสมควรแล้ว เทียนหลงจึงพานางกลับไปส่ง
ทั้งคู่หายตัวมาโผล่ที่ห้องตำราของจิ่นฮวา เมื่อภูติทั้งสองเห็นว่าเจ้านายกลับมาแล้วจึงรีบเอ่ยทักทาย
“นายหญิงท่านกลับมาแล้ว คารวะท่านเทียนหลงเจ้าค่ะ” เยว่เอ๋อร์ทำความเคารพ และจิ้นสือก็ทำความเคารพตาม
“พวกเจ้าดูแลนางให้ดี” เทียนหลงกล่าวกับภูติทั้งสอง
“เสี่ยวจิ่น ไว้พรุ่งนี้ข้าจะมารับเจ้าไปหาท่านลุง วันนี้เจ้าก็พักผ่อนดีๆ เถอะ” ชายหนุ่มเอ่ยพลางลูบหัวนางอย่างเอ็นดู จากนั้นจึงเอ่ยลา หายตัวไปจากห้องหนังสือทันที