ตอนที่19 ฟื้นฟูโชค
“ทำไมเรียกชื่อพี่สามของลูกแบบนั้นล่ะ” คุณนายฉินเห็นใบหน้าที่เฉยเมยของเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ “ลูกยังคิดจะไม่ยอมรับพี่สามของลูกไปตลอดชีวิตเลยหรือ? ”
เมื่อเห็นว่าแม่กำลังจะพูดเื่เก่าฉินเลี่ยคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่ง “ผมวางสายแล้วนะ”
พูดจบเขาก็กดปิดวีดีโอ
เขายืนอยู่ข้างหน้าต่างกำหมัดแน่น พยายามข่มอารมณ์เอาไว้แผ่นหลังของเขาเผยให้เห็นความเ็าและห่างเหินเล็กน้อย
ทันใดนั้นบรรยากาศก็อึดอัดและอุณหภูมิในห้องก็ลดต่ำลง
โจวโจวมองเขาอย่างเป็กังวล“พ่อ พ่อเป็อะไร ? ”
ทำไมท่าทางของเขาถึงดูเหมือนโกรธจัดเลยล่ะ
ฉินเลี่ยไม่ได้อธิบายอะไรกับเธอเขาเพียงแค่เหลือบตามองเธอเบา ๆ “นอนเถอะ”
เมื่อเห็นว่าเขาไม่อยากบอกโจวโจวจึงไม่ได้ถาม แต่หนูน้อยก็อดคิดเื่นี้ไม่ได้
พี่สามของพ่องั้นก็คือลุงสามน่ะสิ พวกเขาเป็พี่น้องกัน แต่ทำไมถึงดูเหมือนศัตรูกันเลยล่ะ
แปลกมาก
หนูน้อยครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจแต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจเื่นี้ กระทั่งหนูน้อยผล็อยหลับไป
เช้าวันต่อมาโจวโจวพาฉินเลี่ยไปโรงพยาบาล เพราะเธอต้องเก็บกวาดเื่นี้ให้เสร็จสิ้น
ฉินรุ่ยประสบอุบัติเหตุเขาได้รับาเ็สาหัส เขาต้องตัดขาไปหนึ่งข้างเพื่อรักษาชีวิตไว้
ฉินเลี่ยมาถึงห้องของผู้ป่วยก็เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของเขาเขาไม่เห็นหน้าฉินรุ่ยแค่ไม่กี่วันกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูแก่ขึ้นมากสีหน้าของเขาดูดุร้าย ดวงตาดูลึกโบ๋ ในแววตาไม่มีแววของความใจดีมีเมตตาอีกต่อไปแต่กลับถูกแทนที่ด้วยแววตาเศร้าหมองแทน
โจวโจวไม่แปลกใจเลยนี่คือความจริงที่สุดสำหรับเขา
หนูน้อยเดินไปที่เตียงจ้องมองเขาสักพักแล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ
ิญญาร้ายได้ดูดเอาโชคทั้งหมดที่เขาขโมยมาจากพ่อของเธอก่อนหน้านี้ตราบใดที่เธอดึงเอาพลังิญญาจากในจี้หยกออกมาหลอมได้พ่อของเธอก็จะได้ฟื้นฟูความโชคดีอย่างสมบูรณ์
ได้ยินความเคลื่อนไหวฉินรุ่ยลืมตาตื่นขึ้นมาทันที และเมื่อเห็นว่าเป็พวกเขาก็ใเข้าไปใหญ่ “พวกเธอ……”
จากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองที่ฉินเลี่ยและเห็นว่าดวงตาของฉินเลี่ยยังคงสงบนิ่ง ไม่มีความแปลกใจ จู่ ๆความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจเขาและพูดอย่างสั่นสะท้านว่า “เธอเธอรู้หมดแล้วหรือ ? ”
ฉินเลี่ยเดินไปข้างเตียงเขานั่งลงบนเก้าอี้แล้วปัดแขนเสื้ออย่างสบาย ๆ พลางพูดว่า “คุณอาหมายถึงเื่ยักยอกเงินหรือว่าเื่ที่คุณอาเลี้ยงิญญาร้ายมาขโมยความโชคดีของผมล่ะ? ”
เขารู้เื่ทุกอย่างจริงด้วย!
พอนึกถึงวิธีการของเขาฉินรุ่ยก็รู้สึกตื่นตระหนกอยู่ในใจเขาพยายามยันตัวลุกขึ้นโดยไม่สนใจความเ็ปทางกายแล้ว “ฉินเลี่ยเป็ความผิดของอาเอง อาถูกอาคมโชคร้ายครอบงำจนทำผิดพลาด ตอนนี้อาได้รับบทลงโทษแล้วเธอยกโทษให้อาเถอะนะ”
เขายิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม
“ตอนนี้อาพิการไร้ประโยชน์ไปตลอดชีวิตแล้ว อาไม่อยากมีชีวิตบัดซบแบบนั้นอีกแล้ว”
“เธอโชคดีขนาดนี้อาเอาโชคของเธอไปเพียงเล็กน้อย ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อเธอหรอก”
ฟังคำพูดที่มั่นใจของเขาโจวโจวขมวดคิ้ว และเมื่อเห็นว่าเขายังแสร้งตีหน้าเศร้าน่าสงสารหนูน้อยก็ตบหน้าผากเขาจนทำให้ฉินรุ่ยตัวเซไปชั่วขณะ เขาล้มตัวนอนลงบนเตียงเมื่อแผลที่ขาถูกดึง เขาก็ร้อง “อ๊าก” ด้วยความเ็ปจนพูดไม่ออก
โจวโจวเท้าเอวพูดด้วยความโมโห“แค่เพียงเพราะพ่อของหนูโชคดีลุงก็เลยคิดว่าตนเองสามารถขโมยโชคของพ่อหนูไปได้ตาม้าอย่างนั้นหรือ ? ลุงมีสิทธิ์อะไรแล้วความโชคดีของพ่อหนูมันเกี่ยวอะไรกับลุง”
“แล้วตอนนี้เป็อย่างไรล่ะิญญาร้ายที่ลุงเลี้ยงไว้ดูดโชคของลุงไปแล้วเหมือนกันชีวิตที่เหลือของลุงจะกลายเป็คนโชคร้าย และความโชคดีทั้งหมดจะหลีกเลี่ยงลุง”
“วัน ๆรู้จักแต่โทษคนอื่น ไม่คิดพึ่งพาความพยายามของตนเอง ดีแต่อยากได้ของคนอื่นเขาหนูรังเกียจคนแบบพวกลุงที่สุดแล้ว คนหน้าไม่อาย !”
หนูน้อยยังตัวไม่โตแต่กลับมีวาจาเหลือร้าย น้ำเสียงในแบบของเด็ก ๆ เจือไปด้วยความโมโหเธอเปิดโปงด้านมืดของฉินรุ่ยโดยไม่ไว้หน้าเขาเลยสักนิด
ฉินรุ่ยที่ได้ยินแบบนั้นเถียงไม่ออกสักคำเขาหน้าแดงไปถึงหูด้วยความโกรธและความอับอายคล้ายกับพร้อมจะกระอักเืออกมาได้ทุกเมื่อ
ฉินเลี่ยมองไปที่ฉากนี้รอยยิ้มก็แวบผ่านเข้ามาในดวงตาของเขาอย่างรวดเร็วและมันก็หายวับไป
เขาหันไปพูดกับฉินรุ่ยว่า“ฟ้ามีตา ใครทำอะไรไว้อย่าคิดว่า์ไม่รู้ คุณอาไม่ต้องกังวลเห็นแก่หน้าพ่อของผม ทางฉินกรุ๊ปจะรับผิดชอบค่ารักษาให้คุณอาเอง”
“เพราะถึงอย่างไรเงินทั้งหมดของฉินกรุ๊ปที่คุณอาเคยยักยอกไปจะต้องถูกคายออกมาจนหมดอยู่แล้วส่วนเงินที่คุณอาใช้ไปแล้ว ภายหน้าก็ตั้งใจทำงานหาเงินมาคืนทางเราให้หมดแล้วกันไม่อย่างนั้นผมคงต้องดำเนินการทางกฎหมาย”
ได้ยินแบบนั้นฉินรุ่ยถึงกับสูดลมหายใจเข้าด้วยความเสียวสันหลังเขารู้ดีว่าฉินเลี่ยหมายความว่าอย่างไร หากเขาไม่คืนเงินก็จะส่งเขาเข้าคุกยังไงล่ะ!
โหดมาก!
เขาพูดอย่างหวาดกลัวว่า“เธอจะทำแบบนี้กับอาไม่ได้นะ อาจะคุยกับพี่ใหญ่ !”
“คุยกับพ่อผมไปก็ไร้ประโยชน์คุณอาคุณคิดว่าหลังจากที่พ่อผมเกษียณตัวเองไปใช้ชีวิตบั้นปลายและดูแลสุขภาพของท่านแล้วเขาจะกลายเป็คนที่พูดง่ายงั้นหรือ”
ได้ยินแบบนั้นฉินรุ่ยถึงกับสะอึกทันที
สมัยหนุ่มๆ คุณผู้ชายฉินมีนิสัยโเี้ไม่เบาเช่นกันเรียกได้ว่าสองพ่อลูกคู่นี้ไม่ใช่คนที่ใครจะยุ่มย่ามด้วยได้
“ทางที่ดีคุณอาควรเอาเวลามาคิดว่าจะใช้หนี้ผมอย่างไรดีกว่า”
ขณะที่พูดฉินเลี่ยก็ลุกขึ้นยืนแล้วเหลือบมองไปที่เขาอย่างเ็า ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
ฉินรุ่ยมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยความไม่เต็มใจพลางกำหมัดแน่น
โจวโจวหันขวับไปมองหนูน้อยสบตาเขา เธอรู้ว่าเขาไม่เสียใจเลย
เธอจึงกลอกตาและสะบัดยันต์ออกไปแผ่นหนึ่ง
เห็นฉากนี้ฉินรุ่ยไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เขากลับใจเต้นแรงจิตใต้สำนึกบอกให้เขาฉีกผ้ายันต์ออกเพียงแต่ไม่คิดเลยว่าแผ่นยันต์จะจมหายเข้าไปในร่างกายของเขาเมื่อมันตกลงมาัั
“นี่คือยันต์ทัณฑ์์ตราบใดที่ลุงมีความคิดชั่วร้ายแวบเข้ามาในหัว ลุงก็จะถูกสายฟ้าฟาด” โจวโจวพูดเสียงของเธอทั้งเบาทั้งนุ่มนิ่ม แต่คำพูดของเธอกลับทำให้ฉินรุ่ยหนาวสั่นไปทั้งตัว
“เธอ !” เขามองเธออย่างขุ่นเคือง ก่อนที่เขาจะพูดอะไรทันใดนั้นในหัวของเขาก็รู้สึกเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต เขาร้อง “อ๊าก” และเอามือกุมหัวด้วยสีหน้าเ็ป
ฉินเลี่ยหันไปมองเขาก็เห็นควันสีดำลอยฉุยๆ ออกมาจากหัวของฉินรุ่ย ราวกับว่าเขาถูกไฟช็อตไหม้เกรียมจึงอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
หนูน้อยยังมีความสามารถอีกกี่อย่างที่เขาไม่รู้?
หลังจากล้างแค้นเสร็จแล้วโจวโจวถึงได้ปรบมืออย่างพอใจ
ยิ่งเขามุ่งร้ายมากเท่าไหร่ยันต์ทัณฑ์์ก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้นตอนนี้เธอไม่ต้องกังวลว่าเขาจะทำสิ่งเลวร้ายในภายหน้าแล้ว หากเขายังกล้าทำร้ายคนอื่นอีกเช่นนั้นเขาก็ควรฆ่าตัวตายก่อนเถอะ
คิดได้แบบนั้นโจวโจวก็วิ่งไปเดินขนาบข้างฉินเลี่ย หนูน้อยจับชายเสื้อของเขาไว้ แล้วเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่ใสแป๋วดูน่ารักน่าชังไม่มีมาดของปีศาจน้อยเหมือนเมื่อครู่นี้เลย
ฉินเลี่ยชำเลืองมองเธอแล้วเดินไปทางโรงรถ
“ประธานฉินตอนนี้จะไปสนามบินเลยไหมครับ ? ”
ธุระของเขาเสร็จแล้ววันนี้พวกเขาจะกลับเมืองหลวง
แต่ตอนนี้เวลายังได้อยู่เพราะปกติเครื่องบินจะดีเลย์อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ไม่ต้องห่วง
ได้ยินแบบนั้นฉินเลี่ยมองไปยังหนูน้อยที่ยืนข้างเขา เขาพยักหน้าเล็กน้อย “อืมไปกันเถอะ”
ผู้ช่วยไม่พูดอะไรอีกเขารีบสตาร์ทรถ วันนี้ไฟเขียวตลอดทางที่มาถึงห้องรับแขกวีไปพีของสนามบินขณะที่เขากำลังคิดว่าจะกินอะไรเป็มื้อเที่ยง จู่ ๆก็ได้ยินเสียงประกาศเรียกให้ไปห้องผู้โดยสาร
เขามองดูเวลาอย่างไม่เชื่อสายตาและรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อยที่คราวนี้พวกเขามาสายไปแล้ว? !
เป็ไปตามคาด
ปลายนิ้วของฉินเลี่ยแตะเบาๆ ที่โต๊ะ หางตาของเขาเหลือบมองไปยังโจวโจว
นับั้แ่ที่ฉินรุ่ยปรากฏตัวมันก็มักจะมีเหตุให้เขาได้ขึ้นเครื่องช้าทุกครั้ง แต่ตอนนี้หนูน้อยช่วยจัดการให้แล้วโชคของเขาจึงกลับคืนสู่ปกติ
แม้ว่าเขาจะไม่เชื่อในอภิปรัชญาแต่เขาก็ต้องเชื่อในข้อเท็จจริงที่อยู่ตรงหน้าเขา
สิ่งที่น่าใยิ่งกว่านั้นคือเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ข้างเขามีอายุเพียงสี่ขวบเท่านั้น แต่เธอกลับมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาถ้าเขาเล่าเื่นี้ออกไปคงไม่มีใครเชื่อ
โจวโจวกำลังกอดรูปสลักจู่ซือเอี๋ยเอาไว้เธอเพ่งพินิจว่าแสงสีทองบนรูปสลักฟื้นฟูไปอย่างไรบ้าง ในที่สุดหนูน้อยก็สังเกตเห็นแสงสีทองบนปลายเล็บของจู่ซือเอี๋ย
ที่แท้การกำจัดิญญาร้ายก็มีประโยชน์ไม่น้อยงั้นต่อไปนี้เธอรู้แล้วว่าควรทำอย่างไรต่อ
ตราบใดที่เธอจับิญญาร้ายได้มากขึ้นและสั่งสมคุณความดีให้มากจู่ซือเอี๋ยสีขมุกขมัวต้องกลายเป็สีทองอร่ามในเร็ววัน
เธอมองไปที่จุดสีทองเล็กๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นอย่างมุ่งมั่น
เมื่อััได้ว่าเขากำลังมองมาโจวโจวจึงหันไปมองเขา หนูน้อยกระพริบตาจ้องดูความหมายในดวงตาของเขาและอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น พร้อมกับโน้มตัวไปพูดด้วยรอยยิ้ม “พ่อพ่อคิดว่าหนูเก่งมากใช่ไหม ? ”
“หนูยังสามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่างเลี้ยงหนูไว้ไม่ขาดทุนแน่นอน ! ”
ฉินเลี่ยหันไปมองทางอื่นแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ขาดทุนหรือไม่ขาดทุนคงต้องรอดูหลังจากนี้”
โจวโจวหน้ามุ่ยแต่ก็ไม่ย่อท้อเช่นกัน
เพราะเธอจะทำให้ดี!
ตลอดทางที่มาล้วนราบรื่นเป็อย่างดีเครื่องบินแลนดิ้งตรงเวลา ไม่นาน รถของตระกูลฉินก็ขับมารับพวกเขา
เมื่อมาถึงคฤหาสน์ตระกูลฉินหนูน้อยโจวโจววิ่งเข้าไปอย่างอารมณ์ดี
เธอวิ่งไปด้วยพลางะโไปด้วยว่า“คุณย่าคะ ! ”
อย่างไรก็ตามทันทีที่หนูน้อยเปิดประตู จู่ ๆ ลูกบอลที่ใหญ่กว่าหัวของเธอก็พุ่งตรงเข้ามาหาหนูน้อยโดยตรง…?