ตอนที่ 3 ต่างกรรมต่างวาระ
มานอนคิดดูดีดีอีกที มีเื่มหัศจรรย์ที่เรียกว่าการข้ามเวลาทะลุมิติเกิดขึ้นกับเธออย่างน่าอัศจรรย์ จะอยู่ในร่างลูกชาวนาจนๆแบบนี้ ได้เป็องค์หญิงผู้สูงศักดิ์ หรือท่านหญิงในจวนใหญ่ก็ตามแต่เถอะ ก็ควรจะให้อะไรพิเศษๆ ติดไม้ติดมือ อย่างพวกพลังวิเศษณ์ หรืออะไรก็ตามมาสักอย่างสองอย่างบ้างมิใช่หรือ
แต่พอมาถึงบทของเธอ นอกจากอาการปวดหัว จมน้ำ แล้วทะลุมิติมา ก็จะมีเ้าแหวนหยกวงนี้ที่ดูจะมีความเชื่อมโยงแปลกๆ แต่เธอทดลองทุกอย่างั้แ่จิ้มนิ้วหยดเื นั่งสมาธิ กำหนดจิต เ้านี่ก็ดูเหมือนจะนิ่งสนิทไร้พิษสงใดใด จนเธอต้องตั้งสติตัดใจว่าอย่างน้อยก็เป็แหวนไว้ดูต่างหน้า
“ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วจิตใจจะนอนกินบ้านกินเมืองไปอย่างนี้เรอะ” ท่านย่าใหญ่เปิดประตูแล้วมองนางอย่างเดือดดาล
ท่านแม่รีบวิ่งเข้ามาและบังเธอไว้
“นังใบ้เมิ่งรุ่ยจะมาขวางทำไม ข้าไม่เอาขี้เถ้ายัดปากมันไปก็ดีเท่าไหร่แล้ว นอนล้างผลาญ”
“ข้าไม่เป็อะไรแล้วท่านแม่ จริงๆข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว” เธอค่อยๆลุกขึ้นบอกแล้วท่านแม่
“ดีขึ้นแล้วก็ลุกขึ้นมาทำงาน ออกไปรดน้ำแปลงผักได้แล้ว สำออยจริงๆ หึ”
ปัง!
นางปิดประตูและเดินออกไป
“ข้าทำได้เ้าค่ะ ข้าดีขึ้นมากแล้วจริงๆ เห็นหรือไม่ ท่านแม่กลับไปทำกับข้าวเถิด หากเสร็จไม่ทันพระอาทิตย์ตกดินจะถูกท่านย่าใหญ่บ่นเอาอีก” เธอบอกท่านแม่แล้วลุกขึ้นยืน เดินให้ดู แล้วเดินออกไปแปลงผักข้างบ้าน
ความจริงเธอหายดีมาสักพักแล้วแต่เนียนพักต่อด้วยมีเื่ให้ต้องคิดมากมาย และหาหนทางว่าจะเอาอย่างไรต่อไปในสถานการณ์ในบ้านเช่นนี้ แยกบ้านคือสิ่งแรกที่ต้องทำ ความกตัญญูแต่เอาเปรียบทุกทางที่กดทับท่านพ่ออยู่ต้องหาทางกำจัด แล้วทำให้ครอบครัวเธอมีชีวิตที่ดีขึ้นให้ได้
แต่สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เงิน!!! ปัญหาคือไม่ว่าใครจะทำอะไร รับจ้างที่ไหน หรือเข้าป่าหาของได้อย่างไร เงินทุกอีแปะต้องส่งเข้ากองกลาง กลางที่ว่านี้คือกลางอกท่านย่าใหญ่ของเธอนี่แหละ
รายได้จากครอบครัวเธอทางเดียวคือท่านพ่อ ที่นอกจากช่วยงานที่แปลงนาแล้ว สิ่งที่ท่านพ่อถนัดคือเข้าป่าล่าสัตว์และหาของป่า ทักษะนี้เรียกได้ว่าค่อนข้างชำนาญเลยทีเดียว สังเกตุในจากหลายครั้งที่คนในหมู่บ้านจะมาชวนท่านพ่อไปล่าสัตว์บ่อยๆ
เพียงแค่ว่าทุกครั้งที่ได้ของมา แต่ที่ขายได้จะตกไปอยู่ที่ท่านย่าใหญ่ทั้งหมด ยิ่งหลังเหตุการณ์สู่ขอท่านแม่มา ท่านย่าใหญ่ก็ดูเหมือนจะเพ่งเล็งครอบครัวเธอมากขึ้น
เ้าป่าหลังเขาท้ายหมู่บ้านนั่น จะต้องมีอะไรให้เธอได้ค้นหาแน่ เธอเริ่มวาดฝันลมๆแล้งๆ ตามประสาคนอ่านนิยายมาเยอะ
เนื่องจากปกติตัวตนเ้าของร่างนี้แทบจะจางหายอยู่แล้ว ดังนั้นการที่เธอจะไม่ค่อยโผล่หน้าออกไปทักทายใครในครอบครัวปู่ใหญ่ดูจะเป็สิ่งที่ปกติ
ั้แ่เธอจมน้ำ ล้มป่วย นอนซึมจนถึงวันนี้ นอกจากยัยถังจินฮวาอายุสิบสี่ปี ลูกสาวลุงใหญ่ถังซีซวนกับป้าสะใภ้ใหญ่ฟางเจิน และถังหงอายุสิบเอ็ดขวบ ลูกสาวของลุงรองถังซีซ่านกับป้าสะใภ้รองหรูอี้ ที่จับจูงมือกันมาเยาะเย้ย ถากถาง ก็แทบไม่มีใครสนใจการมีอยู่ของเธอ
คืนนี้หลังจากกินมื้อเย็นที่เป็ผักดองและน้ำข้าวต้มนั้น เมื่อเข้าห้องนอนเธอจึงรีบแจ้งความประสงค์เื่การขอติดตามท่านพ่อเข้าป่าในครั้งถัดไป
“ในป่าไม่ใช่ที่น่าเที่ยวเล่นหรอกนะซูมี่ ข้างในนั้นอันตรายนัก สัตว์ป่าก็ดุร้าย เกินกว่าเด็กวัยเ้าจะเข้าไปได้” ท่านพ่อปฏิเสธพร้อมแจงเหตุผลอย่างชัดเจน ด้วยกลัวเธอจะแอบเข้าไปเองหากไม่พาไปในครั้งนี้
“ข้าเคยได้ยินท่านป้าเจียวซิ่นเล่าว่า ป่ารอบนอกเข้าไปได้ เพราะมีแต่ของป่าให้หา และปลอดภัย ขอแค่ไม่เข้าไปในป่าชั้นในก็จะไม่มีอันตรายใดใดนะเ้าคะ” เธออ้างคำพูดป้าเจียวซิน ซึ่งก็คือภรรยาของท่านลุงหนิงเหอ ที่เป็คนในหมู่บ้านและสนิทกับท่านพ่อ หลายครั้งที่ท่านลุงหนิงเหอมาชวนท่านพ่อไปเข้าป่าด้วยกัน ก็จะมีท่านป้าเจียวซินที่แวะมาคุยเล่นกับเธอ แต่ก็มาไม่บ่อยหรอก แต่เพียงพอที่จะให้เธอได้สืบข่าวผู้คน และสถานการณ์ในหมู่บ้านหวังแห่งนี้
“โถ่ท่านพ่อเ้าคะ ข้าเหมือนเพิ่งผ่านความตายมา แต่รู้สึกอุดอู้อยู่ในบ้าน กับทำงานบ้าน ข้าอยากออกไปเห็นป่าสักครั้ง” เจอไม้นี้เข้าไปท่านพ่อเธอถึงกับไปไม่เป็เลยทีเดียว
“ก็ได้ แต่เราจะเดินสำรวจแค่ป่าชั้นนอกเท่านั้นนะ”
“แน่นอนเ้าค่ะ!!!”